Tags:
Node Thumbnail

ที่งาน Tencent Global Digital Ecosystem Summit ซึ่งจัดขึ้นที่ยูนนาน Pony Ma ซีอีโอ Tencent ได้ให้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐฯ และ จีนในตอนนี้ จากการอ้างอิงจากสำนักข่าวท้องถิ่น 36kr เขาให้ความเห็นว่า ก็ต้องคอยจับตาดูต่อว่า สงครามการค้ารอบนี้ จะกลายเป็นสงครามเทคโนโลยี หรือการกีดกันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่หรือไม่

ซึ่ง Ma ระบุว่า การจะแก้ปัญหานี้ได้ จีนต้องผลิตนวัตกรรมของตัวเอง และต้องลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญๆ เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนมีรากฐานที่มั่นคง

No Description
ภาพ Pony Ma ในงานประชุม China International Big Data Expo 2017

การแถลงบนเวทีของ Pony Ma นั้นไม่ได้อยู่ในกำหนดการ เขาเริ่มต้นด้วยการพูดถึงยุทธศาสตร์ของ Tencent ที่จะช่วยพัฒนาภาคส่วนต่างๆ ของจีนโดยเฉพาะการท่องเที่ยว เขายังได้พูดถึง 5G ด้วยว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สินค้า 5G จะค่อยๆทยอยเปิดตัว ส่งผลให้มีอุปกรณ์มากกว่า 1 ล้านเครื่องต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งมาพร้อมกับเครือข่ายที่มีแบนด์วิดธ์ขนาดใหญ่ ความหน่วงต่ำและสามารถควบคุมได้สูง ปัญญาประดิษฐ์จะสามารถส่งตรงถึงครัวเรือนเป็นพันๆแห่ง ต้นทุนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมต่างๆจะลดลง การพัฒนาของบริษัทเทคโนโลยีจะเข้าสู่ช่องทางที่รวดเร็วหรือ fast lane

"ในแง่ของความสามารถของการพัฒนาเทคโนโลยี วันนี้ประเทศจีนได้มาเป็นแนวหน้าแล้ว แต่กลับมีพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับน้อย กรณีเหตุการณ์ของ ZTE และหัวเว่ยก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น และเรามีความกังวลว่าสงครามการค้าจะพัฒนาไปสู่สงครามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือไม่ ดังนั้นหากเราไม่ทำงานหนักต่อไปในการวิจัยขั้นพื้นฐานและเทคโนโลยีที่สำคัญ เศรษฐกิจดิจิทัลของเราก็จะกลายเป็นอาคารสูงบนหาดทรายและยากต่อการทรงตัว" Ma กล่าว

ก่อนหน้านี้ Ma เคยพูดเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างเทคโนโลยีเอง เช่น ชิปประมวลผล ลดการพึ่งพาสินค้าสหรัฐฯและลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้า

No Description

อย่างที่ได้ทราบกันว่าสหรัฐเริ่มแข็งกร้าวมากขึ้นกับการค้ากับจีนโดยเฉพาะบริษัทหัวเว่ยและ ZTE ที่กำลังทำตลาดอุปกรณ์ 5G อย่างหนัก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯก็ออกคำสั่งห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกันใช้อุปกรณ์สื่อสารของต่างชาติที่ "อาจ" เป็นภัยความมั่นคง ซึ่งแม้ในแถลงการจะไม่ได้ระบุชื่อประเทศจีนและบริษัทรายใดในจีน แต่จากสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯและบริษัทไอทีจีนอย่างหัวเว่ยนั้น ก็ทำให้มันดูออกจะชัดเจนอยู่แล้ว

ที่มา - CNBC, 36kr

Get latest news from Blognone

Comments

By: toobad56 on 22 May 2019 - 12:58 #1110907

cpu จีนไปถีงไหนและ จะเสร็จหรือยังเนีย

By: IDCET
Contributor
on 22 May 2019 - 13:42 #1110919 Reply to:1110907

ถ้าสามารถให้ใช้งาน x86 x64 โดยไม่ต้องขอสิทธิ์บัตรหรือใช้คุณสมบัติของ Intel ก็ได้สนุกละคราวนี้

ส่วน ARM และตระกูลอื่นๆ ที่ไม่ได้มาจาก US ไม่น่าจะมีปัญหาหละมั้ง

By: Hoo
AndroidWindows
on 22 May 2019 - 19:49 #1110997 Reply to:1110907

ถ้าจำไม่ผิด
ช่วงปี 2008 จีนทำชิปแบบ RISC สถาปัตยกรรม PowerPC ชื่อ 麒麟(ฉีหลิน) = กิเลน
ส่วน OS ก็เป็น linux

แล้วก็ไม่ได้ตามข่าวต่อเลย..

By: checkmate95
Android
on 22 May 2019 - 16:13 #1110948
checkmate95's picture

ทรัมป์ทำให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าอเมริกาไม่ได้เปิดกว้างอีกต่อไปสร้างผลกระทบต่อการตัดสินใจในการจะใช้บริการว่ามีความเสี่ยงที่พร้อมจะถูกปิด และทำให้ยักใหญ่้เริ่มตื่นตัวที่จะลดการพึ่งพาบริษัทอเมริกา ... ทำตัวเองทั้งนั้น อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน

By: Onewings
Windows
on 22 May 2019 - 17:10 #1110956 Reply to:1110948

ไม่มีใครคิดจะยืมจมูกคนอื่นหายใจไปตลอดหรอกครับอย่าว่านู่นนี่เลย
อย่าง Huaweiเองก็สุ้มทำ OS ของตัวเองมานานแล้ว(2012)..

By: checkmate95
Android
on 22 May 2019 - 19:20 #1110986 Reply to:1110956
checkmate95's picture

ก็จริงที่บริษัทที่เริ่มปีกกล้าขาแข็งจะเริ่มอยากสร้าง ecosystem ของตัวเองเพื่อรองรับความเสี่ยง แต่สถานการณ์มันต่างออกไปครับ การสร้าง ecosystem ของตัวเองอาจจะเป็นตัวเลือกสำรอง แบบที่ samsung ทำ tizen แล้วไม่สำเร็จก็ยังอยู่กับ android ต่อไปได้เพราะบริษัทก็ยังสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลจากตรงนี้ แต่พอมีการโดนแบนแบบนี้กลายเป็นการบอกว่าของอเมริกาไม่ปลอดภัยอีกต่อไป โอกาสที่จะมีคนทำแข่งก็มีมากขึ้น อย่าว่าแต่บริษัทเลยครับ ความเชื่อมั่นตอนนี้ก็กระทบไปถึงผู้ใช้แน่นอน คนที่ซวยครั้งนี้คือ huawei ต่อไปหวยจะออกกับบริษัทไหนอีกก็ไม่รู้ บางบริษัทอาจจะกำลังคิดจะ deploy ธุรกิจลง cloud อย่าง aws azure gcp ก็อาจจะชะลอการตัดสินใจลง เป็นใครก็ต้องระแวงมากขึ้นแหละครับสุดท้ายกลายเป็นอเมริกาเองจะเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า

By: loptar on 23 May 2019 - 10:11 #1111092 Reply to:1110986
loptar's picture

เห็นด้วยครับ
ระยะสั้น บ. จีน กระทบแน่ๆ แต่เชื่อได้เลยว่า เขาต้องปรับตัวได้ ทรัพยากรก็มี คนเก่งก็มี ตลาดในประเทศก็ใหญ่พอ ตลาดต่างประเทศที่เกรงลูกเล่นของสหรัฐ ก็มีอีกไม่น้อย
แล้วระยะยาว สหรัฐเองนี่แหละ จะซวยเอา

By: tgtong44
Windows PhoneAndroidWindows
on 22 May 2019 - 20:14 #1111002
tgtong44's picture

ถ้าทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีต่อ รับรองได้เลยไม่ได้หยุดแค่ Huawei

By: illuminator
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 23 May 2019 - 10:06 #1111090 Reply to:1111002
illuminator's picture

แบนให้หมดเลย ให้เหลือแค่ Apple กับ Samsung ในวงการมือถือเลย ถ้า Samsung โตเกิน เดี๋ยว Amarican First แบนต่อเลยทรัมป์ ไปให้สุด 555


The softest water wears down the hardest rock.

By: 7
Android
on 22 May 2019 - 20:24 #1111003
7's picture

บีบจีนมากๆ ไม่รู้จะเป็นไงต่อไป

By: tunnnnnn
iPhoneSymbian
on 22 May 2019 - 22:01 #1111021
tunnnnnn's picture

คล้ายๆ กับ สถาปนิก+วิศวกร และ ผู้รับเหมาทะเลาะกัน

คนออกแบบบอก ไม่ให้แบบนะ ถ้าออกแบบ+คำนวน เองได้ ก็ไปทำเองไป ถ้ามั่นใจว่าตึกจะไม่ถล่ม

ผรม บอก เออไม่ง้อ เดี๋ยวออกแบบเองก็ได้ เพราะทำมาเยอะแล้ว แต่ ถ้าคิดว่าทำสรา้งตึกเองได้เนี๊ยบ+เรียบร้อย หรือไปจ้างคนอื่นแล้วต้นทุนถูกกว่า จะลองทำเองก็ได้นะ

By: maxmin on 23 May 2019 - 08:54 #1111071 Reply to:1111021

ถ้าสร้างมาเหมือนแบบมีฟ้องด้วย :D