Tags:
Node Thumbnail

ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับข่าว [สหรัฐฯ ประกาศคว่ำข้อตกลงการสื่อสารระหว่างประเทศฉบับใหม่](http://www.blognone.com/node/37402) นะครับ ใครยังไม่ได้อ่านควรย้อนไปอ่านข่าวเก่าเสียก่อน

วันนี้ (25 ตุลาคม 2555) กสทช. ได้จัดงานเสวนาในประเด็นข้างต้น (แต่ครอบคลุมหัวข้อกว้างกว่า) ในชื่องานว่า "NBTC Public Forum 9: ITU จะกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต ไทยควรมีท่าทีอย่างไร"

ผมได้ไปร่วมงานนี้มาด้วย เลยสรุปประเด็นที่น่าสนใจของวิทยากรบางท่านมาลง Blognone ครับ

### สรุปประเด็นแบบสั้นๆ

- ที่ผ่านมาอินเทอร์เน็ตไม่เคยมีใครกำกับดูแลเต็มรูปแบบ จะมีองค์กรบางแห่ง เช่น IETF, W3C, ICANN ที่ควบคุมมาตรฐานในบางด้าน แต่องค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรวิชาชีพ ไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐ - ITU หรือสหภาพโทรคมนาคมสากล ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติด้าน __โทรคมนาคม__ พยายามเข้ามากำกับดูแลอินเทอร์เน็ตอยู่เรื่อยๆ - ระเบียบ (หรือข้อบังคับ) ที่สำคัญของ ITU มีอยู่ 1 ฉบับ เรียกว่า __ITR__ หรือ International Telecommunication Regulation ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวงการโทรคมนาคมโลก เอกสารฉบับนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายในปี 1988 (ก่อนอินเทอร์เน็ตถือกำเนิดในเชิงพาณิชย์ด้วยซ้ำ) ซึ่งถือว่าเก่ามากแล้ว - ITU มีแผนการแก้ไข ITR ในที่ประชุมใหญ่ [World Conference on International Telecommunications (WCIT-2012)](http://www.itu.int/en/wcit-12/Pages/default.aspx) ที่ดูไบในเดือนธันวาคมนี้ - สมาชิก ITU __บางประเทศ__ ยื่นเสนอแก้ไข ITR ในบางประเด็นที่กลายเป็นข้อขัดแย้ง - ประเทศไทยจะต้องเสนอจุดยืนผ่าน APT (Asia Pacific Telecomminity องค์กรลูกของ ITU โซนเอเชียแปซิฟิกที่มีสมาชิก 38 ประเทศ) โดยข้อเสนอของ APT ไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บค่าบริการอินเทอร์เน็ต และไม่ได้สนับสนุนให้เพิ่มนิยามคำว่า ICT

### วิเคราะห์ประเด็นแก้ไขของ ITR

คุณดวงทิพย์ โฉมปรางค์ ผู้บริหารอินเทอร์เน็ตโซไซตี้ (ISOC) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สรุปประเด็นที่มีชาติสมาชิกของ ITU เสนอแก้ไข 6 ประเด็นที่มีความขัดแย้งสูง ดังนี้

1. ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะต้องจ่ายค่าใช้งานแบบ pay-per-click ซึ่งต่างไปจากการจ่ายเหมาเป็นแพกเกจแบบปัจจุบัน 2. กำหนดให้ผู้ให้บริการสารสนเทศ (information service provider) ต้องจ่ายเงินให้เจ้าของเครือข่าย (sender pay model) เสนอโดยกลุ่มประเทศยุโรป (ตรงกับข่าวเก่า [สหรัฐฯ ประกาศคว่ำข้อตกลงการสื่อสารระหว่างประเทศฉบับใหม่](http://www.blognone.com/node/37402)) 3. กำหนดให้เปิดเผยประวัติการใช้งานของผู้ใช้บริการ ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้ประกอบการ - เกิดจากความต้องการควบคุม content provider ที่อาจเป็นภัยต่อประเทศต่างๆ เช่น จีน - ถ้าเงื่อนไขข้อนี้ผ่าน อาจมีปัญหาในอนาคตว่ากฎหมายจากประเทศอื่นๆ มีสิทธิเหนือประเทศไทย มานำข้อมูลของผู้ใช้งานในไทยไปได้ - ถ้าข้อเสนอนี้ผ่าน อาจส่งผลให้เกิด 2 network แบบควบคุม (ใหม่) และแบบไม่ควบคุม (ปัจจุบัน) - ไอเดียของอินเทอร์เน็ตแบบควบคุมได้ คือมีองค์กรที่เข้าถึงทราฟฟิกของทุกคน รู้ว่าใครส่งอะไรไปหาใคร 4. กำหนดนิยาม spam และขยายขอบเขตของ cybersecurity ให้ครอบคลุมถึง "สารสนเทศ" (content) ด้วย - การประชุมในปี 2010 เคยตกลงกันไว้ว่าปี 2012 จะไม่คุยกัน 3 ประการคือ content, crime, security แต่ยังมีบางประเทศเสนอประเด็นเข้ามา 5. กำหนดให้มีนิยามของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ "อินเทอร์เน็ต" อยู่ในเอกสาร ITR ฉบับใหม่ เช่น กำหนดนิยามของ ICT, QoS 6. กำหนดให้สนธิสัญญาใหม่เป็นเชิงบังคับ (mandatory) ในขณะที่ของเก่าเป็นสมัครใช้ (non-mandatory) มีข้อยกเว้นเยอะ ของใหม่จะบังคับให้ทำตามทุกอย่าง

__หมายเหตุ mk:__ ในข้อ (1) รายละเอียดเรื่อง pay-per-click ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะตัวแทนของกระทรวงไอซีทีที่เข้าร่วมงานสัมมนานี้ด้วย แย้งว่าไม่มีข้อเสนอในเรื่องนี้เข้ามา

### การเมืองเรื่องการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต

โดย อ.กาญจนา กาญจนสุต จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

อินเทอร์เน็ตยุคบุกเบิกไม่มีการควบคุมโดยรัฐ (governance without governments)

- 20 ปีแรก ไม่ยุ่งกับรัฐบาลให้มากที่สุด เพราะรู้ว่าทำงานกับรัฐบาลต้องใช้เวลา และเป็นปัญหากับนวัตกรรม - มีแค่ 2 องค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแล - IETF - ดูแลมาตรฐานของเทคโนโลยี - IANA - ดูแลทรัพยากรหลัก (core resources) เช่น name & address ของอินเทอร์เน็ต

ยุคที่สองเริ่มมีองค์กรอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น __Internet Society (ISOC)__ ตั้งปี 1992 โดยกลุ่ม activist ในฐานะเป็น non-profit educational organization เผื่อผลักดันอินเทอร์เน็ตให้พัฒนาขึ้นในวงกว้าง และ __W3C__ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับเว็บ

โครงสร้างการกำกับดูแลในยุคที่สอง

- technology - IETF - W3C - resources - IANA - ICANN - จดทะเบียนในปี 1998 ดูแล domain name, address, protocol

โครงสร้างของอินเทอร์เน็ตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ใช้วิธีคิดค่าเชื่อมโยงให้เข้าถึง (access) ขอบของอินเทอร์เน็ตให้ได้เพียงเท่านั้น ส่วนการเชื่อมต่อภายในอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ โมเดลนี้ทำให้ผู้สร้างแอพพลิเคชันหรือเนื้อหาสามารถเติบโตได้ เพราะต้นทุนต่ำ จ่ายแค่ค่าเชื่อมต่อขั้นต้นเท่านั้น

ส่วน ITU เป็นหน่วยงานด้านโทรคมนาคมระดับนานาชาติ กำเนิดมานานเป็นร้อยปี เดิมที ITU กำกับดูแลกิจการไปรษณีย์ และภายหลังก็ขยับขยายมาดูเรื่องรัฐวิสาหกิจหรือบริการโทรคมนาคมของรัฐ การออกข้อตกลง ITR เมื่อปี 1988 ก็ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของ ITU ในการเปิดเสรีภาคโทรคมนาคมในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

ในอดีต ITU ออกมาตรฐานที่แข่งขันกับ "อินเทอร์เน็ต" หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เช่น

- มาตรฐาน ITU-T X.25 เกิดขึ้นมาในยุค 70s แต่แพ้ให้กับ TCP/IP - ITU-T พยายามเสนอ ATM ในยุค 80s ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก เพราะกระบวนการออกแบบช้า เทคโนโลยีราคาแพง - ปี 2009 ITU เข้ามาเสนอตัวช่วยดูแล IPv6 และ NGN (Next Generation Network หมายถึงเครือข่ายเดียวที่ใช้โปรโตคอล IP, MPLS, SIP) - ปี 2012 เข้ามาเรื่อง ITR (เตรียมการมาตั้งแต่ปี 2004 แต่เพิ่งผลักดันได้) ไอเดียหลายอย่างสร้างความขัดแย้ง

ความแตกต่างของไอเดียระหว่างฝั่ง "อินเทอร์เน็ต" กับ ITU

- อินเทอร์เน็ต - end-to-end, dumb network, smart device - connectionless ไม่คิดค่าเชื่อมต่อ - ผู้ใช้จ่ายเงินปลายทางเพื่อเชื่อมกับ internet - ควบคุมโดยรัฐบาลมีส่วนร่วม - ITU - dumb end device, smart network (เพราะต้องการเก็บเงิน) - connection-oriented, virtual circuit - จ่ายเงินตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ ตามแนวทาง telcos ในอดีต - ควบคุมแบบ intergovernmental organization มีกฎเกณฑ์มากมาย

### เอกสารอ่านประกอบ

เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารให้ข้อมูลของ ITR และกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มี 2 ฉบับคือจากกระทรวงไอซีที และจาก กสทช. ครับ

เนื่องจากผมได้มาเฉพาะฉบับกระดาษ ดังนั้นก็ต้องสแกนกลับมาเป็นไฟล์ อาจจะไม่ชัดสักเท่าไรนะครับ

__เอกสารจากกระทรวงไอซีที: ขั้นตอนการพิจารณาการแก้ไขข้อบังคับโทรคมนาคมระหว่างประเทศ__

ขั้นตอนการพิจารณาการแก้ไขข้อบังคับโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

__เอกสารจาก กสทช: ข้อมูลเกี่ยวกับข้อบังคับโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITRs)__

ข้อมูลเกี่ยวกับข้อบังคับโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ITRs

Get latest news from Blognone

Comments

By: xnone
AndroidWindows
on 25 October 2012 - 18:33 #496479

pay per click นี่ก็นะ
หมายถึงคิดเป็น Data หรือเปล่าก็พอจะเข้าใจง่ายนะ
แต่พวกเกมออนไลน์นี่ถึงกับเล่นไมได้เลยนะ ถ้า Perclick จริงๆ
model ธุรกิจหลายอย่างเช่น ร้าน อินเทอร์เน็ตก็อาจจะล่มไปด้วยหรนือเปล่า

By: e.p.
ContributorAndroid
on 25 October 2012 - 18:33 #496480
e.p.'s picture
  • end-to-end, dump network, smart device

  • dump end device, smart network (เพราะต้องการเก็บเงิน)

น่าจะเป็น "dumb" นะครับ

By: mk
FounderAndroid
on 25 October 2012 - 19:38 #496511 Reply to:496480
mk's picture

แก้แล้ว ขอบคุณมากครับ

By: originalBlueSin
Windows PhoneWindows
on 25 October 2012 - 18:35 #496481
originalBlueSin's picture

จะควบคุมครอบคลุมไปถึงเนื้อหาเลยเหรอครับ แบบนั้นมันไม่เป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพเหรอครับ ? คนดูแลสายก็ทำสายให้คนเช่าใช้ไปสิ จะไปยุ่งเรื่องในสายทำไมว่าเขาคุยอะไรกัน

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 25 October 2012 - 18:48 #496484
McKay's picture

กำหนดให้ผู้ให้บริการสารสนเทศ (information service provider) ต้องจ่ายเงินให้เจ้าของเครือข่าย (sender pay model) เสนอโดยกลุ่มประเทศยุโรป

rofl at EU. แหมก็ data flow ของกลุ่มประเทศท่านดันไหลออกเกือบหมด ไหลเข้าแทบไม่มีสินะครับ xD


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: lancaster
ContributorUbuntuWindows
on 25 October 2012 - 18:51 #496485

อ่านๆดูแล้ว รุ้สึกเหมือน ITU กลัวเสียรายได้จากฝั่งโทรคม เลยพยายามดิ้นเพื่อเข้ามาแทรกแทรงให้ได้

By: easyzonecordotnet
AndroidUbuntu
on 25 October 2012 - 18:55 #496488

ให้เช่าถนน แต่อยากได้ค่า ขายเนื้อหมู ด้วย เฮ้อ

By: Onewings
Windows
on 25 October 2012 - 19:06 #496491 Reply to:496488

เหมือนกับให้เช่าถนนแล้วยัง คิดค่าคนเดินถนน บวกกับค่าคนตั้งแผงลอยข้างถนนด้วย
แถมต้องการควบคุมคนเดินถนน ด้วย
เอ๊ะ ระบบคุ้นๆนะ ?

ปล.ถ้าผ่านมาจริงสมมุติว่าถนนพัง คนใช้ถนน คนตั้งแผงลอบบนถนน สามารถเรียกร้องให้มาเฟียคุมถนนรับผิดชอบได้หรือไม่?

By: PowerBerry
Android
on 25 October 2012 - 19:33 #496508

ใครเป็นคนคิด คิดมาได้ไง ถ้าเกิดขึ้นจริงทุกอย่างบนอินเตอร์เนตคงถึงจุดจบ อย่าง Blognone คงเปิดอ่านเฉพาะหน้าแรกไม่สนใจก็ข้าม ไม่ตอบเพราะตอบแล้วเสียเงิน ทุกอย่างมันจะหยุดหมดการค้าการขาย ธรุกิจต่างๆ ผมเชื่อว่ายังไงก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ มีเว็บไหนที่เป็นศูนย์รวมแสดงตัวคัดค้านไหมจะไปกดสักหน่อย

By: myx
iPhoneAndroidRed HatWindows
on 25 October 2012 - 22:13 #496600

อ่านแล้วไม่เห็นด้วยกับ ITU ทันที เห็นแก่ได้สุดๆ

By: phaiaxers on 25 October 2012 - 22:51 #496612
phaiaxers's picture

คงออกมาเพื่อให้คนย้อนกลับไปอ่านข่าวในนสพ.เพิ่มขึ้น ตัดไม้ทำกระดาษให้มากขึ้นกว่าเดิม บางเรื่องเทคโนโลยีก้รักษ์โลกได้ แต่บางคนยังทำให้มันลำบากทำไมไม่เข้าใจ

By: Wizard.
iPhoneAndroidUbuntuWindows
on 26 October 2012 - 00:44 #496681
Wizard.'s picture

สงสัยทำจริงก็แยกวงเลยครับ... internet เสรี, กับ internet จำกัด
แล้วให้คนใช้เลือกว่าจะเอาแบบไหน ...

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 26 October 2012 - 01:14 #496694
hisoft's picture

pay per click ก็ไม่ยากครับ กดเข้าเว็บปุ๊บ download ทั้งเว็บลงเครื่อง แล้วค่อยมานั่งอ่านในเครื่อง

By: Ulquiorra
Windows PhoneAndroidSymbianWindows
on 26 October 2012 - 03:38 #496722
Ulquiorra's picture

มาเฟียนี่

By: zipper
ContributorAndroid
on 26 October 2012 - 11:32 #496823

อย่างนี้เวปพวกขายของจะทำยังไงล่ะเนี่ย ลูกค้ามาดูของในเวปยังจะต้องมาเสียค่าเลือกดูอีกแล้วใครอยากจะเข้ามาดูบ่อยๆ ยิ่งถ้ามีของเยอะๆ search ทีเจอหลายๆ หน้าพวกที่อยู่หน้าหลังๆ นี่ตายเลยคงไม่มีคนกดเข้ามาดูกัน อย่างมากคงดูแค่ 2-3 หน้าแรกพอ

สมมติ search หารองเท้ายี่ห้อนี้จาก ebay พบว่ามีสิบคนที่ขาย กดเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ราย ดูภาพเช็คสภาพรองเท้า ก็เสียไปแล้วสิบคลิ๊ก นี่จะซื้อของยังต้องเสียค่าดูด้วยเหรอเนี่ย orz

By: Onewings
Windows
on 26 October 2012 - 14:32 #496892 Reply to:496823

ถ้าอย่างนั้นเล่นเกมออนไลน์สมมุติ 330 APM = นาทีนึงเสียไปแล้ว 330 คลิ๊ก

เกมนึงประมาณ 30นาที = 330 * 30 ~= 10000 คลิ๊ก โอ้ววว

นอกจากเสียค่าเกม(DL/Hard Copy) + ค่าเน็ต + ค่าออนไลน์ แล้วยังเสียค่าคลิ๊กอีก

สุดยอดมากกก งี้ต่อไปเล่นเกมผ่านเน็ตแบบเล่นฟรีคงไม่มีแล้ว

By: tontpong
Contributor
on 26 October 2012 - 19:03 #496951

ด้วยความหงุดหงิด เหนหลายคนชอบเอาเรื่อง pay-per-click มาพูดกัน แต่ไม่ยักกะมีแหล่งอ้างอิง.. เลยไปคุ้ยๆ ดู เจอแหล่งอ้างอิงเรื่อง sending party network pays ละ (แต่เรื่อง pay-per-click ยังคงหาไม่เจออยู่ดี ถ้าใครเจอวานแชรทีเน้อ)

เนื่องจากเคยคุยๆ บ่นๆ เรื่องนี้ไว้ในอีกโพสนึง เลยขอใส่ลิงกที่ไปเม้นทไว้ในโพสนั้นแล้วกันนะครับ.. https://www.blognone.com/node/36847#comment-496945

ปล. แต่ตามสะดวกนะครับ ถ้าใครจะก้อปข้อความมาใส่โพสนี้ ^^

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 27 October 2012 - 02:26 #497067 Reply to:496951
lew's picture

pay-per-click เป็นคำที่สำนักข่าวต่างประเทศบางสำนักใช้อธิบายเรื่องความพยายามเก็บค่าทราฟิกครับ

สำนักข่าวในไทยนำมาขยายความต่อเรื่อยๆ ก็เป็นอย่างที่เห็น


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: tontpong
Contributor
on 27 October 2012 - 08:03 #497085 Reply to:497067

สรุปว่ามีแค่โมเดลที่ ETNO เสนอเพียงอันเดียว ส่วนโมเดลอื่นๆ นี่เข้าใจผิดกันไปเอง.. ใช่มั้ยครับ?

ต้องตามแก้ความเข้าใจซะใหม่กันยาวเลยคราวนี้.. รวมถึงเรื่องเงื่อนไขการบังคับใช้ ITR ด้วย (ตอนนี้เชื่อว่า คนส่วนมากเข้าใจว่าเมื่อผ่านการประชุมที่ดูไบแล้ว จะมีผลบังคับใช้ในทันที่)

ปล.

ผู้สื่อข่าวไอทีนี่ มีการรวมตัวตั้ง สมาคม/ชมรม มั้ยครับ.. แล้วในกรณีเนื้อข่าวผิด มีมาตรการรองรับอย่างไรอยู่บ้างมั้ยครับ ข่าวไอทีนี่เจอใจความผิดอยู่บ่อยๆ เผลอๆ บางทีถึงขั้นมั่ว (หรือว่านักข่าวแต่ละคนนี่ต่างคนต่างเขียน ไม่มีการรีวิวกันและกัน รวมถึงปล่อยเลยตามเลยหากมีข้อมูลจุดไหนพลาด)

คือหงุดหงิดกับสื่อหลายๆ รายมาพักใหญ่ละ ตั้งแต่เรื่องการขยายตัวย่อของ ITR ว่าคือ Internet Telecommunication Regulation .. แต่ทำได้เพียงแค่หงุดหงิด ส่วนมาตรการอื่นๆ นี่นึกไม่ออกว่าจะทำเช่นไรบ้างดี

By: tontpong
Contributor
on 29 October 2012 - 19:57 #498129 Reply to:497085

เข้าใจว่าเจอต้นตอของการโยงคำว่า pay-per-click เข้ากับ ITR แล้ว (อย่างน้อยก้อขออนุญาตแก้ต่างให้กลุ่มอาหรับซะหน่อย เพราะมีบางคนบอกว่าข้อเสนอดังกล่าวมาจากกลุ่มอาหรับ หรือหากท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติมก้อแย้งได้นะครับ)

ผมโพสต่อเอาไว้ที่เดิม.. ใครสนใจรบกวนดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงกข้างล่างนะครับ

https://www.blognone.com/node/36847#comment-497499

ปล. ถ้าสื่อต่างๆ มีการระบุที่มาไว้กับข่าวเสมอๆ แบบ blognone คงสะดวกและช่วยป้องกันการเข้าใจคลาดเคลื่อนได้มากกว่านี้ +_+