From Dust เป็นเกมในกลุ่ม God game ที่เราเป็นเทพดูแลชนเผ่าให้อยู่รอดปลอดภัย โดยปีที่แล้วเกมนี้ออกสู่ตลาดผ่าน Xbox Live, Playstation Network, และพีซี และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาทาง Ubisoft ก็ประกาศว่ามันจะลง Chrome อีกแพลตฟอร์มหนึ่ง และตอนนี้ตัวเกมก็เปิดให้เล่นรุ่นทดลองแล้ว
เช่นเดียวกับเกมอื่นๆ ที่พอร์ตมาจากแพลตฟอร์มอื่น From Dust ต้องการ Chrome ที่รองรับ WebGL เท่านั้น
ที่มา - Chrome Web Store
หลัง StatCounter แสดงตัวเลขว่า Chrome แซงหน้า Internet Explorer (IE) ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ ทางไมโครซอฟท์ก็ออกมาเขียนบล็อกชี้แจงการวัดผลโดยเน้นการโจมตีว่าผลของ StatCounter นั้นไม่น่าเชื่อถือสามประการ
- Chrome มีการเรนเดอร์หน้าเว็บล่วงหน้าแม้ผู้ใช้ไม่ได้ดู แม้ทาง StatCounter จะได้ประกาศว่าแยกข้อมูลของหน้าเว็บที่เรนเดอร์ล่วงหน้าไปแล้ว แต่ไมโครซอฟท์ก็อ้างว่า Net Applications นั้นการไม่นับหน้าเว็บที่เรนเดอร์โดยไม่ได้เข้าดูจริงแล้วและมีผลกระทบถึง 4.3% แต่ทาง StatCounter นั้นระบุว่ามีผลเพียง 1.3%
- การให้น้ำหนักกับประชากรที่ใช้งานจริง อันนี้เป็นปัญหาของผู้ให้บริการวัดผลทั่วโลก เพราะเว็บที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างของแต่ละที่นั้นมีผู้ใช้จากประเทศต่างๆ ไม่เท่ากัน และบางประเทศเช่นจีนนั้นก็มีแนวโน้มจะใช้บริการในประเทศตัวเอง ส่วนนี้ไมโครซอฟท์อ้างว่าถ้าถ่วงน้ำหนักตามประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจริงๆ แล้ว IE น่าจะมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มเป็น 44.6% กลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง
- การนับจำนวนผู้ใช้กับการนับจำนวนหน้าที่เข้าชม โดย Net Applications นั้นนับจำนวนผู้ใช้แยกตามรายคน ขณะที่ StatCounter นั้นนับหน้าเข้าชมโดยตรง
แต่ไม่ว่าไมโครซอฟท์จะอ้างอย่างไร ความจริงอย่างหนึ่งคือ Chrome นั้นกำลังกินตลาด IE อย่างหนัก และไมโครซอฟท์คงต้องทำงานหนักกว่านี้เพื่อให้ส่วนแบ่งของ IE หยุดลดลงอย่างทุกวันนี้
ที่มา - Windows Team Blog
ข่าวเรื่องส่วนแบ่งตลาดนี้ขึ้นกับวิธีการนับของแต่ละสถาบันที่แตกต่างกันไป สำหรับข่าวนี้เป็นสถิติของ StatCounter เพียงรายเดียวนะครับ
ก่อนหน้านี้ StatCounter เคยรายงานว่า ผู้ใช้ Chrome มากกว่า IE แล้ว... เฉพาะในวันอาทิตย์ เหตุเพราะเบราว์เซอร์ที่บ้านมักเป็น Chrome มากกว่าเบราว์เซอร์ที่ทำงาน วันนี้เวลาผ่านมาสองเดือน Chrome สามารถแซงหน้า IE อย่างถาวรได้แล้ว
ตัวเลขนับถึงวันที่ 20 พฤษภาคม Chrome มีส่วนแบ่งตลาดโลก 32.76% ส่วน IE อยู่ที่ 31.94% (Firefox ตามมาห่างๆ ที่ 25.47%)
Google ออกเวอร์ชันใหม่เป็นเวอร์ชันที่ 19 สำหรับเบราว์เซอร์ยอดนิยม Google Chrome โดยในเวอร์ชันนี้มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ครับ
- อุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวน 20 ช่องโหว่ พร้อมมอบเงินรางวัลสำหรับการค้นพบ (ดูรายละเอียดช่องโหว่ทั้งหมดเพิ่มเติม)
- รองรับการทำงานของ 'Harmony' ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ของ JavaScript
- เพิ่มฟีเจอร์ 'Tab Sync' ซึ่งช่วยในการซิงค์แท็บข้ามอุปกรณ์ได้
ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าเซ็นสัญญาคุ้มครองกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ให้กูเกิลต่อไป คราวนี้เป็นคิวของ Pegatron ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่จากไต้หวัน ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของ ASUS (ตอนนั้นใช้ชื่อว่า ASUSTeK) ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตให้กับแบรนด์ระดับโลกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล HP, HTC เป็นต้น
สัญญาคุ้มครองสิทธิบัตรดังกล่าวกับไมโครซอฟท์ครอบคลุมการผลิตทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ ที่รันแอนดรอยด์ หรือ Chrome โดยไม่มีรายละเอียดว่า Pegatron จ่ายค่าธรรมเนียมให้ไมโครซอฟท์ไปเท่าไหร่
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในสหรัฐฯ กว่า 70% เซ็นสัญญากับไมโครซอฟท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา - Mashable, AllThingsD
Chrome for Android ใกล้จะหมดช่วงการทดสอบ (beta) แล้ว หลังจากที่ Sundar Pichai รองประธานฝ่าย Chrome ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNET ไว้หลังจากที่เพิ่งอัพเดตเมื่อไม่นานมานี้
Pichai บอกว่าในตอนนี้ Chrome for Android กำลังอยู่ในระหว่างแก้บั๊ก เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบลื่น และจากการทำงานของทีมตอนนี้คาดว่าจะทำให้เสถียรอย่างมากภายในเวลาประมาณสัปดาห์
พอจะคาดเดาได้ว่าการอัพเดตครั้งหน้าอาจเป็นเพียงการเอาคำว่า beta ออกเท่านั้น ส่วนแผนระยะยาวที่ Chrome จะมาแทน Android Browser น่าจะยังไม่ใช่ตอนนี้
ส่วนจะให้ลงได้บนแอนดรอยด์รุ่นอื่นนอกจาก ICS หรือไม่ ต้องรอกันต่อไปครับ
ที่มา - CNET
Chrome for Android เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ยังเปิดให้ดาวน์โหลดเฉพาะบน Android Market/Google Play Store ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ล่าสุดกูเกิลออกอัพเดต Chrome for Android รุ่นใหม่แล้ว ของใหม่ในรุ่นนี้ได้แก่ ฟีเจอร์เรียกเว็บเวอร์ชันเดสก์ท็อป, เพิ่มที่คั่นหน้าลงใน homescreen, รองรับ proxy ของระบบ เป็นต้น
แต่สิ่งสำคัญคือ Chrome for Android เพิ่มภาษาของส่วนติดต่อผู้ใช้อีก 31 ภาษา (ผมยังไม่ได้ลอง ไม่แน่ใจว่ามีภาษาไทยไหมนะครับ) และเปิดให้ผู้ใช้ Google Play Store ในทุกประเทศดาวน์โหลดไปใช้ได้แล้ว (แต่ก็ยังจำกัดเฉพาะคนใช้ Android 4.0 ICS เท่านั้น - เป็นเหตุผลหนึ่งของการอัพเกรด ICS)
ที่มา - Google Chrome Blog
กลยุทธ์ของโครมนั้นสำหรับกูเกิลนั้นคงจะเป็นการดึงให้เราอยู่ในสภาพแวดล้อมเว็บและเบราว์เซอร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยกูเกิลลงทุนพัฒนาโครมสำหรับทั้ง Chromebook และแอนดรอยด์อย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ และช่วงนี้การทำงานร่วมกันข้ามอุปกรณ์ก็เริ่มดีขึ้น เมื่อฟีเจอร์ใหม่ของ Chrome Beta คือการเปิดแท็บที่อยู่บนโครมที่เปิดอยู่บนเครื่องอื่นได้
การซิงค์แท็บเช่นนี้ทำให้เราสามารถอ่านข่าวบนโทรศัพท์ และเมื่อมานั่งโต๊ะทำงานก็สามารถเปิดหน้าเติมต่อจากกันได้เลย
ผู้ที่ใช้ฟีเจอร์นี้ได้ต้องอัพเดต Chrome Beta เป็นรุ่นใหม่ที่กูเกิลกำลังปล่อยออกมาก่อน
ประกาศแบบนี้สงสัยคนอ่านแถวนี้จะเลิกใช้ stable กันหมด
ที่มา - Chrome Blog
สามสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้ Chrome ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว แต่เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น
โดยวันจันทร์ถึงวันเสาร์ยังคงเป็นของ IE อยู่
ข้อมูลจาก StatCounter พบว่าจำนวนผู้ใช้ Chrome มีมากกว่าในวันสุดสัปดาห์ จึงเป็นไปได้ว่า หากเลือกได้ ผู้ใช้มีแนวโน้มที่จะเลือก Chrome มากกว่า ในขณะที่ที่ทำงานยังคงเป็น IE
Chrome เริ่มแซง IE ครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยอัตราส่วน 32.71% ขณะที่ IE 32.5% และยังคงแซงได้เรื่อยมาในทุกวันอาทิตย์
หากดูตามภูมิภาค Chrome เป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตั้งแต่ต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ส่วนอเมริกาเหนือ และยุโรปถึงจะยังไม่มากกว่าแต่ส่วนแบ่ง Chrome ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ผลิต Browser ให้ความสำคัญกับความเร็วในการโหลดเว็บเพจ โดยข้อมูลจาก New Relic แสดงให้เห็นความเร็วของ Browser ที่เป็นที่นิยมบนเครื่อง PC , Mac โดยเป็นการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานเว็บไซต์จริงสำรวจจาก 5 ล้านหน้าในรอบ 1 อาทิตย์ โดยสำรวจข้อมูลจาก Internet Explorer , Apple Safari และ Chrome รวมถึงบราวเซอร์อื่นๆ
ชัยชนะของ Google Chrome บนเครื่อง Mac
ผลการสำรวจพบว่า Google Chrome เวอร์ชั่น 13 สามารถโหลดได้เร็ว 2.4 วินาทีบนเครื่อง Mac ซึ่งมีความรวดเร็วมากที่สุดเมื่อเทียบกับ Safari และ FireFox ซึ่งใช้เวลา 2.7 วินาทีและ 2.8 วินาทีตามลำดับ
ชัยชนะของ Internet Explorer 9 บนเครื่อง PC
บนระบบปฏิบัติการ Window , Internet Explorer 9 สามารถโหลดได้เร็วกว่า Firefox 14 และ Google Chrome 17 โดย Internet Explorer สามารถโหลดได้เร็วน้อยกว่า 3 วินาที ในขณะที่ Google Chrome และ Mozilla ใช้เวลา 3.5 วินาที ทาง New Relic รายงานว่าความเร็วโดยเฉลี่ยในการโหลดเว็บเพจทั่วไปอยู่ที่ 5.5 วินาที
ส่วนทางด้าน Mobile Browsing นั้นบนระบบปฏิบัติการ iOs และ Android นั้น Browser ที่สามารถโหลดเว็บเพจได้เร็วที่สุดคือ Opera Mini Browser ซึ่งสามารถโหลดได้เร็ว 2.6 วินาที
ที่มา - The Next Web
ปฏิบัติการ +1 ของกูเกิลเริ่มจะแสดงผลของมันออกมาให้เห็นแล้วว่า มันคือการเก็บข้อมูลในเครือข่ายสังคม เพื่อช่วยเสริมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกูเกิล ที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น Search, plus Your World ที่เป็นประเด็นข่าวมาตั้งแต่ต้นปี
ล่าสุดกูเกิลกำลังจะรุกไปอีกขั้น โดย Chrome Web Store จะเริ่มแนะนำแอพและส่วนเสริมของเบราว์เซอร์แก่ผู้ใช้ โดยอิงจากข้อมูลว่าเพื่อนๆ ใน Google+ ของเรากด +1 ให้กับแอพอะไรบ้าง ฟีเจอร์นี้ยังไม่ถูกเปิดใช้แต่ทางตัวแทนของกูเกิลบอกกับ The Next Web ว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าได้เห็นกันแน่
หลายคนคงคาดเดาได้ว่า Google Play Store จะเป็นรายต่อไป
ที่มา - The Next Web
Chrome เพิ่มฟีเจอร์ทดลองแนวใหม่ชื่อ Chrome Multitask Mode ช่วยให้เราสามารถท่องเว็บได้พร้อมกันมากกว่า 1 เว็บ เพราะจะมี เคอร์เซอร์เมาส์อันที่สอง เพิ่มเข้ามาให้
ผู้ใช้สามารถท่องเว็บ 2 หน้าจอพร้อมกันโดยใช้วิธีแบ่งจอ และใช้เมาส์แต่ละอันสั่งงานคนละหน้าต่าง นอกจากมันจะช่วยให้ทำงานหลายๆ งานได้พร้อมกันแล้ว ยังช่วยให้การแชร์คอมพิวเตอร์ระหว่าง 2 คนทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย (แบ่งคนละครึ่งจอเล่นเน็ตไปพร้อมๆ กันได้)
ทีมงานของ Chrome บอกว่านอกจากเมาส์แล้ว ยังรองรับอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งอื่นๆ เช่น จอยสติ๊ก ทัชแพด แทร็คบอล ฯลฯ ขอเพียงเสียบเพิ่มเข้ามาก็ใช้งานได้ทันที ลองเล่นได้แล้ววันนี้ตามลิงก์ข้างต้นครับ
ที่มา - Chrome Blog
มาตามนัด กูเกิลออก Chrome 18 โดยมีของใหม่ 3 ประเด็นใหญ่ๆ
- เร่งความเร็ว 2D Canvas ด้วย GPU, รองรับ 3D Canvas บนเครื่องรุ่นเก่า
- ปรับปรุงช่องโหว่ที่ค้นพบจากงาน Pwnium Contest (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2, ข่าวเก่า 3)
- Flash Player 11.2.202.228
ผู้ใช้ Chrome ก็อัพเดตกันตามช่องทางปกตินะครับ
ที่มา - Chrome Blog, Chrome Releases
Kaspersky Lab แจ้งเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการติดตั้งส่วนเสริมของ Chrome เนื่องจากมีการพบว่าส่วนเสริมบางชนิดนั้นมีพฤติกรรมการทำงานคล้ายกับมัลแวร์ที่มุ่งโจมตีไปยังข้อมูลส่วนตัวและบัญชีผู้ใช้งานของ Facebook โดยในบางรูปแบบจะมีการให้ผู้ใช้ติดตั้งแอพพลิเคชันของ Facebook เพื่อทำการกระจายตัวเองต่อไปหรืออาจมาในรูปแบบการหลอกให้ผู้ใช้งานคลิกเพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องของผู้ใช้งานด้วย
ขณะนี้ Kaspersky Lab ได้ส่งข้อมูลของมัลแวร์ให้กับ Chrome Web Store แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีมาตรการการจัดการในเร็วๆ นี้ แต่เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานทาง Kaspersky Lab แนะนำให้ผู้ใช้งานเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งาน Facebook และในการติดตั้งส่วนเสริมของ Chrome ด้วย
ที่มา - The Register
ระบบปฎิบัติการของกูเกิลในตอนนี้นั้นมีด้วยกันสองตัว คือ แอนดรอยด์และ Chrome OS ตัวแอนดรอยด์นั้นเพิ่งรองรับ x86 มาได้ไม่นาน ตอนนี้ก็มีข่าวว่า Chrome OS กำลังกลับมารองรับ ARM ด้วยอีกตัวหนึ่ง
ข่าวนี้เกิดจากที่นักพัฒนาของ ChromeOS คนหนึ่งได้โพสข้อความเกี่ยวกับชิปอีเธอร์เน็ตบนบอร์ด "Daisy" ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันคือบอร์ดอะไร กับบอร์ด SMDK5250 ที่เป็นรหัสของชิป Samsung Exynos 5250 จากข่าวข้อความนี้ทำให้เรารู้ว่ากูเกิลนั้นพอร์ต Chrome OS ไปอยู่บนชิป ARM มาได้ระยะหนึ่งแล้ว และกำลังรองรับชิปรุ่นใหม่ที่ยังไม่วางตลาดเพิ่มเติมด้วย
บั๊กที่เกี่ยวข้องกับ ARM บน Chrome OS นั้นส่วนมากเริ่มขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยบั๊กจำนวนหนึ่งเป็นบั๊กของชิป Tegra บั๊กส่วนมากถูกตั้งเป้าไว้ใน R19 และ R20 ส่วนรุ่นล่าสุดของ Chrome OS คือ R17 ดังนั้นเราน่าจะได้เห็น Chromebook ที่รองรับ ARM กันจริงๆ อย่างเร็วก็หลังกลางปีนี้
การที่มีโค้ดรองรับ ARM ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยโค้ดแรกๆ เช่นระบบทดสอบบน ARM นั้นมีการพูดถึงในโครงการมาตั้งแต่เริ่มโครงการใหม่ๆ แต่การที่กูเกิลเริ่มเททรัพยากรมาทำให้ Chrome OS รองรับสถาปัตยกรรมบางตัวเป็นการเฉพาะแบบนี้ก็เป็นไปได้ว่ากำลังมีผู้ผลิตต้องการจริงๆ แล้ว
หลังจากไฟร์ฟอกซ์ประกาศพัฒนาเบราว์เซอร์สำหรับ Windows 8 ที่ใช้ระบบ UI แบบ Metro ตอนนี้ก็ถึงตาของโครม โดยระบุว่าความตั้งใจของกูเกิลคือการเสนอทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงประสบการณ์แบบโครมได้บนทุกแพลตฟอร์ม
กูเกิลระบุว่าในตอนนี้การพัฒนาอยู่ระหว่างการสร้างโครมรุ่นหน้าจอ Metro ที่ควบคู่ไปกับโหมดเดสก์ทอปที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว รวมถึงการรับจอสัมผัสและเมาส์กับคีย์บอร์ดไปพร้อมๆ กัน
ภายใต้หน้าจอแบบ Metro ผู้ใช้ต้องเลือกเบราเซอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้น งานนี้คงสร้างความได้เปรียบให้กับ Internet Explorer 10 ที่ผู้ใช้จำนวนมากคงเลือกที่จะไม่เปลี่ยนเบราว์เซอร์หลักกัน
ที่มา - Mashable
Chrome คะแนนนำแล้วครับ! แฮกเกอร์สามารถเจาะผ่านช่องโหว่ของ Chrome ไปได้อีกรอบหลังจากที่ทีม VUPEN ได้เปิดทางโดยการเจาะผ่านช่องโหว่ของ Chrome ไปแล้วเป็นรายแรกใน Pwn2Own สำหรับคราวนี้เป็นทีของแฮกเกอร์ผู้ใช้นามแฝงว่า “Pinkie Pie”
ซึ่งแฮกเกอร์ “Pinkie Pie” รายนี้เป็นแฮกเกอร์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนในการแข่งขัน Pwnium Contets ดังนั้นจึงไม่นับว่าเป็นผู้เข้าแข่งขัน แต่ทาง Google ก็ถือว่าเขาเป็นผู้ที่ค้นพบและแจ้งเตือนช่องโหว่ของ Chrome จึงได้รับเงินรางวัลจำนวน $60,000 ไปตามระเบียบ โดยช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนั้นมีจำนวนถึง 3 ช่องโหว่ และมีบางช่องโหว่ที่ไม่ต้องอาศัยการตอบสนองจากทางผู้ใช้เลย (สามารถโจมตีได้อย่างอัตโนมัติ) โดยใช้เวลาทั้งหมดในการค้นหาช่องโหว่ 1 อาทิตย์ครึ่ง เขาได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงท้ายด้วยว่า 'ยังไม่เคยขายช่องโหว่นี้ให้กับใคร และรู้สึกดีที่ไม่ได้ขายช่องโหว่นี้ไปก่อน'
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ขณะนี้ทาง Google Chrome Team ได้ทำการแพตซ์และอัพเดทเป็นที่เรียบร้อย สามารถดูรายละเอียดได้จาก Google Chrome Releases Blog ครับ
แม้จะมีการแพตซ์ช่องโหว่ของเบราว์เซอร์ไปแล้วก่อนการแข่งขันจะเริ่ม แต่ไม่สามารถที่จะแพตซ์ความทะเยอทะยานของเหล่าแฮกเกอร์ได้แน่นอนครับ เมื่อ Chrome เบราว์เซอร์ที่อยู่รอดมาจากการแฮ็กในครั้งก่อนๆ กลับกลายเป็นเบราว์เซอร์ตัวแรกในปีนี้ที่โดนแฮ็ก
จากบทสัมภาษณ์ทีม VUPEN ซึ่งเป็นทีมแฮกเกอร์สัญชาติฝรั่งเศส เขากล่าวว่าในการแข่งขันครั้งนี้เขาใช้สองช่องโหว่สำหรับการโจมตีไปยังเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ ช่องโหว่แรกคือช่องโหว่ที่มีหน้าที่เข้าไปปิดการทำงานระบบ DEP/ASLR ของ Windows ที่ใช้ในการแข่งขัน และช่องโหว่ที่สองคือช่องโหว่ที่มุ่งโจมตีไปยัง Sandbox ซึ่งช่องโหว่ทั้งสองแห่งนี้ใช้เวลาในการพัฒนาถึง 6 อาทิตย์ ซึ่งจากผลลัพธ์การแข่งขันครั้งนี้ ทาง VUPEN ก็สรุปง่ายๆ ว่า 'no software is unbreakable!'
ที่มา - Hack in the Box, The Verge, ZDNet
จากข่าว Google พร้อมจ่าย $60,000 สำหรับใครก็ตามที่แฮก Chrome ได้ใน Pwnium Contest ที่อาจมีใครหลายคนเก็บไปนอนฝันหวานหวังจะได้กอดเงินก้อนโต แต่ลองอ่านข่าวนี้ก่อนครับ เมื่อ Chrome ได้ออกเวอร์ชันล่าสุดซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ 17.0.963.65 stable ซึ่งสำหรับเวอร์ชันนี้ได้แพตซ์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยถึง 17 แห่ง โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดแต่ละช่องโหว่ีได้จาก Google Chrome Release Blog ครับ แต่ละช่องโหว่ที่แพตซ์ไปก็มีการใส่จำนวนมูลค่าของช่องโหว่นั้นๆ ไว้ด้วย สำหรับการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชันนี้ในเรื่องประสิทธิภาพมีดังนี้ครับ
- แก้ไขการแสดงผลของเคอร์เซอร์และภาพพื้นหลัง
- แก้ไขปัญหาการทำงานของปลั๊กอิน
- แก้ไขการแสดงผลของข้อความ
- แก้ไขปัญหาการใช้งานบนหน้าจอสัมผัส
- อัพเดทเวอร์ชันของ Adobe Flash Player เป็นเวอร์ชันล่าสุด
สามารถเข้าไปดาวน์โหลดหรืออัพเดทเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้จาก Google Chrome Download ครับ
ที่มา - Hack in the Box, MSNBC
Larry Page ซีอีโอของ Google ได้กล่าวใน Google+ ของเขาว่าคนใช้ Chrome มีทักษะการแก้ปัญหาดีกว่าคนใช้ IE อีก โดยอ้างอิงจากสถิติการแก้ปัญหาจากเว็บไซต์ Online Calcudoku Puzzles ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกมแนวปริศนาคล้ายกับเกม Sudoku ซึ่งจากสถิติพบว่า ผู้ใช้งาน Chrome มีความเร็วในการแก้ปัญหาได้สูงที่สุด โดยรองลงมาคือ Firefox และ IE ตามลำดับ
ซึ่งทาง The Next Web ก็สรุปเอาไว้อย่างเอาฮาว่า บางทีคนใช้ Chrome อาจจะเป็นพวกเนิร์ด หรือไม่แน่ว่าคนเล่น Calcudoku ทั้งหมดนี้อาจทำงานอยู่กับ Google ก็เป็นไปได้
ที่มา - The Next Web









