Tags:
Node Thumbnail

IBM ประกาศข่าวในงานสัมมนาด้านการเงิน Sibos ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เริ่มใช้งานระบบขายพันธบัตรออมทรัพย์ (government savings bonds issuing) ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนของ IBM แล้ว โดยออกขายพันธบัตรผ่านระบบนี้เป็นวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท (1.6 พันล้านดอลลาร์) ในระยะเวลา 2 สัปดาห์

การนำบล็อกเชนมาใช้งานช่วยให้นักลงทุนได้รับพันธบัตรเร็วขึ้น จากระยะเวลาปกติ 15 วันลดเหลือ 2 วัน เพราะกระบวนการเดิมมีความซับซ้อนสูง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้ออกพันธบัตร (issuer), ผู้จัดจำหน่าย (underwriter), นายทะเบียน (registrar) นักลงทุน (investor) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ การย้ายมาใช้ระบบบล็อกเชนที่เป็นระบบเดียวสำหรับทุกคน จึงช่วยลดกระบวนการตรวจสอบที่ซ้ำซ้อนลง ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนลงโดยปริยาย

ระบบพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย มีหน่วยงานทั้งหมด 8 แห่งเข้าร่วมคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และธนาคารตัวแทนจำหน่าย ประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ โดยรันอยู่บน IBM Blockchain และ IBM Cloud

ที่มา - IBM

Get latest news from Blognone

Comments

By: tapemachine on 6 October 2020 - 15:42 #1179044

Blockchain ในที่นี้มันช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไรครับ? มันช่วยลดความซับซ้อนอย่างไร? ต่างจากวิธีการใช้ฐานข้อมูลปกติอย่างไร? อ่าน press release ก็ยังไม่ค่อยเก็ตเท่าไร. แต่ขอชื่นชมที่สุดท้ายแล้วทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นครับ

By: big50000
AndroidSUSEUbuntu
on 6 October 2020 - 16:24 #1179050 Reply to:1179044
big50000's picture

ไม่ได้ลดความซับซ้อนของกระบวนการ แต่เพิ่มความน่าเชื่อถือบนแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ได้อย่างมาก เพราะตัวบล็อกเชนไม่ได้อ้างอิงถึงใครคนเดียว แต่เป็นการสร้างความเชื่อใจร่วมกันด้วยกระบวนการเข้ารหัส ทุกคนในระบบล้วนเป็นเจ้าของข้อมูล ต่างจากระบบเดิมที่อ้างความเชื่อใจจากคน ๆ เดียว เช่น ธนาคารกับลูกค้า

ส่วนเรื่องความง่าย ความสะดวกนั้น เป็นอานิสงส์ที่ได้จากการย้ายระบบดั้งเดิมมาสู่บล็อกเชน ลดขั้นตอนการดำเนินการลงได้อย่างมาก ยกเว้นสำหรับสกุลเงินบล็อกเชน เพราะมีคนจำนวนมากเกินไป (~10 นาที - 1 ชั่วโมงต่อหนึ่งธุรกรรม)

By: langisser
In Love
on 6 October 2020 - 22:40 #1179088 Reply to:1179044

ผมคิดเหมือนกันเลย
คือถ้าเราทำระบบใหม่โดยไม่ใช้ blockchain ก็น่าจะลดความซับซ้อนและทำให้รวกเร็วได้เหมือนกัน

By: toooooooon
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 7 October 2020 - 09:20 #1179138 Reply to:1179044

Blockchain Consensus Protocal

น่าจะคีย์เวิร์ดนี้แหละครับ..

By: LazarusSP1
ContributoriPhone
on 7 October 2020 - 21:34 #1179302 Reply to:1179044
LazarusSP1's picture

การใช้งานฐานข้อมูลคือ ลูกข่ายต้องเชื่อมต่อไปยังฐานข้อมูล ซึ่งต้องมีสองอย่างคือ การเชื่อมต่อ (ที่เสถียร) และ เซิฟเวอร์ ที่ต้องให้บริการตลอดเวลา ครับ ห้ามล่ม ห้ามหลุด
แต่ blockchain ใช้กระบวนการ hash ที่ยาวมาก และต่อกันเป็นบล็อคๆ ทำให้สามารถหาต้นตอของ เงินที่เราถือ และ คนที่ถือก่อนเราได้ และ จ่ายเงินโดยไม่ต้องเชื่อมกับฐานข้อมูลตลอดเวลาครับ
พูดถึงข้อดีคงจะนึกถึงตอนต้นเดือนที่แอพธนาคารล่มเพราะธนาคารมีฐานข้อมูลตัวเดียว และเป็นส่วนกลาง ล่มทีก็จ่ายเงิน โอนเงินไม่ได้ทั้งประเทศเลย แต่ถ้าใช้ Blockchain ปัญหานี้จะลดลงมาก เพราะมันสามารถโอนเงินให้กันแล้วตรวจสอบผ่าน hash ได้เลย ไม่ต้องเช็คฐานข้อมูลตลอดเวลา (ต้องเชื่อมอยู่ดี แต่ไม่ต้องเชื่อมตอนโอน) หรือ เช็คกับฐานข้อมูลในที่ต่างๆ ที่ hash ตรงกันได้ครับ นั่นหมายถึง การธนาคารล่มแล้วโอนเงินไม่ได้ จะไม่เกิดขึ้นในยุคที่เราไม่ใช้เงินสดกันแล้ว

By: 100dej
AndroidWindows
on 6 October 2020 - 16:01 #1179047

คงไม่ต้องห่วงเรื่อง password 12345 เนอะ

By: kernelbase on 6 October 2020 - 17:45 #1179062

ขายพันธบัตรแล้ว
next step ขอเป็น Digital Baht

By: khao_lek on 7 October 2020 - 10:47 #1179158 Reply to:1179062

+1