Search Engine Optimization
มาตรการต่อกรกับ SEO แบบผิดกฎของกูเกิลเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เพราะล่าสุดกูเกิลได้ลงโทษเว็บไซต์ Forbes.com ของนิตยสารชื่อดัง Forbes ข้อหาขายลิงก์บนหน้าเว็บเพื่อเพิ่ม PageRank ให้กับเว็บไซต์อื่นที่มาซื้อลิงก์
กูเกิลได้ส่งอีเมลแจ้งเว็บมาสเตอร์ของ Forbes.com ว่าละเมิดกฎของกูเกิลเรื่องลิงก์ปลอมหรือลิงก์ที่ไม่ปกติบนหน้าเว็บของตัวเอง ซึ่งเข้าข่ายจงใจปั๊ม PageRank ให้กับเว็บไซต์อื่น
หลังจาก กูเกิลประกาศสงครามกับ content farm เราก็เห็นมาตรการอย่างแรก กูเกิลเริ่มดำเนินการต่อต้านสแปมผลการค้นหา โดยปรับอัลกอริทึม ตามมาอย่างรวดเร็ว อันนี้เป็นมาตรการอย่างที่สองครับ
ข่าวนี้ต่อจาก กูเกิลประกาศสงครามกับ content farm โดย Matt Cutts หัวหน้าทีมต่อต้านสแปมของกูเกิลได้ประกาศในบล็อกส่วนตัวของเขาว่า กูเกิลเริ่มปรับอัลกอริทึมของการเรียงผลค้นหาไปบางส่วน เพื่อไม่ให้สแปมเนื้อหาแบบที่เรียกว่า content farm รวมถึงเว็บที่ก็อปปี้เนื้อหาจากเว็บอื่น ติดอันดับดีเหมือนเดิม
Matt Cutts ระบุว่าการปรับรอบนี้จะกระทบกับผลการค้นหาเพียง 2% (แต่ที่เปลี่ยนจนรู้สึกได้มีเพียง 0.5%) คาดว่าคงจะมีมาตรการอื่นๆ ตามมา
หลังจากกูเกิลปรับวิธีการค้นหาผ่านหน้าเว็บมาเป็น Google Instant ซึ่งหาได้แบบไม่ต้องคลิกหรือกด enter ทำให้เกิดการถกเถียงกันมากว่า SEO แบบเดิมจะเป็นอย่างไร จะถึงกาลอวสานของวงการ SEO หรือไม่
บ้านเราคนแถวๆ นี้บ่นเรื่องการทำ SEO แบบ black hat กันเยอะ แต่ล่าสุดคนที่ทำแบบนี้กลายเป็นกูเกิลไปซะแล้ว
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกูเกิลของญี่ปุ่น (ประเทศซึ่ง Yahoo! ครองตลาดสูงมาก) ได้ว่าจ้างบริษัท Cyberbuzz โปรโมทเว็บของตนด้วยการให้บล็อกเกอร์จำนวนมากเขียนบล็อกเพื่อโปรโมทและส่งผลให้เกิดการดันค่า Pagerank ของ Google.co.jp ให้สูงขึ้นกว่าปรกติ