สถิติส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ประจำไตรมาสแรกของปี 2013 จากค่าย IDC (สถิติของ Gartner เอาไว้ดูเทียบ)
- อันดับหนึ่ง Android ขายได้ 162 ล้านเครื่อง คิดเป็น 75% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก เติบโตขึ้นจากปีก่อน 79.5%
- อันดับสอง iOS ขายได้ 37.4 ล้านเครื่อง คิดเป็น 17.3% เติบโต 6.6%
- อันดับสาม Windows Phone ขายได้ 7 ล้านเครื่อง คิดเป็น 3.2% เติบโต 133.3%
- อันดับสี่ BlackBerry ขายได้ 6.3 ล้านเครื่อง คิดเป็น 2.9% ลดลงจากปีก่อน 35.1%
จุดที่น่าสนใจคือ Windows Phone แซงหน้า BlackBerry ขึ้นมาเป็นอันดับสามได้แล้ว โดยโนเกียมีส่วนแบ่งตลาด 79% ของยอดขาย Windows Phone ทั้งหมด ส่วน BlackBerry เองแม้ยอดขายตกแต่แพลตฟอร์มอนาคตอย่าง BB10 ก็ขายได้เกิน 1 ล้านเครื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีเช่นกัน
ที่มา - IDC
IDC เปิดเผยข้อมูลส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตโลกที่ขายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2013
- แอปเปิลยังนำเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 19.5 ล้านเครื่อง ขายได้เพิ่มขึ้น 65.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ส่วนแบ่งลดลงจาก 58.1% เมื่อไตรมาสแรกของปีก่อนมาอยู่ที่ 39.6%
- อันดับสอง ซัมซุง ขายได้ 8.8 ล้านเครื่อง โต 282.6% ส่วนแบ่งตลาด 17.9%
- อันดับสาม เอซุส ขายได้ 2.7 ล้านเครื่อง โต 350% ส่วนแบ่งตลาด 5.5%
- อันดับสี่ อเมซอน ขายได้ 1.8 ล้านเครื่อง โต 157.1% ส่วนแบ่งตลาด 3.7%
- อันดับห้า ไมโครซอฟท์ ขายได้ 0.9 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 1.8%
- ผู้ขายอันดับที่เหลือมีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 31.5%
บริษัทวิจัย IDC เผยผลสำรวจยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2013 พบว่ามีจำนวนลดลงเหลือ 76.3 ล้านเครื่อง หรือลดลงถึง 13.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2012 โดยเป็นการลดลงแบบเทียบกับปีก่อนติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สี่ รวมถึงเป็นตัวเลขการลดลงที่มากที่สุด นับตั้งแต่ IDC เริ่มทำการสำรวจตลาดรวมในปี 1994
Bob O'Donnell รองประธานของ IDC บอกว่าผลที่ออกมานี้ช่วยยืนยันได้ว่า Windows 8 ไม่สามารถกระตุ้นตลาดพีซีได้ และธุรกิจพีซีก็ยังประสบปัญหาในการแข่งขันกับอุปกรณ์ที่มีราคาต่ำกว่าอย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม
สำหรับสถิติส่วนแบ่งยอดขายนั้นที่น่าสนใจคือ HP ยังคงเป็นเบอร์หนึ่ง แต่ก็ลดลงถึง 23.7% ขณะที่ Lenovo ซึ่งอยู่อันดับสองแบบหายใจรดต้นคอแล้วนั้น ยอดขายกลับทรงตัวไม่ได้ลดลงมากแบบผู้ผลิตรายอื่น
ที่มา: IDC
ในบล็อกของ Frank X. Shaw ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ยังพูดถึงสถิติยอดขาย Windows Phone ในไตรมาสที่สี่ของปี 2012 ว่าเอาชนะ iPhone ได้แล้วใน 7 ประเทศ
ผู้สื่อข่าวของ The New York Times สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไปยัง IDC เจ้าของข้อมูลนี้ และได้รับคำตอบว่า 7 ประเทศดังกล่าวคือ อาร์เจนตินา อินเดีย โปแลนด์ รัสเซีย แอฟริกาใต้ ยูเครน และ "กลุ่มประเทศยุโรปกลาง-ตะวันออกอื่นๆ" (ที่ IDC นับรวมเป็นตลาดเดียว เช่น โครเอเชีย)
IDC ยังให้ข้อมูลด้วยว่าบางประเทศอย่างแอฟริกาใต้ ยูเครน และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก เป็นตลาดขนาดเล็กอยู่แล้ว ทำให้ Windows Phone ก็มียอดขายเป็นจำนวนจริงๆ ไม่เยอะนัก ไม่ถึง 100,000 เครื่องในไตรมาสดังกล่าว
ส่วนเหตุผลที่ Windows Phone มาแรงในบางประเทศนั้น IDC ยกให้เป็นความดีความชอบของโนเกียที่ยังมีความนิยมสูง และแอปเปิลตั้งราคา iPhone แพงเกินไป บวกกับโอเปอเรเตอร์ของประเทศเหล่านี้ไม่ได้ช่วยจ่ายค่าเครื่องให้แบบประเทศยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ
ที่มา - The New York Times via CNET
ถือเป็นยุครุ่งโรจน์ของอุปกรณ์พกพาจริงๆ เมื่อ IDC ออกมาตัวเลขสัดส่วนอุปกรณ์ไอทีในปี 2012 ผลปรากฎว่าแท็บเล็ตที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนั้นเติบโตขึ้นมาอย่างมากจนเข้าใกล้เดสก์ท็อปพีซีเข้าไปทุกที
นับเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์พกพา แท็บเล็ตนั้นโตขึ้นมาจากปีก่อนหน้า (YoY) ถึง 78.4% มียอดส่งของมากถึง 128.3 ล้านเครื่องในปี 2012 แม้จะยังมีส่วนแบ่งรวมเพียง 10.7% แต่ก็มีแนวโน้มจะแซงอันดับสามอย่างเดสก์ท็อปพีซี (ส่วนแบ่ง 12.4%) ได้ในปี 2013 นี้
ส่วนของสมาร์ทโฟนนั้นยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปีนี้โตขึ้นมาอีก 29.1% จากยอดส่งของ 722.4 ล้านเครื่องในปี 2012 กินสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีกเป็น 60.1%
IDC ยังคาดการณ์ตัวเลขในช่วงห้าปีข้างหน้า (จนถึงปี 2017) โดยประเมินว่าแท็บเล็ตจะมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดราว 174.5% แต่กระนั้นสมาร์ทโฟนก็ยังครองส่วนแบ่งมากที่สุดอยู่ดี และเฉพาะในปีนี้คาดว่าแท็บเล็ตน่าจะมียอดส่งทะลุ 190 ล้านเครื่องได้แล้ว
ที่มา - TechCrunch
บริษัทวิจัย IDC ออกมาประเมินวงการฮาร์ดแวร์ไอทีปี 2013 ดังนี้
- สมาร์ทโฟนจะขายได้ 918.6 ล้านเครื่อง คิดเป็น 50.1% ของยอดขายมือถือทั้งหมด ทำให้สมาร์ทโฟนมียอดขายชนะฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก
- ราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดลงเรื่อยๆ บวกกับการขยายตัวของเครือข่าย 4G จะช่วยให้ยอดขายเพิ่มเป็น 1.5 พันล้านเครื่องในปี 2017 หรือ 2/3 ของตลาดมือถือรวม
- จีนเป็นแชมป์สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลกต่อไป ปีนี้ขายได้ 301.2 ล้านเครื่อง, ปี 2017 ขายได้ 457.9 ล้านเครื่อง (อยู่ราว 30% ของตลาดโลก)
- ประเทศที่สมาร์ทโฟนจะโตแบบก้าวกระโดดในอีก 5 ปีข้างหน้าคืออินเดีย ปัจจุบันอยู่อันดับ 5 ขายได้ 27.8 ล้านเครื่อง แต่ปี 2017 จะขยายเป็น 155.6 ล้านเครื่อง (โต 459.7%)
- อย่างไรก็ตาม IDC ประเมินว่าตลาดพีซีในปี 2013 จะหดตัวลงจากปี 2012 อีกเล็กน้อยคือ -1.3% (ลดติดต่อกันเป็นปีที่สาม) แต่ในระยะยาวจะโตขึ้นด้วยอัตราที่ช้ามาก
ที่มา - IDC (มือถือ), IDC (พีซี)
เมื่อวานเพิ่งมีตัวเลขของ Gartner ออกมา วันนี้เป็นของอีกค่ายคือ IDC ครับ
สถิติสมาร์ทโฟนตลอดปี 2012 ขายออกไปได้ 722.4 ล้านเครื่อง โตขึ้นจากปี 2011 ถึง 46.1%
ส่วนแบ่งตลาดตามระบบปฏิบัติการ Android มาเป็นเบอร์หนึ่งที่ 497.1 ล้านเครื่อง (68.8%) ตามด้วย iOS 135.9 ล้านเครื่อง (18.8%) ถ้านำส่วนแบ่งตลาดของสองค่ายนี้มารวมกันจะได้ 87.6% ของทั้งตลาดแล้ว (ถ้าคิดเฉพาะไตรมาสสี่ของปี 2012 ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 91.1% ด้วยซ้ำ)
อันดับสาม BlackBerry ตกลงมาที่ 4.5%, อันดับสี่ Symbian 3.3% และอันดับห้า Windows Phone 2.5% ส่วนระบบปฏิบัติการอื่นๆ มีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 2.1%
IDC ประเมินจำนวนยอดขายแท็บเล็ตประจำไตรมาสสุดท้ายของปี 2012 อยู่ที่ 52.5 ล้านเครื่อง โดยในจำนวนนั้นเป็น iPad ถึง 22.9 ล้านเครื่อง
ตัวเลขโดยรวมของยอดขายแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 75.3% และเพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสที่ 3 อยู่ 74.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการจับจ่ายในช่วงเทศกาล และผลสืบเนื่องจากราคาเฉลี่ยของแท็บเล็ตที่ค่อยๆ ลดลง ทั้งยังมีตัวเลือกผู้ผลิตที่หลากหลายอีกด้วย
ด้าน Apple ซึ่งมียอดขาย iPad ทุกรุ่นรวมกันถึง 22.9 ล้านเครื่องในช่วงดังกล่าว มียอดขายหลักจาก iPad mini และ iPad 4th Generation โดยคิดเป็นอัตราการเติบโต 48.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
สำหรับผู้ผลิตที่มียอดขายรองลงมาในกลุ่ม 5 อันดับแรก คือ Samsung, Amazon, ASUS และ Barnes & Noble ตามลำดับ
ที่มา - IDC via TechCrunch
IDC ประกาศส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ประจำไตรมาสที่สี่ของปี 2012 (ดูข่าวของไตรมาสสามประกอบ)
อันดับหนึ่งและสองยังเป็นของซัมซุงและแอปเปิลตามลำดับ โดยซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาด 29% (ส่วนแบ่งลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสสามแต่ขายได้เยอะขึ้นคือ 63.7 ล้านเครื่อง) และแอปเปิลครองส่วนแบ่งตลาด 21.8% (47.8 ล้านเครื่อง ขายได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน)
แต่ที่น่าสนใจคืออันดับสามกลายเป็น Huawei ที่ไม่เคยติดชาร์ท 5 อันดับแรกมาก่อนเลย จู่ๆ ก็ใช้เวลาไตรมาสเดียวกระโจนเข้าชาร์ทเป็นอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่ง 4.9% หรือประมาณ 10.8 ล้านเครื่อง ขายได้มากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็นเท่าตัว ซึ่งทาง IDC ก็วิจารณ์ว่าเป็นเพราะ Huawei เน้นทั้งตลาดบน (ตระกูล Ascend ที่จอใหญ่-สเปกแรง) และตลาดล่างมือถือราคาถูก ช่วยดันให้ยอดขายพุ่งกระฉูดสำเร็จ
อันดับสี่โซนี่กลับมาเข้าชาร์ท 5 อันดับแรกอีกรอบ ส่วนแบ่งตลาด 4.5% (9.8 ล้านเครื่อง) และอันดับห้าคือ ZTE ที่ไตรมาสก่อนอยู่อันดับสี่ ส่วนแบ่งตลาด 4.3%
เครื่องเกมสองรุ่นนี้ตีคู่คี่กันมากเมื่อปีที่แล้ว โดย Xbox 360 ประกาศยอดขายรวม 70 ล้านเครื่องเมื่อเดือนตุลาคม 2012 ส่วน PS3 ก็แตะหลัก 70 ล้านเครื่องในเดือนพฤศจิกายน
แต่หลังเทศกาลจับจ่ายช่วงปลายปีผ่านไป ตัวเลขของ IDC กลับระบุว่า PS3 มียอดขายแซงหน้า Xbox 360 เป็นที่เรียบร้อย โดยยอดขายนับถึงสิ้นปี 2012 สรุปว่า PS3 ขายได้รวม 77 ล้านเครื่อง ในขณะที่ Xbox 360 ขายได้ 76 ล้านเครื่อง (ไมโครซอฟท์วางขายก่อนหน้า 1 ปีเต็ม)
ยอดขายของเกมทั้งสองเครื่องถือว่าไม่แย่เลย (แต่ในสายตาของโซนี่ PS3 คงแย่กว่า PS2 ที่เป็นแชมป์ตลอดกาล) และคงขายดีต่อไปอีกสักระยะหนึ่งทั้งคู่
ที่มา - The Register
แอปเปิลเสียส่วนแบ่งในตลาดจีนในไตรมาสที่สามจนตกลงอยู่อันดับหก และมีส่วนแบ่งต่ำกว่า 10% แล้ว จากไตรมาสก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่อันดับสี่ ส่วนห้าอันดับแรกของสมาร์ตโฟนจีนได้แก่ ซัมซุง, เลอโนโว, Huawei, Coolpad, และ ZTE
ในไตรมาสที่สาม ตลาดสมาร์ตโฟนของจีนยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยตอนนี้สูงกว่า 60 ล้านชุดแล้ว
ปัญหาสำคัญของแอปเปิลยังคงเป็นเรื่องของราคา ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนราคาถูกในช่วง 5,000 บาทเช่นแบรนด์อื่นๆ ในจีน
บ้านเราเองสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตราคาต่ำก็กำลังบุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสำคัญที่ผมพูดคุยกับหลายฝ่ายมาคือสินค้าหนีภาษีเข้ามาในไทยค่อนข้างเยอะ ทำให้ไม่มีใครรู้ปริมาณที่แท้จริง
ที่มา - Reuters
บริษัทวิจัย IDC ปรับการประเมินส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตใหม่อีกครั้ง โดยปี 2012 แท็บเล็ตสายแอนดรอยด์จะกินส่วนแบ่งตลาดจาก iPad ได้มากกว่าเดิม แต่ในระยะยาวปี 2016 จะเริ่มถูกแท็บเล็ตสายวินโดวส์เบียดเข้ามาบางส่วน
IDC คาดว่ายอดขายแท็บเล็ตตลอดปี 2012 จะอยู่ที่ 122.3 ล้านเครื่อง จากเดิมที่เคยประเมินไว้ 117.1 ล้านเครื่อง และยอดขายในปี 2016 จะเพิ่มเป็น 282.7 ล้านเครื่อง จากยอดประเมินเดิม 261.4 ล้านเครื่อง
IDC บอกว่าแท็บเล็ตแอนดรอยด์เริ่มมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากกูเกิล ซัมซุง อเมซอน เริ่มเข้าสู่ตลาด ทำให้ส่วนแบ่งตลาดจากปี 2011 ที่อยู่ 39.8% เพิ่มเป็น 42.7% ในปีนี้ และส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลลดลงเล็กน้อยจาก 56.3% เหลือ 53.8%
ที่น่าจับตาคงเป็นแท็บเล็ตสายวินโดวส์ ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 1% ในปี 2011 เป็น 2.9% ในปี 2012 และจะเพิ่มเป็น 10.3% ในปี 2016
ที่มา - IDC
บริษัทวิจัย IDC เผยยอดพยากรณ์ "โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในองค์กร" โดยแบ่งประเภทเป็นโทรศัพท์ที่องค์กรซื้อให้พนักงานใช้ (corporate liable) และโทรศัพท์ที่พนักงานซื้อเพื่อมาใช้ในองค์กร (employee liable)
ตัวเลขประเมินของปี 2012 ทั้งปีได้แก่
- iPhone: องค์กร 31.1 ล้านเครื่อง, พนักงาน 37.1 ล้านเครื่อง
- Android: องค์กร 15.1 ล้านเครื่อง, พนักงาน 87.7 ล้านเครื่อง
- BlackBerry: องค์กร 14.8 ล้านเครื่อง, พนักงาน 5.2 ล้านเครื่อง
ในปี 2011 แชมป์มือถือที่องค์กรซื้อคือ BlackBerry ที่จำนวน 22.4 ล้านเครื่อง ซึ่งในปีนี้ BlackBerry ร่วงลงมาอยู่อันดับสาม ทาง IDC ให้ความเห็นว่า BlackBerry ยังเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์พกพาในองค์กร แต่ก็ได้รับความสนใจลดลงมากจากทั้งองค์กรและพนักงาน
IDC คาดว่า iPhone จะยังครองแชมป์มือถือองค์กรต่อไปอีกนาน โดยปี 2016 ยอดขายในฝั่งองค์กรจะเพิ่มเป็น 68.9 ล้านเครื่อง ส่วน Android ยังติดปัญหาเรื่อง fragmentation และความปลอดภัย ทำให้องค์กรไม่ไว้วางใจสักเท่าไรนัก
ที่มา - Computerworld
บริษัทวิจัยตลาดไอที IDC ประกาศส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตโลก ประจำไตรมาสที่สามของปี 2012 มีแท็บเล็ตถูกขายออกไปทั้งหมด 27.8 ล้านเครื่อง โตขึ้น 49.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนอันดับผู้ขายมีดังนี้
- แอปเปิล ขายได้ 14 ล้านเครื่อง นับเป็นจำนวนแล้วเพิ่มขึ้น 26.1% จากปีที่แล้ว แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 59.7% ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ลงมาอยู่ที่ 50.4%
- ซัมซุง ขายได้ 5.1 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 325% จากปีก่อน ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 6.5% เป็น 18.4%
- อเมซอน ขายได้ 2.5 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 9%
- เอซุส ขายได้ 2.4 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 8.6%
- เลอโนโว ขายได้ 0.4 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 1.4%
ข้อมูลจาก IDC เปิดเผยว่า จำนวนสมาร์ทโฟนที่ถูกขายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เสีย 75% โดยอันดับรองลงมา คือ iOS ซึ่งมีส่วนแบ่งที่ 14.9%
ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟน Android ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมารวมกันทั้งหมด 136 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีเพียง 71 ล้านเครื่องเท่านั้น โดยในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้วยอดขายสมาร์ทโฟน Android คิดเป็น 57.5% ของทั้งตลาด
ในขณะที่ iOS ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 มียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 26.9 ล้านเครื่อง คิดเป็น 14.9% ของตลาด ซึ่งน้อยกว่า 1 ใน 5 ของ Android อย่างไรก็ตามยอดขายฝั่ง iOS ก็เพิ่มขึ้นมากจากปีก่อนซึ่งขายได้เพียง 17.1 ล้านเครื่อง
ในขณะเดียวกัน จะเห็นได้ว่ายอดขาย Windows Phone ก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วน Blackberry และ Symbian นั้นมีปริมาณการขายลดลงเป็นอย่างมาก
ที่มา - IDC
บริษัทวิจัย IDC เผยส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลกประจำไตรมาสที่สามของปี 2012 มีมือถือขายออกไปทั้งหมด 181.1 ล้านเครื่อง โตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 46.4%
ในไตรมาสนี้ อันดับหนึ่งอย่าง Android สร้างปรากฏการณ์ใหม่มียอดขาย 136 ล้านเครื่อง ทะลุหลัก 100 ล้านเครื่องต่อไตรมาสเป็นครั้งแรก ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ 75% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมดในไตรมาสนี้
IDC ประเมินว่ายอดขายทั้งปีของ Android ในปี 2012 จะอยู่ราว 333.6 ล้านเครื่อง หรือ 68.2% ของสมาร์ทโฟนที่ขายตลอดปี
อันดับสอง iOS ขายได้ 26.9 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 14.9% เติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 57.3%
อันดับสาม BlackBerry 4.3% (อัตราการเติบโตลดลง 34.7%) อันดับสี่ Symbian 2.3% (ลดลง 77.3%) อันดับห้า Windows Phone 2.0% (โตขึ้น 140%)
บริษัทวิจัย IDC เปิดเผยยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกประจำไตรมาสที่สามของปี 2012 (ข่าวเก่าของไตรมาสที่สอง)
- ซัมซุง ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 56.3 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 31.3% (ยอดขายโตขึ้น 100% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน)
- แอปเปิล ยอดขาย 26.9 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 15% (ยอดขายโตขึ้น 57.3%)
- อันดับสาม RIM ตามมาห่างๆ ที่ 7.7 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 4.3% (ยอดขายลดลง 34.7%) แต่ในแง่อันดับคือ RIM กระโดดเข้ามาอยู่ในชาร์ทเป็นอันดับสามเลย
- ZTE ที่เข้าชาร์ทมาแตะอันดับห้าเมื่อไตรมาสก่อน ขยับมาเป็นอันดับสี่ด้วยยอดขาย 7.5 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 4.2% (ยอดขายโตขึ้น 82.9%)
- HTC ร่วงจากอันดับสี่ลงมาเป็นอันดับห้า ยอดขาย 7.3 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาด 4% (ยอดขายลดลง 42.5%)
รายงานไตรมาสที่สามของตลาดพีซีฝั่ง IDC บริษัทวิจัยการตลาดอีกบริษัทออกมาให้ผลต่างกับการ์ตเนอร์เล็กน้อย โดยระบุว่าเอชพียังเป็นที่หนึ่งในตลาดโลกอยู่ด้วยยอดส่งมอบ 13.9 ล้านเครื่อง นำหน้าเลอโนโวที่ส่งมอบได้ 13.8 ล้านเครื่อง แต่แนวโน้มเหมือนกัน คือ ตลาดโลกโดยรวมหดตัวลง 8.6% มีเพียงสองบริษัทเท่านั้นที่เติบโตสวนทางคือเลอโนโว (+10.2%) และเอซุส (+10%) และเอชพีก็มียอดส่งมอบลดลงอย่างมาก (-16.4%)
ก่อนหน้านี้ IDC เคยประมาณการณ์ว่าตลาดพีซีจะหดตัวลง 3.8% ในไตรมาสที่สาม ตัวเลขที่ออกมาจริงแสดงให้เห็นว่าสถานะการณ์ของพีซีในปีนี้แย่กว่าที่คาดมากจากการชะลอการผลิตเพราะผู้ผลิตเตรียมตัวรับ Windows 8 และอัลตร้าบุ๊กของหลายๆ ค่ายก็ไม่สามารถทำราคาได้ตามที่อินเทลเคยคาดไว้ ทำให้ส่วนแบ่งตลาดไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าใดนัก
ในประเด็นความเป็นที่หนึ่ง เอชพีออกมาระบุว่า "บางรายงาน" ไม่ได้นับตลาดรวมครอบคลุมไปถึงเครื่องเวิร์คสเตชั่นทำให้ผลผิดพลาด และยืนยันว่า IDC ยังให้เอชพีเป็นที่หนึ่งในตลาดพีซีอยู่
เมื่อต้นปีเราเห็นข่าว IDC พยากรณ์ ปีนี้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจีนแซงหน้าสหรัฐ พอมากลางปี IDC ก็ออกมาฟันธงอีกรอบว่ายอดขายสมาร์ทโฟนจีนประจำปี 2012 ทั้งปีจะแซงหน้าสหรัฐแน่นอนแล้ว (แถมทิ้งห่างเสียด้วย)
ตัวเลขของปี 2011 ทั้งปี จีนมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลก 18.3% (นับเป็นจำนวนเครื่อง) ส่วนสหรัฐมี 21.3% แต่ยอดประเมินของปี 2012 จะกลายเป็นจีน 26.5% และสหรัฐ 17.8% อันดับสามเป็นของอินเดีย 8.5% ตามด้วยบราซิล 4.4%
อย่างไรก็ตาม IDC ระบุว่ายอดขายสมาร์ทโฟนในจีนนับเป็นจำนวนเครื่องเยอะจริง แต่ส่วนใหญ่เป็น Android ราคาถูกกว่า 200 ดอลลาร์ สร้างกำไรต่อเครื่องไม่เยอะมากนัก
ตัวเลขจากอีกสำนักคือ Canalys ถือว่าใกล้เคียงกัน ให้จีนมีส่วนแบ่ง 27% และสหรัฐ 16% ในปีนี้ (ข่าวเก่า)
ที่มา - IDC
นักวิเคราะห์จาก IDC ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ CNET ถึงบทวิเคราะห์ด้านการผลิตและการขาย Surface โดยเขากล่าวว่าในปีนี้ไมโครซอฟท์น่าจะผลิตทั้งรุ่นแพลตฟอร์ม ARM และ x86 มากกว่า 3 ล้านเครื่องเพียงเล็กน้อย และด้วยยอดการผลิตขนาดนี้ เขาจึงคาดว่าไม่มีทางที่ไมโครซอฟท์จะขาย Surface ผ่านช่องทางของตนเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะต้องขายผ่านช่องทางอย่างร้านค้าที่มีอยู่ด้วย
ในส่วนของราคาที่มีข่าวลือว่า Surface for Windows RT จะอยู่ที่ 199 ดอลลาร์นั้น นักวิเคราะห์รายนี้ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ถึงแม้จะมองว่าราคาดังกล่าวเป็นแบบมีสัญญาผูกมัด (ตามที่อดีตผู้จัดการของไมโครซอฟท์ได้วิเคราะห์ไว้) แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าโมเดลการขายแบบมีสัญญาผูกมัดนั้นจะประสบผลสำเร็จกับการขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่าง Surface หรือหากจะมองว่าที่ไมโครซอฟท์ตั้งราคาถูกก็เพราะต้องการขายซอฟต์แวร์นั้น เขาก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้เช่นกัน เนื่องจากหากบริษัทขาย Surface ถูกมากท้ายที่สุดผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่นก็จะไม่สามารถขายของของตนได้ และทำให้ไมโครซอฟท์ไม่สามารถขายไลเซนส์ Windows ไปให้ผู้ผลิตเหล่านั้นได้ด้วย
เช่นเคย ไมโครซอฟท์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อบทวิเคราะห์นี้
ที่มา: CNET








