Bright Side of News รายงานว่า แอปเปิลกำลังสร้าง SSD ขนาด 2TB เพื่อใส่ใน Mac Pro รุ่นใหม่ที่มีกำหนดคลอดปีนี้
SSD ขนาด 2TB นี้ น่าจะมีขนาด 3.5 นิ้วเท่ากับฮาร์ดดิสก์จานหมุนขนาด 3.5 นิ้ว ใช้สาย SATA ในการเชื่อมต่อ ซึ่งหากมีฮาร์ดดิสก์แบบ 2TB จริง Mac Pro น่าจะมีฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ได้ถึง 8TB ต่อเครื่องเลยทีเดียว!
หากดูจากเวลาที่อินเทลเปิดตัวชิพ Xeon รุ่นใหม่ที่น่าจะเป็นปลายปีนี้ Mac Pro รุ่นใหม่น่าจะเปิดตัวช่วงนั้นเช่นเดียวกัน ส่วนหน้าตาก็คงจะใช้แบบเดิมต่อไปอีกสักพัก
ที่มา - Bright Side of News ผ่าน MacRumors
แอปเปิลเปิดตัว Fusion Drive มาได้สักพักพร้อมกับการเปิดตัว Mac mini รุ่นใหม่และ iMac โฉมใหม่ (อ่านการทำงานของ Fusion Drive ได้ที่นี่) ตอนนี้สื่อหลายสำนักก็ทดสอบ Fusion Drive กันแล้ว
MacWorld ทดสอบ Mac mini ที่สั่ง Fusion Drive แบบ Build To Order กับ Mac mini รุ่นปกติที่มาพร้อมฮาร์ดดิสก์ 5400 รอบต่อนาที ผลปรากฏว่า Mac mini ที่ติดตั้ง Fusion Drive สามารถคัดลอกไฟล์หรือแตกไฟล์ได้เร็วกว่า Mac mini รุ่นปกติถึง 3 เท่า ส่วนผลการทดสอบด้วย PCMark (รันบน VMWare Fusion) Mac mini ที่ติดตั้ง Fusion Drive ได้คะแนนมากกว่ารุ่นปกติ 3 เท่า
หากนำไปเทียบกับ MacBook Pro with Retina Display ผลปรากฏว่า Mac mini ที่มาพร้อม Fusion Drive ชนะการทดสอบได้บางอย่าง เช่น นำเข้าไฟล์ใน iPhoto, iMovie และ Aperture ส่วนการคัดลอกและแตกไฟล์ MacBook Pro with Retina Display ที่เป็นฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ล้วน ๆ ชนะไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงรอบการอัพเกรด SSD ของอินเทลประจำปี สำหรับรุ่นใหญ่สุดในสาย 7xx ปีนี้อินเทลปรับเปลี่ยนชื่อสายเป็น DC S3700 ที่มีตั้งแต่รุ่น 100GB ไปจนถึง 400GB
ไดร์ฟรุ่นใหม่รองรับการเข้ารหัสแบบ AES มีหน่วยความจำสำรองบนไดร์ฟในกรณีที่มีหน่วยความจำบางส่วนเสียหายไปก็ยังสามารถทำงานได้ต่อ โดยหากเขียนแล้วลบทั้งลูกวันละสิบครั้ง อายุการใช้งานเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 ปี
ประสิทธิภาพในแง่ IOPS จะอยู่ที่ 35,000 IPS สำหรับการเขียนบล็อค 4KB และ 75,000 IOPS สำหรับการอ่านบล็อค 4KB ระยะเวลารอการเขียนโดยเฉลี่ย 65uS และมีโอกาสต่ำกว่า 500uS ที่ความน่าจะเป็น 0.999 การถ่ายข้อมูลได้ความเร็วในการอ่าน 500MB/s และเขียน 460MB/s การอ่านเร็วขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว 2 เท่าตัวขณะที่การเขียนเร็วขึ้น 15 เท่าตัว
ราคาเริ่มต้น 235 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 100GB รุ่นสูงสุดคือ 400GB ราคา 1,880 ดอลลาร์ ถ้าใครยังไม่ได้ใช้ SSD แนะนำให้หามาใส่ไว้รันฐานข้อมูลแล้วชีวิตจะดีขึ้นเยอะ
ที่มา - Intel
ในขณะที่แอปเปิลเปิดตัว iMac ใหม่เมื่อวาน ได้มีการเปิดตัวการเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ Fusion Drive ซึ่งเป็นการรวมเอา SSD กับ HDD ธรรมดาเข้ามาเป็นไดรฟ์เดียวกัน โดยซอฟต์แวร์จะเป็นตัวบริหารจัดการว่าจะเอาข้อมูลลักษณะใดเก็บไว้บน SSD และข้อมูลแบบไหนเก็บไว้ใน HDD โดยหากมีความจำเป็นที่จะต้องสลับข้อมูลระหว่างสองไดรฟ์นี้ เนื่องจากเกิดการเรียกใช้งานบ่อยขึ้นหรือน้อยลง ซอฟต์แวร์จะจัดการย้ายไฟล์เองโดยที่ผู้ใช้จะมองไม่เห็น
ทั้งนี้ มีหลาย ๆ คนได้ออกมาบอกว่า Fusion Drive ของแอปเปิลนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก Hybrid Drive ทั่วไปที่มีวางขายอยู่ในตลาด แต่เว็บ MacObserver ได้ออกมาบอกว่าการทำงานของ Fusion Drive ไม่เหมือนกับ Hybrid Drive เพราะว่าแอปเปิลไม่ได้ทำการ cache ข้อมูลจาก HDD มาอยู่บน SSD
การให้บริการเก็บข้อมูลหรือการเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ขององค์กร ในปัจจุบันนั้นมีตัวเลือกอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมความต้องการ
เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่มีการพัฒนาไม่หยุดหย่อน ซึ่งในแต่ละระบบมีขีดจำกัดหลายเรื่องต่างกัน เช่น ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูล, ความยืดหยุ่นของระบบ, พลังงานที่ใช้, การใช้สอยพื้นที่หรือสถานที่ เป็นต้น ซึ่งต้องนำมาพิจารณาเป็นข้อดีและข้อเสีย เพื่อพิจารณาว่าสมควรใช้ระบบใด จากเดิมนิยมใช้ฮาร์ดดิสก์ก็มีบางส่วนหันมาใช้ SSD เพื่อความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลเร็วยิ่งขึ้น สู่ระบบ NAS หรือ SAN ที่มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น และระบบอื่นๆ ที่มีมากมาย โดยความได้เปรียบของ SSD ที่เป็นที่รู้กันดีคือประสิทธิภาพจะสูงกว่าฮาร์ดดิสก์
Other World Computing (OWC - เป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อัพเกรด Mac ในสหรัฐอเมริกา) ออกชุดอัพเกรด Solid State Drive ขนาด 480GB สำหรับ MacBook Pro รุ่น Retina Display ที่มีความจุ 256GB เป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าที่อยากเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยตนเองสามารถสั่งจองผ่านทางหน้าเว็บไซต์แล้วและจะเริ่มจัดส่งในสัปดาห์หน้า
ด้วยราคาสูงถึง $580 (ประมาณ 18,000 บาท) และความจุที่ได้เพิ่มขึ้นจาก 256GB เป็น 480GB เทียบกับการอัพเกรดเป็น 512GB ที่ราคา $500 (ประมาณ 15,800 บาท) จาก Apple ทางเลือกจาก OWC ดูแพงกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ทาง OWC เคลมไว้ว่า SSD ที่ผลิตนั้นสามารถอ่านข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดแตะที่ 500MB/s และบอกว่า SSD จาก Apple นั้นอ่านได้ที่ความเร็วสูงสุด 461MB/s
Fusion-io ผู้สร้างการ์ด SSD ความเร็วสูง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สร้างระบบย่อยที่เรียกว่า Extended Memory ที่ใช้ขยายหน่วยความจำให้คอมพิวเตอร์จนเหมือนมีหน่วยความจำใหญ่ถึง 2.64TB ด้วยการ์ด ioMemory
ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทาง Fusion-io ได้ออกชุดพัฒนา ioMemory SDK มาก่อนแล้ว แต่ Extended Library จะเข้ามาช่วยให้แอพพลิเคชั่นเดิมสามารถใช้งานการ์ด ioMemory ได้โดยไม่ต้องแก้ไขแอพพลิเคชั่น
ยังไม่มีรายละเอียดว่า Extended Memory นั้นจริงๆ แล้วทำงานอย่างไร โดยมันอาจจะเป็นเคอร์เนลโมดูล หรือไลบรารีที่ต้องลิงก์โปรแกรมเข้าไปด้วยกันก็เป็นได้ แต่การทำงานโดยรวมนั้นเหมือนกับการทำ Page Swap ในทุกวันนี้ ที่ข้อมูลที่ถูกใช้น้อยจะถูกเก็บในส่วน NAND ที่ไม่หายไปเมื่อปิดเครื่องแต่ความเร็วต่ำกว่า ขณะที่ข้อมูลที่ถูกใช้งานอยู่จะอยู่ในหน่วยความจำความเร็วสูง ความได้เปรียบของ SSD ที่ความเร็วสูงกว่า โดยเฉพาะการ์ดที่ IOPS สูงๆ เช่น Fusion-io จะทำให้การใช้งานจริงต่างจากการใช้แรมจริงๆ ไม่มากนัก
ที่มา - Fusion-io, The Register
หลังจากอินเทลเปิดตัว SSD รุ่นประสิทธิภาพสูงสำหรับตลาดบนไปแล้ว ก็ถึงคิวของรุ่นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในซีรีส์ 330 ที่เปลี่ยนไปใช้การผลิตที่สถาปัตยกรรมขนาด 25 นาโนเมตร ทำความเร็วได้อยู่ในระดับมาตรฐาน อ่านเขียนได้ 500MBps/450MBps ไม่ต่างกับรุ่นก่อนหน้า หรือคู่แข่งมากนัก
จุดเด่นของซีรีส์ใหม่นี้อยู่ที่ราคาถูกพอตัว เปิดราคาต่ำสุด 89 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับความจุ 60GB ตามมาด้วยรุ่นกลาง 149 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่นความจุ 120GB ปิดท้ายด้วยรุ่นบนสุด 234 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่นความจุ 180GB มีประกันให้ทั้งสิ้นสามปี
อินเทลระบุว่าเริ่มวางขาย SSD รุ่นใหม่แล้ว ใครลองสั่งมาใช้แล้วก็เอามารีวิวโชว์บ้างนะครับ
ที่มา - Intel
อินเทลเปิดตัวไดร์ฟ SSD รุ่นท็อปตัวใหม่ 910 Series สำหรับตลาดศูนย์ข้อมูลระดับสูง จุดเด่นของมันคือการเชื่อมต่อแบบ PCIe ที่ทำลายข้อจำกัดของ SATA แบบเดิม
SSD แบบ multi-level cell (MLC) ในช่วงหลังเจอปัญหาว่าติดคอขวดของการส่งข้อมูลแบบ SATA ที่ 3 Gbps ทางออกจึงเป็นการหันมาใช้การเชื่อมต่อแบบ PCIe ที่เร็วกว่าเพราะสามารถเพิ่มจำนวนเลนได้ และ SSD 910 Series นี่ก็เป็น SSD ของอินเทลรุ่นแรกที่หันมาใช้ PCIe
อินเทลบอกว่าความเร็วในการอ่านสูงสุดอยู่ที่ 2GBps ส่วนการเขียนอยู่ที่ 1GBps อายุการใช้งาน 5 ปี (คิดจากการเขียนแบบทั้งดิสก์วันละ 10 ครั้งทุกวัน) มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 400GB (1,929 ดอลลาร์) และ 800GB (3,859 ดอลลาร์) ใครเงินถึงก็ลองไปซื้อมาใช้งานกันได้
อินเทลเปิดตัว SSD Drive รุ่นใหม่ 520 ซึ่งถือเป็น SSD ระดับกลางของอินเทล ต่อจาก SSD 510 ที่เคยออกมาช่วงต้นปีที่แล้ว
SSD 520 รหัส "Cherryville" มีอัตราการส่งข้อมูลที่ 6 Gpbs SATA III (เท่ากับรุ่น 510) แต่จุดที่พัฒนาขึ้นคือใช้หน่วยความจำ NAND flash ผลิตที่ระดับ 25 นาโนเมตร (ของเดิม 34 นาโนเมตร) ขนาดเริ่มต้นที่ 60GB ไล่ไปจนถึง 480GB ส่วนราคาขายส่งรุ่นต่ำสุด 60GB อยู่ที่ 149 ดอลลาร์ (4,700 บาท) ต่อการซื้อ 1,000 ตัว
ผลิตภัณฑ์ตระกูล SSD ของอินเทลเป็นการจับมือร่วมกับบริษัท SandForce ที่ออกแบบตัวคอนโทรลเลอร์ (อินเทลใช้คำว่า Flash Storage Processor) ซึ่งคอนโทรลเลอร์ตัวนี้ก็ใช้ในผลิตภัณฑ์ SSD ยี่ห้ออื่นๆ อย่าง Kingston หรือ OCZ ด้วยเช่นกัน
ผลการทดสอบอ่านได้จาก AnandTech และที่ The Verge รวบรวมลิงก์การทดสอบจากหลายแห่งมาไว้ให้ด้วย
ที่มา - Intel
ข่าวลือจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส อ้างว่าแอปเปิลได้เตรียมที่จะเข้าซื้อ Anobit บริษัทผลิตชิปหน่วยความจำแฟลชเมโมรี่จากประเทศอิสราเอลที่ราคาประมาณ 400 หรือ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Anobit เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในเรื่อง signal processing สำหรับชิปหน่วยความจำ ทำให้สามารถเพิ่มทั้งความจุและประสิทธิภาพของชิปเหล่านี้ได้ เทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำมาใช้ในชิปหน่วยความจำจากซัมซุงและ Hynix ที่ถูกนำมาใช้ใน iPhone 4S อยู่แล้วในทุกวันนี้
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแอปเปิลไม่เคยที่จะคิดซื้อ "ผู้ผลิต" ฮาร์ดแวร์มาก่อน โดยก่อนหน้านี้การเข้าซื้อ P.A. Semi และ Intrinsity ต่างก็เป็นการซื้อ "ผู้คิดค้น-ดีไซน์" เทคโนโลยี ไม่ใช่ผู้ผลิตแต่อย่างใด แต่การเข้าซื้อนี้ก็ฟังดูมีเหตุผลดี หากมาดูจากทัศนคติที่แอปเปิลมีต่อฮาร์ดดิสก์ (HDD) ทุกวันนี้ที่เป็นอุปสรรคต่อการออกแบบสินค้าของแอปเปิล จนถึงตอนนี้ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อข่าวนี้แต่อย่างใด
ที่มา - Engadget
นอกจากธุรกิจซีพียูแล้ว ธุรกิจที่สำคัญมากของอินเทลคือหน่วยความจำแบบแฟลชที่ใช้ในการ์ดแบบ CF, micro SD, รวมถึงดิสก์แบบ SSD ทั้งหลาย และวันนี้อินเทลก็ได้เปิดตัวชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ที่มีความจุสูงถึง 128Gb แล้ว โดยธุรกิจส่วนนี้อินเทลร่วมมือกับไมครอนในการพัฒนาในบริษัทที่ชื่อว่า IM Flash Technology (IMFT)
ชิปรุ่นใหม่นี้ใช้กระบวนการผลิตที่ 20 นาโนเมตร สามารถส่งข้อมูลได้ 333 ล้านครั้งต่อวินาที และ High-K metal gate ที่เป็นเทคนิคการผลิตเฉพาะของอินเทล
เทคโนโลยีใหม่นี้จะเริ่มเดินสายการผลิตตัวอย่างในต้นปี 2012 ส่วนระหว่างนี้อินเทลประกาศจะเดินหน้าสายการผลิตชิป 64Gb เป็นปริมาณมาก
การพัฒนาสารการผลิตของหน่วยความจำแบบ NAND flash แบบนี้กำลังกดดันให้ราคาต่อพื้นที่นั้นต่ำลงอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเราอาจจะเห็นหน่วยความจำแบบนี้ถูกกว่าฮาร์ดดิสก์ในไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา - Intel
เรื่องที่หลายคนน่าจะสงสัยกันเรื่อยมาคือหลังจากภาวะฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดอย่างหนักจนราคาพุ่งขึ้นไม่หยุดนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับราคา SSD บ้าง คำตอบในเรื่องนี้คือราคา NAND flash ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ SSD นั้นยังตกลงไม่หยุด โดยชิปประเภท 32Gb (กิกะบิต หรือ 4 กิกะไบต์ต่อชิป) นั้นราคาตกลงหนักที่สุดถึง 6% ขณะที่ตลาดโดยรวมตกลง 4-6%
สาเหตุที่ราคาชิปตกลงทั้งที่ฮาร์ดดิสก์ขาดตลาดนั้นเป็นเพราะกล้องถ่ายภาพซึ่งเป็นผู้ใช้หน่วยความจำแบบแฟลชส่วนใหญ่ก็หยุดการผลิตไปเช่นกัน (เช่นโซนี่และนิคอนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง) ทำให้ความต้องการของหน่วยความจำนั้นลดลงชดเชยกันไป อีกทั้งหลายโรงงานก็กำลังปรับสายการผลิตไปยังกระบวนการผลิตแบบ 2x นาโนเมตร (เช่น 22 นาโนเมตรของอินเทล หรือ 28 นาโนเมตรของ TSMC) และชิปรุ่นสูงก็กำลังปรับไปใช้กระบวนการผลิต 1x นาโนเมตร ทำให้ปริมาณความจุของหน่วยความจำที่ได้ต่อแผ่นเวเฟอร์นั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
เรื่องนี้กลายเป็นข่าวร้ายสำหรับโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ และคงเป็นข่าวร้ายสำหรับอุตสาหกรรมนี้ในบ้านเรา เพราะขณะที่การเก็บข้อมูลแบบ SSD นั้นเริ่มเข้ามาแทนที่ฮาร์ดดิสก์อยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์น้ำท่วมในบ้านเรากลับเร่งให้สินค้าสองอย่างมีราคาใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ เร็วขึ้นกว่าเดิม
ที่มา - DigiTimes
แผนการออกสินค้าของอินเทลหลุดออกมาอีกครั้งทำให้เรารู้ว่าในไม่กี่เดือนข้างหน้าอินเทลกำลังปล่อย SSD รุ่นใหม่ในตระกูล 700 ออกมานั่นคือ Intel SSD 720 "Ramsdale" ที่ใช้ PCIe แทนพอร์ต SATA
SSD 720 จะมีขนาด 400GB และ 200GB ออกมาพร้อมกัน มันจะช่วยให้อินเทลสามารถแข่งขันกับผุ้ผลิตรายอื่นๆ ที่มี SSD แบบ PCIe ออกมาก่อนหลายเดือนแล้ว ขณะเดียวกันมันก็จะช่วยให้อินเทลแบ่งสินค้าในตระกูล SSD ออกอย่างชัดเจน คือตระกูล 700 จะกลายเป็นตระกูลความเร็วสูงสุดและใช้ PCIe ทั้งหมด, ตระกูล 500 จะใช้ SATA 6Gbps, และตระกูล 300 จะใช้ SATA 3Gbps หรือ mSATA สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
อินเทลเตรียมประกาศอัพเกรด SSD ยกแผงในไม่กี่เดือนข้างหน้า และตระกูล 500/700 นั้นจะมีการอัพเกรดอีกครั้งในไตรมาสที่สองของปีหน้า
ผลกระทบจากน้ำท่วมในไทยที่ส่งผลฮาร์ดดิสก์ขาดแคลนน่าจะทำให้ราคา SSD กระทบจากการเป็นสินค้าทดแทนกันได้ปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นหากใครต้องใช้งานช่วงนี้อาจจะไม่ต้องรอรอบการอัพเกรดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ที่มา - Toms Hardware
Hotmail เปลี่ยนระบบเก็บข้อมูล: เลิกใช้ RAID, หันมาทำระบบเก็บข้อมูลข้ามดิสก์เอง, ใช้ SSD เร่งความเร็ว
วิศวกรของไมโครซอฟท์ออกมาประกาศว่า Hotmail กำลังเปลี่ยนสถาปัตยกรรมการเก็บข้อมูลเสียใหม่ จากเดิมที่ใช้ RAID เพื่อสำรองข้อมูล แต่พบว่าเมื่อดิสก์มีขนาดใหญ่เรื่อยๆ RAID ไม่ได้ช่วยอะไรนัก แถมยังมีปัญหา RAID เสียยกชุดอยู่บ่อยๆ
Hotmail จึงสร้างซอฟต์แวร์สำหรับกระจายข้อมูลไปเก็บบนฮาร์ดดิสก์หลายๆ ตัวแทน (ตรงนี้คงไม่ต่างอะไรกับ Google File System ที่กูเกิลทำมาตั้งแต่เปิดบริษัทใหม่ๆ) โดยระบบใหม่ของ Hotmail มีชื่อเล่นว่า "JBOD" ย่อมาจาก “Just a Bunch Of Disks”
นอกจากนี้ Hotmail ยังเร่งความเร็วของการอ่านข้อมูล metadata ของอีเมลที่มีขนาดเล็ก (fragmented) และถูกเรียกใช้บ่อยๆ โดยเก็บข้อมูลเหล่านี้ใน SSD แทน ส่วนตัวเนื้อหาของอีเมลที่มีขนาดใหญ่จะยังเก็บในฮาร์ดดิสก์เช่นเดิม
ที่มา - Inside Windows Live
มีคนค้นพบว่า SSD ของ Macbook Air รุ่นใหม่บางเครื่องมีความเร็วช้ากว่าบางเครื่อง เนื่องจากมีการไช้ SSD จากทั้ง Samsung และ Toshiba
โดยทาง Engadget ทดสอบดูพบว่าเครื่องรุ่นเก่าที่ใช้ Samsung SSD ขนาด 256GB สามารถเขียนได้ที่ความเร็ว 214 MB/s และอ่านได้ที่ความเร็ว 251 MB/s
ส่วนเครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้ Toshiba SSD ขนาด 128 GB สามารถเขียนได้ที่ความเร็ว 184 MB/s และอ่านได้ที่ความเร็ว 203 MB/s
ที่มา Engadget
ใครคิดจะซื้อ SSD ใช้งานช่วงนี้อาจจะต้องระวังกันสักหน่อยเมื่อผู้ใช้จำนวนหนึ่งพบปัญหาว่าอยู่ดี Intel SSD ตระกูล 320 ไม่ว่าจะขนาดเท่าใหร่ก็ลดขนาดตัวเองเหลือ 8MB ได้ ปัญหานี้จะเกิดขึ้นหากปิดเครื่องอย่างผิดปรกติเช่นไฟดับ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถอ่านข้อมูลอื่นๆ ออกมาได้
ผู้ใช้บางส่วนระบุว่าสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการใช้เครื่องมือของอินเทลเองในการล้างข้่อมูลทั้งหมดแต่ก็จะทำให้ข้อมูลหายไปทันที
ปัญหานี้น่าจะแก้ได้ด้วยการอัพเกรดเฟิร์มแวร์เพียงอย่างเดียว โดยเฟิร์มแวร์รุ่นที่แก้ปัญหาแล้วน่าจะส่งถึงลูกค้าภายในสิ้นเดือนนี้
ระหว่างนี้ถ้าใครใช้ก็อาจจะต้องเปิดปิดเครื่องอย่างระวัง และสำรองข้อมูลกันบ่อยๆ
อินเทลเปิดตัว SSD รุ่นที่สามสำหรับตลาดคอนซูเมอร์ 320 Series ซึ่งจะมาแทนรุ่น X-25M ของเดิม
Intel SSD 320 Series จะใช้กระบวนการผลิตที่ 25 นาโนเมตร (510 Series รุ่นท็อปที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ผลิตที่ 34 นาโนเมตร) การเชื่อมต่อจะผ่าน SATA II สูงสุด 3Gbps, ความเร็วในการอ่าน 270MBps, ความเร็วในการเขียน 220MBps
320 Series มีให้เลือกตั้งแต่ 40GB, 80GB, 120GB, 160GB, 300GB และ 600GB ที่น่าสนใจที่สุดคงเป็นราคาที่บางความจุถูกกว่ารุ่นเดิมถึง 30% (บางความจุอาจลดราคาลงไม่ถึง 30%) รุ่นถูกที่สุด 40GB ขาย 89 ดอลลาร์ต่อการสั่งซื้อ 1,000 ตัว
ที่มา - Intel Press, The Register, Computerworld
Seagate เปิดตัว SSD รุ่น Pulsar.2 สำหรับ SSD ที่มีขนาดใหญ่ และ Pulsar XT.2 สำหรับการใช้ SSD ความเร็วสูง พร้อมกับ HDD สำหรับองค์กร คือ Savvio และ Constellation
SSD นั้นตัว Pulsar.2 จะมีขนาดสูงสุด 800GB โดยทั้งหมดจะเป็นดิสก์แบบ 2.5" SATA 3.0 SAS โดยมีอัตราการเสียต่อปี (annualised failure rate - AFR) อยู่ที่ 0.44% ต่อปีและอายุการใช้งานเฉลี่ย 2 ล้านชั่วโมง สำหรับรุ่น Pulsar XT.2 นั้นจะมีขนาดสูงสุดที่ 400GB โดยมีความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 360MB/s และเขียน 300MB/s สามารถทำ IOPS ได้ 48,000 read IOPS และ 22,000 write IOPS
หลังการอัพเกรดซีพียูและชิปเซ็ต วันนี้ก็ถึงรอบของการอัพเกรด SSD ของอินเทลที่เริ่มรองรับมาตรฐาน SATA 3.0 หรือที่เราเรียกว่า SATA-6 เพราะมีความเร็วสูงสุดที่ 6Gbps
Intel SSD 510 ผลิตที่กระบวนการ 34 นาโนเมตร ทำความเร็วในการอ่านได้สูงสุด 500MB/s และความเร็วในการเขียน 315MB/s
ราคาขายที่ล็อต 1,000 ตัวคือ 584 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 250GB และ 284 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 120GB
ที่มา - Intel











