หลังจาก แอปเปิลมีปัญหาคดีความเรื่องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า iPad ในประเทศจีนกับ Proview เมื่อปีที่แล้ว และเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนได้เริ่มยึด iPad จากร้านค้าต่างๆ ล่าสุดประธานบริษัท Proview หยางหลงซาน ได้ออกมายอมรับว่าการที่จะแบนไม่ให้แอปเปิลขาย iPad ในประเทศจีนนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรของทางการจีนบอกกับเขาว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะทำการแบน iPad เนื่องจากมีลูกค้าชาวจีนมากมายที่รักสินค้าของแอปเปิล หรือเพราะส่วนแบ่งทางการตลาดที่ใหญ่มากของ iPad นั่นเอง
เป้าหมายที่แท้จริงของ Proview เองน่าจะเป็นการหาเงินจากการฟ้องร้องเพื่อทำรายได้ให้บริษัทซึ่งมีสถานะการเงินง่อนแง่นอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นทางออกในเรื่องนี้ของ Proview คงมีอยู่ทางเดียวคือทำการตกลงเรื่องเงินชดเชยนอกศาลกับแอปเปิล
ที่มา: Reuters
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่าแอปเปิลกำลังทดสอบแท็บเล็ตตัวใหม่ โดยมีแหล่งข้อมูลจากผู้ผลิตของแอปเปิลรายหนึ่ง ได้บอกว่าแอปเปิลได้ให้บริษัทของเค้านี้ดูดีไซน์ใหม่ซึ่งมีขนาดเพียงแค่ 8 นิ้ว อีกแหล่งข่าวนึงรายงานว่าแท็บเล็ตตัวใหม่นี้ จะมีความละเอียดหน้าจอเท่ากับ iPad 2 ซึ่งก็คือ 1024 x 768 นั่นเอง และแอปเปิลกำลังร่วมมือกับผู้ผลิตจออย่าง AU Optronics ของไต้หวัน และ LG Display จากเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว แอปเปิลทำการทดสอบฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ กับผู้ผลิตเป็นประจำ และอาจจะเลือกที่จะไม่ใช้ดีไซน์เหล่านี้ ซึ่งทาง Wall Street Journal ได้ติดต่อไปยังแอปเปิล แต่โฆษกแอปเปิลได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดใดในเรื่องนี้
ที่มา - Wall Street Journal
เว็บ iMore รายงานข่าวโดยอ้างข้อมูลวงในว่าแอปเปิลเตรียมจัดงานเปิดตัว iPad รุ่นใหม่หรือที่เรียกกันตอนนี้ว่า iPad 3 ในวันพุธที่ 7 มีนาคมนี้ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวก่อนหน้านี้ว่าเป็นต้นเดือนมีนาคม อีกทั้งการเปิดตัวสินค้าของแอปเปิลก็มักทำในวันพุธอยู่แล้ว
สำหรับสเปกที่ iMore อ้างว่าได้มานั้นก็ไม่ต่างจากข่าวเก่า คือหน้าจอ Retina 2048x1536, ซีพียู Quad-core A6 และรองรับ LTE
เอาเป็นว่าสถานะตอนนี้ยังเป็นแค่ข่าวลืออยู่นะครับ
ที่มา: iMore
รายงานจาก Hebei Youth Daily ของจีนกล่าวว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนได้เริ่มเข้ายึด iPad ตามร้านค้าต่างๆ ในจีน และมีบางร้านค้าที่ตัดสินใจเอา iPad ลงจากชั้นวางขายของไปก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ถูกยึดไปเหมือนกับร้านอื่นๆ (แต่ก็ยังแอบขายต่อไป) ส่วนรายงานจากทาง China.com กล่าวว่ารัฐบาลจีนได้ยึด iPad 2 ไปแล้วกว่า 45 เครื่อง
สาเหตุของการไล่ยึด iPad ครั้งนี้ยังไม่แน่ชัด แต่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคดีละเมิดเครื่องหมายทางการค้าชื่อ IPAD ระหว่างแอปเปิลและบริษัท Proview Technology ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
หนังสือพิมพ์ The Korea Herald รายงานตัวเลขคาดการณ์ยอดขาย iPad ในประเทศเกาหลีตอนนี้ว่าอยู่ที่ราว 1 ล้านเครื่องแล้ว โดยนับตั้งแต่แอปเปิลเริ่มวางขาย iPad รุ่นแรกอย่างเป็นทางการในปลายปี 2010 ซึ่งในหนึ่งล้านเครื่องนี้คิดเป็นยอดขายเฉพาะของปีที่แล้วถึง 7 แสนเครื่อง นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวไม่รวมเครื่องหิ้ว
ยอดขายดังกล่าวทำให้ส่วนแบ่งการตลาดแท็บเล็ตในประเทศเกาหลีใต้ของแอปเปิลนั้นอยู่ราว 70-80% ซึ่งนับว่าสูงแซงหน้าคู่แข่งหลักอย่าง Galaxy Tab ของซัมซุงที่เป็นสินค้าจากประเทศเกาหลีเองเสียด้วย
อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือการซื้อ iPad ที่เกาหลีนั้น 2 ใน 3 เป็นการซื้อรุ่นที่มีแค่ Wi-Fi เท่านั้น เพราะรุ่น 3G ต้องซื้อกับผู้ให้บริการเครือข่าย
ที่มา: The Korea Herald
Amazon ปล่อยโฆษณาตัวล่าสุดของ Kindle มาล้อเลียน iPad อีกครั้ง
ในโฆษณาแสดงให้เห็นถึง Kindle รุ่นล่าสุด โดยยังคงเน้นที่จุดเด่นในการอ่านกลางแจ้งเช่นเคย พร้อมกับแท็บเล็ต Kindle Fire สำหรับใช้งานด้านบันเทิง ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่บอกว่า "ราคารวมของ Kindle จำนวน 3 เครื่อง ก็ยังถูกกว่า iPad เครื่องเดียวซะอีก"
ที่มา The Next Web
AllThingsD รายงานข่าวลือล่าสุดว่าแอปเปิลจะแถลงข่าวเปิดตัว iPad 3 ช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ สถานที่จะเป็นซานฟรานซิสโก โดยน่าจะเป็นหอประชุม Yerba Buena Center for the Arts
ส่วนวันวางขายจริงๆ ยังไม่มีข้อมูล แต่ AllThingsD เดาว่า "น่าจะ" เหมือนกับตอน iPad 2 คือ 1 สัปดาห์หลังการแถลงข่าว
ข้อมูลของ iPad 3 ก็ตามไปอ่านข่าวเก่าๆ กันเองนะครับ และเช่นเคย ย้ำก่อนจบข่าวว่าทั้งหมดเป็นข่าวลือล้วนๆ
ที่มา - AllThingsD
ถึงแม้จะไม่ใช่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวแรกบน iPad แต่เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการตัดต่อวิดีโออย่าง Avid ขยับ ทุกสายตาก็ต้องหันมาจับตา
แอพตัดต่อวิดีโอตัวนี้มีชื่อว่า Avid Studio ขายในราคา 4.99 ดอลลาร์ จุดเด่นของมัน (ตามที่ Avid กล่าวอ้าง) คืออัดฟีเจอร์ระดับโปรมาอยู่ในแอพที่ผู้ใช้หน้าใหม่ก็ใช้งานได้ง่าย มีฟีเจอร์ระดับสูงทั้ง storyboard, timeline, การตัดต่อแบบ frame-by-frame, รองรับ audio หลายแทร็ค และที่สำคัญคือสามารถ export วิดีโอไปยัง Avid Studio บนพีซีได้
ตามข่าวบอกว่าช่วงนี้แนะนำ Avid เลยตั้งราคาที่ 4.99 ดอลลาร์ แต่ในไม่ช้าจะปรับราคาขึ้นเป็นราคาเต็ม 7.99 ดอลลาร์
ที่มา - Avid, ReadWriteWeb
CNet รายงานถึงเนื้อหาการค้นคว้าจาก Citigroup ที่หลังจากได้รับข้อมูลจากทิม คุกและซีเอฟโอของแอปเปิล Peter Oppenhimer พบว่า MacBook Air ไม่น่าจะเปลี่ยนมาใช้ชิปประมวลผล ARM แม้ว่าแพลตฟอร์ม iOS จะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยจากการพูดคุยกับพนักงานระดับสูงของแอปเปิลทั้งสอง เชื่อว่าแทนที่ MacBook Air จะมีการเปลี่ยนมาใช้ ARM แพลตฟอร์มไอแพ็ดต่างหากที่โตขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มกินตลาดของ MacBook Air แทน และสิ่งที่คนอื่นคาดว่า MacBook Air ที่ใช้ชิป ARM ทำได้ก็น่าจะสามารถทำได้ด้วยไอแพ็ดในอนาคตอยู่แล้ว
ซึ่งนี่ก็หมายความว่าแอปเปิลอาจจะไม่เปลี่ยนชิปของสินค้าตระกูล MacBook มาเป็น ARM เร็ว ๆ นี้ แต่สินค้าตระกูลไอแพ็ดต่างหาก ที่จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงสินค้าตระกูลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้ และเป็นไปได้ว่าอนาคตเราอาจจะได้เห็นไอแพ็ดที่มาพร้อมกับคีย์บอร์ดและทำงานลักษณะเดียวกับ Transformer Prime ก็ได้
ที่มา - Cnet
บริษัทวิจัย Strategy Analytics (เจ้าเดียวกับข่าวก่อนหน้านี้) เผยข้อมูลส่วนแบ่งยอดขายแท็บเล็ตทั่วโลกประจำปี 2011 สรุปว่า iPad ยังเป็นแชมป์ แต่แท็บเล็ต Android ก็ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ
สรุปยอดขายส่ง (shipment) แท็บเล็ตทั่วโลกตลอดทั้งปี 2011 อยู่ที่ 66.9 ล้านเครื่อง โตขึ้นจากปี 2010 ถึง 260% (ปี 2010 อยู่ที่ 18.6 ล้านเครื่อง)
สำหรับส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสที่สี่ของปี 2011 แชมป์ยังเป็นของ iPad ที่ 57.6% (ปีก่อนอยู่ที่ 68.2% ส่วนแบ่งลดลงแต่จำนวนเครื่องขายได้เยอะขึ้น) ตามด้วย Android 39.1% (ปีก่อนอยู่ที่ 29.0%) และอันดับสาม Windows 1.5% (ปีก่อนมี 0%)
ระบบปฏิบัติการอื่นๆ คิดรวมเป็นหมวด Other อยู่ที่ 1.9% ยอดขายประมาณ 5 แสนเครื่องครับ
ที่มา - Strategy Analytics, CNET
หลังจากที่ได้เปิดตัวหนังสือเรียนบนไอแพ็ดไปแล้ว แอปเปิลได้ออกมาเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้ผ่านทางไอแพ็ด หลังจากที่ Houghton Mifflin Harcourt (HMH) หนึ่งในพาร์ทเนอร์ของแอปเปิลในการนำหนังสือเรียนของตนเองมาลงบนไอแพ็ด ได้ทำการทดลองให้นักเรียนเปลี่ยนมาเรียนเนื้อหาของตัวเองผ่านทางไอแพ็ดเป็นเวลา 1 ปีที่โรงเรียน Amelia Earhart Middle School พบว่านักเรียน 78% มีคะแนนในเกณฑ์ "ดี" หรือ "สูง" ในขณะที่นักเรียนที่เรียนจากหนังสือธรรมดาได้คะแนนเกณฑ์นี้เพียงแค่ 58%
จากในรายงาน คนสอนเชื่อว่าการเปลี่ยนให้นักเรียนมาเรียนผ่านไอแพ็ด สามารถทำให้แรงจูงใจในการเรียนรู้สูงขึ้นมาก ผ่านการตอบสนอง (interactivity) ที่ดีขึ้น นอกจากนี้นักเรียนยังรู้สึกว่าการเรียนรู้ผ่านไอแพ็ดนั้นเป็นธรรมชาติมากกว่า และทำให้นักเรียนสามารถเลือกที่จะเรียนในสิ่งตัวเองอยากเรียนได้มากกว่า
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ผ่านทางไอแพ็ดของนักเรียนเหล่านี้ ไม่ใช่การเรียนรู้จากหนังสือเรียน eBook ของ HMH แต่เป็นผ่านแอพที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในโครงการ Fuse ที่ ณ เวลานี้วางขายในราคา 59.99 ดอลลาร์บน App Store ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาสูงสุดที่แอปเปิลกำหนดไว้สำหรับหนังสือเรียนอยู่มากที่ 14.99 ดอลลาร์
เรื่องนี้น่าคิดสำหรับเมืองไทยเหมือนกัน ไม่ทราบว่าเราเคยได้ทำการ "ทดลอง" เป็น Pilot Program จริงจังก่อนตัดสินใจแล้วหรือยัง?
ที่มา - MacRumors
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าแอปเปิลได้สั่งเดินหน้าสายผลิต iPad 3 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนที่จะมีการวางขายจริงภายในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยไอแพ็ดรุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูง ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหน้าจอ Retina Display ก็ได้ โดยจากในรายงาน ความละเอียดนี้สูงกว่า HDTV ในตลาด และก็ทำให้การมองหน้าจอรู้สึกเหมือนมองสิ่งพิมพ์มากขึ้น
นอกจากหน้าจอที่ละเอียดกว่าเดิมถึงสี่เท่าแล้ว ตัว iPad 3 เองน่าจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 4 คอร์ และความสามารถที่จะเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย LTE ได้อีกด้วย
ที่มา - Bloomberg
ข่าวลือรอบนี้มาจาก Bloomberg ซึ่งรายงานว่า iPad รุ่นถัดไปซึ่งเรียกกันว่า iPad 3 โดยอ้างข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อระบุว่า iPad 3 จะมาพร้อมกับชิป quad-core ทำให้การประมวลผลเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับเครือข่าย LTE เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง Verizon และ AT&T ที่ต้องการให้อุปกรณ์ในอนาคตรองรับ LTE ทั้งหมด ส่วนความละเอียดของหน้าจอนั้น แหล่งข่าวระบุว่าจอจะเป็นแบบความละเอียดสูง
ทั้งนี้สายการผลิตของ iPad 3 ได้เริ่มต้นแล้วโดยใช้โรงงาน Foxconn เป็นฐานการผลิตหลัก และจะเริ่มกำลังผลิตสูงสุดหลังเทศกาลตรุษจีนเพื่อให้ทันการเปิดตัวในเดือนมีนาคม
อย่างไรก็ตาม TechCrunch มองว่ารายงานข่าวนี้มีความน่าสงสัย ทั้งการเรียกว่าชิป quad-core แทนที่จะเป็น A6 หรือการใช้คำว่าจอความละเอียดสูงแทนที่จะเป็นจอ Retina
ในส่วนข่าวลือก่อนหน้านี้ก็มีทั้ง จะหนาขึ้น จอ QXGA ปรับปรุงแค่กล้อง เพิ่มความจุแบตเตอรี่
ที่มา: Bloomberg
สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า Sharp ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่จะผลิตจอภาพ Retina Display ใหม่ให้แก่ iPad 3 ของแอปเปิล ไม่สามารถที่จะผลิตหน้าจอ "ตามที่แอปเปิลต้องการได้" (ไม่ระบุว่าเป็นสเปค หรือความสามารถในการผลิต) ทำให้เหลือเพียงแค่บริษัทใหญ่ยักษ์ของเกาหลีใต้สองรายเท่านั้น คือซัมซุง และ LG ที่จะป้อนหน้าจอให้กับแอปเปิล
ในรายงานเดียวกัน อ้างว่าแอปเปิลต้องการจอแอลซีดีจำนวน 65 ล้านจอสำหรับ iPad 3 ภายในปี 2012 โดยในระยะแรกซัมซุงและ LG จะต้องผลิตจอภาพ 5 ล้านจอให้กับแอปเปิลภายในไตรมาสแรกของปีนี้สำหรับการขายของในระยะเปิดตัว iPad
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในรายงานนี้ไม่มีการยืนยันสเปคของหน้าจอแต่อย่างใด แต่จากข่าวลืออื่น ๆ ก่อนหน้านี้เชื่อว่าแอปเปิลได้เลือกใช้หน้าจอที่มีความละเอียด XQGA (2048x1536)
ที่มา - 9to5Mac
เมื่องาน CES ปี 2011 ที่ผ่านมา Android แท็บเล็ตกลายเป็นจุดสนใจของทุกฝ่าย เพราะไม่เพียงแค่ผู้ผลิตจำนวนมากจะออกมาเปิดตัวแท็บเล็ตในงานแล้ว กูเกิลเองก็ออกมาโชว์ Honeycomb ด้วยตัวเอง จนคาดเดาว่าน่าจะล้ม iPad ได้ไม่ยากนัก
แต่แล้ว 1 ปีผ่านไป Android แท็บเล็ตก็ยังมีส่วนแบ่งในตลาดเพียง 15%-30% นอกจากนี้ ComScore ยังออกรายงานว่ายอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากแท็บเล็ต 88% มาจาก iPad ทั้งที่เมื่อมองตลาดโทรศัพท์มือถือนั้น Adnroid กลับไปได้ไกลกว่ามาก ทาง Tech Republic เลยออกบทวิเคราะห์ 4 เหตุผลที่ทำให้แท็บเล็ต Android ไม่ประสบความสำเร็จ
DigiTimes แหล่งข่าวลือจากฝ่ายผู้ผลิตสินค้าในเอเชียได้ออกมารายงานว่าแอปเปิลกำลังเตรียมตัวที่จะเปิดตัว iPad 3 พร้อมกับหน้าจอ HD แล้วในเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้แอปเปิลยังจะปล่อย iPad 4 ต่ออีกในเดือนตุลาคมภายในปีเดียวกันนี้
ในรายงานอ้างว่า iPad 3 จะมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด QXGA หรือที่ความละเอียด 1,536 x 2,048 พิกเซล และจะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานขึ้น แต่สเปคอื่น ๆ ทางด้านฮาร์ดแวร์จะไม่เปลี่ยนไปจาก iPad 2 มากนัก
ที่น่าสนใจกว่าคือรายงานเกี่ยวกับ iPad 4 โดย DigiTimes อ้างว่า iPad 4 จะเป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าที่รบราฆ่าฟันกับแท็บเล็ตระบบคู่แข่งอย่าง Android และ Windows โดย iPad 4 จะมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ที่แรงกว่าเดิมรอบด้าน และมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นที่สร้างมาเพื่อเปลี่ยนเกมการแข่งขันในตลาดใหม่ ส่วนเรื่อง iPad ขนาดเล็ก 7.85 ตามรายงานของ DigiTimes จะไม่มีอีกต่อไป
ที่มา - 9to5Mac
Jeremy Horwitz จากเว็บ iLounge ออกมาทวีตว่าเขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับไอแพ็ดตัวต่อไป โดยเขาอ้างว่าไอแพ็ดตัวใหม่นั้นจะมีกล้องถ่ายรูปที่ดีขึ้น โดยกล้องด้านหน้าจะกลายเป็นกล้อง FaceTime HD และด้านหลังจะเป็นกล้องที่ดีกว่ารุ่นเดิม ซึ่งน่าจะเป็นกล้องคุณภาพระดับ iPhone 4 หรือ 4S โดยข้อมูลนี้ตรงกับข้อมูลที่เว็บ 9to5Mac เคยได้ยินมาว่าเครื่องต้นแบบไอแพ็ดใหม่มีกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซลติดตั้งอยู่
นอกจากนี้ Horwitz ยังได้ออกมายืนยันข้อมูลที่เขาเคยให้ไว้ว่าไอแพ็ดใหม่จะหนากว่า iPad 2 ประมาณ 1 มิลลิเมตร เนื่องจากชิ้นส่วนภายในมีขนาดใหญ่ขึ้น และความโค้งมนของตัวเครื่องจะถูกแก้ไขเล็กน้อยเพื่อรองรับกับความหนาที่เพิ่มขึ้น แต่รูปร่างโดยรวมจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกับ iPad 2
คาดว่าไอแพ็ดใหม่จะวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยจะวางขายไปพร้อม ๆ กับ iPad 2 ที่จะคงราคาไว้ที่เดิมที่ 399 ดอลลาร์ และการมาของไอแพ็ดใหม่ที่จะมาพร้อมกับหน้าจอ Retina Display นี้จะทำให้มีสินค้า "ตระกูลไอแพ็ด" เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว
ที่มา - 9to5Mac
นักวิเคราะห์จากบริษัท Morgan Keegan ประเมินยอดขาย iPad ในไตรมาสที่ผ่านมาว่าน่าจะอยู่ราวๆ 13 ล้านเครื่อง ถึงตัวเลขจะเยอะกว่าคู่แข่งมาก แต่ยอดเดิมที่ Morgan Keegan คาดการณ์ไว้คือ 16 ล้านเครื่อง
เหตุผลสำคัญที่ยอดประเมิน (ไม่ใช่ยอดขายจริงนะครับ) ลดลงไป เป็นเพราะ Kindle Fire ที่คาดว่าจะขายได้ถึง 4-5 ล้านเครื่องในไตรมาสก่อน ซึ่งในจำนวนนี้น่าจะราวๆ 1-2 ล้านเครื่องที่แย่งยอดขายมาจาก iPad ได้
Morgan Keegan ให้เหตุผลว่า Kindle Fire ขายดีเป็นเพราะปัจจัยเรื่องราคา โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่สนใจแท็บเล็ตราคา 500 ดอลลาร์ แต่จะซื้อแท็บเล็ตราคาถูกเท่านั้น หรือไม่ก็ไม่ซื้อมันเสียเลย
ที่มา - AllThingsD
ของขวัญปีใหม่สำหรับ Google จริงๆ ครับ เพราะเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา USPTO ได้อนุมัติการจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของแอปเปิ้ลจำนวน 1 ใบ สิทธิบัตรใบนั้นก็คือ "ระบบจดจำผู้ใช้งานด้วยใบหน้า" ครับ
หลักการทำงาน... ขอใช้คำว่าเหมือนกับ Face Unlock บน Android 4.0 เลยดีกว่า คือผู้ใช้เอาหน้าไปยิ้มแฉ่งใส่กล้องหน้า แล้วระบบจะทำการปลดล็อกให้ครับ แต่กรณีของแอปเปิ้ลจะมีขั้นตอนแตกต่างกันเพียง 1 ขั้นตอน คือระบบจะเลือกใบหน้าจากฐานข้อมูลขึ้นมา แล้วสั่งปลดล็อกให้เครื่องเข้าสู่สภาวะที่ผู้ใช้งานคนนั้นเป็นเจ้าของครับ (มีรูปหลักการทำงานไว้ท้ายเบรคครับ เผื่ออธิบายตรงนี้แล้วยังไม่เข้าใจ)
จากสิทธิบัตรนี้ หากรวมๆ กับข่าวลือของ iPad รุ่นที่ 3 อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า iPad รุ่นหน้า จะรองรับการใช้งานแบบหลายคนแล้วด้วย ถึงแม้ว่าปกติเราซื้อ iPad มาเพื่อใช้งานคนเดียวก็เถอะนะ ส่วนถ้าจะถามว่าจะมีอยู่ใน iPhone รุ่นหน้าด้วยหรือไม่ คงต้องรอคำตอบจากแอปเปิ้ลครับ
ที่มา - MacRumors
สำนักข่าวไต้หวันรายงานว่า iPad รุ่นถัดไปหรือที่เรียกกันว่า iPad 3 น่าจะเปิดตัวในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อให้ตรงกับวันเกิดของสตีฟ จ็อบส์อดีตซีอีโอแอปเปิลผู้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้โดยอ้างข้อมูลจากบรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนส่งให้กับแอปเปิลในการผลิตแท็บเล็ตรุ่นถัดไปว่า ผู้ผลิตแทบทุกรายได้ออกคำสั่งให้พนักงานทำงานล่วงเวลาในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือปลายเดือนมกราคมแล้วเพื่อให้การผลิต iPad รุ่นถัดไปนั้นสามารถส่งมอบได้ทันเวลา โดยคาดว่า iPad รุ่นถัดไปชุดแรกจะผลิตออกมาราว 4 ล้านเครื่อง
สเปกของ iPad 3 ที่ลือกันมาก่อนหน้านี้ก็เดากันได้ไม่ยากนัก กล่าวคือจะมีหน้าจอแบบ Retina, มี Siri และมีซีพียูที่เร็วขึ้น นอกจากนี้นักวิเคราะห์บางสำนักให้ความเห็นต่อข่าว iPad รุ่นเล็กที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะสตีฟ จ็อบส์เองเคยกล่าวว่าแท็บเล็ต 7 นิ้วนั้นเล็กเกินไป แต่ทิศทางที่แอปเปิลน่าจะทำคือการออก iPad 3 ควบคู่ไปกับ iPad 2 แบบลดความจุและขายในราคาที่ถูกลงซึ่งเคยทำกับ iPhone มาแล้ว
ที่มา: Focus Taiwan, Apple Insider และ eWeek








