Tags:
Node Thumbnail

Pearson สำนักพิมพ์ผู้จัดจำหน่ายตำราเรียน (textbook) รายใหญ่ของโลก เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ Pearson+ แอปรวมตำราเรียนแบบดิจิทัล (e-textbook) เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาล่าสุดแบบดิจิทัลได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ในราคาแบบเหมาจ่าย

โมเดลราคาของ Pearson+ มีสองแบบคือ 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน สามารถเลือกในหนึ่งตำราเรียนดิจิทัล และแบบราคา 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน เข้าถึงได้ทุกตำราดิจิทัลของ Pearson ที่มีมากกว่า 1,500 รายการ

Tags:
Node Thumbnail

กระแส Digital Disruption แผ่ขยายไปยังธุรกิจตำราเรียน (textbook) แล้ว ล่าสุด Pearson สำนักพิมพ์ผู้ขายตำราเรียนรายใหญ่ของโลก ประกาศปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยแนวทาง digital first พัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้เป็นเวอร์ชันดิจิทัล (e-textbook) ที่อัพเดตเนื้อหาบ่อยๆ และต่อเนื่อง (เบื้องต้นยังมีผลเฉพาะตำราเวอร์ชันที่ขายในสหรัฐอเมริกา)

ส่วนตำราเรียนที่เป็นหนังสือกระดาษแบบเดิม จะลดความถี่ในการปรับปรุงเนื้อหาลง (เดิมปรับปรุงทุก 3 ปี ต่อไปจะนานกว่านั้น) และเปลี่ยนโมเดลจากการขายหนังสือขาด มาเป็นการให้เช่าหนังสือเพียงอย่างเดียว

ปกติแล้ว Pearson มีตำราเรียนวางขายในสหรัฐอเมริกาประมาณ 1,500 เล่ม โดยปี 2019 มีอัพเดตเวอร์ชันใหม่ 500 เล่ม แต่ปีหน้า 2020 จะอัพเดตเพียง 100 เล่มเท่านั้น

Tags:
Node Thumbnail

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา Microsoft ประกาศให้ Pearson VUE สถาบันสอบผ่านคอมพิวเตอร์ระดับโลก เป็นผู้จัดสอบประกาศนียบัตรรับรองจาก Microsoft แต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่ 1 ม.ค. ปีหน้าเป็นต้นไป ทั้งนี้ การจัดสอบโดย Prometric ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้

Microsoft ยังชี้แจงว่า ผู้เข้าสอบจะต้องมีบัญชี Microsoft Account และต้องสร้างโปรไฟล์บน microsoft.com/learning ก่อนทำการสอบด้วย - Born To Learn Blog

Tags:
Node Thumbnail

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของวงการอีบุ๊กครับ เพราะเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่อย่างสำนักพิมพ์ Pearson เข้ามาถือหุ้นบางส่วนในบริษัท Nook Media ที่ทำธุรกิจด้านอีบุ๊กโดยตรงแล้ว

Pearson เป็นสำนักพิมพ์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ธุรกิจที่สำคัญคือตำราเรียนทุกระดับชั้น ส่วน Nook Media เป็นบริษัทใหม่ที่เครือร้านหนังสือ Barnes & Noble แยกสายธุรกิจอีบุ๊กของตัวเองออกมา และมีไมโครซอฟท์มาร่วมถือหุ้นด้วย

เดิมทีสัดส่วนหุ้นใน Nook Media คือ Barnes & Noble ถือ 82.4% และไมโครซอฟท์ถือ 17.6% แต่ Pearson เข้ามาถือหุ้น 5% โดยลงเงิน 89.5 ล้านดอลลาร์ ทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมลดลงเล็กน้อย (เหลือ 78.2% และ 16.8% ตามลำดับ)