SanDisk ผู้ผลิตการ์ดหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ WORM (Write Once Read Many) SD Card ซึ่งเป็น SD Card รุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในงานที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลสูง โดยข้อมูลที่เขียนลงใน WORM SD จะเขียนได้เพียงครั้งเดียว และไม่สามารถลบข้อมูลออกได้ด้วยวิธีใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Software หรือ Hardware วิธีเดียวที่ทำได้คือต้องทำลาย WORM SD ทิ้งข้อมูลจึงจะถูกทำลายตามไปด้วย
SanDisk คาดว่า WORM SD จะใช้กันอย่างแพร่หลายในงานด้านการเก็บข้อมูลสำคัญที่ไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลได้ เช่น ประวัติอาชญากรรม, คำพิพากษา หรือ คะแนนการลงประชามติ การเก็บข้อมูลในลักษณะ Black box เป็นต้น นอกจากนี้ทาง SanDisk ยังได้การันตีถึงความทนทานของ WORM SD ว่าสามารถเก็บข้อมูลได้นานถึง 100 ปี หากมีการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง
WORM SD ขนาดความจุ 128MB เริ่มวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก ส่วนขนาดความจุอื่นๆจะมีออกวางจำหน่ายเพิ่มเติมภายในปีนี้
ที่มา - Sandisk
อาจารย์ผมเคยว่าไว้ว่า "มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่บริโภคทรัพยากรไม่จำกัด" หนึ่งในทรัพยากรนั้นคงเป็นพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ที่ดูเหมือนว่าเรากำลังก้าวเข้าไปสู่การใช้งานฮาร์ดดิสก์ระดับเทราไบต์กันเป็นเรื่องปรกติกันแล้ว เมื่อ Seagate ได้เปิดตัว Barracuda 7200.11 ฮาร์ดดิสก์ความจุ 1.5 เทราไบต์ ทำให้ทาง Seagate เป็นบริษัทผลิตฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุต่อลูกสูงที่สุดในโลกตอนนี้
ก่อนหน้านี้ขีดจำกัดของความจุฮาร์ดดิสก์อยู่ในระดับ 1 เทราไบต์ โดยคู่แข่งของ Seagate ทั้ง Hitachi และ Western Digital นั้นก็ล้วนมีฮาร์ดดิสก์ในระดับเดียวกันทั้งสิ้น
ฮาร์ดดิกส์รุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยี perpendicular magnetic recording (PMR) ที่อาศัยการอ่านข้อมูลจากสนามแม่เหล็กในแนวตั้งทำให้เก็บข้อมูลได้หนาแน่นกว่าเดิมสามถึงสี่เท่าตัว จนแต่ละจานในฮาร์ดดิสก์มีความจุประมาณ 375 กิกะไบต์
ราคายังไม่กำหนด แต่ตอนนี้เท่าที่สำรวจตลาดดูแล้วผมว่าซื้อขนาด 500 กิกะไบต์ใช้กันไปก่อนก็น่าจะคุ้มดี
ที่มา - Hot Hardware
บริษัท Microdia เปิดตัว Compact Flash รุ่น XTRA ELITE ความจุ 64GB โดยถือว่าเป็นการเปิดตัว CF ความจุสูงขนาดนี้เจ้าแรกในโลก
การ์ดนี้มาพร้อมความเร็วในการอ่านเขียนที่ 300X หรือ 45MB ต่อวินาที และด้วยความจุมหาศาลนี้ จึงสามารถบรรจุภาพถ่ายขนาด 20ล้านพิกเซลต่อภาพ ได้มากถึงเกือบ 20000 ภาพ
ถูกใจคอ DSLR ทั้งหลายเป็นแน่แท้ หากไม่กลัวเรื่องการ์ดเสียซะก่อน
ที่มา - PC Authority Australia
Western Digital กำลังพัฒนาฮาร์ดดิสก์ความเร็ว 20,000 รอบต่อนาที เนื่องจากโดนแรงกดดันจากเทคโนโลยี SSD ที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ
นักวิเคราะห์คาดว่า SSD น่าจะถูกลงถึงระดับที่ใช้งานกันแพร่หลายภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า ดังนั้นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์อย่าง Western Digital จึงต้องรีบพัฒนาเทคโนโลยีเก็บข้อมูลที่ทัดเทียมกัน โดยอาศัยขนาดและราคาของฮาร์ดดิสก์ที่ดีกว่า แล้วเพิ่มด้านความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลขึ้นไปอีก
รายละเอียดของฮาร์ดดิสก์ 20,000 RPM ที่มีในตอนนี้คือ หน้าตาเหมือนไดรฟ์ VelociRaptor ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน มีทั้งแบบ 2.5 และ 3.5 นิ้ว ที่น่าสนใจที่สุดคงเป็นตัวไดรฟ์จะเงียบมาก แม้ว่าหมุนด้วยความเร็วสูงก็ตาม กำหนดเปิดตัวและวางขายยังไม่ระบุครับ
ที่มา - bit-tech.net ผ่าน Engadget
ก่อนอื่นต้องเน้นว่าความจุเป็น 256 GB นะครับ ไม่ใช่ MB (เพราะตอนแรกผมอ่านในข่าวต้นฉบับผิด คาดว่าคงมีแนวร่วม)
ซัมซุงได้เปิดตัวดิสก์แบบ SSD (solid-state) ความจุ 256GB ขนาด 2.5 นิ้ว โดยมีอินเทอร์เฟซแบบ SATA II ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูล 200 และ 160 MBps ตามลำดับ จุดที่น่าสนใจคือดิสก์ตัวนี้เป็นแบบ Multi Level Cell (MLC) ซึ่งหนึ่งเซลล์ของ SSD จะเก็บข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งบิท (ปกติเก็บ 4 บิท) ซึ่งมีข้อดีว่าเก็บข้อมูลได้เยอะขึ้น แต่ข้อเสียคือทำงานได้ช้ากว่า Single Level Cell (SLC) และมีโอกาสอ่านข้อมูลพลาดสูงกว่า แต่ซัมซุงประกาศว่าด้วยเทคโนโลยีด้านคอนโทรลเลอร์ที่พัฒนาขึ้น ดิสก์ตัวนี้จะมีความเร็วและอัตราความผิดพลาดเท่ากับดิสก์แบบ SLC
ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างจะออกสู่ตลาดในเดือนกันยายนนี้ ส่วนการผลิตแบบจำนวนมากจะเริ่มได้ในช่วงปลายปี ซัมซุงยังมีแผนจะออกดิสก์ขนาด 1.8 นิ้วในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเช่นกัน ส่วนราคายังไม่ระบุครับ
ที่มา - Gizmodo
Dell เตรียมเป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กเจ้าแรกที่ออกเครื่องโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมฮาร์ดดิสก์ 320GB แบบ 7,200 รอบ โดยเป็นฮาร์ดดิสก์รุ่น Momentus 7200.3 จากซีเกท ฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้สนับสนุน SATA 3.0 Gbit/s และมีแคช 16MB ในตัว
โน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่ Dell เปิดให้เลือกใช้ฮาร์ดดิสก์พลังสูงตัวนี้คือ XPS M1730 โดยลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มอีก 46 ดอลลาร์ในการอัพเกรดจาก 320GB แบบ 5,400 รอบ ส่วนโน้ตบุ๊กในสาย Alienware จะตามมาในเร็วๆ นี้
ที่มา - Engadget
เมื่อปี 2003 กระสวยอวกาศโคลัมเบียเกิดระเบิดระหว่างการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศทำให้ลูกเรือทั้งเจ็ดคนเสียชีวิต และหนึ่งในสิ่งของที่บรรทุกลงมาด้วยคือข้อมูลจากการทดลอง CVX-2 ที่ทำกันมานานกว่า 20 ปี ทำให้ข้อมูลข้างในมีความสำคัญมหาศาล แม้การทดลองครั้งนี้ตั้งใจว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งมาทางสัญญาณวิทยุ แต่เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในการสื่อสารให้ต้องมีการขนตัวฮาร์ดิกส์กลับมาสู่พื้นโลก
หลังการระเบิดทางนาซ่าได้พบซากฮาร์ดดิสก์ แล้วส่งไปที่บริษัท OnTrack Data Recovery เครือเดียวกับ Kroll OnTrack ที่ให้บริการกู้ข้อมูลในราคาถูกช่วงน้ำท่วมสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว และทางบริษัทก็แจ้งข่าวกลับมาว่าข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้นถูกกู้กลับขึ้นมาได้ถึงร้อยละ 99
งานวิจัยเป็นการศึกษาคุณสมบัติของก๊าซซีนอนในภาวะกึ่งกลางระหว่างของเหลวและก๊าซ โดยต้องทำในอวกาศเพื่อตัดผลกระทบของแรงโน้มถ่วงออกไป และเนื่องจากนาซ่ากำลังลดการวิจัยพื้นฐานไปทุ่มเทการวิจัยในเชิงประยุกต์ทำให้การวิจัยแบบเดียวกันนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเลยในเวลาอันใกล้
ว่าแล้วก็เตือนกันอีกที เรื่องของการลบข้อมูลออกจากดิสก์ก่อนการเอาไปใช้อย่างอื่นหรือโยนทิ้งนะครับ
ที่มา - Scientific American
ตลาด SSD ในตอนนี้แม้จะยังคงได้รับความนิยมไม่มากนักเนื่องจากราคาที่สูงจนเกินเอื้อม แต่ประธานบริษัทโตชิบานาย Shozo Saito ก็ออกมาระบุว่าตลาดนี้จะยังเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าภายในปี 2011 หรืออีกสามปีข้างหน้า คอมพิวเตอร์จะใช้ SSD เป็นหลักถึงร้อยละ 25
SSD ที่วางขายในท้องตลาดนี้ยังจำกัดขนาดอยู่ที่ไม่เกิน 128 กิกะไบต์ ส่วนที่นิยมใช้งานกันจริงจังนั้นมักมีขนาดไม่เกิน 64 กิกะไบต์ซึ่งด้วยขนาดเพียงเท่านั้นก็ทำให้ MacBook Air ราคาทะยานไปที่ 3000 ดอลลาร์สหรัฐ
โตชิบายังแถลงถึงแผนการขยายขนาด SSD ให้มีขนาดไปถึง 512 กิกะไบต์เป็นเป้าหมายต่อไป
ที่มา - MacsimumNews
แม้ช่วงนี้ทาง Seagate จะมีปัญหากับผู้ผลิต Solid State Disk (SSD) อยู่หลายคดี แต่ข่าวด้านดีๆ ก็ยังมีออกมาให้ชื่นใจเมื่อทางบริษัทประกาศตัวเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ส่งมอบฮาร์ดดิสก์ได้ครบหนึ่งพันล้านตัว รวมเป็นความจุประมาณ 79 ล้านเทราไบต์ นับแต่ส่งมอบฮาร์ดดิสก์ตัวแรกของบริษัทเมื่อ 29 ปีที่แล้ว
ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกของ Seagate นั้นคือ ST506 ที่มีความจุ 5 เมกกะไบต์ น้ำหนักรวม 2.2 กิโลกรัม และมีราคา 1,500 ดอลลาร์ เทียบกับทุกวันนี้ที่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 500 กิกะไบต์มีราคาประมาณสามพันบาทหรือหนึ่งร้อยดอลลาร์เท่านั้น
ผมจำได้ว่าฮาร์ดดิสก์ตัวแรกในบ้านผมนั้นขนาด 10 เมกกะไบต์ และไม่เคยเต็มตลอดอายุการใช้งานของมัน มองเครื่องตัวเองตอนนี้ 250 กิกะไบต์เพิ่งเต็มไป ได้เวลาซื้อเพิ่มอีกตัว
ที่มา - PR News Wire
นี้เป็นความคิดที่แปลกใหม่ในการลดภาวะโลกร้อนจากความร้อนที่เกิดขึ้นของพวกศูนย์ข้อมูลทั้งหลาย เพียงแค่สร้างสระว่ายน้ำข้างๆ แค่นั้น
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใน Uitikon ประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลเครื่อง IBM ที่เป็นของบริษัท GIB-Services AG ซึ่งบริษัทนี้ได้ใช้ความร้อนที่ออกมาไปอุ่นสระว่ายน้ำข้างเคียงให้กลายเป็นสระน้ำอุ่น
โดยความร้อนที่เกิดขึ้นจากเครื่องจะถูกส่งไปยังตัวแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อไปเร่งให้อุณหภูมิสระว่ายน้ำสูงขึ้น ซึ่งบ้านไหน หรือโรงแรมไหนที่ต้องการความร้อนนี้จะต้องจ่ายเงินในการก่อสร้างระบบร่วมกัน
ที่มา - engadget.com
ผู้จัดการรายงานจากผลการวิจัยเรื่อง "การสำรวจอุปกรณ์การเก็บข้อมูลที่ใช้ในบ้านประจำปี พ.ศ. 2550" พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของการเก็บข้อมูลดิจิตอลคอนเทนท์มากขึ้น โดยข้อมูลเหล่านี้รวมไปถึงอุปกรณ์เก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น เครื่องเล่น MP3, เครื่องเล่นเกมส์, กล้องถ่ายรูปดิจิตอลและกล้องวีดีโอ รวมไปถึงสื่อเก็บข้อมูลเช่น ซีดี ฮาร์ดดิสก์ และอื่น ๆ
ผลการสำรวจภายใต้โครงการ Skypad ของ IDC เมื่อปีที่แล้วพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผลสำรวจมีการเก็บข้อมูลน้อยกว่า 100GB
ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่มีการเก็บข้อมูลมากกว่า 100GB นั้นพบว่าไต้หวันมีจำนวนผู้เก็บรักษาข้อมูลมากกว่า 100GB มากที่สุด ตามมาด้วยประเทศไทย, ฮ่องกงและอินเดีย
สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีการเก็บข้อมูลมากกว่า 1TB ซึ่งมีเพียงแค่ 2% ของผลสำรวจทั้งหมดนั้นพบมากที่สุดในประเทศไทย ไต้หวัน และฮ่องกงตามลำดับ
โดย IDC ได้ทำการสรุปว่าตลาดอุปกรณ์เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศที่มีการเก็บข้อมูลระดับปานกลางถึงสูงมากภายใน 1 ปีจากนี้ สำหรับประเทศไทยนั้นมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตสูงกว่าประเทศอื่น ๆ (เช่นกันกับ อินเดีย จีน และเกาหลี)
ที่มา - Manager
Divshare ผู้ให้บริการรับฝากไฟล์ฟรี ที่มีฟีเจอร์ดีๆ หลายอย่าง เช่นการดาวน์โหลดไฟล์ ที่ดาวน์โหลดได้ทันที ไม่มีดีเลย์ มีโฆษณาให้ดูแต่ไม่รบกวนการดาวน์โหลดมากนัก
วันนี้เจ้าของเว็บได้ออกมาประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ผู้ใช้ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน ซึ่งประกอบด้วยประเทศ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และมองโกเลีย จะไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์จากผู้ใช้ free account ได้อีกต่อไป ส่วนไฟล์ที่อัพโหลดโดยผู้ใช้ premium account จะยังคงดาวน์โหลดได้อยู่
โดยทางเว็บได้แนะนำให้ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดไฟล์สมัคร premium account เพื่อความสามารถในการเข้าถึงไฟล์จากผู้ใช้ free account ดังเดิม ส่วนผู้อัพโหลดก็ต้องสมัคร premium account เพื่อให้ผู้ใช้ free account เข้าถึงไฟล์ได้ สรุปแล้วทางเจ้าของเว็บต้องการให้ผู้ใช้ในภูมิภาคนี้ เสียเงินให้กับเขานั่นเอง
โดยสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทางเจ้าของเว็บบอกว่ารายได้จากการโฆษณาในภูมิภาคนี้น้อยไป ไม่คุ้มค่าที่จะให้บริการฟรี จึงจำเป็นต้องยกเลิกการให้บริการฟรีไป
ถ้าเกิดผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ อย่างกูเกิลมีแนวคิดแบบนี้บ้าง พวกเราจะทำอย่างไรกัน
ที่มา - The DivShare Blog
มีข่าวไม่เป็นทางการระบุว่าทางฮิตาชิ ซึ่งมีกิจการฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อจากไอบีเอ็มมาเมื่อปี 2002 กำลังเตรียมการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการเข้ากับคู่แข่งที่ครองส่วนแบ่งในตลาดส่วนน้อยเช่น โตชิบา และฟูจิสึ
ข่าวนี้มีความเป็นไปได้สูง เพราะกิจการฮาร์ดดิสก์ที่แข่งขันสูงในตอนนี้ มีเพียงสองบริษัทที่กำลังทำกำไรอยู่ได้ คือ Seagate และ Western Digital เท่านั้น และส่วนแบ่งตลาดของสองบริษัทนี้กำลังเบียดพื้นที่ของบริษัทอื่นๆ ลงไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการรวมตัวเพื่อให้มีอำนาจในตลาดสูงขึ้นก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะทำ
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าทางฮิตาชิจะขายกิจการฮาร์ดดิสก์ให้กับบริษัท Silver Lake ซึ่งเป็นบริษัทที่เข้าไปปรับปรุงกิจการของ Seagate จนมีกำไร แต่การเจรจานั้นล้มเหลวเนื่องจากความไม่ลงตัวทางธุรกิจ
ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริง คู่แข่งในตลาดฮาร์ดดิสก์ก็จะหายไปจากสามเป็นเพียงบริษัทเดียวในครั้งเดียว
ที่มา - News.com
บริษัท Mempile Inc. จากอิสราเอลเตรียมโชว์เทคโนโลยีแผ่นดิสก์แบบใหม่ TeraDisk ในงาน CES ที่ลาสเวกัส ต้นเดือนมกราคมปีหน้า โดยมีความจุได้ถึงระดับ Terabyte
TeraDisk จะใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สีแดงแบบเดียวกับดีวีดี (ซึ่งต่างกับ Blu-ray/HD DVD ที่ใช้เลเซอร์สีน้ำเงิน) โดยมีหัวเลเซอร์ 2 หัวคือสำหรับค้นหาแทร็ก และเอาไว้เขียน-อ่านข้อมูล แผ่นต้นแบบที่ใช้โชว์ในงานต้นเดือนหน้าจะหนา 0.6 มิลลิเมตร ประกอบด้วยข้อมูล 100 เลเยอร์ ความจุรวมทั้งหมด 500GB ทางบริษัทคาดว่าจะพัฒนาให้เป็น 200 เลเยอร์ หนา 1.2 มิลลิเมตรเท่าดีวีดีมาตรฐาน และจุได้ 1TB ภายในสองสามปีข้างหน้า ก่อนจะขึ้นไปถึงเป้าความจุ 5TB หลังจากนั้นไม่นาน
Mempile อ้างว่าเทคโนโลยีของตัวเองเหนือกว่า Blu-ray/HD DVD ที่ใช้การสะท้อนของเลเซอร์ ทำให้คุณภาพของสัญญาณลดลง แต่ TeraDisk นั้นไม่มีปัญหาสัญญาณรบกวนเลยไม่ว่าจะอยู่ที่เลเยอร์ไหนก็ตาม
Mempile คาดว่าจะวางขายผลิตภัณฑ์รุ่นแรกได้ประมาณปี 2011 โดยแผ่นความจุ 700GB ตกแผ่นละ 30 ดอลลาร์
ที่มา - ComputerWorld
จากรายงานของ The Wall Street Journal คาดว่ากูเกิลเตรียมตัวเปิดบริการเก็บข้อมูลออนไลน์อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
บริการนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดข้อมูลประเภทไหนก็ได้ไปบนเซิฟเวอร์ของกูเกิลและดึงข้อมูลกลับมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต โดยบริการนี้จะเป็นบริการฟรีแต่จะมีการจำกัดพื้นที่ หากต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มจะต้องจ่ายค่าบริการ
ตอนนี้ยังไม่มีใครจากกูเกิลได้ออกมายืนยันเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับบริการนี้ออกมานานพอสมควรแล้ว โดยหลาย ๆ สื่อก็ได้ตั้งชื่อบริการนี้ว่า "Gdrive"
อ่านข่าวนี้ผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าบริการนี้จะเป็นบริการประเภทคล้าย ๆ กับ RapidShare หรือประเภทที่ว่าต้องล็อกอินก่อนเพื่อดึงไฟล์กลับมากันแน่
ที่มา - CNET News
Hitachi ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่เจ้าของเทคโนโลยีหัวอ่านขนาดเล็กที่สุด กล่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูงของตนว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ เราอาจจะได้พบกับฮาร์ดดิสก์ 4TB สำหรับเครื่องเดสก์ท็อป และ 1TBสำหรับเครื่องโน้ตบุ๊ค เมื่อเทคโนโลยีการผลิตหัวอ่านสามารถผลิตได้เล็กกว่าปัจจุบันเป็น 2 เท่า หรือเล็กเป็น 2000 เท่าของเส้นผมมนุษย์
มีการให้ความเห็นต่อมาด้วยว่าทาง Samsung ควรอัพเดทกราฟประสิทธิภาพระหว่าง SSD กับฮาร์ดดิสก์หลังจากนี้
นักวัจัยชาวฝรั่งเศส Albert Fert และชาวเยอรมัน Peter Grünberg ควัารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์จากเทคโนโลยีที่มีื่อว่า Giant Magnetoresistance หรือ GMR ซึ่งแตกแขนงมาจากนาโนเทคโนโลยี โดยสามารถนำมาประยุกต์เพื่อเพิ่มความจุของฮาร์ดดิสก์โดยที่ฮาร์ดดิสก์มีขนาดที่เล็กลง (อ่านประกอบ) หรือ พัฒนาเซ็นเซอร์แม่เหล็กหลายรูปแบบ
ที่มา - Engadget.com, Wikipedia.com, Nobelprize.org, Pcguide.com
หมายเหตุ ขออภัยที่ไม่สามารถอธิบาย GMR ได้อย่างละเอียด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คลิก หากมีใครสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ช่วยอธิบายต่อทีครับ
ลำพังแค่ศึกระหว่าง HD DVD กับ Blu-ray ก็ยังไม่แล้ว ตอนนี้เรากำลังจะมีฟอร์แมตใหม่แบบที่สามเข้ามาให้เลือกใช้ (หรือสับสน?) กันอีกแล้ว
HD VMD (Versatile Media Disk) คิดค้นโดยบริษัท New Medium Enterprises จากลอนดอน HD VMD ไม่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สีน้ำเงิน (ความถี่สูง) แบบเดียวกับสองฟอร์แมตข้างต้น แต่กลับใช้เลเซอร์สีแดงแบบที่ใช้อยู่ในดีวีดีปัจจุบัน เพียงแต่เพิ่มความจุด้วยการเพิ่มจำนวนเลเยอร์แทน โดยปัจจุบันสามารถจุได้แผ่นละ 30GB
ด้วยเหตุผลข้างต้น จุดขายของ HD VMD จึงเป็นเรื่องราคาของแผ่นและเครื่อง เพราะเอาเครื่องเล่นดีวีดีปัจจุบันมาปรับปรุงนิดหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว เราจึงสามารถซื้อเครื่องเล่นแบบ HD ความละเอียด 1080p ที่ราคาประมาณ 150 ดอลลาร์ได้ (เครื่องเล่น HD DVD ราคาถูกที่สุดประมาณ 300 เหรียญ)
ทางบริษัท New Medium Enterprises ประกาศว่าจะมีภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแบบ HD VMD ประมาณ 20 เรื่อง (เรื่องเด่นมาจากค่ายของเมล กิ๊บสัน) และภาพยนตร์บอลลีวู้ดอีกประมาณ 50 เรื่องในช่วงเริ่มต้น
ที่มา - Ars Technica
เหตุการณ์น้ำท่วมเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ สร้างความรุ่งเรืองให้กับธุรกิจบางประเภทอย่างไม่น่าเชื่อ หนึ่งในนั้นคือธุรกิจกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์นั่นเอง
บริษัทกู้ข้อมูลอย่าง Kroll Ontrack ได้เห็นโอกาสนี้จึงเปิดบริการกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ที่จมน้ำในเหตุการณ์นี้ในราคาเดียวกันหมดคือ 850 ดอลลาร์ โดยร้อยละ 10 จะบริจาคเข้ากาชาดของสหรัฐ ขณะที่ค่าบริการปรกติอาจจะสูงถึง 2,500 ดอลลาร์
ทางบริษัทระบุว่าตัวฮาร์ดดิสก์นั้นมีการผนึกไว้เป็นอย่างดี ดังนั้นแม้จะจมอยู่ใต้น้ำหลายชั่วโมง โดยทั่วไปแล้วข้อมูลก็ยังคงอยู่ครบถ้วน โดยช่วงเวลานานที่สุดที่ทางบริษัทเคยกู้ข้อมูลได้คือฮาร์ดดิสก์ที่จมทะเลไปแล้วถึงหนึ่งปี นอกจากนี้บริษัทยังรับกู้ข้อมูลจากความเสียหายแบบอื่นๆ เช่น ถูกยิง, ไฟไหม้ หรือกระทั่งถูกค้อนปอนด์ทุบก็ตามที
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออกมาแสดงความกังวลกับเรื่องนี้ว่า การที่ข้อมูลสามารถกู้ได้ในระดับนี้อาจจะเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยเมื่อเจ้าของข้อมูลต้องการทำลายข้อมูลนั้นจริงๆ งานนี้ใครจะส่งเครื่องไปซ่อมคงต้องล้างกันให้ดีๆ ก่อน
เดี๋ยวจะมีคลิปหลุดออกมาอีก...
ที่มา - PhysOrg
นักวิทยาศาสตร์ของ IBM ได้ออกมาประกาศเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้เข้าใกล้วิธีที่จะสามารถจัดเรียงอะตอมเดียวเพื่อสร้าง หน่วยย่อยสำหรับฮาร์ดดิสก์ขนาดเล็กและบางที่สุด
ด้วยพลังแห่งศาสตร์นาโนเทคโนโลยีทำให้นักวิทยาศาสตร์ไอบีเอ็มสามารถเข้าใจคุณสมบัติของอะตอมและการจัดการอะตอมนั้น ซึ่งคุณสมบัติอะตอมที่นำมาใช้ในงานวิจัยนี้คือ คุณสมบัติการที่อะตอมทำตัวเป็นแม่เหล็กขนาดเล็ก ถ้าสามารถให้ขั้วแม่เหล็กเรียงตัวอย่างสเถียรได้ตลอดเวลา นั้นจะทำให้สามารถใช้เป็นตัวเก็ยข้อมูลได้ และนี่คือกลไกของการเก็บข้อมูลฮาร์ดดิสก์
ตอนนี่นักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มกำลังศึกษาเพื่อคุณสมบัตินี่ในอะตอมเดียวให้เข้าใจมากขึ้น อีกคุณสมบัติที่สามารถนำมาทำเป็นสวิทซ์เปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ คือการสั่นตัวของอะตอม และการควบคุมอะตอมเหล่านี่จะไม่ทำให้กลไกการทำงานของอะตอมเสียไปด้วย
การค้นพบทั้งสองได้ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Science โดยเป็นมี Cyrus Hirjibehedin, นักวิทยาศาสตร์ ที่ International Business Machines Corp.'s Almaden Research Center ใน ซาน โฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย
ถ้านึกภาพฮาร์ดดิสก์ที่กล่าวไปไม่ออกว่าจะขนาดไหนลองนึกภาพอนาคตฮาร์ดดิสก์ขนาดนี้อยู่มือคุณ ที่สามารถบรรจุหนังได้ 30,000 เรื่อง ในขนาดเท่ากับไอพ็อดดูสิ
ที่มา - Reuters.com











