Law

พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ ผ่านการโหวตของ สนช. ไปเรียบร้อยแล้ว แต่กฎหมาย "ชุด" นี้ยังไม่จบ เพราะมีร่าง พ.ร.บ. อีกฉบับที่ใช้ควบคู่กัน นั่นคือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ ที่อาจน่ากลัวกว่า พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ

Blognone เคยนำเสนอข้อมูลของร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ฯ ไปเมื่อต้นปี 2015 (บวกความเห็นจาก iLaw) แต่ในช่วงปลายปี 2016 ที่มีความตื่นตัวกันมากจากกระแสคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะนำเสนอข้อมูลของ ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์อีกครั้ง

หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่สนใจและไม่อยากติดตามกฎหมายแบบผ่านๆ สามารถดาวน์โหลด ร่างกฎหมายฉบับเต็ม ไปอ่านกันอย่างละเอียดได้

หลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์

ในหน้าหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ระบุว่า "เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปกป้อง ป้องกัน หรือรับมือกับสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการให้บริการหรือการประยุกต์ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โครงข่ายโทรคมนาคม หรือการให้บริการโดยปกติของดาวเทียม ซึ่ง__กระทบต่อความมั่นคงของชาติในมิติต่างๆ อันครอบคลุมถึงความมั่นคงทางการทหาร ความสงบเรียบร้อยในประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ__"

คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

มาตรา (6) ของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ตั้ง "คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ" (กปช.) หรือชื่อภาษาอังกฤษ National Cybersecurity Committee (NCSC) ประกอบด้วย

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน
  • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  • ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ปลัดกระทรวงกลาโหม
  • ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนดลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 7 คน คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นิติศาสตร์ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากคณะกรรมการ กปช. แล้ว จะยังมีการจัดตั้ง "สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ" เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยจะโอนพนักงานและทรัพย์สินของ "สำนักความมั่นคงปลอดภัย" ที่อยู่ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มาเป็นสำนักงานใหม่แห่งนี้

ภาพจาก Pexels

อำนาจของคณะกรรมการความมั่นคงไซเบอร์ฯ สั่งการได้ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน

อำนาจของกรรมการมีดังนี้ (มาตรา 7)

  • กำหนดแนวทางและมาตรการตอบสนองและรับมือภัยคุกคามไซเบอร์
  • กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น
  • กำหนดมาตรการยกระดับทักษะความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่
  • จัดทำ "แผนปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ"
  • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน รายงานให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีทราบ
  • เสนอแนะและให้ความเห็นต่อ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือคณะรัฐมนตรี ในประเด็นการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

กปช. ยังมีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการเพื่อป้องกัน แก้ปัญหา หรือบรรเทาผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ และถ้าหน่วยงานใดไม่ทำตามมติ กปช. ก็ถือว่าหัวหน้าหน่วยงานนั้นมีความผิดทางวินัย (มาตรา 31-33) และในกรณีที่ภัยคุกคามไซเบอร์กระทบต่อ "ความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์" กปช. สามารถสั่งงานหน่วยงานภาคเอกชนได้ด้วย (มาตรา 34)

อำนาจของเจ้าหน้าที่ เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงาน กปช. มีอำนาจ "เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารทั้งไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" (มาตรา 35 (3))

ในร่างกฎหมายฉบับล่าสุด ไม่ระบุเงื่อนไขของอำนาจตามมาตรา 35 (3) บอกเพียงแค่ว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถ

  • เรียกให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือนำส่งเอกสารต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาการตามพ.ร.บ. ฉบับนี้ (มาตรา 35 (1))
  • ส่งหนังสือ”ขอความร่วมมือ” ให้หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชน ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ (มาตรา 35 (2))

สถานะของ ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ และความเห็นจากสภาปฏิรูปประเทศ

ตอนนี้สถานะของร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ อยู่ในการพิจารณาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท. เปรียบได้กับวุฒิสภาในปัจจุบัน) โดย สปท. มอบหมายให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ศึกษาผลกระทบของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

คณะกรรมาธิการฯ เสนอรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุม สปท. ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และ สปท. จะรายงานผลการศึกษานี้ต่อไปยังคณะรัฐมนตรี

คณะกรรมาธิการฯ มีความเห็นว่าควรแก้ไขเนื้อหาใน ร่าง พ.ร.บ. หลายมาตรา ประเด็นสำคัญคือมองว่าร่าง พ.ร.บ. มีเนื้อหาเป็น "เชิงรับ" เน้นการปกป้องและป้องกันภัย แต่ยังขาดมาตรการ "เชิงรุก" โดยเฉพาะหากเกิดการโจมตีจากศัตรูนอกประเทศที่จำเป็นต้องใช้มาตการตอบโต้ จึงควรเพิ่มเนื้อหาในส่วนนี้มากขึ้น

คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอว่าคณะกรรมการ กปช. เดิมกำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน แต่ควรเปลี่ยนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานแทน โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน รวมถึงควรเพิ่มกรรมการโดยตำแหน่งขึ้นอีกหลายตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ฯลฯ

ส่วนในมาตรา 35 (3) ที่เป็นที่จับตากันมากในเรื่องอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ คณะกรรมาธิการฯ เสนอว่าควรมีการถ่วงดุลโดยให้เจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องเพื่อขอคำสั่งศาล ยกเว้นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่อนุญาตให้ดำเนินการก่อนแล้วค่อยรายงานให้ศาลทราบได้

อ่านความเห็นฉบับเต็มของคณะกรรมาธิการได้จาก ระเบียบวาระการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๖๐/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก - Thai Netizen Network

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ดีจังเลยครับ อยากรู้ข้อมูลวงในบริษัทไหน อยากรู้ข้อมูลส่วนตัวของใครก็อ้างว่าเพื่อ"ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์"แล้วดักฟังเอา แล้วแบบนี้จะมีบริษัทต่างชาติที่ไหนกล้ามาลงทุนละครับพี่น้อง

นี่แหละครับ คีย์หลักที่เรากลัวๆกัน เราไว้ใจคนในรบ.แค่ไหนที่จะให้อำนาจขนาดนี้ แล้วเราตรวจสอบการใช้อำนาจของรบ.ได้มั้ย ว่าไม่ได้เอาไปหาประโยชน์ส่วนตัว

36 เป็นข้อกำหนดเรื่องการห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับมาจาก 35 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเข้าถึงข้อมูลใน 35 ครับ โดยส่วนตัวผมว่าดีที่มี 36 แต่ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของ 35

จากความเข้าใจคือ อนุญาตให้ดักจับข้อมูลได้ แต่จะเอามาใช้งาน ต้องขอศาล

แต่ถ้าขัดแย้งกันกับรัฐธรรมนูญ ถ้ามีใครร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความในมาตรานี้ก็น่าจะได้นะครับ

ผมก็พูดถึง"ข้อเท็จจริง"ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ขนาดไม่มีกฎหมายอนุญาต ก็ยังใช้อำนาจเกินเลยกันเต็มไปหมด นั่งอ่านสำนวนคดี คำพิพากษาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีหลายๆอัน เจออะไรแปลกๆเต็มไปหมด

ยิ่งถ้ามีกฎหมายอนุญาตโดยตรง ไม่คิดว่าเขาจะใช้อำนาจกันยิ่งกว่านี้หรือ?

คำพูดที่เขียนว่า "เท่าที่จำเป็น" "ตามสมควร" เป็นแค่ดุลพินิจที่ไม่มีเส้นแบ่งชี้วัดชัดเจน และห้าม"สงสัย" อีกด้วย

ผมก็แย้งคุณโดยตรงว่า ในทางปฎิบัติทุกวันนี้มันไม่"ได้ยาก"เลย และกฎหมายใหม่ยิ่งทำให้ทำแบบเปิดเผยได้มากขึ้นอีกด้วย

ป.ล. นอกประเด็นไป นึกถึงคดีดังคดีนึง ออกหมายจับ จับมาฝากขังแล้ว ถึงค่อยขอหมายศาลไปขอหลักฐาน IP จาก ISP มายืนยันอีกที อืม....

ข้อ36มันต่อจากข้อ35ไม่ใช่หรอครับ ซึ่งหมายความว่าถ้าเค้าเอาข้อมูลใครออกมาแล้วไปเปิดเผยก็สามารถฟ้องร้องรัฐบาลได้นิครับว่าทำผิดกฎหมาย

เปิดเผย... เมื่อไหร่เปิดเผยแล้วคนที่โดนเปิดเผยจะได้รู้ว่าตัวเองโดนเปิดเผยเมื่อไหร่ครับ แล้วเปิดเผยเน้นถ้านำไปให้ท่านผู้นำอ่านนี้เรียกเปิดเผยไหม??? แค่เอกชนขายข้อมูลลูกค้าตัวเองอย่าง AIS ยังขนาดนั้น แล้วคนอำนาจถึงขนาดบัญญติที่มี ม.44 ขึ้นมาในมือยังต้องกลัวว่าตัวเองจะโดน ม.36 ในพรบ.ฉบับนี้หรือครับ???

อันนั้นมันคนใน แอบขายข้อมูล

ไม่ใช่ด้วยคำสั่งจาก"รัฐ"

แต่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่เคยเห็นมา คือกระบวนการสอบสวน"ลับ" ที่แม้แต่คำพิพากษายังไม่เผยแพร่วิธีการได้มา แต่ดันยอมรับเป็นหลักฐานสำคัญซะงั้น

Welcomehome Sun, 18/12/2016 - 22:45

ในการเขียนข่าวที่ดี ผมคิดว่าควรจะยกมาตรา36มาด้วยนะครับ เพราะการยกมาเพียงบางมาตราแบบนี้จะเป็นการต้องการให้ผู้อ่านได้รับรู้ข้อมูลเพียงบางส่วน ซึ่งจะทำให้เข้าใจผิดและชักจูงให้เกิดข้อขัดแย้งกับกฎหมายในแบบที่คิดไปเองเพราะรับรู้กฎหมายไม่ครบทั้งฉบับ

ใช่เลยครับ
ขนาด มาตรา 35 ในบทความ
ยังตัดข้อความช่วงต้น ที่ว่า
จนท. จะมีอำนาจได้ต่อเมื่อได้หนังสือจาก เลขานุการ

แล้วยกเอามาเฉพาะ อำนาจที่ จนท. ได้
เหมือนจงใจให้คนอ่านคิดไปเองว่า
"จนท.มีอำนาจได้โดยตัวเอง จะใช้ยังไงเมื่อไหร่ก็ได้" เลย

หมู...
ถ้าเราเห็นมันตายทั้งตัว เราจะรู้สึกสงสาร
ถ้าเราเห็นหมูชิ้น เราจะเริ่มนึกว่าจะเอามาทำอะไรดี
ยิ่งเป็นหมูชิ้น ปรุงสุกแล้ว ก็มีแต่ความน่ากิน!!

ถ้าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ มี พรบ.ฟอกเงินให้สิทธิ์เจ้าหน้าที่หลายหน่วยขอดู transaction แบบละเอียด(ละเอียดกว่าที่เราเห็น) ได้สบายมาก

เป้าหมายของกฎหมายเหมือนจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการโจมตีทาง cyber ทว่าการให้อำนาจที่มากเกินพอดี และคำจำกัดความของการโจมตีทาง cyber ยังเป็นปัญหาอยู่ ถ้าใช้ในความหมายปกติก็ดีไปแต่ถ้าใช้แบบกว้างแถ ๆ ตามสไตล์ไทย ๆ ก็คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี

ดังนั้นการขอหมายศาลก่อนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และสามารถยกเว้นกระทำก่อนรายงานศาลทีหลังได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น

ผมว่าพรบ.นี้ยังเขียนได้ใจความชัดเจนกว่าพรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฉบับที่ผ่านไปนะ อย่างน้อยผมยังไม่เห็นวลี "ศีลธรรมอันดีของประเทศ"

ฮ่า