นิสสันประกาศเปิดตัว e-POWER เทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ที่สามารถชาร์จไฟได้ด้วยตัวเอง จากเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Gasoline Engine) ที่ติดตั้งมาสำหรับตัวแบตเตอรี่โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีในรถยนต์ไฟฟ้า Nissan LEAF และจะช่วยแก้ปัญหาการหาสถานีชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าไปได้
ดูเผินๆ เทคโนโลยีนี้อาจคล้ายกับเทคโนโลยีไฮบริด ที่ใช้แบตเตอรี่ร่วมกับเครื่องยนต์ เพียงแต่ว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในของ e-POWER จะได้ไม่เป็นตัวขับเคลื่อนชุดส่งกำลังของรถยนต์โดยตรง แต่จะทำงานควบคู่ไปกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Power Generator) เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ก่อนจะส่งไปเก็บไว้ยังแบตเตอรี่ ที่เป็นตัวป้อนไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนรถยนต์ต่อไป และแน่นอนว่าแบตเตอรี่นี้ รองรับการชาร์จไฟตามปกติได้ด้วยเช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟจากภายนอก
นิสสันระบุว่าเทคโนโลยี e-POWER จะให้แรงบิดมหาศาลแทบจะในทันทีและคงที่ เงียบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า และที่สำคัญคือบริโภคน้ำมันน้อยกว่าในรถยนต์ไฮบริด
ที่มา - Nissan
on



แต่จะทำงานควบคู่ไปกับเครื่องก
panurat2000 Mon, 07/11/2016 - 15:15
เครื่องกำหนดไฟฟ้า ?
เพียงแต่ว่าเครื่องยนต์สันดาปภ
icez Mon, 07/11/2016 - 19:49
In reply to แต่จะทำงานควบคู่ไปกับเครื่องก by panurat2000
เพียงแต่ว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในของ e-POWER จะ "ไม่ได้" เป็นตัวขับเคลื่อนชุดส่งกำลังของรถยนต์โดยตรง
การใช้งานจะต่างจาก BMW i3
BlackMiracle Mon, 07/11/2016 - 15:26
การใช้งานจะต่างจาก BMW i3 Range Extender ยังไงหว่า
ต่างกัน คนละยี่ห้อ
freeriod Mon, 07/11/2016 - 16:58
In reply to การใช้งานจะต่างจาก BMW i3 by BlackMiracle
ต่างกัน คนละยี่ห้อ
เห็น comment ใน facebook
olan16 Tue, 08/11/2016 - 09:32
In reply to การใช้งานจะต่างจาก BMW i3 by BlackMiracle
เห็น comment ใน facebook บอกว่า ของ nissan เครื่องเล็กกว่าครับ (เทียบกับ Chevrolet Volt ด้วย)
ก็คือใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก
docterdoom Mon, 07/11/2016 - 15:26
ก็คือใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก็บในแบตเตอรี่ แล้วก็จ่ายไฟจากแบตเตอรี่เพื่อขับมอเตอร์อีกทีนึง
แบบนี้ loss มันจะไม่เยอะกว่าเดิมเหรอครับ...
อันนี้ผมยกมาจากเว็บต้นทาง เหมือนว่าใช้น้ำมันมาปั่นไฟแทน
กรณีหาจุดชาร์จไฟไม่ได้ไง
kswisit Mon, 07/11/2016 - 15:32
In reply to ก็คือใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก by docterdoom
กรณีหาจุดชาร์จไฟไม่ได้ไง นึกภาพว่า รถไฟฟ้าที่มีเครื่องปั่นไฟไว้ชาร์จแบตในตัว ที่เวลาปกติก็ชาร์จที่จุดชาร์จตามปกติ
ผมอ่านผิดน่ะครับ
nismod Mon, 07/11/2016 - 15:36
In reply to กรณีหาจุดชาร์จไฟไม่ได้ไง by kswisit
ผมอ่านผิดน่ะครับ
ตกหล่นไป ขอบคุณครับ
nismod Mon, 07/11/2016 - 15:36
In reply to ก็คือใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก by docterdoom
ตกหล่นไป ขอบคุณครับ
น่าจะประสิทธิภาพดีกว่าครับ
Golffy Mon, 07/11/2016 - 18:49
In reply to ก็คือใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก by docterdoom
น่าจะประสิทธิภาพดีกว่าครับ เพราะเครื่องยนต์ทำงานที่ optimum rpm ตลอดเวลา
ไม่ต้องเสีย loss ให้เกียร์ เพราะมอเตอร์แรงบิดมหาศาล
คงแบบเดียวกับ รถไฟ
toooooooon Tue, 08/11/2016 - 10:22
In reply to ก็คือใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก by docterdoom
คงแบบเดียวกับ รถไฟ รถบันทุกในเหมืองขนาดใหญ่ ที่ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้า แล้วใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน ให้กำลังที่ดีกว่า
น่าสนใจ ถ้าเทียบกัน
chettaphong Mon, 07/11/2016 - 15:37
น่าสนใจ ถ้าเทียบกัน ลิตรต่อลิตร ใน mode ที่ต้องปั่นไฟตลอดเวลา ได้จะดีมากเลย
ได้กลิ่น Chevrolet Volt
osmiumwo1f Mon, 07/11/2016 - 15:57
ได้กลิ่น Chevrolet Volt มาแต่ไกล...
รู้สึกยังมี Honda Accord
art_duron Mon, 07/11/2016 - 16:09
In reply to ได้กลิ่น Chevrolet Volt by osmiumwo1f
รู้สึกยังมี Honda Accord Hybrid อีกคันครับ แถมมีขายในไทยด้วย
edit: ผมดูผิด ของ Accord Hybrid ยังมีชุดคลัทช์ไว้สำหรับส่งแรงจากเครื่องไปล้อโดยตรง แต่ก็ยังถือว่าเครื่องยนต์นั้นเป็นพระรอง เมื่อเทียบกับมอเตอร์
Accord HB
mrKaqz Mon, 07/11/2016 - 19:30
In reply to รู้สึกยังมี Honda Accord by art_duron
Accord HB ก็หลักการนี้แหล่ะครับ แต่แค่ในช่วงความเร็วไม่เกิน 120 km/h ตราบใดที่วิ่งไม่เกิน เครื่องยนต์มีหน้าที่แค่ปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อ และชาจต์แบตเท่านั้น ถ้าเกิน 120 ถึงจะเริ่มใช้เครื่องยนต์ขับล้อช่วยอีกแรง
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทยจะตลอดถ้าวิ่งในเมือง
ใช่ครับ Volt
Lennon Tue, 08/11/2016 - 07:06
In reply to ได้กลิ่น Chevrolet Volt by osmiumwo1f
ใช่ครับ Volt ก็แบบนี้เลยเอาเครื่องยนต์มาปั่นไฟ ไม่ใช่ไปวิ่งร่วมกับไฟฟ้าแบบเจ้าอื่นๆ
"เครื่องยนต์สันดาปภายใน
tuckclub Mon, 07/11/2016 - 16:13
"เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Gasoline Engine) ที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวแบตเตอรี่"
อ่านตรงนี้แล้วทำให้ผมเข้าใจว่า gasoline engine นี่ถูกยัดไว้ใน battery pack เลย ประมาณว่าออกมาเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียว แล้วเอาไปวางบน chassis ทีเดียว
แต่ไปอ่านต้นฉบับแล้ว รู้สึกว่าไม่มีตรงไหนที่สื่อความหมายแบบนั้นนะครับ
ขอนอกเรื่องนิดนึง
toekubpom Mon, 07/11/2016 - 17:21
ขอนอกเรื่องนิดนึง ว่าแต่ตอนนี้ nissan อยู่ภายใต้บริษัท mitsubishi หรือว่ายังไงครับ
mitsu motors อยูใต้ nissan
droidz Mon, 07/11/2016 - 19:32
In reply to ขอนอกเรื่องนิดนึง by toekubpom
mitsu motors อยูใต้ nissan ครับ ซึ่ง nissan ก็อยู่ใต้ renault อีกที
แล้วก็เป็นพันธมิตรกับเดมเลอร์
pit Mon, 07/11/2016 - 22:55
In reply to mitsu motors อยูใต้ nissan by droidz
แล้วก็เป็นพันธมิตรกับเดมเลอร์ เอจี (เมเซเดส-เบนซ์) อีกที.
Nissan กับ Renault นี่ ตอนแรก
Lennon Tue, 08/11/2016 - 07:11
In reply to mitsu motors อยูใต้ nissan by droidz
Nissan กับ Renault นี่ ตอนแรก(10ปีก่อน) ข่าวออกว่า Renault ซื้อกิจการ แต่ตอนหลังความสัมพันธ์ผมว่าออกแนว "งงๆ" ครับ คือถ้าเข้าไปดูในเว็บหรือ วิกิ ของเรโนลล์จะบอกอยู่ว่าตัวเองมีรถยนต์ในเครืออะไรบ้างแต่ดันไม่มี "Nissan" ขณะที่พอเข้าไปดูของนิสสันก็บอกแค่ว่าตัวเองเป็นพันธมิตรกับเรโนลล์ แต่ว่า CEO ก็ดันเป็นคนเดียวกันอีก
ถ้าจำไม่ผิด Accord
zda98 Mon, 07/11/2016 - 17:23
ถ้าจำไม่ผิด Accord จะใช้เครื่องต่อเมื่อความเร็วสูงกว่า 120 KM/H
มันคือการเอา generator
icez Mon, 07/11/2016 - 19:51
มันคือการเอา generator ไปใส่ในรถยนต์ไฟฟ้าดีๆ นี่เองสินะ...
ก็เข้าใจเรื่องว่ามันประหยัดว่
Remma Mon, 07/11/2016 - 20:34
ก็เข้าใจเรื่องว่ามันประหยัดว่า Hybrid ธรรมดาๆ แต่ไหนๆก็จะเปลี่ยนไปยุครถไฟฟ้าแบบสมบูรณ์แล้วเทคโนนี้จะมีประโยชน์แค่กี่ปีเอง มันจะคุ้มกับค่าวิจัยเรอะ
จะกี่ปีก็ตาม มันคือ 1
Lennon Tue, 08/11/2016 - 07:22
In reply to ก็เข้าใจเรื่องว่ามันประหยัดว่ by Remma
จะกี่ปีก็ตาม มันคือ 1 ในวงจรชีวิตของรถไฟฟ้าเพื่อจะนำไปสู่ไฟฟ้าเต็มตัวครับ บริษัทรถคิดขั้นตอนนี้เอาไว้ตั้งนานแล้วแต่วิธีการแตกต่างกันออกไป ของบางค่ายก็เป็นไฮบริดแบบอื่นๆ
ที่ผมสนรถไฟฟ้านอกจากเรื่องน้ำ
Orion Mon, 07/11/2016 - 21:09
ที่ผมสนรถไฟฟ้านอกจากเรื่องน้ำมันก็มีเรื่องการลดการใช้ชิ้นส่วนนี่แหละ การทำแบบนี้นอกจากไม่ได้ลดชิ้นส่วนลงแถมยังเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่างจาก Hybrid เลย
ชุดเกียร์หายไปนี่ครับ
Hexsense Tue, 08/11/2016 - 06:04
In reply to ที่ผมสนรถไฟฟ้านอกจากเรื่องน้ำ by Orion
ชุดเกียร์หายไปนี่ครับ เครื่องแค่ปั่นไฟ แล้วมอเตอร์ก็ไม่ต้องใช้เกียร์
เรียกง่ายๆว่ามีเครื่องปั่นไฟไ
gotobanana Mon, 07/11/2016 - 21:58
เรียกง่ายๆว่ามีเครื่องปั่นไฟไว้ในรถแล้วรถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจาก แบทอย่างเดียว
ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับ
lancaster Mon, 07/11/2016 - 23:09
ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับเพลา กับ เอาไปปั่นไฟเพื่อไปขับเพลา
แบบหลังมัน loss เยอะกว่าแน่ๆ แต่อยากรู้ว่ากี่ %
https://en.wikipedia.org/wiki
jane Tue, 08/11/2016 - 02:36
In reply to ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับ by lancaster
https://en.wikipedia.org/wiki/Free-piston_linear_generator
เท่าที่เคยอ่านมา แบบหลัง loss
ipats Tue, 08/11/2016 - 03:00
In reply to ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับ by lancaster
เท่าที่เคยอ่านมา แบบหลัง loss น้อยกว่านะ แปลงสองต่อ แต่ efficiency เยอะกว่า เพราะ combustion engine ทำงานที่ optimum ทำตลอดเวลา ไม่ต้องคอยลดรอบตอนเบรค/เร่งหรือทดเกียร์ พวกรถไฟก็ใช้อยู๋แล้ว เครื่องยนต์ก็เบากว่า ทำให้มี Overhead น้อยกว่า
โอ้
lancaster Wed, 09/11/2016 - 15:14
In reply to เท่าที่เคยอ่านมา แบบหลัง loss by ipats
โอ้
เครื่องยนต์วิ่งนิ่ง
ppJr Tue, 08/11/2016 - 04:56
In reply to ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับ by lancaster
เครื่องยนต์วิ่งนิ่ง ๆปั่นไฟด้วยรอบที่คงที่ น่าจะประหยัดกว่าเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวผ่อนแบบที่เราใช้กันในรถยนต์นะครับ
มอร์เตอร์น่าจะไม่จำเป็นต้องใช
tstcnr2u Tue, 08/11/2016 - 06:04
In reply to ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับ by lancaster
มอเตอร์น่าจะไม่จำเป็นต้องใช้เกียร์ลดน้ำหนักเกียร์ไปได้ก็น่าจะเยอะแล้ว กับ loss ที่เกิดขึ้นในการจัดการตรงนี้อีก ส่วนเรื่องรอบทำงานคงที่ในจุดที่เหมาะสมคิดว่าถ้าพัฒนาไปมากๆใกล้อุดมคติเรื่องประหยัดน่าจะสู้ได้อยู่แต่ความซับซ้อนก็เยอะกว่ามหาศาลเลยค่าอะไหล่ก็คงเป็นตัวเปรียบเทียบไม่น้อย ถ้าเป็นรถธรรมดาตอนเบรคชาร์จพลังงานกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ด้วย ส่วน hybrid จะยิ่งซับซ้อนมากๆกว่านั้นอีก
คงประมาณระบบ Inverter ในทางทฤษฎีมัน loss เยอะจริง แต่เวลาใช้จริงมันมีหลายอย่างให้ไม่สามารถเป็นไปในแบบอุดมคติได้ก็เลยใช้งานได้ดีกว่า ยกเว้นบางสถานที่จริงๆเช่นพื้นที่เปิดแอร์แทบทำงานหนักตลอดซึ่งคนส่วนมากคงไม่เปิดแอร์
Inverter
deargerous Tue, 08/11/2016 - 16:11
In reply to มอร์เตอร์น่าจะไม่จำเป็นต้องใช by tstcnr2u
Inverter ประสิทธิภาพในการแปลงจาก DC เป็น AC สูงกว่าครับประมาณ 95%
แต่ จาก generator มาเป็น DC เอาเก็บในแบต ผ่าน charger ประสิทธิภาพประมาณ 80% ครับ
ส่วนเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพ ถ้ารอบนิ่งที่ optimal ได้ เกือบ 40-45% โดยเฉพาะถ้าใช้ atkinson cycle
แต่ถ้าใช้เครื่องทั่วไป เร่งหยุด ผ่านเกียร์ ได้แค่ 20-30% ครับ
เข้าใจว่าข้างบนน่าจะหมายถึงแอ
lancaster Wed, 09/11/2016 - 15:14
In reply to Inverter by deargerous
เข้าใจว่าข้างบนน่าจะหมายถึงแอร์ inverter นะครับ
ลืมไปเลยว่าเครื่องยนต์ปกติมันมี optimal load ของมันอยู่ พึ่งรู้เหมือนกันครับว่ามันมีผลต่างมากขนาดนี้ แสดงว่าระบบเกียร์ทุกวันนี้ loss หนักมาก
ใช่ครับผมหมายถึงพวกระบบทำความ
tstcnr2u Wed, 09/11/2016 - 19:52
In reply to Inverter by deargerous
ใช่ครับผมหมายถึงพวกระบบทำความเย็น inverter เทียบกับแบบธรรมดา
ส่วนตัวเลขเพิ่งรู้เหมือนกันครับว่าต่างเยอะขนาดนี้ แค่ลองประมาณการเล่นแบบหยาบๆ เนื่องจากไม่ได้ทำงานสายนี้คงมีเวลาดูจริงๆแค่ผลรวมตอนทำออกมาขายอะครับ
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ
Lennon Tue, 08/11/2016 - 07:19
In reply to ระหว่างการเอาเครื่องยนต์ไปขับ by lancaster
Loss มากน้อยนี่ก็เห็นเขาพูดกันมานานแล้วแต่ผมว่าเทคโนโลยีนี่จำเป็นต้องมีเพราะ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของความประหยัด
อย่างแรกเครื่องยนต์สันดาปต้องมีกำลังที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ทำให้ขนาดและชนิดเชื้อเพลิงถูกจำกัด(เพื่อการจุดระเบิดที่ดีที่สุด)
อย่างหลังเครื่องยนต์สันดาปเอาเครื่องอะไรก็ได้ ขนาดเล็กๆเท่ามอเตอร์ไซค์ก็อาจจะได้ในอนาคต เชื่อเพลิงก็อะไรก็ได้(จะแก๊ส จะน้ำมัน น้ำเปล่า น้ำปลา) ขอแค่ทำให้มันติดปั่นไฟได้ ไม่มีผลอะไรกับสมรรถนะรถโดยตรงแต่ผู้บริโภคเวลาเข้าปั๊มจ่ายถูกลงกว่าแบบแรกแน่นอน
mist ก็เคยมีรถต้นแบบแบบนี้น่ะ
dangsystem Tue, 08/11/2016 - 14:42
misu ก็เคยมีรถต้นแบบแบบนี้น่ะ