เว็บ WeiPhone จากประเทศจีนได้โพสต์ลิงก์ไปยังซอฟต์แวร์ใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวที่ WWDC โดยเมื่อปีที่แล้วเว็บนี้ได้โพสลิงก์ก่อนงาน WWDC จริงได้อย่างถูกต้อง โดยในปีนี้คาดว่าตัว iOS ที่แอปเปิลจะนำมาโชว์จะมีเวอร์ชัน 10A5316k แต่ที่น่าสนใจคือบนเว็บไม่มีลิงก์สำหรับ iPad รุ่นแรกอีกต่อไปแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ว่า iOS 6 จะไม่รองรับ iPad รุ่นแรก
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแอปเปิลจะยังสนับสนุน iPhone 3GS อยู่แม้ว่า iPhone 3GS จะมีชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เก่ากว่า iPad รุ่นแรกก็ตาม
ที่มา - 9to5Mac
มอร์แกน สแตนเลย์เปิดเผยผลสำรวจผู้ที่ต้องการซื้อแท็บเล็ตใหม่ โดยพบว่าผู้คนร้อยละ 25 มีแผนจะซื้อแท็บเล็ตรัน Windows 8 ซึ่งสูงกว่าผู้คนที่รอซื้อแท็บเล็ตรัน Android ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 22 ส่วนแพลตฟอร์มที่ผู้คนมีแผนจะซื้อมากที่สุดแบบไม่ต้องสงสัยคือแท็บเล็ตรัน iOS ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 46
ผลสำรวจยังพบว่า การใช้แอพ Microsoft Office ได้เป็นตัวชี้วัดสำคัญของผู้ที่ต้องการจะซื้อแท็บเล็ต (โดยเฉพาะผู้ที่จะซื้อแท็บเล็ตเป็นครั้งแรก) รองลงมาเป็นความสามารถในการซิงค์คอนเทนต์ที่ผู้ใช้ซื้อมาระหว่างเครื่องอื่นได้ และ จำนวนคอนเทนต์ที่ให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ ตามลำดับ แต่สำหรับผู้ที่ซื้อแท็บเล็ตไปแล้วนั้นจะต้องการความสามารถในการซิงค์คอนเทนต์ที่ผู้ใช้ซื้อมาระหว่างเครื่องอื่นได้เป็นอันดับแรก โดยที่การใช้แอพ Microsoft Office อยู่อันดับที่สี่
ไม่รู้ว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กูเกิลใช้เพื่อซื้อ QuickOffice หรือไม่ และก็ไม่รู้ว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไมโครซอฟท์ออกชุด Office สำหรับ iPad และ Android ช้าหรือไม่
ที่มา: All Things Digital
หลังจากที่ผู้ใช้ iPad ต้องทนใช้ SkyDrive ในขนาดหน้าจอ iPhone กับ iPod Touch มาร่วมครึ่งปี ล่าสุดทาง Microsoft ได้ออกแอพฯ SkyDrive สำหรับ iPad (จริง ๆ) เสียที พร้อมรองรับระบบแชร์ไฟล์ (อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว) ,รองรับการแก้ไขไฟล์จากแอพฯ อื่นบน iPad และแอพ SkyDrive ตัวนี้รองรับ Retina Display มาตั้งแต่ต้นอีกด้วย
ใครที่รู้สึกอึดอัดกับ SkyDrive รุ่นจอเล็กอยู่หละก็สามารถอัพเดตได้ที่ App Store ครับ
ที่มา : Engadget
เว็บไซต์ The Daily ได้กระพือข่าวชุดออฟฟิศสำหรับไอแพดอีกครั้งว่า ว่าไมโครซอฟท์ได้เสร็จสิ้นการพัฒนาแอพบนไอแพดตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยขณะนี้แอพอยู่ในช่วงทดสอบ จากนั้นจะถูกส่งให้แอปเปิลทดสอบ ก่อนที่จะได้รับการเปิดตัวในวันที่ 10 พ.ย. นี้
หากข่าวลือจาก BGR ก่อนหน้านี้ที่ว่าชุดออฟฟิศสำหรับแอนดรอยด์ จะได้รับการเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นความจริง แอพบนแอนดรอยด์นี้ก็น่าจะได้รับการเปิดตัวในวันเดียวกัน
ที่มา: The Daily
มีของแปลกหลุดมาขายในอีเบย์อีกครั้ง คราวนี้เป็นของแปลกจากฝั่งแอปเปิล นั่นก็คือ iPad ตัวต้นแบบรุ่นแรกที่มีพอร์ต 30-pin สองพอร์ตนั่นเอง
ตำแหน่งของพอร์ตทั้งสองจุดนั้น จุดแรกอยู่บริเวณใต้ปุ่มโฮม เหมือนกับรุ่นมาตรฐาน ส่วนอีกจุดอยู่ทางฝั่งซ้ายของเครื่อง (น่าจะไว้ใช้สำหรับแนวนอน) ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่แอปเปิลเคยจดสิทธิบัตรไว้เมื่อปลายปี 2010
รายละเอียดอื่นของเครื่องคือรัน iOS 3.2 รุ่น beta (ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะอัพเกรดแบบปกติได้หรือไม่) ส่วนตัวเครื่องผลิตราวปี 2009-2010 และใช้งานได้ปกติเกือบทุกส่วนยกเว้นการสัมผัสจอเนื่องจากชิปสำหรับติดต่อกับจอรับสัมผัส (digitizer) หายไป
นอกจากตัวเครื่องแล้ว ยังมี SwitchBoard ซอฟต์แวร์สำหรับทดสอบตัวเครื่องของแอปเปิลหลุดมาพร้อมกันอีกด้วย
ตัวเครื่องนี้บนอีเบย์มีผู้ชนะไปเรียบร้อยแล้วด้วยราคา 10,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราวสามแสนบาท) ภาพตัวเครื่องทุกมุม และหน้าตาของ SwitchBoard ดูได้จากที่มาครับ
ผู้ใช้ไอโฟน ไอแพ็ด และไอพ็อดคงจะทราบดีกว่า ก่อนนอนเวลาเราปิดไฟห้องนอนแล้ว แต่อยากจะต่อสายชาร์จ dock connector ให้ตรงช่องเสียบบนอุปกรณ์ iOS ของเรามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องใช้ความแม่นยำแล้วยังจะต้องรู้ว่าเสียบถูกด้านหรือไม่ ล่าสุดก็ได้มีโครงการใหม่ที่จะผลิตสาย dock connector ที่ติดหลอดไฟ LED เพื่อให้การชาร์จอุปกรณ์ iOS ของเราในที่มืดให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นแล้วบน KickStarter
โดยสายไฟนี้มีชื่อว่า CordLite ซึ่งจะทำงานไม่ต่างกับสาย dock connector ทั่วไปของแอปเปิล เพียงแต่ตัว dock connector จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้น (ดูวีดีโอได้ข้างในข่าวครับ)
โครงการนี้มีเป้าหมายในการระดมทุนผ่าน KickStarter ที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้วเราก็จะสามารถหาซื้อ CordLite ที่จะมีทั้งสีดำและสีขาวได้ในเดือนกันยายนนี้ ที่ราคา 35 ดอลลาร์ต่อเส้น โดยผู้ที่เลือกที่จะสนับสนุนโครงการนี้ผ่านทาง KickStarter ในตอนนี้จะสามารถเลือกซื้อสายนี้ได้ในราคาประหยัดกว่าใคร อีกทั้งยังสามารถซื้อรุ่นพิเศษต่าง ๆ ได้อีกด้วย ส่วนใครอยากได้เป็นสาย microUSB อย่าเสียใจไป เพราะหลังโปรเจคนี้เกิดเวอร์ชั่น microUSB จะตามมา
ที่มา - CordLite on Kickstarter
แหล่งข่าวใหม่ Liberty Times ได้ออกมาบอกว่าแอปเปิลได้ผู้ผลิตหน้าจอให้กับ iPad mini ที่จะมีขนาดหน้าจอ 7.85 นิ้วแล้ว โดยในรายงานผู้ผลิตดังกล่าวได้แก่ LG และ AU Optronics และคาดว่าแอปเปิลจะสามารถเดินสายผลิต iPad mini อย่างเต็มที่ได้เร็ว ๆ นี้เพื่อการวางจำหน่ายจริงในช่วงปลายปีนี้ โดยคาดไว้ว่าแอปเปิลมีเป้าหมายการผลิต iPad mini อยู่ที่ 6 ล้านเครื่อง
จุดประสงค์ของ iPad mini คือการเข้าไปตีตลาดแท็ปเล็ตราคาถูก ที่ Amazon ถือว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่ แม้ว่าก่อนหน้านี้สตีฟ จ็อบส์ไม่เห็นด้วยกับขนาดหน้าจอดังกล่าว และบอกว่าวิธีเดียวที่จะทำให้ผู้คนเอ็นจอยกับการใช้แท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 7 นิ้วได้คือการลดขนาดของนิ้วคน ซึ่งเป็นไปไม่ได้
ในรายงานนี้อ้างว่า iPad mini จะไม่ใช้หน้าจอ Retina Display แต่จะใช้หน้าจอความละเอียดเดิมของ iPad รุ่นแรกและ iPad 2 ที่ 1024x768 แทนเพื่อให้แอปเปิลสามารถกดราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่ง
ที่มา - 9to5Mac
9to5Mac รายงานว่าตอนนี้แอปเปิลได้เปลี่ยนคำว่า iPad Wi-Fi + 4G ไปเป็นคำว่า iPad Wi-Fi + Cellular แทนในประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหรัฐอาหรับฯ เวียดนาม สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ มาเลเซีย ไอร์แลนด์ ฮ่องกง และประเทศไทยแล้ว
สาเหตุที่มีกระแสต่อต้านการใช้คำว่า 4G ในการตลาดของ iPad ใหม่หลายประเทศ เนื่องจาก iPad ใหม่รองรับการใช้งาน LTE เฉพาะกับ 5 เครือข่ายทั่วโลกเท่านั้น โดยทั้งหมดนี้อยู่ในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
ที่มา - 9to5Mac
มีความคืบหน้าเรื่องปัญหาเครื่องหมายการค้า I-PAD ที่บริษัท Proview เป็นเจ้าของชื่อนี้ในประเทศจีนจนเกือบทำให้แอปเปิลขาย iPad ในประเทศจีนไม่ได้ครับ เนื่องจากความต้องการแท้จริงของ Proview ซึ่งบริษัทมีสถานะการเงินไม่ดีนัก เป็นการอยากได้เงินค่าใช้ชื่อสินค้าจากแอปเปิลมากกว่า ซึ่งล่าสุดการเจรจาข้อตกลงก็เริ่มขึ้นแล้ว
สำนักข่าว Beijing Times รายงานจากแหล่งข่าวที่อยู่ในการเจรจาข้อตกลงของสองบริษัท กล่าวว่าแอปเปิลได้ยื่นข้อเสนอแรกเป็นเงิน 100 ล้านหยวนหรือ 16 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับสิทธิเครื่องหมายการค้า I-PAD ในประเทศจีน แต่ Proview ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้เนื่องจากต่ำไปและยื่นข้อเสนอกลับเป็นเงิน 400 ล้านดอลลาร์ (ดูหน่วยเงินดีๆ ครับ)
ถึงแม้การเจรจายังยุติไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น Proview ก็อยู่ในฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากบริษัทมีสถานะการเงินย่ำแย่มากและล่าสุดเริ่มทยอยจำหน่ายสินทรัพย์ของบริษัททอดตลาดเพื่อหาเงินสดมาชำระหนี้แล้ว ก็ต้องดูต่อไปว่า Proview จะยืดเวลาออกไปได้อีกแค่ไหน
ที่มา: The Next Web
เว็บ iMore รายงานว่าแอปเปิลมีแผนการที่จะวางจำหน่าย iPad ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ที่สำคัญ แอปเปิลต้องการขายแท็บเล็ตนี้ที่ราคาประมาณ 6,000-7,500 บาท (200-250 ดอลลาร์) เท่านั้น เช่นเดียวกับเมื่อก่อนที่แอปเปิลได้ปล่อย iPod mini เครื่องเล่น MP3 ที่ราคาถูกกว่าออกมา เพื่อปิดช่องว่างของตลาด ไม่ให้คู่แข่งรายอื่นได้เกิด
ในรายงานยังอ้างอีกว่า iPad ขนาด 7 นิ้วนี้จะมีทุกอย่างเหมือนกับ iPad ตัวเต็มยกเว้นขนาดหน้าจอ หากเป็นจริงก็หมายความว่า iPad ใหม่นี้จะมีความละเอียดของหน้าจอต่อนิ้วอยู่ในระดับเดียวกับ iPhone 4/4S เลยทีเดียว ส่วนเรื่องความสามารถของแอปเปิลที่จะกดราคาได้ต่ำเท่าที่ต้องการหรือไม่ คาดว่าแอปเปิลอาจจะต้องใช้วิธีลดขนาดความจุข้อมูลมาอยู่ที่ 8GB เท่านั้น
เว็บ iMore เป็นเว็บที่ให้ข้อมูลข่าวลือเกี่ยวกับสินค้าตระกูล iOS ได้ถูกต้องมาตลอด โดยก่อนหน้านี้ข้อมูลทุกอย่างที่เว็บนี้เผยเกี่ยวกับ iPad ใหม่ก่อนหน้าวันเปิดตัวถูกต้องทุกอย่าง นอกจากข่าวนี้แล้ว iMore เคยอ้างว่าไอโฟนใหม่จะมีขนาดหน้าจอเท่าเดิมที่ 3.5 นิ้ว แต่จะมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย LTE ได้
ที่มา - MacRumors
iPad ไม่ได้เป็นที่นิยมในหมู่ Homo sapiens แต่เพียงสปีชีส์เดียว สวนสัตว์ Jungle Island ในรัฐไมอามี่ ค้นพบว่าลิงอุรังอุตังก็ชอบ iPad เหมือนกัน
ผู้ดูแลของสวนสัตว์ได้ทดลองให้ลิงอุรังอุตังใช้ iPad มาตั้งแต่ฤดูร้อนของปีที่แล้วตามคำแนะนำของนักสัตววิทยาที่เคยทดสอบให้โลมาใช้ iPad
แอพที่สวนสัตว์ Jungle Island ใช้ใน iPad เป็นแอพที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก หลังจากที่ผู้ดูแลให้อุรังอุตังได้เล่นเกมส์, ขีดเส้น, วาดภาพลงบน iPad เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็พบว่าลิงอุรังอุตังคู่แฝดวัยรุ่นอายุ 8 ปีสนใจและชอบของเล่นใหม่ชิ้นนี้เป็นอย่างมาก และสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือสื่อสารอีกทางหนึ่งกับผู้ดูแลที่เป็นมนุษย์ได้ นอกเหนือไปจากภาษาท่าทางที่ใช้กันเป็นปกติ ในขณะเดียวกัน ลิงอุรังอุตังอาวุโสกลับไม่ค่อยสนใจ iPad เท่าไรนัก
อย่างไรก็ตาม iPad ยังบอบบางเกินกว่าที่จะให้อุรังอุตังถือเล่นได้โดยลำพัง ผู้ดูแลจะเป็นคนถือเครื่องให้อุรังอุตังเป็นคนกด (หากแอปเปิลสนใจจะลุยตลาดนี้อย่างจริงจัง คงจะต้องพัฒนาตัวเครื่องให้แข็งแรงกว่านี้)
เวลาพิมพ์อะไรผิดบน iOS แล้วจะกลับไปแก้ไขข้อความนั้น ๆ มักจะใช้เวลามากกว่าการพิมพ์ผิดบนคอมพิวเตอร์จริงอย่างมาก ทุกวันนี้ผู้ใช้จะต้องแท็บบนข้อความที่ต้องการแก้ไขถึงสองครั้ง และจะต้องพยายามลาก "จุดสีน้ำเงิน" เล็ก ๆ ให้ครอบข้อความที่เราต้องการ หรือต้องจิ้มค้าง เนื่องจากอุปกรณ์ iOS ไม่มีปุ่มลูกศรเหมือนบนคอมพิวเตอร์ แต่ล่าสุด danielchasehooper สมาชิกเว็บ YouTube ได้โพสวีดีโอเสนอคอนเซปใหม่ในการย้ายตำแหน่ง cursor ด้วยการใช้ gesture แทน (กดเข้ามาอ่านต่อเพื่อดูวีดีโอ)
โดยวิธีใหม่ที่ danielchasehooper ได้ทำออกมาในวีดีโอ เขาได้เสนอวิธีการควบคุม cursor ด้วยการลากนิ้วไปมาบนคีย์บอร์ดแทน โดยหากผู้ใช้ลากนิ้วสองนิ้วบนคีย์บอร์ดพร้อม ๆ กัน จะกลายเป็นการ drag ครอบข้อความที่เราต้องการได้ หากดูจากในวีดีโอนี้จะเห็นเลยว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากหากแอปเปิลเลือกนำไปใช้จริง
ผู้ทำวีดีโอนี้ ยังได้ขอให้เจ้าของ iPad ทุกคนเรียกร้องให้แอปเปิลนำวิธีที่เขาเสนอไปใช้จริง ด้วยการเข้าไปที่ bugreport.apple.com โดยเขาได้ทำข้อความเตรียมไว้แล้วหากใครสนใจ
ที่มา - 9to5Mac
เด็กหญิงชาวไต้หวันคนหนึ่งใช้งาน iPad ของเธอขณะที่เธอกำลังนอนอยู่บนเตียง โดยเธอนอนหงายและถือ iPad ไว้เหนือศีรษะของเธอ จนพอเธอเผลองีบหลับไป iPad ที่เธอถือไว้จึงหล่นลงมากระแทกฟันของเธอหักครึ่งถึงสองซี่ด้วยกัน คุณแม่ของเธอจึงได้นำเรื่องนี้แจ้งให้กับสื่อของไต้หวัน (วีดีโอท้ายข่าว)
ใครที่ชอบนอนเล่น iPad หรือแท็บเล็ตรุ่นอื่นๆ ในท่าทางแบบนี้ก็ระวังจะงีบหลับไปเหมือนกับเด็กผู้หญิงคนนี้นะครับ
ที่มา - Gizmodo
IDC ได้เผยข้อมูลยอดขายแท็บเล็ตรอบโลกสำหรับไตรมาสแรกของปี 2012 แม้ว่ายอดขาย iPad จะตกลงกว่า 20% จากไตรมาสก่อนหน้าก็ตาม แต่ส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตของแอปเปิลนั้นสูงขึ้นจากไตรมาสที่แล้วมาอยู่ที่ 68% จากเดิม 54.7% โดยทั้งหมดนี้เกิดจากยอดขายแท็บเล็ต Android ที่ลดลงมานั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Kindle Fire จากไตรมาสก่อนหน้าที่ทำยอดขายได้อย่างถล่มทลายที่ 4.8 ล้านเครื่อง กลับทำยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้ได้น้อยกว่า 750,000 เครื่อง
เช่นกัน ส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตของ Amazon ในไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 16.8% แต่ในไตรมาสแรกของปีนี้กลับตกลงมาอยู่มากกว่า 4% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะเดียวกันซัมซุงกลับขโมยซีน Amazon ในตลาดนี้ไปได้ และครองอันดับที่สองในส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตไป
สำหรับยอดขายแท็บเล็ตของแอปเปิลที่ลดลง เนื่องจากไตรมาสแรกของปีผู้ซื้อคาดว่าจะมี iPad รุ่นใหม่ออกมาจึงมีการชะลอการซื้อเกิดขึ้น นอกจากนี้ในไตรมาสแรกของปีนี้ iPad ล่าสุดวางจำหน่ายแค่ 3 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสเท่านั้น
ที่มา - MacRumors
Techbargains ได้เผยผลสำรวจคุณแม่หลายคนเกี่ยวกับวันแม่ (สากล) ที่ใกล้ถึงแล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดย 91% ของคุณแม่กลุ่มตัวอย่างบอกว่าพวกเขาอยากได้ iPad เป็นของขวัญวันแม่มากกว่าดอกไม้
ในแบบสำรวจเดียวกันนี้ ยังถามอีกว่าคุณแม่จะเลือกอะไรระหว่าง Kindle Fire กับ iPad และผลที่ได้คือคุณแม่ 58% อยากได้ iPad มากกว่า Kindle Fire ในขณะที่คุณแม่ 18% อยากได้ Kindle Fire มากกว่า iPad
แม้ว่าคุณแม่ส่วนใหญ่จะอยากได้ iPad ก็ตาม แต่จากการสำรวจเดียวกันพบว่าคุณแม่ส่วนใหญ่เชื่อว่าตน "ใช้งานของไฮเทคไม่เก่งเลย" ในขณะที่ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ลูกชายมักจะเชื่อว่าแม่ตัวเองใช้งานของไฮเทคเก่งกว่าผู้หญิงคนอื่นทั่วไป ในขณะที่ลูกสาวไม่ค่อยเชื่อว่าแม่ตัวเองใช้งานสินค้าไฮเทคเก่งเท่าไหร่
เข้ามาดู Infographic เต็มได้ข้างในข่าวนี้ครับ
หลายคนที่พยายามปรับการใช้งานจากบนพีซีมาใช้ iPad คงจะพบกับปัญหาเดียวกันคือระบบ multitask ของ iOS นั้นใช้งานลำบาก (และบั่นทอนอายุของปุ่ม home) แต่สำหรับใครที่เจลเบรคเครื่องแล้ว อาจลองแก้ปัญหานี้ด้วยแอพชื่อว่า Quaser ที่สามารถแบ่งการทำงานของแต่ละแอพบน iPad ให้เป็นหน้าต่างๆ ได้แล้ว
หลังจากลง Quazer แล้วแอพจะเปิดในโหมดหน้าต่าง และจะมีแถบด้านล่างของแอพซึ่งมีปุ่ม close, full screen และ rotate มาให้ด้วย มุมขวาสุดจะมีแถบสำหรับย่อ/ขยายแอพ ซึ่งสามารถเปิดหลายแอพ และทำงานเบื้องหลังพร้อมกันได้ และเปลี่ยนไปใช้แอพอื่นได้ง่ายกว่า (อย่างน้อยก็ไม่ต้องกดปุ่ม home บ่อยๆ)
ราคาของ Quaser อาจจะหนักเสียหน่อย ด้วยค่าตัวที่ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (และต้องเจลเบรค!) ใครที่อยากดูสาธิตการใช้งาน ดูได้ท้ายข่าวครับ
ที่มา - The Verge
เว็บไซต์ Sortable ได้จัดทำ infographic เกี่ยวกับผลกระทบของ iPad ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลที่น่าสนใจหลักๆ ก็คือ iPad เครื่องหนึ่งนั้นจะปล่อยคาร์บอนเป็นปริมาณเทียบเท่าได้กับการขับรถเป็นระยะทาง 515 ไมล์ (หรือประมาณ 828 กิโลเมตร) โดย iPad รุ่นที่ 3 นั้นปล่อยคาร์บอนออกมามากที่สุด คิดเป็นปริมาณกว่า 180 กิโลกรัม ส่วน iPad รุ่นแรกและ iPad 2 ปล่อยคาร์บอนคิดเป็นปริมาณ 130 กิโลกรัมและ 105 กิโลกรัมตามลำดับ ซึ่งเมื่อคิดปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยโดย iPad ทั้ง 55 ล้านเครื่องที่ถูกขายออกไปแล้วนั้น ก็จะอยู่ที่ 7,590,000 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณของคาร์บอนที่ถูกปล่อยโดยรถยนต์ 1,265,000 คันในหนึ่งปี
นอกจากเรื่องของปริมาณคาร์บอนแล้วก็ยังมีข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่น่าสนใจใน infographic นี้อีกอย่างเช่นเรื่องของ data center พลังงานแสงอาทิตย์ที่แอปเปิลกำลังสร้างอยู่ในขณะนี้
เรือยอชท์สุดหรู Adastra มูลค่า 15 ล้านเหรียญ หรือราว 460 ล้านบาท ซึ่งออกแบบโดย John Shuttleworth นักออกแบบเรือยอชท์ชาวอังกฤษ ปัจจุบันเรือยอชท์สุดหรูลำนี้เป็นของมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง Anto Marden ผู้ซึ่งร่ำรวยมาจากธุรกิจการขนส่ง ความพิเศษของเรือยอชท์ลำนี้ สามารถควบคุมได้โดย iPad เพียงเครื่องเดียว ซึ่งการใช้งานโดย iPad สามารถควบคุมได้ตั้งแต่การบังคับทิศทางเรือ ความเร็ว และการควบคุมโดยพื้นฐานทั้งหมดของเรือ เช่น ระบบแสง และไฟฟ้า
การสร้างเรือยอชท์ลำนี้ใช้เวลานานราว 4 ปี สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 9 คน และลูกเรืออีก 5-6 คน นอกจากนี้ยังสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดได้ถึง 22.5 นอต และเดินทางได้ไกลถึง 4,000 ไมล์ ซึ่งเป็นระยะทางตั้งแต่ลอนดอน ถึงนิวยอร์ก โดยไม่ต้องหยุดพักเติมเชื้อเพลิง
คาดว่า Anto Marden จะใช้เรือลำนี้ในการท่องเที่ยวที่ระหว่างเกาะในประเทศอินโดนีเซียที่เขาเป็นเจ้าของ
ที่มา: Bloomberg, John Shuttleworth

เว็บ Kotaku ได้ออกมารายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวในประเทศจีนว่า iPad mini ที่มีขนาดหน้าจอ 7.85 นิ้วจะวางขายในช่วงไตรมาสที่สามของปีนี้ เพื่อออกมาต่อสู้กับแท็บเล็ตตระกูล Windows 8 โดยแหล่งข่าวเดียวกันนี้อ้างว่าราคาขายจริงน่าจะอยู่ที่ 249 ถึง 299 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 บาท) และแอปเปิลเองได้ผลิต iPad ดังกล่าวรอไว้สำหรับการเปิดตัวจำนวนทั้งหมดา 6 ล้านเครื่อง
iPad mini ที่มีขนาด 7.85 นิ้วจะทำให้แอปเปิลสามารถต่อสู้ในกลุ่มตลาดแท็บเล็ตขนาดเล็กได้ โดยในตลาดนี้มี Amazon เป็นเจ้าของตลาดอยู่ คาดว่าแอปเปิลจะเลือกใช้หน้าจอความละเอียดที่ 1024x768 หรือความละเอียดเดิมของ iPad 2 ต้นทุนในการผลิต iPad mini จะต่ำมาก
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สตีฟ จ็อบส์เคยออกมาบอกว่ามนุษย์เราต้องการนิ้วที่เล็กกว่านี้ ถึงจะสามารถใช้แท็บเล็ตขนาด 7 นิ้วได้อย่างสะดวกสบาย
ที่มา - 9to5Mac
เราเคยรายงานข่าวไปในปลายปีที่แล้วว่าแอปเปิลอาจเปิดตัว iPad รุ่นเล็กหน้าจอ 7.85 นิ้วในปีนี้ บ้างก็ว่าอาจจะมีขนาด 8 นิ้ว แต่เมื่อ iPad รุ่นใหม่ออกมาด้วยขนาดหน้าจอเท่าเดิม เรื่องนี้ก็ดูจะเงียบหายไป แต่แล้วกระแสข่าวนี้ก็กลับมาอีกครั้งโดยบล็อกเกอร์แอปเปิลเจ้าเก่า John Gruber
Gruber บอกว่าเขาได้ข้อมูลจากหลายแหล่งแต่ตรงกันว่า iPad ขนาด 7.85 นิ้วนั้นมีการทดสอบอยู่ในห้องแล็บของแอปเปิล แต่จอที่ใช้จะไม่ใช่จอแบบ Retina อย่างไรก็ตาม Gruber เองก็ไม่กล้ายืนยันว่าท้ายที่สุดแล้วแอปเปิลจะทำ iPad ขนาดเล็กนี้ออกมาขายหรือไม่
ที่มา: The Washington Post









