ข่าวลือรอบล่าสุดก่อนที่ Amazon จะแถลงข่าววันพรุ่งนี้ (28 ก.ย. ตามเวลาสหรัฐ)
- Jeff Bezos จะเปิดตัวแท็บเล็ตชื่อ "Kindle Fire"
- หน้าจอ 7" เท่ากับ PlayBook และหน้าตาคล้ายๆ กันเพราะจ้างบริษัท Quanta ผลิตเหมือนกัน เหตุผลเพราะทีม Kindle ทำไม่ทันเลยต้องเอาต์ซอร์สบริษัทข้างนอกช่วยทำ
- ซีพียู TI OMAP แบบดูอัลคอร์ ไม่ระบุความถี่
- ระบบปฏิบัติการเป็น Android (คาดว่า 2.1) ที่ถูกปรับแต่งจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่รันแอพ Android ได้
- ไม่มี Android Market แต่ใช้ Amazon Appstore แทน
- แน่นอนว่าพ่วงกับบริการสารพัดชนิดของ Amazon เช่น Kindle Store, Amazon MP3, ภาพยนตร์และรายการทีวี
- เริ่มส่งเครื่องได้ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ราคาจะอยู่ที่ 250-300 ดอลลาร์
ที่มา - TechCrunch
Amazon ประกาศวันนี้ว่าผู้ใช้งานอุปกรณ์ Kindle และแอพ Kindle บนแพลตฟอร์มต่างๆ สามารถยืมหนังสือในรูปแบบ Kindle ได้แล้วจากห้องสมุดมากกว่า 11,000 แห่งในอเมริกา โดยสามารถใช้ Whispersync กับหนังสือที่ยืมในรูปแบบ Kindle นี้ได้ด้วย และข้อมูลอย่าง บันทึกเพิ่มเติมหรือไฮไลท์ ก็จะยังอยู่เมื่อผู้ใช้งานยืมหนังสือในคราวถัดไป หรือซื้อหนังสือเล่มจริง ซึ่ง Amazon กล่าวว่าปกติแล้วหนังสือที่ยืมในห้องสมุดจะมาขีดเขียนอะไรลงไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับหนังสือ Kindle นี้
ในส่วนขั้นตอนการยืมนั้น ผู้ใช้งานเพียงค้นหาหนังสือที่ต้องการจากเว็บของห้องสมุดที่เปิดให้บริการนี้ และเลือกส่งหนังสือมายัง Kindle จากนั้นผู้ใช้งานก็รอรับหนังสือส่งเข้ามาใน Kindle ได้เลย
ที่มา: Amazon.com
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข่าววงในว่า Amazon กำลังเจรจากับสำนักพิมพ์หลายราย เพื่อเปิดบริการเช่าอีบุ๊กแบบเหมาจ่ายรายปี
บริการนี้จะมีลักษณะเดียวกับการใช้เช่าวิดีโอ-ดีวีดีของบริษัท Netflix นั่นคือลูกค้าจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนหรือรายปี โดยมีโควต้าในการยืมวิดีโอจำนวนหนึ่ง (เช่น 3-5 เรื่อง) กระบวนการคือลูกค้าเลือกวิดีโอผ่านหน้าเว็บ ได้รับวิดีโอทางไปรษณีย์ ดูจนจบแล้วส่งคืนทางไปรษณีย์ ก็จะได้โควต้าคืนกลับมาเพื่อวิดีโอเรื่องอื่นต่อไป
กรณีของ Amazon คาดว่ามันจะอยู่บนแพลตฟอร์มอีบุ๊ก Kindle ที่มีอยู่แล้ว โดยเปลี่ยนจากการส่งไปรษณีย์เป็นสิทธิในการโหลดอีบุ๊กมาอ่านแทน แต่ระบบการนับโควต้าน่าจะคล้ายๆ กัน
ที่มา - The Next Web
จากข่าวรั่วเรื่องแท็บเล็ตของอเมซอนก่อนหน้านี้ ทั้ง ข่าวลือเรื่องแท็บเบล็ต และ ปัญหาด้านซอฟท์แวร์ นาย MG Siegler จาก TechCrunch ได้อ้างว่ามีโอกาสใช้งานเครื่องรุ่นทดสอบแท็บเบล็ตแล้วคาบข่าวมาเล่ากันให้พัง
สำนักงานทนายความ Hagens Berman ได้ยื่นฟ้องแบบกลุ่มทั่วประเทศต่อแอปเปิลและสำนักพิมพ์ 5 สำนักได้แก่ HarperCollins Publishers, Hachette Book Group, Macmillan Publishers, Penguin Group Inc., และ Simon & Schuster Inc. โดยระบุว่าทั้งหมดร่วมกันกำหนดราคาอีบุ๊กตายตัว
ก่อนหน้านี้ทาง Amazon กำหนดราคาหนังสือแทบทั้งหมดไว้ที่ราคาเท่าๆ กันคือ 9.99 ดอลลาร์ จนกระทั่งทางแอปเปิลเริ่ม iBook โดยข่าวการขึ้นราคาครั้งแรกออกมาจากการสัมภาษณ์ของจ๊อปส์เอง โดย เมื่อ iBook เปิดตัวครั้งแรกนั้นนักข่าวถามจ๊อปส์ว่าทำไมหนังสือที่ขายใน iBook จึงมีราคา 14.99 ดอลลาร์ขณะที่ Amazon สามารถขายได้ที่ 9.99 ดอลลาร์ และจ๊อปส์ตอบอย่างมั่นใจว่าสำนักพิมพ์กำลังไม่พอใจ Amazon และเตรียมปรับขึ้นราคา หลังจากนั้นไม่นานสำนักพิมพ์ Macmillan ตัดสัญญากับ Amazon เป็นรายแรกเพื่อขอขึ้นราคา จนกระทั่งทาง Amazon ต้องยอมในที่สุด
Amazon ได้เปิดตัวเว็บแอพ Kindle Cloud Reader ที่จะทำให้ผู้อ่านที่ใช้ Kindle อยู่แล้วสามารถที่จะเข้าถึงหนังสือของตัวเองได้ผ่านหน้าเว็บ โดยเว็บแอพนี้สามารถใช้งานได้บน Chrome, Safari และ Safari บน iPad คาดว่าบริการดังกล่าวมาเพื่อแก้ปัญหากรณีแอปเปิลไม่ยินยอมให้มีการซื้อขาย In-App Purchase แบบไม่ผ่านระบบของแอปเปิล
สำหรับผู้ใช้ไอแพ็ด ทาง TechCrunch รายงานว่าหน้าตาของเว็บแอพนี้แทบจะใช้แทนแอพ Kindle เองได้เลย เพราะนอกจากการใช้งานที่ให้ความรู้สึกเกือบเหมือน native app แล้ว ตัว Kindle Store เองได้ถูกปรับแต่งให้ทำงานบนไอแพ็ดได้ดีกว่าการซื้อผ่านหน้าเว็บแบบปกติอีกด้วย
เว็บแอพตัวนี้ ยังสนับสนุนการใช้งาน local storage ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงหนังสือของตัวเองได้ แม้ว่าจะไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ต
ที่มา - MacRumors
เมื่อต้นปีนี้ มีข่าวความขัดแย้งระหว่างแอปเปิลกับแอพ Sony Reader เพราะแอปเปิลห้ามไม่ให้แอพทำระบบซื้อเนื้อหา (in-app purchase) ของตัวเอง ยกเว้นจะสามารถซื้อเนื้อหาแบบเดียวกันได้จาก in-app purchase API ของแอปเปิลด้วย (ข่าวเก่า)
กรณีดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่าแอพลักษณะเดียวกันอย่าง Kindle หรือ Nook จะทำอย่างไร เรื่องนี้คลุมเครือมาเป็นเวลาครึ่งปี ซึ่ง Kindle/Nook ก็ยังมีลิงก์ไปยังร้านขายอีบุ๊กของตัวเองได้เช่นเดิม
แต่สถานการณ์ล่าสุด ปรากฏว่าแอปเปิลบังคับใช้นโยบายนี้แล้ว ทำให้แอพด้านอีบุ๊กอย่าง Kindle/Nook/Kobo รวมถึงแอพหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ต้องนำระบบซื้อเนื้อหา + ลิงก์ไปยังร้านค้าของตัวเองออก และกลายเป็นแอพสำหรับอ่านอย่างเดียวเท่านั้น (อยากซื้อต้องไปซื้อผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น ผ่านหน้าเว็บ)
ที่น่าสนใจที่สุดคือแอพ Google Books ของกูเกิลกลับหายไปจาก App Store อย่างลึกลับ ซึ่งแอปเปิลและกูเกิลไม่ตอบคำถามประเด็นนี้ โฆษกของกูเกิลบอกเพียงว่า "มันจะกลับมาอีกครั้ง" แต่ไม่บอกว่าเมื่อไร
ที่มา - paidContent, Padgadget, The Register, Wired
Amazon จะเริ่มเปิดให้นักเรียนเช่าหนังสือเรียนผ่านทาง Kindle ได้แล้ว โดยผู้เช่าสามารถจะประหยัดเงินได้มากถึง 80% จากราคาขายหนังสือเรียนปกแข็ง สำหรับเรื่องราคาของการเช่าหนังสือเรียนเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเช่า โดยผู้เช่าสามารถจะเลือกได้ตั้งแต่ 30 วันไปจนถึง 360 วัน
โดยในขณะนี้หนังสือเรียนจากสำนัก John Wiley & Sons, Elsevier และ Taylor & Francis รองรับการเช่าบน Kindle แล้ว โดยมีหนังสือเรียนที่รองรับการเช่ารวมทั้งสิ้นหลายหมื่นเล่ม
ส่วนคนที่ชอบขีดเขียนหรือใช้ปากกาเน้นคำจากหนังสือเรียนก็ไม่ต้องกังวล หากถึงเวลาต้องคืนหนังสือเหล่านี้ เพราะ annotation ทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ใน Kindle และผู้ใช้สามารถที่จะเรียกออกมาดูได้ทุกครั้งผ่านทางเว็บ
หรือรัฐบาลไทยจะซื้อ Kindle แจกเด็ก ๆ แทน (พูดเล่นนะ)
ที่มา - Engadget
ข่าว Amazon Tablet เริ่มหนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน จากที่ Wall Street Journal ได้รายงานข้อมูลบางส่วนไปแล้ว ทางหนังสือพิมพ์ The New York Times ได้อ้างข้อมูลจากพนักงานของ Amazon ที่ไม่เปิดเผยชื่อคนหนึ่ง ว่าบริษัทมีปัญหาในการผลิตมากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก
ปัญหาเรื่องฮาร์ดแวร์มาจากจอสัมผัส Amazon ต้องการนำเทคโนโลยีจากบริษัท Touchco ซึ่งสร้างเลเยอร์รับการสัมผัสได้ในราคาถูกมาใส่ แต่ปรากฏว่าพอนำมาใส่ในจอของ Kindle แล้วความคมชัดและความเข้มของตัวอักษรลดลง
Amazon เตรียมที่จะวางขายแท็บเล็ต Android ขนาดเก้านิ้วของตัวเองแล้วในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่แท็บเล็ตอีกยี่ห้อหนึ่ง แต่แหล่งข่าวของ Wall Street Journal ได้ชี้ว่าบริการต่าง ๆ ของ Amazon เองเช่น MP3 Store, ร้านขายเพลง, ภาพยนตร์, หนังสือ และ App Store ก็สามารถเข้าถึงได้โดยตรงผ่านแท็บเล็ตตัวนี้ ทำให้มันกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงทางด้านคอนเทนท์กับสินค้าตระกูล iOS
ในรายงานเดียวกันนี้ยังได้กล่าวถึง Kindle รุ่นใหม่ ที่จะมาพร้อมกับหน้าจอทัชสกรีนแล้ว แต่หน้าจอก็ยังคงเป็น e-ink ขาว-ดำเหมือนเดิม
ที่มา - This Is My Next…
ข่าวนี้อาจทำให้ใครที่ลังเลระหว่าง Nook กับ Kindle ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อแฮกเกอร์จาก XDA Forum ได้ประสบความสำเร็จในการแฮก Nook Touch ตัวใหม่ ให้สามารถใช้งานโปรแกรม Kindle ได้แล้ว ซึ่งนั้นหมายความว่า Nook Touch ตัวนี้จะสามารถอ่านหนังสือที่ซื้อจาก Amazon ได้นั่นเอง
จากที่ Amazon เปิดตัว Kindle with Special Offers แบบมีโฆษณาที่ถูกกว่าเดิม 18% แต่นั่นก็เป็นรุ่น Wi-Fi เท่านั้น
วันนี้ Amazon เปิดตัว Kindle 3G with Special Offers แล้ว โดยราคาลดลง 25 ดอลลาร์ (จาก 189 เหลือ 164 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 15%) ส่วนสเปกอย่างอื่นเหมือนเดิมทุกประการ
Kindle with Special Offers รุ่น Wi-Fi กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้ว ต้องรอดูกันว่ารุ่น 3G จะทำได้ดีแค่ไหนกัน
ยอดขายอีบุ๊กอันร้อนแรงของ Kindle แซงมาแล้วทั้งหนังสือปกแข็ง (hardcover) และปกอ่อน (paperback) วันนี้ทาง Amazon ออกมาประกาศแล้วว่าต่อให้นับหนังสือปกแข็งและปกอ่อนรวมกัน ก็ยังแพ้ยอดขายหนังสือภาคอิเล็กทรอนิกส์บนแพลตฟอร์ม Kindle
ในแถลงการณ์ของ Amazon บอกว่าสัดส่วนระหว่างหนังสือกระดาษกับอิเล็กทรอนิกส์คือ 100:105 โดยไม่นับรวมอีบุ๊กแจกฟรี ส่วนอัตราการเติบโตของอีบุ๊กในปี 2011 สูงกว่าปี 2010 ถึงสามเท่า และย้ำความสำเร็จของข่าวเก่าคือ Kindle แบบมีโฆษณากลายเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขายดีอันดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม Amazon ก็ยังไม่เปิดเผยตัวเลขยอดขายของ Kindle เช่นเคย
ที่มา - Amazon
หลังจาก Kindle รุ่นมีโฆษณาที่ราคาถูกลง 18% เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว คำถามสำคัญคือตลาดจะตอบรับมันอย่างไรหากผู้ใช้ถูกบังคับให้ดูโฆษณาจากเครื่องอ่านอีบุ๊กที่เสียเงินซื้อมาเองแถมถูกบังคับให้ซื้อหนังสือกับ Amazon อยู่แล้ว คำตอบในวันนี้เริ่มชัดเจนเมื่อ Kindle Wi-Fi รุ่นมีโฆษณานั้นขึ้นอันดับหนึ่งของสินค้าขายดีในหมวดอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
สินค้าอันดับหนึ่งในหมวดอิเล็กทรอนิกส์น่าจะแสดงถึงยอดขายที่แข็งแกร่งพอสมควร แม้ Amazon จะไม่เคยเปิดเผยยอดขายของ Kindle ตรงๆ ก็ตาม แต่หากฐานผู้ใช้สูงพอเราก็คงคาดหวังให้ Kindle ราคาต่ำลงเรื่อยๆ ได้อย่างแน่นอนเพราะมันจะกลายเป็นเครื่องทำเงินให้กับ Amazon ทุกครั้งที่เราถือมัน ไม่ว่าเราจะแค่มองจอที่มีโฆษณา หรือซื้อหนังสือที่สร้างกำไรให้กับ Amazon โดยตรง ส่วนจะฟรีในปลายปีนี้จริงหรือไม่ เราจะได้เห็นกันเร็วๆ นี้
ที่มา - PC World
ช่วงนี้แท็บเล็ต Android Honeycomb กำลังทยอยวางขายกันอย่างต่อเนื่อง ทาง Amazon จึงปรับแอพ Kindle for Android ให้เหมาะสำหรับหน้าจอของแท็บเล็ตแล้ว
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือปรับอินเทอร์เฟซของการอ่านนิตยสาร/หนังสือพิมพ์ และหน้าจอซื้อหนังสือให้เหมาะกับแท็บเล็ต นอกจากนี้ Amazon ยังปรับปรุงการค้นหาคำ และเพิ่มฟีเจอร์สั่งหยุดพักการดาวน์โหลดหนังสือชั่วคราว ซึ่งสองอย่างหลังมีทั้งบนรุ่นมือถือและแท็บเล็ต
ที่มา - Amazon
จากเดิมที่เคยปล่อยฟีเจอร์อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถยืมหนังสือกันได้ (ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้เฉพาะในอเมริกาเท่านั้น) ตามสัญญาในสิ้นปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีจุดอ่อนที่ว่า ยังยืมได้เฉพาะลูกค้าของอเมซอนเท่านั้น แต่ห้องสมุดส่วนใหญ่สนับสนุนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ epub ที่อเมซอนอย่างไรหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมรับไฟล์ไฟลรูปแบบนี้
ล่าสุด อเมซอนประกาศอนุญาตให้ยืมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้จากในห้องสมุดกว่า 11,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาภายในปีนี้ ซึ่งจะใช้ได้กับอุปกรณ์คินเดิลทุกรุ่น รวมถึงคินเดิลบน Android, iPad, iPod touch, iPhone, PC, Mac, BlackBerry, Windows Phone
Amazon เปิดตัว Kindle รุ่นใหม่ชื่อ Kindle with Special Offers ที่ราคาถูกกว่าเดิม 18% (จากเดิม 139 ดอลลาร์ เหลือ 114 ดอลลาร์) โดยตัวฮาร์ดแวร์เหมือนเดิมทุกประการ แต่ผู้ใช้จะต้องดูโฆษณาแทนเพื่อแลกกับราคาที่ลดลง
โฆษณาของ Kindle จะแบ่งเป็น 2 แบบ
- โฆษณาของ Amazon เอง ซึ่งจะมาในรูปคูปองส่วนลดพิเศษ (Special Offers ตามชื่อรุ่น) ในการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ของ Amazon เช่น ส่วนลดซื้อเพลงจาก Amazon MP3 Store หรือซื้อชุดว่ายน้ำจาก Amazon Swim Shop ในราคาพิเศษ
- โฆษณาจากคู่ค้ารายอื่น กลุ่มแรกๆ ที่ประกาศลงโฆษณาแล้วคือ Olay, Visa, Buick
แม้ Amazon จะประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ Kindle แต่กระแสแท็บเล็ตก็มาแรง จนเกิดแรงกดดันให้บริษัทต้องทำเครื่องอ่านอีบุ๊กแบบจอสัมผัสมากขึ้นเช่นกัน
ล่าสุด Lab 126 ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Amazon และเป็นฝ่ายที่พัฒนาฮาร์ดแวร์ Kindle ได้ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งนักพัฒนา Android จำนวน 5 ตำแหน่ง ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า Amazon กำลังทำอะไรบางอย่างกับ Android อยู่ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้ง Android Kindle รุ่นจอสัมผัส หรือไม่ก็เป็นอุปกรณ์ชนิดใหม่ไปเลย
ความเคลื่อนไหวระยะหลังของ Amazon ก็ใกล้ชิดกับ Android มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เห็นข่าว Amazon Appstore กันไปก่อนแล้ว
ที่มา - New York Times
ก่อนหน้านี้มีคนพยากรณ์ไว้ว่า Amazon เตรียมแจก Kindle ฟรีในเร็วๆ นี้? วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว แม้จะมีเงื่อนไขอยู่บ้างก็ตาม
ที่สหราชอาณาจักร ตอนนี้ Kindle เริ่มวางจำหน่ายตามร้าน Carphone Warehouse และ Best Buy โดยมีราคาเท่ากับที่ขายผ่านหน้าเว็บของ Amazon เอง แต่ที่พิเศษหน่อยคือกรณีของ Carphone Warehouse จะมีโปรโมชันพิเศษเพิ่มเติม นั่นคือลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือพร้อมติดสัญญา 2 ปี เลือกรับ Kindle รุ่น Wi-Fi ฟรี หรือไม่ก็เพิ่มอีก 15 ปอนด์สำหรับ Kindle 3G แทนได้
นี่อาจเป็นตัวอย่างแรกๆ ของการแจก Kindle ฟรี อีกสักพักน่าจะมีโปรโมชันที่น่าสนใจมากกว่านี้ครับ
ที่มา - reghardware, paidContent
Amazon กำลังจะเพิ่มช่องทางการขายเครื่องอ่านอีบุ๊ก Kindle ของตัวเองให้มากขึ้น จากเดิมที่ต้องขายผ่านหน้าเว็บเพียงทางเดียว เพราะผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของสหรัฐ AT&T จะเริ่มวางขาย Kindle รุ่น 3G ในร้านของตัวเองทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 2,000 ร้าน ในวันที่ 6 มีนาคมนี้
ยุทธศาสตร์นี้สำคัญต่อ Amazon มาก เพราะคนอีกจำนวนมากจะได้ลองจับและลองจ้อง Kindle ก่อนตัดสินใจซื้อ ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Nook และ iPad มีให้ลูกค้าลองจับมานานแล้ว
ที่มา - Business Insider










