Tags:
Node Thumbnail

พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ ผ่านการโหวตของ สนช. ไปเรียบร้อยแล้ว แต่กฎหมาย "ชุด" นี้ยังไม่จบ เพราะมีร่าง พ.ร.บ. อีกฉบับที่ใช้ควบคู่กัน นั่นคือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ ที่อาจน่ากลัวกว่า พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ

Blognone เคยนำเสนอข้อมูลของร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ฯ ไปเมื่อต้นปี 2015 (บวกความเห็นจาก iLaw) แต่ในช่วงปลายปี 2016 ที่มีความตื่นตัวกันมากจากกระแสคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะนำเสนอข้อมูลของ ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์อีกครั้ง

หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่สนใจและไม่อยากติดตามกฎหมายแบบผ่านๆ สามารถดาวน์โหลด ร่างกฎหมายฉบับเต็ม ไปอ่านกันอย่างละเอียดได้

No Description

หลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์

ในหน้าหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ระบุว่า "เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปกป้อง ป้องกัน หรือรับมือกับสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการให้บริการหรือการประยุกต์ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โครงข่ายโทรคมนาคม หรือการให้บริการโดยปกติของดาวเทียม ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของชาติในมิติต่างๆ อันครอบคลุมถึงความมั่นคงทางการทหาร ความสงบเรียบร้อยในประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ"

คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

มาตรา (6) ของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ตั้ง "คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ" (กปช.) หรือชื่อภาษาอังกฤษ National Cybersecurity Committee (NCSC) ประกอบด้วย

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน
  • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  • ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ปลัดกระทรวงกลาโหม
  • ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนดลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 7 คน คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นิติศาสตร์ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากคณะกรรมการ กปช. แล้ว จะยังมีการจัดตั้ง "สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ" เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยจะโอนพนักงานและทรัพย์สินของ "สำนักความมั่นคงปลอดภัย" ที่อยู่ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มาเป็นสำนักงานใหม่แห่งนี้

No Description

ภาพจาก Pexels

อำนาจของคณะกรรมการความมั่นคงไซเบอร์ฯ สั่งการได้ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน

อำนาจของกรรมการมีดังนี้ (มาตรา 7)

  • กำหนดแนวทางและมาตรการตอบสนองและรับมือภัยคุกคามไซเบอร์
  • กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น
  • กำหนดมาตรการยกระดับทักษะความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่
  • จัดทำ "แผนปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ"
  • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน รายงานให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีทราบ
  • เสนอแนะและให้ความเห็นต่อ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือคณะรัฐมนตรี ในประเด็นการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

กปช. ยังมีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการเพื่อป้องกัน แก้ปัญหา หรือบรรเทาผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ และถ้าหน่วยงานใดไม่ทำตามมติ กปช. ก็ถือว่าหัวหน้าหน่วยงานนั้นมีความผิดทางวินัย (มาตรา 31-33) และในกรณีที่ภัยคุกคามไซเบอร์กระทบต่อ "ความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์" กปช. สามารถสั่งงานหน่วยงานภาคเอกชนได้ด้วย (มาตรา 34)

No Description

อำนาจของเจ้าหน้าที่ เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงาน กปช. มีอำนาจ "เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารทั้งไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" (มาตรา 35 (3))

ในร่างกฎหมายฉบับล่าสุด ไม่ระบุเงื่อนไขของอำนาจตามมาตรา 35 (3) บอกเพียงแค่ว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถ

  • เรียกให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือนำส่งเอกสารต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาการตามพ.ร.บ. ฉบับนี้ (มาตรา 35 (1))
  • ส่งหนังสือ”ขอความร่วมมือ” ให้หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชน ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ (มาตรา 35 (2))

No Description

สถานะของ ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ และความเห็นจากสภาปฏิรูปประเทศ

ตอนนี้สถานะของร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ อยู่ในการพิจารณาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท. เปรียบได้กับวุฒิสภาในปัจจุบัน) โดย สปท. มอบหมายให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ศึกษาผลกระทบของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

คณะกรรมาธิการฯ เสนอรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุม สปท. ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และ สปท. จะรายงานผลการศึกษานี้ต่อไปยังคณะรัฐมนตรี

คณะกรรมาธิการฯ มีความเห็นว่าควรแก้ไขเนื้อหาใน ร่าง พ.ร.บ. หลายมาตรา ประเด็นสำคัญคือมองว่าร่าง พ.ร.บ. มีเนื้อหาเป็น "เชิงรับ" เน้นการปกป้องและป้องกันภัย แต่ยังขาดมาตรการ "เชิงรุก" โดยเฉพาะหากเกิดการโจมตีจากศัตรูนอกประเทศที่จำเป็นต้องใช้มาตการตอบโต้ จึงควรเพิ่มเนื้อหาในส่วนนี้มากขึ้น

คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอว่าคณะกรรมการ กปช. เดิมกำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน แต่ควรเปลี่ยนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานแทน โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน รวมถึงควรเพิ่มกรรมการโดยตำแหน่งขึ้นอีกหลายตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ฯลฯ

No Description

ส่วนในมาตรา 35 (3) ที่เป็นที่จับตากันมากในเรื่องอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ คณะกรรมาธิการฯ เสนอว่าควรมีการถ่วงดุลโดยให้เจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องเพื่อขอคำสั่งศาล ยกเว้นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่อนุญาตให้ดำเนินการก่อนแล้วค่อยรายงานให้ศาลทราบได้

อ่านความเห็นฉบับเต็มของคณะกรรมาธิการได้จาก ระเบียบวาระการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๖๐/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก - Thai Netizen Network

Get latest news from Blognone

Comments

By: Mars2005
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 18 December 2016 - 20:25 #959616
Mars2005's picture

กฎหมายเกสตาโป

By: Hadakung
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 18 December 2016 - 20:38 #959617

อ่านแล้วก็เป็นกฏหมายที่ดีออกส์นะ XD

By: KenKwanchai
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 18 December 2016 - 20:44 #959619

ดีจังเลยครับ อยากรู้ข้อมูลวงในบริษัทไหน อยากรู้ข้อมูลส่วนตัวของใครก็อ้างว่าเพื่อ"ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์"แล้วดักฟังเอา แล้วแบบนี้จะมีบริษัทต่างชาติที่ไหนกล้ามาลงทุนละครับพี่น้อง

By: anoid on 18 December 2016 - 21:08 #959623 Reply to:959619

นี่แหละครับ คีย์หลักที่เรากลัวๆกัน เราไว้ใจคนในรบ.แค่ไหนที่จะให้อำนาจขนาดนี้ แล้วเราตรวจสอบการใช้อำนาจของรบ.ได้มั้ย ว่าไม่ได้เอาไปหาประโยชน์ส่วนตัว

By: KenKwanchai
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 19 December 2016 - 01:31 #959649 Reply to:959623

แล้วกฎหมายไทยก็เขียนให้กว้างๆ ตีความยากๆ เอาสิ่งที่จับต้องไม่ได้มาเขียนเป็นกฎ เหนื่อยใจ

By: Aoun
AndroidWindows
on 19 December 2016 - 08:19 #959674 Reply to:959623

น่าจะไม่มีเก็บข้อมูลการเข้าตรวจสอบด้วยนะ
ไม่ทำผิดกลัวอะไร แล้วผู้เข้าตรวจสอบจะกลัวอะไร

By: thanyadol
iPhone
on 19 December 2016 - 09:11 #959689 Reply to:959619

ตปท เขาก็มีแบบนี้อยู่แล้วหรือป่าวครับพวก หน่วยสืบราชการลับ

By: KenKwanchai
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 19 December 2016 - 19:43 #959716 Reply to:959689

แล้วประเทศนี้ตีความคำว่า"ความมั่นคง"ว่าเป็นของชาติหรือเป็นของรัฐบาลอะครับ ถ้าดูจากวีรกรรมที่ผ่านมาเนี่ย

By: stickyficky on 18 December 2016 - 21:06 #959622

ระดับต่อไปก็สแกนสมองผมดูว่าคิดอะไรที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่าด้วยนะครับ

By: checkmate95
Android
on 18 December 2016 - 22:12 #959637 Reply to:959622
checkmate95's picture

นึกถึง psycho pass เลย

By: RookieX
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 18 December 2016 - 21:09 #959624

ต้องอ่านต่อในมาตรา 36 ด้วยรึเปล่าครับ

By: mk
FounderAndroid
on 18 December 2016 - 21:12 #959626 Reply to:959624
mk's picture

36 เป็นข้อกำหนดเรื่องการห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับมาจาก 35 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเข้าถึงข้อมูลใน 35 ครับ โดยส่วนตัวผมว่าดีที่มี 36 แต่ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของ 35

By: RookieX
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 18 December 2016 - 21:19 #959627 Reply to:959626

จากความเข้าใจคือ อนุญาตให้ดักจับข้อมูลได้ แต่จะเอามาใช้งาน ต้องขอศาล

แต่ถ้าขัดแย้งกันกับรัฐธรรมนูญ ถ้ามีใครร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความในมาตรานี้ก็น่าจะได้นะครับ

By: mk
FounderAndroid
on 18 December 2016 - 21:40 #959631 Reply to:959627
mk's picture

วรรคสองนี่มันคือ exception ของวรรคหนึ่งนะครับ

By: Aoun
AndroidWindows
on 19 December 2016 - 08:21 #959675 Reply to:959627

ไม่เปิดเผย แต่ก็เอาไปใช้ได้เงียบๆ .... น่ากลัวนะ
ข้อมูลสำคัญ ราคายิ่ง.............

By: RookieX
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 19 December 2016 - 11:47 #959717 Reply to:959675

ทุกวันนี้ถึงไม่มี พรบ. นี้ก็ดูกันเงียบๆอยู่แล้ว เพียงแต่จะเอามาใช้ทางกฏหมายนั้นทำได้ยากหรือไม่ได้เลย

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 19 December 2016 - 20:57 #959822 Reply to:959717

ทำไมจะใช้ไม่ได้ ผมเคยอ่านคำพิพากษาคดี... ที่ลงหลักฐานว่าได้มาจากกระบวนการสอบสวน"ลับ"

หุๆ

By: RookieX
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 20 December 2016 - 12:20 #959940 Reply to:959822

โคต้าไม่พออ่านหรอครับ ในประโยคเขียนว่า "ทำได้ยาก"

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 21 December 2016 - 10:53 #960180 Reply to:959940

ผมก็พูดถึง"ข้อเท็จจริง"ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ขนาดไม่มีกฎหมายอนุญาต ก็ยังใช้อำนาจเกินเลยกันเต็มไปหมด นั่งอ่านสำนวนคดี คำพิพากษาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีหลายๆอัน เจออะไรแปลกๆเต็มไปหมด

ยิ่งถ้ามีกฎหมายอนุญาตโดยตรง ไม่คิดว่าเขาจะใช้อำนาจกันยิ่งกว่านี้หรือ?

คำพูดที่เขียนว่า "เท่าที่จำเป็น" "ตามสมควร" เป็นแค่ดุลพินิจที่ไม่มีเส้นแบ่งชี้วัดชัดเจน และห้าม"สงสัย" อีกด้วย

ผมก็แย้งคุณโดยตรงว่า ในทางปฎิบัติทุกวันนี้มันไม่"ได้ยาก"เลย และกฎหมายใหม่ยิ่งทำให้ทำแบบเปิดเผยได้มากขึ้นอีกด้วย

ป.ล. นอกประเด็นไป นึกถึงคดีดังคดีนึง ออกหมายจับ จับมาฝากขังแล้ว ถึงค่อยขอหมายศาลไปขอหลักฐาน IP จาก ISP มายืนยันอีกที อืม....

By: Welcomehome on 18 December 2016 - 22:36 #959639 Reply to:959626

ข้อ36มันต่อจากข้อ35ไม่ใช่หรอครับ ซึ่งหมายความว่าถ้าเค้าเอาข้อมูลใครออกมาแล้วไปเปิดเผยก็สามารถฟ้องร้องรัฐบาลได้นิครับว่าทำผิดกฎหมาย

By: Hadakung
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 18 December 2016 - 23:20 #959641 Reply to:959639

เปิดเผย... เมื่อไหร่เปิดเผยแล้วคนที่โดนเปิดเผยจะได้รู้ว่าตัวเองโดนเปิดเผยเมื่อไหร่ครับ แล้วเปิดเผยเน้นถ้านำไปให้ท่านผู้นำอ่านนี้เรียกเปิดเผยไหม??? แค่เอกชนขายข้อมูลลูกค้าตัวเองอย่าง AIS ยังขนาดนั้น แล้วคนอำนาจถึงขนาดบัญญติที่มี ม.44 ขึ้นมาในมือยังต้องกลัวว่าตัวเองจะโดน ม.36 ในพรบ.ฉบับนี้หรือครับ???

By: RookieX
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 19 December 2016 - 11:49 #959718 Reply to:959641

ข้อมูลทางโทรศัพท์ และข้อมูลบัตรเครดิต "บางส่วน" บางแห่งถูกเปิดเผยและแอบซื้อขายกันมานานแล้ว

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 19 December 2016 - 20:59 #959823 Reply to:959718

อันนั้นมันคนใน แอบขายข้อมูล

ไม่ใช่ด้วยคำสั่งจาก"รัฐ"

แต่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่เคยเห็นมา คือกระบวนการสอบสวน"ลับ" ที่แม้แต่คำพิพากษายังไม่เผยแพร่วิธีการได้มา แต่ดันยอมรับเป็นหลักฐานสำคัญซะงั้น

By: RookieX
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 20 December 2016 - 12:21 #959941 Reply to:959823

จขคห. อ้างถึง AIS ครับ จึงยกกรณีข้อมูลอื่นๆของเอกชน ที่มีแอบขายกันปกติอยู่แล้ว

By: A4
iPhoneAndroidRed HatSUSE
on 18 December 2016 - 21:11 #959625
A4's picture

ได้ที

By: Welcomehome on 18 December 2016 - 22:45 #959640

ในการเขียนข่าวที่ดี ผมคิดว่าควรจะยกมาตรา36มาด้วยนะครับ เพราะการยกมาเพียงบางมาตราแบบนี้จะเป็นการต้องการให้ผู้อ่านได้รับรู้ข้อมูลเพียงบางส่วน ซึ่งจะทำให้เข้าใจผิดและชักจูงให้เกิดข้อขัดแย้งกับกฎหมายในแบบที่คิดไปเองเพราะรับรู้กฎหมายไม่ครบทั้งฉบับ

By: qo
iPhoneUbuntuWindows
on 19 December 2016 - 08:45 #959681 Reply to:959640
qo's picture

+1

By: Hoo
AndroidWindows
on 19 December 2016 - 09:13 #959683 Reply to:959640

ใช่เลยครับ
ขนาด มาตรา 35 ในบทความ
ยังตัดข้อความช่วงต้น ที่ว่า
จนท. จะมีอำนาจได้ต่อเมื่อได้หนังสือจาก เลขานุการ

แล้วยกเอามาเฉพาะ อำนาจที่ จนท. ได้
เหมือนจงใจให้คนอ่านคิดไปเองว่า
"จนท.มีอำนาจได้โดยตัวเอง จะใช้ยังไงเมื่อไหร่ก็ได้" เลย

หมู...
ถ้าเราเห็นมันตายทั้งตัว เราจะรู้สึกสงสาร
ถ้าเราเห็นหมูชิ้น เราจะเริ่มนึกว่าจะเอามาทำอะไรดี
ยิ่งเป็นหมูชิ้น ปรุงสุกแล้ว ก็มีแต่ความน่ากิน!!

By: neenutna
ContributorAndroid
on 20 December 2016 - 00:17 #959714 Reply to:959683

เลขาธิการนี่ได้มายังไงครับ เลือกกันเองหรือเปล่า?

By: mk
FounderAndroid
on 19 December 2016 - 15:59 #959766 Reply to:959683
mk's picture

ประเด็นคือไม่ต้องขอหมายศาลครับ ศาล != เลขาธิการ

By: khao_lek on 19 December 2016 - 16:23 #959778 Reply to:959640

+1

By: paul_ant_man
AndroidRed HatSUSEUbuntu
on 19 December 2016 - 02:19 #959654
paul_ant_man's picture

NSA Thailand กำลังจะเกิดขึ้นครับ

By: HMage
AndroidWindows
on 19 December 2016 - 08:10 #959668 Reply to:959654

ต่างกันนะครับ อันนี้รัฐไม่ได้แอบดู

แต่ขอดูตรงๆ เลย

By: Jirawat
Android
on 19 December 2016 - 06:53 #959662
Jirawat's picture

งี้ก็ขอดูเงินในบัญชีได้นะสิ

By: icez
ContributoriPhoneAndroidRed Hat
on 19 December 2016 - 08:23 #959676 Reply to:959662

ถ้าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ มี พรบ.ฟอกเงินให้สิทธิ์เจ้าหน้าที่หลายหน่วยขอดู transaction แบบละเอียด(ละเอียดกว่าที่เราเห็น) ได้สบายมาก

By: komsanw
iPhoneWindows PhoneAndroidRed Hat
on 19 December 2016 - 15:56 #959763 Reply to:959676
komsanw's picture

ถ้าตาม พรบ.นี้ไม่ต้องขออนุญาต
อยากได้ก็ล้วงเอาจากธนาคารได้เลย

By: secure on 19 December 2016 - 11:00 #959708

แล้วหน้าแรกๆที่บอกผลการศึกษาและข้อสังเกตร่าง ... ไม่ได้เอามาปรับแก้หรอครับ

By: mk
FounderAndroid
on 19 December 2016 - 16:00 #959768 Reply to:959708
mk's picture

สปท. มีหน้าที่ให้ความเห็นครับ ส่วนอำนาจในการปรับแก้เป็นของ สนช.

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 20 December 2016 - 01:23 #959842
zerocool's picture

เป้าหมายของกฎหมายเหมือนจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการโจมตีทาง cyber ทว่าการให้อำนาจที่มากเกินพอดี และคำจำกัดความของการโจมตีทาง cyber ยังเป็นปัญหาอยู่ ถ้าใช้ในความหมายปกติก็ดีไปแต่ถ้าใช้แบบกว้างแถ ๆ ตามสไตล์ไทย ๆ ก็คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี

ดังนั้นการขอหมายศาลก่อนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และสามารถยกเว้นกระทำก่อนรายงานศาลทีหลังได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น

ผมว่าพรบ.นี้ยังเขียนได้ใจความชัดเจนกว่าพรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฉบับที่ผ่านไปนะ อย่างน้อยผมยังไม่เห็นวลี "ศีลธรรมอันดีของประเทศ"

ฮ่า


That is the way things are.