ก่อนหน้านี้มีคนพยากรณ์ไว้ว่า Amazon เตรียมแจก Kindle ฟรีในเร็วๆ นี้? วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว แม้จะมีเงื่อนไขอยู่บ้างก็ตาม
ที่สหราชอาณาจักร ตอนนี้ Kindle เริ่มวางจำหน่ายตามร้าน Carphone Warehouse และ Best Buy โดยมีราคาเท่ากับที่ขายผ่านหน้าเว็บของ Amazon เอง แต่ที่พิเศษหน่อยคือกรณีของ Carphone Warehouse จะมีโปรโมชันพิเศษเพิ่มเติม นั่นคือลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือพร้อมติดสัญญา 2 ปี เลือกรับ Kindle รุ่น Wi-Fi ฟรี หรือไม่ก็เพิ่มอีก 15 ปอนด์สำหรับ Kindle 3G แทนได้
นี่อาจเป็นตัวอย่างแรกๆ ของการแจก Kindle ฟรี อีกสักพักน่าจะมีโปรโมชันที่น่าสนใจมากกว่านี้ครับ
ที่มา - reghardware, paidContent
Amazon กำลังจะเพิ่มช่องทางการขายเครื่องอ่านอีบุ๊ก Kindle ของตัวเองให้มากขึ้น จากเดิมที่ต้องขายผ่านหน้าเว็บเพียงทางเดียว เพราะผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของสหรัฐ AT&T จะเริ่มวางขาย Kindle รุ่น 3G ในร้านของตัวเองทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 2,000 ร้าน ในวันที่ 6 มีนาคมนี้
ยุทธศาสตร์นี้สำคัญต่อ Amazon มาก เพราะคนอีกจำนวนมากจะได้ลองจับและลองจ้อง Kindle ก่อนตัดสินใจซื้อ ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Nook และ iPad มีให้ลูกค้าลองจับมานานแล้ว
ที่มา - Business Insider
มีคนสังเกตแนวโน้มว่าราคาของ Kindle จะตกลงเรื่อยๆ ด้วยอัตราที่คงที่ และถ้านำราคาไปพล็อตกราฟ ก็มีความเป็นไปได้ว่า ราคาของ Kindle อาจเป็นศูนย์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2011
และบล็อกเกอร์คนหนึ่งชื่อ Kevin Kelly เคยมีโอกาสพูดเรื่องนี้กับ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ปฏิกริยาของเขาก็คือ ยิ้มและพูดว่า "คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอเนี่ย"
บล็อกเกอร์คนนี้ตั้งข้อสังเกตว่า Amazon อาจเดินตามรอยผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ นั่นคือแจกเครื่องฟรีถ้าซื้อหนังสือครบจำนวนขั้นต่ำที่กำหนด
ส่วนเว็บไซต์ TechCrunch เคยลงข่าวว่า Amazon เคยทดลองแจก Kindle ฟรีให้กับลูกค้า Amazon Prime ลูกค้าชั้นดีที่จ่ายเงินปีละ 79 เหรียญ เพื่อแลกกับบริการส่งฟรีภายในสองวันทำการ โครงการนี้เป็นการทดลองและยังไม่มีใครรู้ว่าผลเป็นอย่างไร
ที่มา - Kevin Kelly
ข่าวเก่า Amazon โชว์ฟีเจอร์ของเฟิร์มแวร์ใหม่ Kindle 3 ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดเป็น Early Preview มาสักระยะหนึ่ง วันนี้ผมได้รับอีเมลแจ้งจาก Amazon ว่าเฟิร์มแวร์ 3.1 พร้อมแล้วครับ
การอัพเฟิร์มแวร์มีให้เลือก 2 วิธีคือ เปิด Wi-Fi ทิ้งไว้แล้วรอมันจัดการให้เอง (อัพผ่าน 3G ไม่ได้นะ) หรือถ้าใครใจร้อนก็เข้าไปที่หน้าเว็บของ Kindle Software Update Version 3.1 ดาวน์โหลดไฟล์มาลง Kindle เองผ่านสาย USB กระบวนการอ่านได้ตามลิงก์
ของใหม่ในเฟิร์มแวร์ตัวนี้ได้แก่ เลขหน้าแบบหนังสือจริง, Public Notes, Before You Go, การจัดหน้าแบบใหม่ของนิตยสารและหนังสือพิมพ์
ก่อนหน้านี้เราประกาศอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว ตอนนี้แก้บั๊กเสร็จ (เกือบหมด) ก็ได้เวลาประกาศอย่างเป็นทางการบนหน้าแรกของเว็บ
นโยบายของ Blognone ต่ออุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์แบบพีซีแบบดั้งเดิมก็คือ "เราจะไปอยู่บนทุกที่ เท่าที่มีปัญญาทำและมีอุปกรณ์ทดสอบ"
รอบนี้เราปรับหน้าเว็บให้เหมาะกับ Kindle 3 ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยม แถวนี้ก็มีคนใช้กันไม่น้อย
Amazon เตรียมออกเฟิร์มแวร์ 3.1 รุ่นอัพเดตสำหรับ Kindle 3 ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่ 4 อย่าง ได้แก่
- Public Notes - ผู้ใช้สามารถเปิดโน้ตและไฮไลท์ให้คนทั่วไปอ่านได้ การบริหารจัดการโน้ตสามารถทำผ่านหน้าเว็บ kindle.amazon.com ได้
- เลขหน้าจริงแบบหนังสือกระดาษ - เพราะมีคนเรียกร้องเยอะว่าอยากไปอ่านเทียบกับฉบับกระดาษ แล้วหาไม่เจอว่าอยู่หน้าไหน
- เขียนคอมเมนต์ให้หนังสือก่อนอ่านจบเล่ม - เมื่ออ่านถึงหน้าสุดท้าย Kindle จะถามว่าอยากแสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือที่อ่านมาทั้งเล่มหรือไม่ (แชร์ผ่าน social network) นอกจากนี้ยังแสดงรายการหนังสือเล่มอื่นของผู้เขียนคนเดียวกันด้วย
- เลย์เอาท์แบบใหม่สำหรับนิตยสารและหนังสือพิมพ์ - ช่วยให้ดูหัวข่าวโดยรวมได้ง่ายขึ้น
Amazon จะค่อยๆ แจกเฟิร์มแวร์นี้ให้กับ Kindle 3 ทุกเครื่องที่ต่อผ่าน Wi-Fi แต่ถ้าใครใจร้อนอยากลองก่อน ก็โหลดรุ่น Early Preview มาลองกันได้ (ไม่มีข่าวของ Kindle DX สงสัยจะถูกทิ้งแล้วล่ะครับ)
ที่มา - Kindle Post
เมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน Amazon ได้ประกาศว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ขายแซงหนังสือปกแข็ง (hardcover) ได้แล้ว เหลือหนังสือปกอ่อน (paperback) ที่มีราคาถูกกว่า แพร่หลายกว่า เป็นเป้าหมายต่อไป
วันนี้ในการประกาศผลประกอบการไตรมาสสี่ของ Amazon บริษัทได้ประกาศว่าหนังสือบน Kindle มียอดขายแซงหนังสือปกอ่อนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำได้เร็วกว่าที่ Amazon คาดว่าจะเป็นไตรมาสสองของปี 2011 ถึงสองไตรมาส
Amazon ระบุว่าสัดส่วนของหนังสือบน Kindle ต่อหนังสือปกอ่อนคือ 115:100 และเมื่อเทียบกับหนังสือปกแข็ง Kindle ขายดีกว่า 3 เท่า ยอดขายร้อนแรงแบบนี้ช่วยดันให้ Amazon มีรายได้แตะหลัก 1 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดบริษัทมา
นี่เป็นจุดเปลี่ยนของวงการสิ่งพิมพ์ในรอบหลายร้อยปีเลยสินะ
ที่มา - Mashable
จากที่ Amazon ยอมให้ผู้ใช้ Kindle ยืมหนังสือกันได้ คำถามต่อไปก็คือ จะยืมหนังสือจากใครดี? ถ้าเพื่อนเรามีหนังสือไม่เยอะนักหรือไม่ตรงกับรสนิยมของเรา การยืมหนังสืออาจไม่น่าสนใจมากนัก
Catherine MacDonald ผู้ใช้ Kindle คนหนึ่งจึงตั้งกลุ่มแลกเปลี่ยนหนังสือบน Facebook ปรากฎว่าได้รับความนิยมถล่มทลาย จนเธอต้องขอเงินจากนักลงทุนมาเปิดเว็บ Kindle Lending Club อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียเลย
หลังจากออกรุ่นสำหรับแพลตฟอร์มต่างๆ มาจนเกือบครบ ไม่ว่าจะเป็น Andriod, iPhone/iPod, iPad, BlackBerry หรือแม้แต่ Kindle for the Web ตอนนี้ก็มาถึงคราวแพลตฟอร์มใหม่ไฟกำลังแรง (ที่ไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่า) อย่าง Windows Phone 7 กันแล้วครับ
การทำงานและคุณสมบัติเท่าที่ผมอ่านยังเหมือนๆ กับบนแพลตฟอร์มอื่นๆ นะครับ เท่าที่เห็นจะต่างก็เพียงแต่คือการเลื่อนไปมาซ้ายขวาตามแบบฉบับของ Windows Phone 7 เท่านั้นเอง แต่ก็เป็นการเสริมอำนาจให้กับ Amazon และเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อ Kindle ไปอีกเท่านั้น รวมถึงเพิ่มความสะดวกกับผู้ที่ใช้ Kindle อยู่แล้วแต่ไม่ได้พกติดตัวตลอดเวลาอีกด้วย
ที่มา: Amazon.com
ยุทธศาสตร์ด้านอีบุ๊กของ Amazon คือพัฒนาเครื่องอ่าน Kindle ของตัวเอง และออกซอฟต์แวร์ Kindle บนแพลตฟอร์มต่างๆ ให้มากที่สุด ที่ผ่านมาเราเห็น Kindle App ทั้งบนพีซี แมค มือถือหลายยี่ห้อ และบน iPad มาแล้ว
ล่าสุด Amazon ประกาศจะออก Kindle App บนแท็บเล็ตอื่นๆ อีก 2 แพลตฟอร์ม คือแท็บเล็ตที่ใช้ Android และ Windows เพื่อเกาะกระแสแท็บเล็ตที่จะเปิดตัวในช่วงนี้มากมาย Kindle App รุ่นนี้คงไม่ต่างอะไรกับรุ่นอื่นๆ เพียงแต่ปรับหน้าตาให้เหมาะสมกับแท็บเล็ตมากขึ้น
Amazon ยังไม่บอกว่าจะออก Kindle App รุ่นนี้เมื่อไร แต่คาดว่ามันอาจจะแถมมากับแท็บเล็ตบางตัวที่จะเปิดตัวในงาน CES ครับ
ที่มา - Amazon
หลังจากมีข่าว Kindle จะยืมหนังสือได้ในเร็วๆ นี้ หลายเดือนผ่านไป ทาง Amazon ก็ได้เปิดให้ผู้ใช้ Kindle ยืมหนังสือกันได้แล้ว
เจ้าของหนังสือจะไม่สามารถเข้าถึงหนังสือเล่มนั้นๆ ได้ในช่วงที่ถูกยืมอยู่ (แล้วถ้าผมปิด Wireless ก่อนสั่งให้ยืม?) และผู้ที่ยืมไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเครื่อง Kindle แค่เพียงเปิดบัญชีกับ Amazon แล้วใช้ผ่านโปรแกรม Kindle ที่มีอยู่หลากหลายแพลตฟอร์มได้ทันที มีกำหนดระยะเวลายืม ๑๔ วันและมีการแจ้งเตือนผู้ยืม ๓ วันสุดท้ายก่อนหมดระยะเวลายืม และสามารถคืนก่อนครบกำหนดได้อีกด้วย
ในช่วงนี้สามารถให้ยืมได้ในกรณีที่เจ้าของหนังสืออยู่ในสหรัฐอเมริกา และประเทศที่ผู้รับหนังสือมีหนังสือเล่มนั้นๆ ขายเท่านั้นครับ
Amazon ออกมาประกาศความสำเร็จของ Kindle 3 โดยบอกว่าเป็น "ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุด" นับตั้งแต่ Amazon เปิดบริษัทมา (แชมป์เก่าคือ Harry Potter and the Deathly Hallows) แต่ยังไม่ยอมเผยยอดขายรวมของ Kindle เช่นเคย ส่วนหนังสือที่ขายดีที่สุดคือ The Girl with the Dragon Tattoo
Amazon ยังบอกว่าวันที่ขายสินค้าดีที่สุดคือ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งขายสินค้าทุกอย่างได้ 13.7 ล้านชิ้นในวันเดียว คิดเป็นวินาทีละ 158 ชิ้น
Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ให้ข้อมูลว่าลูกค้าที่ซื้อ Kindle มักจะซื้อแท็บเล็ตที่ใช้จอ LCD ด้วย แสดงให้เห็นว่าสองตลาดนี้ไม่ทับซ้อนกัน
ที่มา - Amazon
Amazon ปกปิดยอดขายของ Kindle มาโดยตลอด ทุกอย่างต้องพึ่งการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์หรือตัวเลขหลุดมาจากคนวงในเท่านั้น
ในปีที่แล้วมีข่าวหลุดมาว่า Kindle มียอดขาย 2.4 ล้านเครื่อง ส่วนปีนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่าตัวเลขจะอยู่ราวๆ 4-5 ล้านเครื่อง แต่ล่าสุดมีแหล่งข่าววงในของ BusinessWeek บอกว่ายอดขายอาจสูงถึง 8 ล้านเครื่อง (ยอดขาย iPad ระหว่างเดือนเมษายนที่เปิดตัว จนถึงเดือนกันยายนคือ 7.46 ล้านเครื่อง อันนี้เทียบให้เห็นภาพมากขึ้นครับ)
Amazon ยังบอกว่าจะออก Kindle for WP7 ในเร็วๆ นี้ เสริมทัพอุปกรณ์ที่รองรับให้มากขึ้นไปอีก
ที่มา - BusinessWeek
เมื่อเดือนกันยายน Amazon เปิดบริการ Kindle for the Web ซึ่งเป็นการ "พรีวิว" บทแรกของหนังสือให้อ่านบนเว็บ โดยมีเป้าหมายเพื่อขายหนังสือเป็นหลัก (ถือเป็น affiliate แบบหนึ่ง)
วันนี้ Amazon ขยายความสามารถของ Kindle for the Web ให้เป็น "ตัวอ่านอีบุ๊ก" เหมือนกับ Kindle Reading Apps บนอุปกรณ์พกพาชนิดต่างๆ ที่เปิดตัวมาก่อนแล้ว เพียงแต่คราวนี้มันอยู่บนเว็บโดยตรงเท่านั้น
Amazon ประกาศลดราคา Kindle 2 (รุ่นเก่า) อีกครั้งในเทศกาลขอบคุณพระเจ้าวันพรุ่งนี้ โดยลดจาก 144 ดอลลาร์ ลงไปเหลือเพียง 89 ดอลลาร์เท่านั้น สินค้ามีจำนวนจำกัด
นี่เป็นดีลที่ผมลำบากใจมากครับ ว่าจะคว้าเลยดี หรือรอลุ้นว่า Kindle 3 จะลดราคากับเขาบ้างดี?
ที่มา - Amazon
Kindle กำลังขายดีในประเทศจีนอย่างเงียบๆ ด้วยฟีเจอร์ใหม่ของมันคือมันหลบเลี่ยงการบล็อกเว็บได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ผ่านทางเครือข่าย Whispernet ของ Amazon
ตัว Kindle นั้นไม่มีขายในจีนและทาง Amazon ไม่ส่งไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ตามมีเครื่องลักลอบนำเข้าไปเสมอ โดยผู้ค้ารายหนึ่งระบุว่าเขาขายได้ถึง 300 เครื่องภายในเดือนเดียว
ตัว Whispernet นั้นจะอาศัยผู้ให้บริการท้องถิ่นแต่เชื่อมต่อทุกอย่างผ่านทาง Amazon ทำให้ไม่สามารถบล็อกเว็บแยกกันได้ และแม้จะไม่มีขายในประเทศจีน แต่ Whispernet กลับสามารถใช้งานในจีนได้ไม่มีปัญหา ทำให้ชาวจีนที่ใช้งาน Kindle สามารถใช้งานเว็บ Twitter และ Facebook ได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
ถ้าใครจะซื้อ Kindle ไปใช้ในจีนควรระวัง สักพักจีนอาจตัด Whispernet หายไปทั้งประเทศ
ที่มา - Google News
Amazon แจ้งฟีเจอร์ใหม่ของ Kindle ที่จะออกอัพเดตภายในปีนี้ นั่นคือการ "ยืม" หนังสือระหว่างผู้ใช้ Kindle ด้วยกัน โดยหนังสือหนึ่งเล่มสามารถยืมได้ 14 วัน ระหว่างนั้นเจ้าของหนังสือจะไม่สามารถอ่านหนังสือของตัวเองได้
ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องให้สำนักพิมพ์ (หรือเจ้าของลิขสิทธิ์) เป็นคนเลือกว่าหนังสือเล่มใดสามารถยืมได้ (คู่แข่งอย่าง Nook มีฟีเจอร์ยืมหนังสือมาก่อนแล้ว)
นอกจากนี้ Amazon ยังประกาศว่าลูกค้า Kindle ที่บอกรับสมาชิกหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร สามารถนำไปอ่านบนโปรแกรม Kindle บนอุปกรณ์อื่นๆ ได้ในไม่ช้า
ในแวดวงสิ่งพิมพ์นั้นมี "ช่องว่าง" ของงานเขียนขนาดกลาง ความยาวระหว่าง 10,000-30,000 คำ (ประมาณ 30-90 หน้า) เพราะเป็นงานเขียนที่ยาวเกินกว่าจะเป็นบทความในนิตยสาร แต่ก็สั้นเกินกว่าจะรวมเล่มเป็นหนังสือ ทางออกของเจ้าของเรื่องเหล่านี้มักเป็นการรวมงานหลายๆ ชิ้นเข้าเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องยืดความยาวออกไปให้พอดีกับจำนวนหน้าของหนังสือ ส่งผลให้บางทีคุณภาพของงานแย่ลง (เพราะยืดนั่นเอง)
Amazon เห็นช่องว่างในตลาดนี้ จึงประกาศ "Kindle Singles" สำหรับขายเรื่องขนาดสั้นเป็นเรื่องๆ โดยไม่ต้องรวมเล่ม Kindle Singles จะเป็นหมวดใหม่ใน Kindle Store แยกจากหนังสือโดยเฉพาะ และขาย-เปิดให้ดาวน์โหลดเหมือนอีบุ๊กอื่นๆ บน Kindle Store
ตอนนี้ Amazon ยังไม่ประกาศว่าจะเปิดบริการ Kindle Singles เมื่อไร แต่ประกาศครั้งนี้ถือเป็นการโปรโมทให้นักเขียนอิสระทั้งหลาย ส่งเรื่องเข้าไปขายกัน
ที่มา - Amazon
สำหรับการรีวิวครั้งนี้ผมขอข้ามรายละเอียดทั่วไปนะครับ เพราะเกรงว่าจะทำให้คนอ่านเบื่อเพราะมีรีวิวออกมาสองชิ้นแล้ว (ของคุณ pittaya และของคุณ zybernav) เอาเป็นเขียนแนวอารมณ์ที่ได้ใช้งานว่ารู้สึกยังไงมากกว่า ไม่รอช้าเข้าเรื่องเลยดีกว่า
Amazon ส่งเสริมการขายหนังสือบน Kindle Store ยิ่งๆ ขึ้น โดยออกแคมเปญ Kindle for the Web
Kindle for the Web คือการแปะโค้ด embed บนเว็บไซต์ทั่วไป แต่แทนที่จะเป็นโฆษณาหรือวิดีโอที่เราคุ้นเคยกัน กลับเป็นตัวอย่างหนังสือจาก Kindle Store แทน โดยหนังสือจะมีให้ทดลองอ่านฟรีเฉพาะบทแรกเท่านั้น ดูตัวอย่างท้ายข่าว
สำหรับเว็บไซต์หรือบล็อกที่อยากหารายได้ ทาง Amazon ยังรวม Kindle for the Web เข้ากับโครงการ affiliate ที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าใครกดเข้าไปซื้อหนังสือผ่านตัวอย่างที่เราแปะเอาไว้ เราก็ได้ส่วนแบ่งจาก Amazon เช่นกัน
ที่มา - Amazon, TechCrunch








