Tags:
Node Thumbnail

ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นการผลักดันของรัฐบาลปัจจุบันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 และเงียบหายไปจนกลางปี 2017 จึงกลับมารับฟังความเห็นอีกครั้ง ตอนนี้ร่างล่าสุดก็กลับมารับฟังความเห็นอีกครั้งแล้ว โดยมีกำหนดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 25 มีนาคมนี้

สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนที่สุดในร่างนี้คือความยาว จากเดิมมีทั้งหมด 43 มาตรา ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 58 มาตราแล้ว มาตราที่น่ากังวลที่สุดคงเป็นมาตรา 47 ที่ยังคงกำหนดให้เจ้าพนักงานสามารถสั่งคนมาให้ข้อมูล, สั่งให้บุคคลใดๆ ดำเนินการ, และเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารได้ทุกรูปแบบ โดยต้องข้อคำสั่งศาลเฉพาะการดักฟัง แม้กระนั้นก็ยังสามารถยกเว้นได้หากถือว่าเป็นกรณีเร่งด่วน

อีกประเด็นหนึ่งที่เพิ่มมาจากร่างปี 2017 คือระบุให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) รับหน้าที่เป็นสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติไปจนกว่าสำนักงานจริงจะตั้งเสร็จ ซึ่งคงไม่น่าแปลกใจนักเพราะตั้งแต่ร่างแรกออกมา ผู้อำนวยการสพธอ. ก็เป็นคนออกมาชี้แจงว่าต้องดักฟังเพื่อป้องกันการแฮก

ที่มา - lawamendment.go.th

No Description

Get latest news from Blognone

Comments

By: Catzilla
Android
on 15 March 2018 - 00:54 #1038467

สั่งคนมาให้ให้ข้อมูล >> สั่งคนให้มาให้ข้อมูล

By: topty
Contributor
on 15 March 2018 - 10:50 #1038530 Reply to:1038467

โดยต้องข้อคำสั่งศาล -> โดยต้องขอคำสั่งศาล

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 15 March 2018 - 03:15 #1038472
zerocool's picture

ขำเพลงท้ายข่าว 555+


That is the way things are.

By: Neroroms
Windows
on 15 March 2018 - 06:29 #1038476

ศรีธนญชัยสุดๆ แค่บอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนก็ข้ามข้อกฏหมายได้แล้ว

By: -Rookies-
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 15 March 2018 - 07:17 #1038480

รับฟังความคิดเห็นเฉพาะที่อยากฟังสินะ


เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!

By: lingjaidee
ContributoriPhoneAndroid
on 15 March 2018 - 08:55 #1038492
lingjaidee's picture

กฎหมายที่ยาวนั้นน่าสงสัย #ElonMusk


my blog

By: TheOne
iPhoneWindows Phone
on 15 March 2018 - 09:27 #1038510
TheOne's picture

แบบนี้เรียกว่า "จงใจสร้างช่องโหว่" ใน พรบ. นี่นา แค่เปิด request มาเป็น URGENT ด่วนที่สุด!! ก็ข้ามขั้นตอนสำคัญทางกฎหมายได้หมดเลย! แล้วคำว่า "เร่งด่วน" ก็มีหลาย Level อย่างด่วนแต่ไม่สำคัญก็ขอได้เหมือนกัน จริง ๆ ควรจะยกเว้นแค่กรณีเดียวคือเคสก่อการร้ายเท่านั้นเพราะกระทบความมั่นคงของแท้ตามชื่อ พรบ.

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 15 March 2018 - 09:33 #1038513 Reply to:1038510
lew's picture

เขากรุณาเติม firewall มาให้แล้วนะครับ เพิ่งเติมมาร่างสอง ร่างแรกนี่โล่งๆ เลย

เติม firewall มาให้แล้วเขาก็ขอปุ่ม disable firewall ไว้ด้วย


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: impascetic
Android
on 15 March 2018 - 09:42 #1038515 Reply to:1038513

ถถถถถถถ

By: Hadakung
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 15 March 2018 - 09:56 #1038518 Reply to:1038513

อารมณ์เหมือนไฟล์วอร์วินโดสเซเว่น ที่ใครๆก็กด disable ทันทีที่ใช้งาน...

By: coupen on 15 March 2018 - 11:27 #1038536

ความมั่นคงมาแล้ว ความเจริญย่อมตามมา

By: gololo
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 15 March 2018 - 12:40 #1038546

ข้อ 3 ควรเพิ่ม ถ้าดำเนินการไปก่อนแล้วต้องส่งไปยังศาลพิจารณาภายหลังถ้าศาลไม่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ไม่มีการกระทำที่จะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นจริง ผู้ที่มีส่วนอนุมัตและดำเนินการทั้งหมดต้องรับผิดชอบทางกฎหมายทั้งหมด

เพราะปรกติก็ขอศาลได้อยู่แล้วแต่ปัญหาคือถ้ากลัวช้าแล้วเห็นปัญหาซึ่งๆหน้าก็เห็นด้วยว่าควรตรวจสอบได้เลยแต่ถ้าทำโดยเกินอำนาจ ไปจับผิดเป้าหมายเขาพิมพ์เล็กๆน้อยๆแต่หาข้ออ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ตัวเองและพอสืบค้นแล้วไม่ใช่ก็ควรได้รับโทษทางกฎหมายเช่นกันกับการละเมิดผู้อื่นโดยเจตนา

By: Pzero19
iPhoneAndroidBlackberryWindows
on 23 March 2018 - 08:52 #1038768
 ในมุมมองของผม ผมคิดว่าของทุกอย่างในโลกมีด้วยกัน 2 ด้านเสมอ เหมือนกับเหรียญที่มีหัวกับก้อย  ซึ่งมันก็จะมี ทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าเราคิดดูแล้วข้อดีในสิ่งที่ทำนั้นสำคัญมาก จะต้องทำ ทำแล้วมันเป็นความอยู่รอดของเรา ผมก็คิดว่าเราก็น่าจะทำมัน ในส่วนข้อเสียของมันก็ต้องมาหาวิธีแก้ไขหรือบรรเทาลง  อย่างกรณีร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ถ้าเราลองฟังดูก่อน เอาข้อมูลมาคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผล มองหลายๆ ด้าน ถ้าอันไหนไม่เหมาะสมก็เสนอแนะไป แล้วค่อยมาตัดสินใจอีกทีว่าดีหรือไม่ดี  จากทีผมอ่านมาหลายๆคอมเม้นท์ เกือบทุกคนมอง พ.ร.บ. ฯ แง่ลบทั้งนั้นเลย ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจได้นะครับ ทุกคนที่คอมเม้นท์มีสมมุติฐานอยู่ข้างหลังอยู่แล้ว จะคิดจะพูดหรือทำอะไรก็ผิดทั้งนั้น เหมือนว่าพ.ร.บ.ฯ นี้ทำมาเพื่อกดขี่ประชาชนเท่านั้น มันไม่มีข้อดีบางเลยหรอครับ มันไม่สามารถช่วยป้องกันภัยคุกคามต่างๆ (เช่นแฮกเกอร์จากต่างประเทศ โจรกรรมต่าง หลอกลวง ต่างๆ ทางไซเบอร์ ) ได้เลยหรอ พ.ร.บ.ฯ มีไว้เพื่อ ดักฟังข้อมูลประชาชนเท่านั้น แล้วอย่างประเทศ ญี่ปุ่น สิงคโบร์ เกาหลี อเมริกา ฯลฯ เขามี พ.ร.บ ฯ รึปาว เขาทำกันยังไง
  ถ้าจะทำบางสิ่งแล้วให้ถูกใจทุกคนทุกฝ่าย ของแบบนั้นในโลกนี้คงไม่มีหรอก ถ้าจะให้ถูกใจทุกคนคือไม่ต้องทำอะไรเลย (โลกต่อจากนี้ไป จะเป็นโลก เทคโนโลยี โลกดิจิตอล ไม่มี พรบ ได้ไหม)  ซึ่งผมอยากจะให้เราเปิดใจกว้างๆ มองหลายๆมุม หลายๆด้าน มองในมุมคนอาชีพ IT โปรแกรมเมอร์แล้ว ก็ลองมองในมุมคนอาชีพอื่นบ้างเช่น อาชีพเกษตรกร อาชีพค้าขาย ฯลฯ หรือมองในมุมคนทั่วไปธรรมดา คนจบ ม.1-6 หรือไม่จบการศึกษาเลย คนที่ไม่มีความรู้ IT เลย ฯลฯ  คนอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาชีพ IT หรือไม่มีความรู้ IT ก็อาจจะอยากให้ใครหรือหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถด้าน IT มาช่วยดูแลจัดการป้องการภัยคุกคามทางด้าน IT ให้ (ผมเป็นคนไทย ซึ่งก็ยังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐส่วนใหญ่ ที่เป็นคนไทยด้วยกัน  ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีและถูกต้อง)
  ส่วนประเด็น ที่พ.ร.บ.ฯ ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกอย่างรวมทั้งดักฟังได้ ถ้ามองอีกมุม ปัจจุบันและต่อไปในอนาคต ภัยทางไซเบอร์ แฮกเกอร์เจาะระบบ  พวกโจกรรมทางไซเบอร์ มันจะรวดเร็วและขยายวงกว้างของภัยอันตรายได้ภายในไม่กี่วินาที อย่างแฮกเกอร์เจาะระบบได้แล้วกดปุ่ม Enter 1 ที่ รอไม่กี่วินาที ก็สามารถทำลายระบบได้แล้ว  ยิ่งถ้าเป็นการเจาะระบบสำคัญๆ เช่น โรงพยาบาล ธนาคาร หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับประชาชน จะมาขออนุญาต หรือ ขอคำสั่งศาล 2-3วัน หรือเป็น 1-2 อาทิตย์ เพื่อขอเข้าถึงข้อมูล คงไม่ทันการณ์ แน่   

ปล...ลองรับฟังข้อมูลหลายๆด้าน หลายๆมุมมองนะครับ ลองเอาตัวเองไปมองในมุมของคนอื่นๆมั่ง