Apple

เว็บ AppleInsider ได้รับจดหมายที่แอปเปิลได้ส่งถึงศูนย์ซ่อมสินค้าที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องโดยแอปเปิล (Apple Authorized Service Providers หรือ AASP) จากประเทศบราซิล ว่าให้เตรียมพร้อมที่จะเริ่มซ่อมสินค้าตระกูล iOS แทนการเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้ว

สำหรับ iPad ให้ศูนย์ซ่อมเตรียมตัวเปลี่ยนกระจกด้านหน้าของตัวเครื่องได้เองแล้ว โดยรายละเอียดจะถูกส่งให้อีกทีภายในสัปดาห์หน้า สำหรับไอโฟน ให้เตรียมตัวซ่อมแทนการเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยแผนและรายละเอียดจะตามมาในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าแอปเปิลจะเริ่มเปลี่ยนวิธีการซ่อมอุปกรณ์ เพื่อลดต้นทุน และในขณะเดียวกันจะเริ่มซ่อมกรณีที่ลูกค้าทำเครื่องเสียหายเอง เช่น ทำหล่นแล้วกระจกแตก ซึ่งก่อนหน้านี้แอปเปิลจะไม่รับซ่อม แล้วลูกค้ามักจะหันไปหาร้านค้าอื่น ๆ ให้เปลี่ยนกระจกให้เอง

ที่มา - MacRumors

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ก็ดีนะ แทนที่จะเสีย 8 พัน ก็เสียแค่บางส่วน
ถ้าต้องเปลี่ยนจริงๆค่อยเสียเต็มจำนวน
แต่ไม่แน่ใจว่ากรณีเครื่องมีปัญหาเอง ลูกค้าไม่ทำพังจะเปลี่ยนให้ไหม

hollow Fri, 24/05/2013 - 09:23

ดีครับ เครื่องยังสภาพดีเปลี่ยนแค่แบตใช้ได้อีกนาน

คนบางประเภทนี่ก็ชอบอ่านใจอ่านความคิดอ่านความรู้สึกของคนอื่นจริง ๆ หลักฐานก็ไม่มีแต่ก็ยืนยันที่จะพิมพ์ออกสื่อ บางทีน่าจะเอาเวลาอ่านใจคนอื่นมาย้อนดูความคิดของตัวเองนะครับว่าก่อนจะพูดก่อนจะพิมพ์นั้นคิดอะไรอยู่

+1T

มุมมาม่า : แค่ทั่วโลก10ล้าน ทำมาคุย ของเค้า ไม่กี่วันไม่กี่ประเทศก็10ล้านแล้ว

     เห็นตัวเลขอะไม่ยิ้มหรอก เพราะไม่มีหุ้น เค้าเชียร์ด้วยใจ ไม่ได้มีใครจ้างมา เหมือน..... 

zerocool Fri, 24/05/2013 - 17:20

ผมว่า Apple เก่งนะที่คิดค้นวิธีการรับประกันที่เหนือกว่าหรือทัดเทียมการรับประกันรูปแบบเดิม ๆ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและการรักษาความรู้สึกประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า แต่กลับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้

ถ้าลองเปลี่ยนประกันจากเดิมที่เปลี่ยนเครื่องทั้งหมดมาเป็นเปลี่ยนและซ่อมเฉพาะส่วน ลดค่าใช้จ่ายลง ลูกค้าบางกลุ่มชอบบางกลุ่มไม่ชอบ แบบนี้ผมว่า win-win เพราะถึงแม้ประกันแบบเดิมจะเป็นการเปลี่ยนเครื่องใหม่ก็ไม่ได้แปลว่าลูกค้าทุกคนชอบแบบนั้น บางคนก็ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องที่ตัวเองเลือกมาแล้วก็มี เช่น พวกสั่งสลักชื่อด้านหลังเครื่อง เป็นต้น ในเมื่อแบบเดิมมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ แบบใหม่ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เบื้องต้นจึงดูเหมือนไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก

ส่วนพวกที่คอยเหน็บว่าเพิ่งรู้ว่าประกันแบบเปลี่ยนเครื่องใหม่เลยนั้นเป็นข้อเสีย เพราะบางทีเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วได้เครื่องที่ QC แย่กว่าเดิม จากนั้นก็กระแนะกระแหนว่า Apple แย่มาก ๆ ที่เปลี่ยนเครื่องที่คุณภาพแย่ไม่ผ่าน QC ให้ลูกค้า ผมว่าคนพวกนี้ดัดจริตพูดจาเหมือนไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ดีไม่ดีไม่เคยใข้สินค้า Apple เลยด้วยซ้ำแต่ก็พูดฉอด ๆ ได้เป็นฉาก ๆ อย่างน่ารังเกียจ บนโลกนี้มีสินค้ายี่ห้อไหนบ้างที่ไม่มีสินค้าที่ไม่ผ่าน QC วางจำหน่าย ? ขนาดรถยนต์ราคาเป็นล้านยังมีปัญหาจนต้องเรียกคืนยก lot ได้ บางคนซื้อรถมาใหม่ป้ายแดงมีปัญหาจนต้องไปทุบรถโชว์สื่อก็มี แต่กลับพูดจาเหมือนโทรศัพท์มือถือจาก Apple นั้นไม่ควรจะมีเครื่องไม่ผ่าน QC เลยแม้แต่เครื่องเดียว

ผมว่าคนกลุ่มนี้บางทีก็มีความคาดหวังอะไรแปลก ๆ นะ

ผมว่าคนพวกนี้ดัดจริตพูดจาเหมือนไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ดีไม่ดีไม่เคยใข้สินค้า Apple เลยด้วยซ้ำ แต่ก็พูดฉอด ๆ ได้เป็นฉาก ๆ อย่างน่ารังเกียจ

ตอบ

คนบางประเภทนี่ก็ชอบอ่านใจอ่านความคิดอ่านความรู้สึกของคนอื่นจริง ๆ หลักฐานก็ไม่มีแต่ก็ยืนยันที่จะพิมพ์ออกสื่อ บางทีน่าจะเอาเวลาอ่านใจคนอื่นมาย้อนดูความคิดของตัวเองนะครับว่าก่อนจะพูดก่อนจะพิมพ์นั้นคิดอะไรอยู่

สรุปคือคุณถามและตอบตัวเองไปเรียบร้อยครับ

สรุปแล้วคุณก็คิดแทนคนอื่นเหมือนกันครับ ยินดีด้วย เราไม่ต่างกันมาก ที่ต่างคือการใช้ภาษาของคุณดูดีกว่าผมครับ คิดว่านะ

ถ้าแตกฉานภาษาไทยระดับหนึ่งจะเข้าใจคำว่า "ดีไม่ดี" ว่าใช้ในกรณีไหน มีความหมายว่าอะไร ส่งผลอย่างไรต่อรูปประโยค

อีกอย่างผมแค่คาดเดาสภาพแวดล้อมประกอบบุคคลประเภทที่ผมกล่าวถึง แต่ผมไม่ได้อ่านใจคนพวกนี้เลยแต่อย่างใด ผมไม่ได้บอกว่าผมรู้ว่าคนพวกนี้คิดอะไรอยู่รู้สึกอย่างไรแม้แต่น้อย การอ่านใจคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานกับการคาดเดาสภาพแวดล้อมของคนบางคนอ้างอิงจากสิ่งที่เขาเคยพิมพ์จริงๆ (คงไม่ต้องให้ copy มามั๊ง) คุณเรียก 2 แบบนี้ว่าเหมือนกัน ?

ถ้าผมเจอฝรั่งคนหนึ่งถามว่าทุเรียนอร่อยไหม ผมก็น่าคาดเดาได้ว่าเขาคงไม่เคยกินทุเรียนมาก่อน แต่ผมคงไม่ไปคาดเดาความคิดเขาว่าเขาจะชอบหรือเกลียดทุเรียนหรือ "รู้สึก" อย่างไรกับทุเรียน

ทั้งเขียนอธิบาย ทั้งยกตัวอย่าง ถ้ายังไม่เห็นความต่างแต่ยังจะพยายามบิดเบือนหาพวกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วครับ

ลดต้นทุนได้อีก แบบนี้กำไร_คง_บานเบอะ สาวก_คง_ปลื้มกับตัวเลขนะ

แล้วคุณก็ตอบต่อผมว่าคนบางประเภทชอบอ่านใจคนอื่น

ผมก็คาดเดานะครับ ไม่ได้อ่านใจซะกะหน่อย เพราะถ้าผมอ่านใจสาวก ผมต้องบอกว่า "ลดต้นทุนได้อีก แบบนี้กำไรบานเบอะ สาวก_ต้อง_กับปลื้มตัวเลขแน่ๆ" ใช่มั้ยครับ หรือผมใช้คำว่า คง ผิด? ดูท่าคุณจะแตกฉานภาษาไทยกว่าผม ช่วยชี้แนะหน่อยครับ

อ้อ ผมนับถือคุณจริงๆ นะที่_รู้ว่าคนอื่นได้อ่านใจคนอื่น_ โดยที่คุณ_ไม่ได้อ่านใจคนที่อ่านใจคนคนนั้น_ ซึ่งไม่น่าจะมีคนแบบนี้เยอะในประเทศครับ โดยเหตุนี้ผมเลยนับถือคุณ

อ้อ เห็นคุณอารมณ์ค้างเรื่อง QC ไม่ QC อะไรนั่น ถ้าเป็นไปได้รบกวนกลับไปอ่านอีกครั้งนะครับ ว่าผมหมายความว่าอย่างไร

แนะนำให้อ่านตั้งแต่ความเห็นนี้ไปต่อเนื่องจนจบนะครับ แล้วสรุปความได้เลย ผมเชื่อว่าคุณแตกฉานเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

การพิเคราะห์ว่าคน ๆ หนึ่งทำตัวเหมือนอ่านใจคนอื่นหรือไม่ ผมไม่จำเป็นต้องมีความสามารถในการอ่านจิตใจคนอื่นหรอกครับ แค่ดูสิ่งที่เขาพิมพ์ก็พอแล้ว ทักษะมันไม่ได้ยากขนาดนั้นครับ ไม่อย่างนั้นโลกนี้คงไม่ต้องมีการสรุปจากบทความหรือตีความหมายของผู้เขียนจากบทความกันแล้วครับ (Critical Reasoning)

คุณบอกว่า "สาวก" "คง" (รู้สึก) "ปลื้ม"

ก่อนอื่นลองวิเคราะห์กันก่อนเลยไหมครับว่าการที่คนหนึ่ง ๆ จะรู้ว่าอีกคนหนึ่งนั้น "กำลัง" หรือ "น่าจะ" รู้สึก อย่างไรนั้นสามารถทำได้ทางใดบ้าง

  1. เคยมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เป็นคนจำพวกเดียวกันชอบอะไรเหมือน ๆ กันหรือรู้สึกคนประเภทนั้น ๆ เป็นอย่างดีเนื่องจากมีประสบการณ์ที่ผ่านมาเคยพบเจอมาก

คุณเคยเป็นสาวก Apple หรือมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนที่คุณจัดประเภทว่าเป็น "สาวก" มากขนาดนั้นเลยหรือครับ ? ถ้ามีจริงมีกี่คนครับ ? คบหากันมานานแค่ไหนแล้วครับ ?

  1. คาดเดาจากอากัปกิริยา ท่าทาง คำพูด สีหน้า แววตา การสื่อสารทุกอย่างที่คน ๆ นั้นได้กระทำออกมา ซึ่งการที่จะเดาความรู้สึกจากสิ่งเหล่านี้จำต้องอาศัยความเข้าใจและความสามารถในการตีความการกระทำต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

คุณ "คาดเดา" ผ่านคำว่า "คง" จากอะไรหรือครับ ? คนที่คุณเรียกว่า "สาวก" ได้แสดงออกอาการมาอย่างไรคุณจึงได้คาดเดาแบบนั้น ? เขาเหล่านั้นพูดหรือพิมพ์อะไรออกมาหรือครับ ? และเรื่องที่เขาพิมพ์เกี่ยวกับกำไรของ Apple ด้วยหรือไม่ครับ ? ที่สำคัญทำไมคุณคิดว่าอาการที่เขาเหล่านั้นแสดงออกมา (ถ้ามี) มันบ่งบอกถึงความรู้สึก "ปลื้ม" ครับ ?

ส่วนตัวผมว่า 2 ข้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญเบื้องต้นที่จำเป็นอย่างมากในการ "คาดเดา" ความรู้สึกคนอื่น ซึ่งหากปราศจาก 2 ข้อนี้แล้วแต่ยังบอกว่ากล้าคาดเดาความรู้สึกคนอื่นอีก ผมว่าคน ๆ นั้นคงมีความสามารถพิเศษที่อ่านใจคนอื่นได้ ซึ่งในกรณีของคุณไม่ใช่การคาดเดาความรู้สึกของคน ๆ เดียวที่อยู่ตรงหน้าแต่เป็นการคาดเดาแบบ "หมู่" เหมารวมคนประเภทที่คุณเรียกเขาเหล่านั้นว่า "สาวก" ซึ่งมันจะยิ่งยากเข้าไปอีก

เท่าที่ผมเห็นในข่าวนี้และข่าวการเปลี่ยนนโยบายการรับประกันของ Apple Care ในข่าวก่อนหน้า ผมไม่พบว่าคุณมีอะไรมาใช้อ้างอิงความรู้สึกนึกคิดของเหล่าคนที่คุณเรียกเขาว่า "สาวก" อยู่ ๆ คุณก็พิมพ์ออกมาคาดเดาอย่างไม่มีเหตุผลไม่มีหลักฐานประหนึ่งว่าคุณสามารถอ่านใจเขาเหล่านั้นได้ก็ไม่ปาน

ส่วนที่คุณให้ผมอ่านผมอ่านจบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตอนอ่านยังคิดสงสารเลยว่าคุณ sunVSmoon นี่โชคร้ายจริง ๆ แต่ที่ผมติดใจยิ่งกว่าเรื่องราวของคุณ sunVSmoon คือประโยคนี้ของคุณต่างหาก

เห็นในกระทู้นี้บ่นหลายๆ คนว่าเปลี่ยนเครื่องใหม่มาแล้วได้เครื่องแย่กว่า? งานนี้ก็ต้องโทษแอปเปิลครับ ที่ปล่อยของแย่ๆ หลุด QC มาให้ ไม่ได้เกี่ยวกับเพราะเงื่อนไขประกัน เพราะถ้าประกันเปลี่ยนเครื่องมันก็ควรเหมือนเดิมกับตอนซื้อสิครับ จริงมั้ย? แถมคุณทนใช้ต่ออีก 1 เดือน เสียค่าฟิล์มค่าเดินทางอีก อันนี้เป็นความอดทนของคุณเอง ไม่ใช่ข้อเสียของประกันแบบเปลี่ยนเครื่องครับ แถมต้องลุ้นอีกว่าจะได้เครื่องแบบไหน ทำไมประกันของแอปเปิลมันแย่ขนาดนี้ครับ! ก่อนหน้านี่ผมไม่ทราบเลย เคยได้ยินแต่ประกันเทพๆ เมพๆ อะไรสักอย่างนี่แหละ :D

ใครอ่านก็รู้ว่าคุณกระแนะกระแหนผู้ใช้สินค้า Apple ครับแต่ประเด็นของผมแต่แรกก็บอกอยู่แล้วว่าสินค้าที่ขายอยู่ในท้องตลาดแทบทุกยี่ห้อต้องมีสินค้าหลุด QC ปะปนมาบ้าง ขนาดรถยนต์ยังเคยมีปัญหาจนต้องเรียกกลับยก lot คงไม่ต้องให้พิมพ์ซ้ำนะครับ

ถ้าอย่างไรลองตอบคำถามที่ผมถามไปทั้ง 7 ข้อ (ตามจำนวนเครื่องหมาย ?) ดูนะครับ จะตอบในใจเก็บไว้คนเดียวก็ไม่ว่าหรือจะตอบผ่าน comment ก็ได้ครับ คุณบอกให้ผมชี้แนะผมก็ทำตามแล้วนะครับ เสียเวลาเพื่อคุณโดยเฉพาะ หวังว่าคงประเทืองปัญญาไม่มากก็น้อยครับ

เห็นประโยคที่คนเน้นตัวหนาของผมแล้วก็รู้สึกเศร้าครับ ที่คนที่มีความแตกฉานด้านภาษาไทย สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมคนอื่นๆ ได้เป็นฉากๆ จะข้าม "ประเด็นหลัก" เป็นสนใจแค่ข้อความรองที่ผมพิมพ์เพื่อเน้นดราม่า

เผื่อคุณไม่เข้าใจ ผมสรุปให้สั้นลงว่าคุณ sunVSmoon เขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับ "นโยบายการเปลี่ยนเครื่องใหม่" ของแอปเปิล ผมก็ได้ตอบไปปัญหามันไม่ใช่เพราะนโยบายการเปลี่ยนเครื่อง แต่เป็นปัญหาที่เขาได้รับของหลุด QC คือการเปลี่ยนเครื่องใหม่ของแอปเปิลเป็นนโยบายที่ดีอยู่แล้ว แต่คุณคนนี้เขาได้รับเครื่องที่มีอาการเสียอื่น แต่บอกว่าเป็นเพราะนโยบาย ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่

ความน่าเศร้าอีกอย่างคือคุณวิเคราะห์คนเก่งแต่กลับขาดความคิดพื้นฐานว่าคนๆ หนึ่งที่คุณเห็นผมมานานในบล็อกนันมานานและอ่านข่าวสินค้าเปิดตัวใหม่แล้วมีปัญหา และเคยบอกหลายๆ ครั้งว่าทำงานด้านซัพพอร์ดสินค้าแอปเปิลด้วยจะ "มีความเชื่ออย่างจริงใจว่าแอปเปิลต้องไม่มีของหลุด QC" ซึ่งมีทางเดียวเท่านั้นที่คุณจะคิดแบบนี้ได้เพราะคุณมี "อคติ" ครับ มีแค่นี้จริงๆ

เห็นคุณบอกว่าแม้แต่รถยนต์ก็มีหลุด QC มาทุบโชว์กันบ่อยๆ งั้นผมขอถามคุณครับ

ถ้าเจอรถยนต์หลุด QC มา เราก็ต้องโทษบริษัทรถยนต์ใช่มั้ยครับ? (หรือคุณโทษอย่างอื่น?)
ถ้าเจอสินค้าแอปเปิลหลุด QC มา เราก็ต้องโทษแอปเปิลใช่มั้ยครับ? (หรือคุณโทษอย่างอื่น?)

"ทำไมประกันของแอปเปิลมันแย่ขนาดนี้ครับ! ก่อนหน้านี่ผมไม่ทราบเลย เคยได้ยินแต่ประกันเทพๆ เมพๆ อะไรสักอย่างนี่แหละ :D" - คุณทราบว่ามันเป็นประโยคกระแนะกระแหนะ และมันก็ใช่ แต่คุณกลับเลือกข้อความดราม่าพวกนี้มาเป็นที่ตั้งในการสนทนาของคุณ ซึ่งมันก็ทำให้ผมเห็นว่าคุณก็ไม่มีอะไรมาก แค่พยายามหาข้อความที่เกี่ยวข้องกับคำว่าสาวกแล้วพยายามจะปกป้อง จากนั้นก็พยายามไล่วิเคราะห์คนอื่นๆ ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่คุณก็อยู่ในพื้นฐานแบบเดียวกับผมเป๊ะ คือไล่วิเคราะห์คนอื่นจากตัวหนังสือ

ย้ำเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ว่าคุณกลับผมไม่ได้ต่างกันดอก แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกเศร้า โดยเฉพาะที่คุณเลือกที่จะไปสนใจเฉพาะข้อความหรือความเห็นผมที่เน้นดราม่า แต่กลับมองข้ามประเด็นสำคัญของผม แล้วตัดสินผมที่ประโยคกระแหนะกระแหน เศร้าครับ :(

ช่างเขียนมาได้ดูน่าสงสารเสียเหลือเกินนะครับ ในการเขียนครั้งหนึ่งมีหลายประเด็นแต่กลับตอบเฉพาะประเด็นที่ผมกล่าวหาว่าคุณกระแนะกระแหนในข่าวก่อน ส่วนเรื่อง "อ่านใจ" สาวกที่เป็นประเด็นหลักที่ผมยกขึ้นมาแต่แรกดูเหมือนจะถูกลบเลือนหายไปเลยนะครับ

ย้อนมาคุยเรื่อง QC จากข่าวก่อนหน้าที่คุณกระแนะกระแหนไว้ก็ได้ครับ ถูกต้องแล้วครับประเด็นหลักคือของทุกอย่างมันต้องมีการหลุด QC และเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเราต้องโทษบริษัท แต่คนเรานะครับมีการศึกษาเรียนมาจนอ่านออกเขียนได้ก็ควรจะรู้จักวิธีการสื่อสารกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นในเชิงที่ไม่ต้องดูถูกกัน บางคนสมัยก่อนไม่เคยเรียนหนังสือยังสามารถกระทำได้เลย ไม่ใช่สักแต่บอกว่าประเด็นหลักคือเรื่องสินค้า Apple หลุด QC แล้วฉันจะพิมพ์ฉันจะเขียนต่อคนอื่นอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องสนใจความรู้สึกของคนอื่นที่มาอ่าน แล้วพอคนอ่านบางคน (เช่นผม) มาอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบใจจนต้องออกมาติติง คุณกลับบอกว่า "เฮ้ย นี่มันไม่ใช่ประเด็นหลัก อย่ามาดราม่า"

ทีตอนเขียนกระแนะกระแหนคนอื่นไม่เห็นจะกลัวดราม่า พอคนอื่นมาตำหนิวิธีการใช้คำพูดของคุณกลับบอกว่าทำไมถึงมาสนใจแต่เรื่องดราม่าเล็กน้อยแค่นี้ ทำไมไม่สนใจประเด็นหลัก

คนเรานี่มันก็เห็นแก่ตัวดีนะครับ ไม่อยากดราม่าไม่อยากให้คนอื่นอ่านข้อความดราม่าเหล่านี้แล้วมาใส่ใจแต่อยากเหน็บคนอื่น ถ้าไม่อยากให้คนอื่นใส่ใจนำมาเป็นประเด็นน่าจะคิดว่าไม่ควรพิมพ์เช่นนี้ออกมาแต่แรก ในเมื่อพิมพ์มาแล้วก็ต้องรับผิดชอบทุกคำพูดที่พิมพ์ออกไป คำพูดเป็นนายเราไม่เคยได้ยินประโยคนี้หรือครับ ?? ไม่ใช่พิมพ์มาแล้วจากนั้นก็มาครวญครางออดอ้อนเป็นนางร้ายโดนตบในละครแบบนี้

สุดท้ายลองพิจารณาเลิกดูเถอะครับที่บอกว่าคุณกับผมเหมือนกัน เคยได้ลองให้คนอื่นที่รู้จักกับตัวคุณเองอ่านการโต้แย้งทางความคิดเห็นระหว่างเรา 2 คนไหมครับ ? เคยมีคนไหนบอกว่าเราเหมือนกันไหม ? ในเรื่องของการวิเคราะห์คนอื่นจากตัวหนังสือที่พิมพ์เหมือนกันนี่มันทำให้เรา 2 คนอยู่ในพื้นฐานเดียวกันเป๊ะ ? ผมว่ามันไม่น่าจะใช่นะครับ เพราะทุกคนใน web นี้ต่างก็ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว สิ่งที่เห็นก็จะมีเพียงแค่สิ่งที่พิมพ์ออกมาในช่อง comment หรือ forum เท่านั้นและนั่นเป็นข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่เราจะใช้คิดวิเคราะห์ดูว่าคนที่พิมพ์ข้อความเหล่านั้นออกมา "น่าจะ" มีลักษณะทางความคิดอย่างไร หากคุณคิดว่าเพียงเรื่องนี้ทำให้ผมกับคุณมีพื้นฐานเหมือนกันเป๊ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราทุกคนก็คงจะต้องมีพื้นฐานเดียวกันหมดทั้ง web แล้วล่ะครับเพราะทุกคนก็ทำได้แค่อ่านสิ่งที่คนอื่นพิมพ์มาแล้วคิดวิเคราะห์ตามเท่านั้น

ส่วนตัวผมว่าคนที่พยายามสรุปแบบนี้มันคือพวกไม่กล้ายอมรับตัวเอง พอคนอื่นแฉด้านที่ไม่ดีของตัวเองออกมา ก็พยายามหาทางเลี่ยงทุกวิถีทางเพื่อปัดสรุปให้ได้ว่าคนอื่นก็เหมือนกับตัวคุณเอง

ลองให้คนอื่นวิเคราะห์ต่อหน้าดูบ้างก็ดีนะครับ print ลงกระดาษแจกคนในครอบครัวเพื่อนฝูงลองอ่านดูบ้างก็ดีนะครับ แล้วช่วยถามคนเหล่านั้นทีว่าเขาคิดว่าคุณกับผมเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร ?

ปล. ตกลงเรื่องอ่านใจ 7 คำถามนั้นไปตอบตัวเองมาแล้วเรียบร้อยยังครับ ? เห็นเงียบไปแบบนี้น่าจะเข้าใจดีขึ้นแล้ว ?

ตอบเป็นข้อแบบรวมๆ นะครับ

  1. ผมไม่เคยกลัวดราม่าครับ (เพราะดราม่าเกือบทุกเรื่องมีผมเสมอ) ผมไม่เคยห้ามใครดราม่า แต่ผมแปลกใจที่คุณอารมณ์ค้างเรื่องประเด็นกระแนะกระแหนจากกระทู้หนึ่งไปกระทู้หนึ่ง

  2. ผม "เดาใจ" "อ่านใจ" หรือ "คิดแทน" หรืออะไรที่คุณจะใช้คนอื่นเป็นประจำครับ และคุณก็เห็น ซึ่งถ้าคุณไม่พอใจผม ก็ตอบต่อผมได้เลย ไม่เคยห้ามครับ ซึ่งคำว่า คง ก็เห็นชัดอยู่ ส่วนนี้แปลกใจที่คุณพยายามหาหลักฐานเจ็ดแปดข้อ ไม่ต้องขนาดนั้นครับ คุณแค่บอกว่า เอ็งมั่ว เดาใจผิด คุณไม่รู้จักสาวกดีพอ แค่นี้ผมก็หน้าแหกแล้วครับ

  3. ถ้าคุณคิดว่าผมไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น คุณด่าได้เลยครับ ตามสบาย แต่ผมก็สงสัยว่าทำไมคุณต้องให้ผมแคร์ และผมไม่แคร์ครับ แต่ก็อยู่ภายใต้ความสุภาพและไม่หมิ่นประมาทใครครับ และถ้าใครเห็นผมผิด ผมมั่ว ก็ด่ากลับได้เลย

  4. ก่อนหน้าโน้นผมไม่เคยคิดว่าคุณเหมือนผมครับ ผมคิดว่าผมก็จอมดราม่าธรรมดาไม่ได้มีสาระหลักเกณฑ์อะไรมาก และผมยังชื่นชนคุณในใจเสมอว่าคุณมีปัญหากับคนไหนก็มักจะโต้ตอบที่คนหนึ่งโดยไม่กล่าวลอยๆ แต่กระทู้นี้ความเห็นหนึ่งดันกล่าวลอยๆ กระแนะกระแหนซะงั้น ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหมด

  5. บางครั้งก็แปลกว่าคุณพยายามไล่บี้ผมเรื่องสาวก ถามเจ็ดแปดข้อ ผมสงสัยอยู่ในใจว่าคุณมีปมอะไรกับคำว่าสาวก แต่เรื่องนี้ผมก็ไม่สนใจจะถาม ผมเองก็ไม่เคยไปซักไซ้ไล่ถามใคร หรือถามเขามีเขามี ไม่มี ใช่ไม่ใช้อุปกรณ์อะไร

  6. ปริ้นให้คนอื่นอ่านแล้วตัดสิน? ดูคุณจริงจังและอยากเอาชนะมาก แนะนำคุณทำเถอะครับ ถ้าคุณได้คำตอบว่าคุณดีกว่าผมก็ยินดีด้วยครับ เอาคุณว่าเลย คุณอยากให้ผมเป็นยังไงก็เอาคุณว่าได้เลยครับ คนเราห้ามความคิดกันไม่ได้อยู่แล้ว ผมก็คิดในแบบผมว่าคุณเป็นเหมือนผม คุณก็คิดในแบบคุณว่าคุณต่างจากผม คนอื่นก็จะคิดแบบเขาครับ

ไม่ใช่ไม่รับครับ แต่รับเป็นแบบ Swop out/Trade In แล้วแต่จะเรียกครับ

จริงๆ ยี่ห้ออื่นก็มีครับ เช่น เครื่องพิมพ์ HP แบบคอนซูเมอร์ในไทยถ้าเสียในประกัน ก็จะเปลี่ยนเครื่อง (เครื่อง Remanufacturing) ให้ แต่ถ้าอาการอยู่นอกเหนือการรับประกัน ก็จะไม่ซ่อม แต่ให้ลูกค้าเลือกทำ Trade in แทน คือให้ส่วนลดเพื่อแลกซื้อเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ (หลายรุ่น แต่เป็นรุ่นที่กำหนด)

สาเหตุคงเป็นเพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างคน ควบคุมคุณภาพการผลิตได้ง่าย แต่กลุ่มสินค้าแบบนี้มักจะตั้งราคาไว้สูง ทำให้เป็นจุดบอดของสินค้ายี่ห้อนั้นๆ ไปครับ

แค่กลับมาใช้รูปแบบรับประกันแบบเดิมที่เคยทำมาก่อนจะมี iPhone เท่านั้นเอง ถ้าจำได้ iPod รุ่นแรกๆ ประมาณช่วง iPod Photo ก็ใช้การเปลี่ยนอะไหล่เป็นรายชิ้นเหมือนกัน อย่างที่ทราบมา iPod mini (ของคุณแฟน) ส่งเปลี่ยนแบตตอนนั้นใช้เวลา 1-2 เดือน (ไทย-สิงค์โปร์) แต่เดี่ยวนี้คงเร็วขึ้นกว่าเดิมแหละมั้งถ้ามีการปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทางนี้

ส่วนตัวผมมองว่าก็ดีไปอย่าง เพราะตัวเองก็ใช้ iPod nano หรือ iPod touch จำได้ว่าตอนเคลม iPod nano เจอเปลี่ยนจาก Gen 1 มาเป็น Gen 6 ผมนี่อย่างเซง เพราะผมอยากได้ Gen 1 ที่แก้ไขปัญหาแบตมีปัญหา ไม่ใช่ Gen 6 ที่ผมเกลียด แม้จะได้รุ่นใหม่กว่า ความจุเยอะกว่า แต่ผมชอบ Click Wheel ไม่ใช่จอสัมผัสที่เล็กและใช้งานยากแบบ Gen 6 หรืออย่าง iPod touch เคยเคลมมารอบ แต่จอภาพเหลืองกว่าตัวเก่า ตัวเก่าจอภาพไม่เหลืองเท่านี้ ได้มาแล้วเซงเลย ><"

เรื่องแบบนี้ถ้าไม่เคยประสบคงไม่เข้าใจว่ามันมีข้อเสียอย่างไร