ธนาคาร BBVA ของสเปน เริ่มทดลองกระบวนการอนุมัติเงินกู้บนเทคโนโลยี blockchain กับลูกค้าจริงแล้ว (ลูกค้าที่ร่วมทดสอบคือ Indra บริษัทด้านระบบไอทีของสเปน)
การทดลองของ BBVA เป็นการให้กู้เงินมูลค่า 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2.9 พันล้านบาท) แก่ลูกค้าองค์กร โดยย้ายกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เจรจาเงื่อนไขจนกระทั่งเซ็นสัญญามาอยู่บน blockchain ผลคือช่วยลดระยะเวลาทั้งหมดจากหลัก "หลายวัน" มาเหลือเพียง "หลายชั่วโมง"
ปกติแล้ว การปล่อยเงินกู้ให้ภาคธุรกิจจำนวนขนาดนี้มีรายละเอียดและความซับซ้อนสูง ต้องเสียเวลาทั้งฝั่งผู้ขอกู้และฝั่งธนาคาร แต่ภายใต้กระบวนการแบบใหม่ของ BBVA กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายต้องมาอัพเดตความคืบหน้าของตัวเองใน blockchain ช่วยให้ระยะเวลาทำงานลดลง และธนาคารสามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน
โซลูชันของ BBVA แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ กระบวนการเจรจาที่เป็นเรื่องภายใน รันอยู่บนเครือข่าย Hyperledger และเมื่อตกลงกันเรียบร้อย เข้าสู่ขั้นการทำธุรกรรม จะรันอยู่บน Ethereum ที่เป็นเครือข่ายสาธารณะ
ที่มา - BBVA, CoinDesk, Coin Telegraph

on
เมื่อไหร่จะมาใช้ในไทยเสียที
Gored Fri, 27/04/2018 - 15:14
เมื่อไหร่จะมาใช้ในไทยเสียที เบื่อพวกธนาคารเหลือเกิน ถือว่าตัวเองมีสิทธิ์อนุสัติเลยวางท่าทาง เพราะชาวบ้านเขากลัวไม่อนุมัติ
เห็นว่ากสิกรทดลองไปนานแล้วนะ
ck4u Fri, 27/04/2018 - 16:37
In reply to เมื่อไหร่จะมาใช้ในไทยเสียที by Gored
เห็นว่ากสิกรทดลองไปนานแล้วนะ ต้องกลับไปขุดข่าวดูครับ
ถ้าเอาตามในข่าว
Holy Fri, 27/04/2018 - 17:21
In reply to เมื่อไหร่จะมาใช้ในไทยเสียที by Gored
ถ้าเอาตามในข่าว การเอากระบวนการไปอยู่บน Blockchain ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับการอนุมัติ (หรือไม่อนุมัต) ครับ
ตามข่าวคือ Process การให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (ผมทราบของในไทย แต่เชื่อว่าต่างประเทศปกติก็ประมาณนี้) คือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลลูกค้า (RM) เข้าไปพูดคุยตกลงดีลเบื้องต้น จากนั้นจึงเป็นการขอเอกสารจำนวนมาก ทั้งเอกสารเบื้องต้นของบริษัท งบการเงิน ประมาณการทางการเงิน รายละเอียดโปรเจค etc. จากนั้น RM หรือไม่ก็ผู้วิเคราะห์ก็จะเอาข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ + เรียบเรียงทำเป็นเอกสารเสนอขออนุมัติ พออนุมัติแล้วก็ต้องส่งเรื่องไปฝั่งปฏิบัติการเพื่อเซ็นสัญญาต่อ ถ้ามีหลักประกันก็ต้องดำเนินการต่างๆ ทั้งประเมิน จำนอง etc. อีก
ส่วนในข่าวนี่ เมื่อเริ่มเปิดดีลทุกคนในวงจะเห็นข้อมูลความคืบหน้าของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าสามารถเติมข้อมูลส่วนที่ขาดเข้าไปในวงโดยที่แบงก์ก็สามารถเห็นข้อมูลได้ทันที (และอาจจะ Feed ไปคำนวณ Ratio ต่างๆ ต่อเลย) ขั้นตอนการร่างสัญญาก็เริ่มตั้งแต่ยังไม่อนุมัติ ร่างไว้รอเงื่อนไขสำคัญๆ ได้รับอนุมัติแล้วก็อัพเดทในวง ข้อมูลถูก Feed ไปลงในสัญญาพร้อมเซ็นทันที อะไรแบบนี้
ส่วนเรื่องสินเชื่อ ลูกค้าที่เครดิตดีก็มีสิทธิเลือกแบงก์เหมือนกันครับ เพื่อนๆ ผมเวลากู้บ้านยื่นไปที 4-5 แบงก์ แล้วค่อยมาเลือก แต่ละแห่งโทรมาตามมาแย่งให้ไปเป็นลูกค้า ไม่ต่างกันครับ
คือแบบนี้จริงๆแล้วไม่ต้องใช้
langisser Sat, 28/04/2018 - 23:17
In reply to ถ้าเอาตามในข่าว by Holy
คือแบบนี้จริงๆแล้วไม่ต้องใช้ Blockchain ก็ได้รึเปล่าครับ ก็ใช้หรือพัฒนาระบบสักอันนึงที่เก็บข้อมูลและคนอื่นเห็นได้
เอาจริงๆเลยผมยังงง/ไม่ค่อยเข้าใจกับ Blockchain และการประยุกต์ใช้ เพราะมองว่าถ่าไม่ใช้ Blockchain มันก็ทำได้เหมือนกันนี่
โดยแนวคิดของ Blockchain
Holy Mon, 30/04/2018 - 10:03
In reply to คือแบบนี้จริงๆแล้วไม่ต้องใช้ by langisser
โดยแนวคิดของ Blockchain แล้วผมมองว่ามันมีข้อดีสำคัญๆ สองข้อ (สำหรับใช้ในกรณีนี้) คือ 1. ระบบของทุกคน Update Real Time เสมอ 2. แก้ไขข้อมูลไม่ได้ (หรือได้ก็คือทุกคนเห็นการแก้ไขนั้น)
ที่บอกว่า "พัฒนาระบบสักอันนึงที่เก็บข้อมูลและคนอื่นเห็นได้" ผมอนุมานเป็น Google Drive แบบใช้กันเองภายในละกันครับ ซึ่งจะตอบโจทย์ข้อ 1 แต่อาจจะไม่ตอบข้อ 2 เพราะยังไงเจ้าของ Server (อาจจะเป็นธนาคาร) ก็สามารถแก้ไขข้อมูลได้ทุกเมื่อ ถ้าจะโกงกันจริงๆ ไปแอบแก้วันที่แก้ตัวเลขยังไงก็ได้เพราะข้อมูลเก็บอยู่ที่เดียว ในขณะที่ Blockchain ทำไม่ได้ครับ
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่ากรณีนี้เน้น "โฆษณาให้คนสนใจ" มากกว่าครับ ถูกล่ะว่าการเอามาใช้มันทำให้กระบวนการมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ปกติธนาคารก็เปลี่ยนแปลงระบบงานเป็นการภายในเสมอๆ อยู่แล้วครับ ที่เอามาออกข่าวนี่เพราะต้องการพื้นที่ข่าวนั่นแหละ
ขอบคุณครับ
langisser Tue, 01/05/2018 - 15:12
In reply to โดยแนวคิดของ Blockchain by Holy
ขอบคุณครับ ข้อสองทำให้เห็นภาพชัดขึ้นครับ จำได้ลางๆว่าทุกคนตรวจสอบข้อมูลได้หมดและไม่มีใครเป็นเจ้าของข้อมูลทำให้ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลโดยพละการได้
คร่าวๆคือแบบนี้ ผมเข้าใจถูกใช่มั๊ยครับ
อีกประเด็นนึงคือ แบบนี้เค้าจะกำหนดสิทธิ์การเห็นข้อมูลยังไงรึครับ
อย่างนึงคือทำในเครือข่ายปิด
hisoft Tue, 01/05/2018 - 15:45
In reply to ขอบคุณครับ by langisser
อย่างนึงคือทำในเครือข่ายปิด แล้วก็เข้ารหัสข้อมูลไว้ครับ
อย่างอันนี้ถ้าเจ้าของไม่กดให้สิทธิ์ปลายทางก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลส่วนนั้นๆ ได้ https://www.blognone.com/node/95247
ได้ยินชื่อ La Liga BBVA
KuLiKo Fri, 27/04/2018 - 17:05
ได้ยินชื่อ La Liga BBVA มาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าคือชื่อธนาคาร...
5555 คิดเหมือนผมเลย คุ้นมากๆ
Amethyst Sat, 28/04/2018 - 10:24
In reply to ได้ยินชื่อ La Liga BBVA by KuLiKo
5555 คิดเหมือนผมเลย คุ้นมากๆ BBVA
ของไทยก็มี JFin ครับ
mibtrex Mon, 30/04/2018 - 16:49
ของไทยก็มี JFin ครับ บริษัทลูกของ jmart ตั้งเป้าปล่อยกู้รายย่อยโดยใช้ blockchain
https://www.jfincoin.io/