Tags:
Node Thumbnail

อันนี้เป็นภาคสี่ของมหากาพย์ Google vs Bing ครับ ย้อนตอนเก่าก่อน

  1. กูเกิลโวยบิงขโมยผลการค้นหา
  2. ไมโครซอฟท์โต้กูเกิล "ไม่ได้ก็อปปี้ แค่นำข้อมูลจากผู้ใช้มาปรับปรุงระบบ"
  3. ไมโครซอฟท์ยืนยัน "ไม่ได้ก็อปผลค้นหา" "กูเกิลเล่นสกปรก"

ภาคสี่เป็นการตอบโต้จากฝั่งกูเกิล นำโดย Matt Cutts วิศวกรฝ่ายต่อต้านสแปมในผลการค้นหาของกูเกิล เขียนลงบล็อกส่วนตัวของเขาเองว่า เขาเคารพในฝีมือของพนักงาน Bing หลายๆ คน แต่ถ้าเอาภาพผลการค้นหาที่เหมือนกันมาวางเทียบ แล้วถามคนทั่วไปว่าไมโครซอฟท์ก็อปปี้หรือไม่ คำตอบน่าจะชัดเจน

จากนั้น Matt Cutts ได้ตอบโต้ไมโครซอฟท์เป็นประเด็นๆ ดังต่อไปนี้

ประเด็นว่าไมโครซอฟท์นำข้อมูลการคลิกมาใช้โดยไม่เจาะจง ไม่ได้ตั้งใจดูดข้อมูลจากกูเกิลเป็นการเฉพาะ

Matt ขอให้ไมโครซอฟท์ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน และเขาได้อ้างอิงไปยังเอกสารวิจัยชื่อ Learning Phrase-Based Spelling Error Models from Clickthrough Data (PDF) ของ Microsoft Research ซึ่งเอกสารชิ้นนี้วิจัยเรื่องการแนะนำคำค้นที่สะกดผิด ซึ่งไมโครซอฟท์ระบุว่านำข้อมูลการคลิกลิงก์ของผู้ใช้จากเบราว์เซอร์ (ไม่ได้ระบุว่าเป็น IE) มาทำการ reverse-engineer เพื่อดูว่า query ข้อมูลและโครงสร้าง URL ของคู่แข่ง (ไม่ได้ระบุว่าเป็นกูเกิล) เป็นอย่างไร

เขายังยกประเด็นเรื่องฟีเจอร์ Suggested Sites ของ IE8 (ซึ่งกูเกิลคาดว่าเป็นต้นตอของการนำข้อมูลการคลิกลิงก์ไปใช้) ประกาศกับผู้ใช้ไม่ชัดเจนว่าจะนำข้อมูลของผู้ใช้ไปใช้งานต่อด้วย

ประเด็นว่าการก็อปปี้ผลการค้นหา กระทบแค่คำที่ไม่ค่อยมีคนค้นเท่านั้น

Matt Cutts บอกว่าเรื่องนี้ไม่จริง เพราะกูเกิลพบว่าผลการค้นหาถูกก็อปปี้ในคำค้นยอดนิยมหลายคำ แต่เลือกพิสูจน์เรื่องนี้โดยใช้คำพิสดารที่ไม่มีใครใช้ เพราะทดสอบให้เห็นได้ง่ายและชัดเจนกว่า

ประเด็นว่าข้อมูลการคลิกลิงก์เป็นแค่ 1 ใน 1,000 ปัจจัยจัดอันดับเท่านั้น

ไมโครซอฟท์ตอบหลายรอบว่าข้อมูลการคลิกลิงก์ (ที่ IE ส่งให้ Bing) เป็นแค่ปัจจัยอันหนึ่งในปัจจัยกว่า 1,000 ตัวของ Bing เท่านั้น

Matt ถามกลับว่าถ้ามีปัจจัยกว่า 1,000 ชนิด ทำไมข้อมูลการคลิกของกูเกิลถึงมีความสำคัญกว่าปัจจัยอีก 999 ตัวที่เหลือ และถ้าข้อมูลการคลิกของกูเกิลมีความสำคัญต่อ Bing เพียงแค่ 1 ใน 1,000 ทำไมไมโครซอฟท์ไม่หยุดใช้ข้อมูลนี้ เพื่อจะได้หยุดภาพลบของตัวเอง

ที่มา - Matt Cutts

Get latest news from Blognone

Comments

By: mormmam
AndroidUbuntuIn Love
on 4 February 2011 - 09:56 #256163
mormmam's picture

งานนี้ยาวแน่ๆ เลย หนุ่มสาวเอย...

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 10:53 #256193 Reply to:256163
netfirms's picture

เดี๋ยวโทรตามแอดมินจ่าก่อน จ่าจะได้โกอินเตอร์

By: KimhunCPE
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 09:56 #256164
KimhunCPE's picture

ประโยคสุดท้าย m$คงจุกแฮะ

By: kswisit
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 4 February 2011 - 10:08 #256172 Reply to:256164

+1 ย่อหน้าสุดท้าย

ปล. อยากเห็นเวอร์ชัน drama-addict


^
^
that's just my two cents.

By: ytheafter
iPhoneBlackberryUbuntu
on 4 February 2011 - 10:25 #256181 Reply to:256164
ytheafter's picture

+1 พูดไม่ออก

By: ico on 4 February 2011 - 17:15 #256326 Reply to:256164

ก็มันเป็นเหตุผลเดียวไม่ใช่หรือครับที่จะหาผลลัพธ์จากการค้นหาลวงๆนี้ได้

By: LuciferUltraM
iPhoneAndroid
on 4 February 2011 - 09:56 #256165
LuciferUltraM's picture

อยากรู้ว่า Microsoft จะแถไรอีก อิอิ

By: runnary
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 4 February 2011 - 10:05 #256169
runnary's picture

เห็นกันโต้งๆ แต่ถ้ารับก็เสียหน้า อืม..ยาว

By: Anjue
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 4 February 2011 - 11:59 #256221 Reply to:256169

มันเป็นเรื่องของธุรกิจครับ ถึงแม้ตัวเราผิดก็ต้องไม่ยอมรับผิด ถ้าจำเป็นต้องรับก็รับครึ่งเดียว

By: joomla
iPhoneUbuntu
on 4 February 2011 - 22:11 #256372 Reply to:256221
joomla's picture

พอโดนไล่มากๆ ก็จะเป็นคราวซวยของพนักงานหรือไม่ก็เด็กฝึกงาน

By: F16
iPhoneWindows PhoneAndroidIn Love
on 4 February 2011 - 10:08 #256173

จะลอกหรือไม่ลอก ยังไงผู้ใช้ก็ได้ประโยชน์

By: khajochi
WriteriPhoneIn Love
on 4 February 2011 - 10:13 #256176 Reply to:256173
khajochi's picture

ผมไม่คิดว่าผู้ใช้จะได้ประโยชน์จากการลอกผลการค้นหานะ การแข่งขันเสรีวิ่งลู่ใครลู่มันน่าจะทำให้ผู้ใช้ได้ประโยชน์กว่า :)


แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ | MacThai.com

By: tontpong
Contributor
on 4 February 2011 - 18:49 #256344 Reply to:256176

งั้นต้องบอยคอตการแข่งวิ่ง/รถ แบบตามหลังให้ข้างหน้าบังลม? .. งืมม อันนี้เหมือนจะนอกเรื่อง พาออกทะเลไป เหะๆๆ *.*

เัอางี้ดีก่า.. ถ้า user ไม่ search ไม่ click แล้วผลโผล่ ก้อโอเคว่าลอกแน่ๆ แต่นี่ user ทั้ง search+click .. งี้ถือว่าเปน user feedback มั้ย หากเปน user feedback .. ถือเปน feedback ที่มีประโยชน์มั้ย ถ้าเปน feedback ที่มีประโยชน์ .. จะใช้ประโยชน์จากมันเช่นไร

อันนี้มองว่าไป search คือไปซื้อของ .. result คือของที่ซื้อมา ถือว่า result เปนของ user .. เว้นแต่กูเกิลจะแจ้งเงื่อนไขไรไว้ (อย่างเช่น ของที่ซื้อมามีจดทะเบียนมีเงื่อนไขไรพ่วงก้อว่าไป)

By: vani5h
iPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 10:25 #256180 Reply to:256173
vani5h's picture

การลอกแบบนี้มันก็ไม่ทำให้เกิดการแข่งขันที่แท้จริง ซึ่งทำให้ไม่มีความก้าวหน้าในการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ

M$ ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งขุดหลุมฝังตัวเอง

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 13:38 #256251 Reply to:256173
Not Available at this Moment's picture

ลองไปทำธุรกิจเองแล้วยืนยันความคิดแบบนี้ดูสิครับ

ทำเอง=เจ้ง ,ลอกคนอื่น=โดนฟ้องเจ้งอยู่ดี


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: tontpong
Contributor
on 4 February 2011 - 18:21 #256342 Reply to:256251

เอาเลย ลองฟ้องดูๆ เผื่อศาลเชื่อว่าลอก ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้สั่งปิดไปเลย

แต่ถ้าฟ้อง แล้วศาลตัดสินว่าไม่ได้ลอก จะยังไงต่อ จบกันไป หรือนอกรอบต่อ?

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 21:04 #256359 Reply to:256342
Not Available at this Moment's picture

ถ้าลอกจริง แม้ศาลจะตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดไม่ผิด แต่ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงก็จะถูกส่งผ่านสื่ออยู่ดี แล้วประชาชนหรือลูกค้าก็จะเป็นผู้ตัดสินเองครับว่าสิ่งที่ทำมันเป็นเช่นไร

ศาลตัดสินว่าไม่ผิดตามกฏหมาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณไม่ได้ทำผิดนะครับ เพียงแต่ว่ากฏหมายมันไปไม่ถึงเลยบังคับใช้ไม่ได้ ก็แค่นั้นเองครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: tontpong
Contributor
on 11 February 2011 - 01:16 #258093 Reply to:256359

ตอบจุดที่บอกว่า "ลอกคนอื่น=โดนฟ้องเจ้งอยู่ดี"

ส่วนภาค ปชช. จะไงต่อ อันนี้แล้วแต่แต่ละคนละ และอันนี้้ก้อคงต่างคนต่างมีอิสระ บังคับกันไม่ได้

ปล. แต่ถ้าไม่ยึดตาม กม จะหาที่ยุติอย่างไรหนอ IMO, ถ้า กม ไม่เหมาะ ก้อต้องแก้ ไม่ใช่เพิกเฉย ถ้าทุกคนอ้าง กม ไม่เหมาะ เลยไม่ยอมรับ คงวุ่น

แล้วหลายๆ ศาล ก้อใช้ กม เพื่อชี้แนวทางเท่านั้น ผิดมั้ย/ลงโทษไง ขึ้นกะดุลพินิจ คณะผู้พิพากษา

ต่างคนต่างมีดุลพินิจ แต่หากต่างกัน ก้อไม่คงยุติ หลายระบบจึงพึ่ง ศาล ว่าจะ ยุติ อย่างเปน ธรรม

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 11 February 2011 - 02:30 #258126 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

ในมุมมองของผมกฏหมายที่เป็นธรรมคือกฏหมายธรรมชาติ หรือกฏหมายจารีตประเพณีมากกว่าครับ

ส่วนกฏหมายนักกฏหมายหรือพวกกฏหมายสมัยใหม่ผมมองว่าเป็นการประณีประนอมมากกว่าที่จะพูดได้เต็มปากว่ายุติธรรม


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Thaina
Windows
on 11 February 2011 - 03:12 #258139 Reply to:256359

ขออนุญาตค้านเลยว่า ผมคิดว่ากฏหมายจารีตประเพณีเนี่ย ไร้ความเปนธรรมมากที่สุด

จารีตประเพณี ผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัวคือเลว เสียความบริสุทธิ์คือสกปรกแล้ว โดนข่มขืนเพราะยั่วผู้ชาย

ผู้ชายมีเมียเยอะคือเก่ง ได้เปิดบริสุทธิ์คือความภาคภูมิใจ ได้ทำครั้งแรกคือเปนผู้ชายเต็มตัว

เอาแค่นี้ ยังมีอีกเยอะ ตั้งแต่สังคม การเมือง ศิลปะ วิทยาการ ศาสนา ความเชื่อ
ไม่เคยมีจารีตประเพณีตรงไหนที่ยุติธรรมซักนิด

ในขณะที่กฏหมายสมัยใหม่เปนวิทยาศาสตร์ พยายามสร้างความยุติธรรมให้มากที่สุดโดยใช้กลไกที่มีเหตุมีผล
แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์แต่มันก็ใกล้เคียงมากกว่าเยอะ

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 11 February 2011 - 03:33 #258142 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

ผมว่าคุณเข้าใจผิดบางส่วนครับอาจจะยึดติดกับตัวอักษรมากเกินไป กฏหมายจารีตประเพณีคือกฏหมายที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผ่านมาตามยุคสมัย แต่ที่คุณว่ามาอันนั้นคือ ตัวจารีตประเพณี ที่เก่าและไม่ได้ใช้แล้วในสมัยปัจจุบันครับผม อันที่จริงมันจะเรียกว่าเป็นการพูดเอาแต่ได้ของนักกฏหมายก็ได้ เพราะกฏหมายจารีตประเพณีนั้นจะเป็นกฏหมายที่ดิ้นไปดิ้นมาตลอดเวลาตามสิ่งที่สังคมในช่วงเวลานั้นๆเห็นควรครับ เพราะฉะนั้นกฏหมายจารีตประเพณีจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขัดกับความยุติธรรมในสมัยนั้น

ยกตัวอย่างง่ายๆก็กฏหมายครอบครัวที่สมัยก่อนผู้ชายมีภรรยาได้หลายคน กับมาสมัยนี้มีภรรยาได้เพียงคนเดียว แต่เราก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่ากฏหมายสมัยก่อนมันผิดหรือมันไม่ยุติธรรม เพราะจารีตประเพณีที่คนสมัยนั้นเค้าใช้ยึดถืออยู่มันต่างกับเราครับ เราจะเอาความยุติธรรมในสมัยนี้ ไปตัดสินเรื่องในสมัยก่อนมันย่อมไม่ถูกต้องครับ เพราะปัจจัยพื้นฐานของสังคมมันต่างกัน


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Thaina
Windows
on 11 February 2011 - 03:51 #258144 Reply to:256359

ความเปนมนุษย์มันไม่มีความแตกต่างไปตามยุคสมัยครับ สิ่งที่เรียกว่ามนุษยธรรมมันเหมือนเดิมเสมอ
ไม่ว่าปัจจัยพื้นฐานของสังคม หรืออะไรก็ตามที่คุณจะอ้าง มันจะมีอยู่จริงหรือไม่ยังไง ความยุติธรรมที่แท้จริงมีอยู่เสมอครับ และผมกล้าพูดว่ามันไม่ยุติธรรม และมันผิด

เหมือนที่สมัยก่อนมีประเพณีบูชายัญ
หรืออย่างในไทย มีพิธีลุยไฟพิสูจน์ความจริง
หรือในยุโรป ก็มีวิธีตรวจสอบ ล่าแม่มด
มันคือสิ่งที่ผิด ใช้วิธีที่ผิด และก็ได้ผลผิดๆ
และเพราะใช้ความเชื่อในจารีตประเพณี มันถึงได้ผิดซ้ำผิดซาก ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข จนกระทั่งต้องมีนักวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์เปิดโปงให้หายโง่

กฏหมายสมัยก่อนนั้นไม่ยุติธรรม เพราะว่าคนสมัยก่อนยังไม่รู้ในอะไรหลายๆอย่าง
แต่สิ่งที่ผิดมันก็คือสิ่งที่ผิด แม้ว่าคนที่ทำในตอนนั้นไม่ผิดเพราะไม่รู้ เราก็ควรต้องนับการกระทำันั้นว่ามันผิด

ถ้าไม่ผิด ก็คงไม่ต้องมีการปฏิวัติวัฒนธรรม แก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูก

จารีตประเพณีเปนเรื่องของความเชื่อ เชื่อว่ายุติธรรม ไม่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งคุณก็น่าจะรู้ว่าสิ่งที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ มีโอกาสผิดมากกว่าถูก
ในขณะที่หลักการทางนิติศาสตร์ พยายามใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ได้ หาเหตุผลได้ และถ้าทดลองแล้วว่าผิด ก็สามารถแก้ไขได้

ถ้าหลักการของจารีตข้อไหน ความเชื่ออะไรก็ตามแต่ ที่พิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง ทดลองได้ มันก็กลายเปนหลักวิทยาศาสตร์ไป

จารีตประเพณีจึงไม่มีทางยุติธรรมไปมากกว่านิติศาสตร์ได้ครับ

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 11 February 2011 - 04:26 #258145 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

ส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นทางปรัชญามากกว่าครับ ซึ่งแต่ละคนจะเห็นต่างก็ไม่แปลกอะไร

อย่างจารีตประเพณี ไม่เคยมีใครบอกว่ามันต้องถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่เคยมีใครบอกว่ามันต้องพิสูจน์ได้นี่ครับ ที่คุณว่าผิดมันผิดหลักวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้หมายถึงมันผิดตามประเพณี เพราะประเพณี ณ ตอนนั้นมันเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว มันจะผิดก็ต่อเมื่อเราเอาประเพณีของสมัยเราไปตัดสินซะมากกว่า อย่างลุยไฟ บีบขมับ ตอกนิ้ว ถ้าจะมองเป็นจิตวิทยาที่ใช้ได้ผลในสมัยนั้นผมว่าก็ไม่ผิดมากนัก แม้มันจะไม่ใช่วิธีที่ได้ผลอย่างดีเยี่ยม แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยครับ ที่มองในสมัยนี้แล้วดูว่ามันโหดร้าย รุนแรง ก็เพราะสภาพสังคมมันไม่เหมือนกัน คนสมัยนั้นเคารพสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติมากกว่าสมั้ยนี้ เมื่อมีความเชื่อมั่นว่าตนทำถูกต้อง ก็เป็นแรงใจให้ลุยฝ่าไปได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็อิงหลักวิทยาศาสตร์ได้เช่นกันนะครับอย่างการหลั่งของ อะดรีนาลีน หรือ เรื่องของสมองที่อยู่เหนือร่างกายซึ่งปัจจุบันก็ยังอธิบายได้ไม่หมด

แฃะอย่างเรื่องกฏหมายผัวเดียวเมียเดียว คุณจะเอาอะไรมาวัดว่ามันถูกหรือผิดได้ล่ะครับ สุดท้ายก็คือค่านิยมของคนสมัยนั้นนั่นเอง ซึ่งบางทีมันอาจจะขัดต่อหลักธรรมชาติที่ให้สัตว์ส่วนใหญ่สืบพันธ์ได้แบบเสรีก็เป็นได้ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ เกิดวันนึงค้นพบว่ามนุษย์ไม่เหมาะที่จะสืบพันธ์แบบ 1:1 ขึ้นมา กฏหมายผัวเดียวเมียเดียวสมัยนี้ก็อาจจะเป็นกฏหมายที่ไม่ยุติธรรมของคนสมั้ยนั้นก็ได้ครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะไม่มีกฏหมายของมนุษย์อันไหนเลิศเลอเฟอเฟคไปซะทุกอย่างนี่เอง ที่ทำให้กฏหมายมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กฏหมายที่คุณเห็นว่าดีเห็นว่าถูกเห็นว่ายุติธรรมของสมัยนี้ ในอนาคตอันใกล้อาจจะกลายเป็นสิ่งผิดก็เป็นได้ครับ ไม่มีใครรู้แน่นอน

และผมก็ไม่ได้บอกว่ากฏหมายประเพณีมันจะถูกต้องเป็นนิรันด์นะครับ แต่กฏหมายประเพณีที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะยุติธรรมก็เมื่ออยู่ในยุคสมัยของมันเองมากกว่า แล้วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างมีนัยยะ กฏหมายก็จะเปลี่ยนแปลงตามเองนั่นแหละครับ

ถ้าจะเอาตาของคนปัจจุบันมองไปในอดีตแล้วตัดสินสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมันก็อาจจะเห็นว่าผิด แต่ถ้าเอาตาของคนสมัยนั้นมามองในยุคปัจจุบันเค้าก็จะเห็นว่าเราผิดได้เหมือนกันนะครับ ปัญหามันก็ไม่มีวันสิ้นสุด แล้วก็จะมีปัญหาตามมามากมาย อย่างเช่นการลงโทษย้อนหลังอะไรแบบนั้น

ส่วนตัวผมเห็นว่าการเอามุมมอง ทัศนคติ และสภาพของสังคมในปัจจุบันเป็นหลัก แล้วไปตัดสินผู้คนในอดีตนั้น ผมเห็นว่ามันจะเป็นการกล่าวหาโดยไม่ยุติธรรมต่อผู้คนในสมัยนั้นผู้ซึ้งกระทำโดยบริสุทธิ์ใจว่ามันถูกต้องครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 11 February 2011 - 04:57 #258147 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

อีกระเด็นนึงก็คือเรื่องที่ว่าอะไรคือ จารีตประเพณี อะไรคือ กฏหมายจารีตประเพณี

ทีนี้ขอยกนิยามก่อนคือ

จารีตประเพณีที่มีลักษณะเป็นกฎหมายประเพณีจะต้องเป็นจารีตประเพณีที่มีลักษณะสำคัญดังนี้

(๑) เป็นจารีตประเพณีที่ประชาชนได้ปฏิบัติกันมานานและอย่างสม่ำเสมอ

(๒) ประชาชนที่มีความรู้สึกว่าจารีตประเพณีเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจะต้องปฏิบัติตาม

อย่างที่คุณยกมาคือการเผาล่าแม่มด ซึ่งข้อเท็จจริงในทางประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์ตั้งแต่โรมันมาจนถึงศาสนจักร ไม่เคยมีการระบุเรื่องดังกล่าวไว้เลยว่าเป็นสิง่ที่ทำกันมาเป็นปกตินิยมแต่กลับกันเรื่องดังกล่าวเพิ่งจะโผล่มาเมื่อศาสนจักรเข้าสู่ยุคมืดนี่เอง และจุดมุ่งหมายก็เพื่อใช้บังคับใช้แก่กรณีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกันศาสนาจักรเท่านั้นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในส่วนนี้ขัดกับข้อ (๑) อย่างชัดเจน ส่วนในข้อ (๒) มันเป็นเรื่องของจิตใจคนในสมัยนั้น ผมไม่ขอพูดถึงนะครับเพราะพิสูจน์ยาก

เมื่อการล่าเผาแม่มด ได้ถูกบัญญัติขึ้นมาเป็นกฏหมาย เพื่อบังคับใช้แก่กรณีในสมัยนั้นคือเพื่อไล่ล่าคนนอกศาสนา และถูกบัญญัติขึ้นโดยศาสนจักรเอง โดยไม่ได้มีรากฐานมาจากสังคมโดยทั่วไปในสมัยนั้น แล้วเมื่อเป็นเช่นนั้นจริงๆแล้วมันคืออะไร?

คำตอบก็คือมีลักษณะเป็นกฏหมายเทคนิค หรือกฏหมายของนักกฏหมายนั่นเองครับ

นิยามก็คือ เป็นกฏหมายที่ไม่ได้มีรากฐานจากจารีตประเพณีที่เก่าแก่หรือศีลธรรมที่ดีงาม แต่เกิดจากวิถีชีวิตและปัญหาในยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้กฎหมายเทคนิคต้องมีการควบคุมและกำหนดโทษให้หนัก เพื่อรักษาระเบียบวินัยและความถูกต้องให้แก่สังคมในรัฐนั้นๆ

ถ้าจะปรับให้เห็นภาพก็คือ ศาสนจักรเปรียบเป็นนักกฏหมายที่บัญญัติกฏหมายขึ้นมาเพื่อใช้เฉพาะเรื่อง(เหมือนพรบ.คอมพิวเตอร์สมัยนี้) ซึ่งเรื่องดังกล่าวคือเมื่อผู้คนเริ่มมีความคิดแยกแปลกออกไปจนยากที่จะควบคุม(ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบจะไม่เคยมีมาก่อนในตอนนั้น) จึงได้มีการสร้างกฏดังกล่าวการลงโทษคนนอกศาสนาที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนจักรนั่นเองครับ

เพราะฉะนั้นไม่ได้แปลว่า จารีตประเพณี จะต้องเป็น กฏหมายจารีตประเพณี เสมอไปครับเราต้องดูองค์ประกอบต่างๆด้วยครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Thaina
Windows
on 11 February 2011 - 04:58 #258148 Reply to:256359

นั่นแหละครับ สิ่งที่คุณคิดผิด
จารีตประเพณี พิสูจน์ไม่ได้ว่าถูกต้อง
แต่ความยุติธรรม และกฏหมาย คือสิ่งที่ต้องพิสูจน์ได้ครับ
เพราะฉะนั้น การคิดเอาจารีตประเพณี มากำหนดความถูกต้องยุติธรรม จึงผิดแต่ต้น

มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบผัวเดียวเมียเดียวครับ นี่ตามหลักชีววิทยาเลยนะ
แต่ มนุษย์ มีความรู้สึก อยากเปนที่หนึ่ง
การที่ผู้หญิง เห็นสามีมีเมียน้อย สามีนอกใจ หรือให้ความรักน้อยลง ก็ต้องไม่พอใจ
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดในประวัติศาสตร์ นี่คือสิ่งที่เรียกว่ามนุษยธรรม ใจเขาใจเรา ที่มันขาดไป
ปัจจุบัน จึงมีการกำหนด ให้การสมรส มีได้แค่คนเดียว

ไม่ใช่เพราะมนุษย์เหมาะกับการสืบพันธุแบบไหน แต่คือมนุษยธรรม ความยุติธรรม เท่าที่จะมีได้

ถ้าให้ผมพูด ความยุติธรรม ไม่ได้ขึ้นกับคนส่วนใหญ่
ความยุติธรรม แตกต่างไปตามแต่ละบุคคล
การยึดโยงความยุติธรรมเข้ากับจารีตของยุคสมัย คือกฏหมู่ดีๆนี่เอง
และการมีคนเปนเหยื่อ นั่นคือสิ่งที่ไม่ยุติธรรม

ไม่ว่าคุณจะอ้างว่ากฏหมายประเพณีจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย หรืออะไรก็ตามแต่
ตราบใดที่มันเปนแค่จารีตประเพณี เปนแค่การยอมรับของคนหมู่มาก ไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์ นิติศาสตร์
ก็อย่าอ้างว่ามันมีความยุติธรรม เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้

และในทางกลับกันเลย
หลักนิติศาสตร์ต่างหาก ที่พยายามปรับปรุงให้เข้ากับสังคม
กฏหมายจารีตเองนั่นแหละที่ยัดเยียดวันเวลาเก่าๆ ไม่ยอมปรับปรุงเข้ากับบริบทปัจจุบัน และสร้างแต่ปัญหาแก่สังคม

ความเปลี่ยนแปลงเปนเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเปนกฏหมายจารีต หรือกฏหมายตามหลักนิติศาสตร์ ก็เปนอนิจจัง
แต่ที่ผมค้านตั้งแต่ต้นถึงตอนนี้
คือการอวดอ้างว่า กฏหมายจารีต ยุติธรรมกว่านิติศาสตร์
เอาสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้มากำหนดสิ่งที่ควรต้องพิสูจน์
ก็ศาสนาพระเจ้าสร้างโลกดีๆนี่เอง น่าเชื่อถือเท่าพาสตาฟาเรียน

ขอปิดท้ายด้วยคำว่า
คุณพูดถูก ว่าการเอามุมมอง ทัศนคติ และสภาพของสังคมในปัจจุบันเป็นหลัก แล้วไปตัดสินผู้คนในอดีตนั้น มันจะเป็นการกล่าวหาโดยไม่ยุติธรรมต่อผู้คนในสมัยนั้น
แต่ในมุมมองของผมคือ ผมเข้าใจดี ว่า ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด
แต่แม้จะไม่มีคนผิด
ความผิดมันก็คือความผิด
คนที่ทำ ไม่รู้ว่ามันผิด เราก็ต้องยอมรับ ไม่ถือโทษ
แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น จะปัดให้มันเปนความถูกต้องไม่ได้

จะบอกว่า เพราะอยู่ในสมัยนั้น มันจึงไม่ผิด ไม่ได้
คนไม่ผิดได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องที่ผิด จะปฏิเสธไม่ได้
เหมือนหลักธรรมที่ถูกต้อง มันคือความถูกต้อง ไม่ขึ้นกับยุคสมัย
1 + 1 == 2 ไม่เคยขึ้นกับยุคสมัย ไม่ขึ้นกับจารีตใดๆทั้งนั้น

By: Thaina
Windows
on 11 February 2011 - 05:08 #258150 Reply to:256359

ขอพูดสั้นๆ อีกอย่างนะครับ

กาลามสูตร 10
- อย่าคิดว่าอะไรบางอย่างจะถูก เพราะทำตามต่อๆกันมา

การที่ "เป็นจารีตประเพณีที่ประชาชนได้ปฏิบัติกันมานานและอย่างสม่ำเสมอ"
ไม่มีข้อพิสูจน์อะไรทั้งนั้นว่า มันจะถูกต้อง ไม่มีจุดบกพร่อง ไม่มีเหยื่อจากจารีตนั้น

การบัญญัติกฏหมายมีเครื่องมือต่างๆมากมาย นิติศาสตร์คือเครื่องมือหนึ่ง (ซึ่งผมกำลังบอกว่า มันคือเครื่องมือที่ดีที่สุด) และการใช้ศาสนา ก็เปนเครื่องมืออีกตัวหนึ่ง
การใช้จารีตประเพณี มาทำเปนกฏหมาย คนที่ทำก็คือนักกฏหมายอยู่ดี

ผมขอพูดอะไรแรงอีซักเรื่อง
ผมยกตัวอย่างไปสามอย่าง คือบูชายัญ ลุยไฟ ล่าแม่มด
คุณเลี่ยงสองอย่างแรก มาตอบอันสุดท้ายอย่างเดียว
เจตนาหรือไม่?

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 11 February 2011 - 14:11 #258302 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

บอกตามตรงนะครับ ผมว่าคุณอ่านข้อความของผมไม่ครบแน่ๆ หรือไม่ก็อาจจะลืมข้อความในตอนแรกของผมไปซะหมดแล้ว?

ผมบอกว่า กฏหมายจารีตประเพณี คือสิ่งที่เป็นธรรมครับ แต่คุณกลับมาบอกว่าผมพูดว่า จารีตประเพณี มากำหนดความถูกต้องยุติธรรม ซะอย่างนั้น ซึ่งผมก็อธิบายไปแล้วว่า "จารีตประเพณี" กับ "กฏหมายจารีตประเพณี" มันคนละเรื่องกัน และออกออกขจากกันอย่างชัดเจน แต่คุณกลับเอาสิ่งที่เป็นแค่ "จารีตประเพณี" เฉยๆมาเถียงผมตลอด ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไงให้เข้าใจเพราะมันคนละเรื่องครับ - -" ถ้าจะพูดให้เห็นภาพง่ายๆนะครับ จารีตประเพณีเป็นเหมือนสีเทาที่มีทั้งดีและไม่ดีผสมปนเปกัน แต่กฏหมายจารีตประเพณีก็คือการคัดนนำสีขาวนั้นออกมาจาสีเทาดังกล่าวและนำมาใช้โดยมีสภาพบังคับนั่นเองครับ และสภาพบังคับนั้นเองที่ทำให้ จารีตประเพณี และ กฏหมาย แตกต่างกัน

ถ้าจะพูดแบบมักง่ายให้เข้าใจได้ง่ายๆก้คือ กฏหมายจารีตประเพณีมันคือจารีตประเพณีที่คัดเลือกมาอย่างดีแล้วว่าเป็นที่ยอมรับในสังคมครับ เพราะฉะนั้นมันย่อมยุติธรรมเสมอในเวลาที่มันบังคับใช้อยู่ ถ้าพูดแบบนี้เห็นภาพมั้ยครับ?

แล้วที่ผมบอกว่าอ่านข้อความผมไม่ครบก็รู้ได้มาจากข้อความว่า "ผมยกตัวอย่างไปสามอย่าง คือบูชายัญ ลุยไฟ ล่าแม่มด คุณเลี่ยงสองอย่างแรก มาตอบอันสุดท้ายอย่างเดียว เจตนาหรือไม่?

ผมตอบล่าแม่มดเป็นอีกประเด็นนึงให้คุณเห็นภาพโดยยกตัวอย่างแยกอีก Comment จริง แต่เรื่องลุยไฟ ผมแทรกไว้แล้วในข้อความหลักอันแรกนะครับลองหาดู ถ้าจะพูดให้ฟังมันเป็นเหมือนกระบวนการสอบสวนในปัจจุบันนั่นแหละครับ แต่มันยังพัฒนาไม่สุดนั่นเอง แต่วิธีดังกล่างก็ยังพอจะอ้างหลักวิทยาศาสตร์ได้ครับ เช่นจิทวิทยา หรือการสั่งการของสมอง หรืออะดรีนาลีน

ส่วนบูชายัญที่ผมข้ามไปไม่ตอบก็เพราะว่าผมไม่คิดว่ามันเป็นกฏหมายด้วยซ้ำไปแตาเป็นพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเป็นส่วนนึงของประเพณี จึงไม่รู้จะเอามาตอบยังไง แต่คุณคิดว่ามันเป็นประเพณีจึงเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผมพูดละมั้งครับ? ต้องขอบอกอีกครั้งว่าที่ผมพูดอยู่คือ กฏหมายจารีตประเพณี ครับ

และที่บอกว่า "การอวดอ้างว่า กฏหมายจารีต ยุติธรรมกว่านิติศาสตร์ เอาสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้มากำหนดสิ่งที่ควรต้องพิสูจน์ ก็ศาสนาพระเจ้าสร้างโลกดีๆนี่เอง" ผมยิ่งตอกย่้ำเลยว่าคุณไม่ได้แยกแยะระหว่าง ตัวจารีตประเพณี กับ กฏหมายจารีตประเพณีเลย ครับเพราะฉะนั้นคุณจึงสรุปความที่ผมสื่อผิดไปแทบทั้งหมด

ตอนแรกผมคิดว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นแบบสร้างสรรค์แต่ดูจากการพูดของคุณผมเริ่มรู็สึกว่ามันเริ่มไปทางยั่วยุแล้วล่ะครับ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องขออภัย แต่ผมรู็สึกเช่นนั้นจริงๆ

แล้วก็ขอปิดท้ายด้วยสิ่งที่ว่า คุณบอกว่าคุณรู้ว่าสิ่งที่คุณรู้ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ แม้ 1+1=2 จะเป็นเช่นนั้นเสมอและก็มีกฏหมายบางส่วนที่พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นเช่นนั้น แต่ 0.999... = 1 ก็เพิ่งมาพิสูจน์กันในสมัยนี้ใช่มั้ยครับแล้วมันก็มีกฏหมายบางส่วนที่ยังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นกัน?แต่นั้นมันไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงครับ ปัญหาจริงๆคือคุณรู็ได้อย่างไรว่าอะไรผิด อะไรถูก ถ้าไม่เอากฏเกณท์หรือค่านิยมในสมัยนี้ไปเป็นมาตราฐาน เพราะการทำแบบนั้นอาจจะทำให้คุณเป็นคนที่ผิดในอนาคตได้เช่นกันซึ่งแบบนั้นมันอาจจะเปลี่ยนแปลงความคุณของคุณที่เคยใช้ตัดสินอดีตว่าผิดให้เป็นถูกก็ได้ แล้วความแน่นอนมันอยู่ตรงไหนล่ะครับ? ซึ่งการคิดแบบนั้นจะทำให้กฏหมายเสียสภาพที่สำคัญของมันไปนั่นก็คือ ความแน่นนอนของกฏหมาย ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ตนทำคือสิ่งที่ถูกต้องและจะไม่โดนลงโทษครับ เพราะในมุมมองแบบนั้นจะกลายเป็นว่าเราสามารถตัดสินคนในอดีตให้มีความผิด หรือให้กระทำความผิดได้โดยใช้กฏหมายปัจจุบัน ซึ่งเป็นหลักต้องห้ามในกฏหมายอาญาในการลงโทษย้อนหลังครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Thaina
Windows
on 11 February 2011 - 14:33 #258329 Reply to:256359

คุณรู้ได้ยังไงว่า สิ่งที่คุณเชื่อว่า คั้นเอาแต่สีขาวออกมา มันคือสิ่งที่ถูกต้องจริง?

ในเมื่อมัีนพิสูจน์ไม่ได้

การเอาความเชื่อของคนหมู่มาก และความเชื่อที่ทำต่อๆกันมาว่าดี มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันเปนธรรมแม้แต่น้อย

ความเชื่อว่าอะไรบางอย่างดี มันเปนแค่ความเชื่อ และการที่มันสืบต่อกันมายาวนาน ไม่ได้ทำให้มันถูกต้องขึ้นมาได้หรอก

กฏหมายจารีต สุดท้ายมันก็คือตัวจารีต แม้ว่าจะพยายามโยงว่า มันคือการเอาเฉพาะจารีตที่ดีมาทำกฏหมาย มันก็ยังเปนจารีต

เปนได้แค่ "ความเชื่อ" ว่ามันดี ไม่มีหลักการ พิสูจน์ไม่ได้ นอกจากอ้างว่ามันทำกันมานาน เปนความพอใจของสังคม

งั้นจะมีหลักกาลามสูตรไว้ทำไม

การตัดสินว่าอะไรบางอย่างถูกหรือผิด จารีตเปนแค่เครื่องมืออย่างหนึ่ง และมันคือเครื่องมือที่ห่วยแตกมาก แต่คุณกลับเชื่อว่ามันคือเครื่องมือที่ดีที่สุด
วิทยาศาสตร์และนิติศาสตร์ ก็เปนเครื่องมืออีกอย่างหนึ่ง ซึ่งผมกำลังบอกว่าดีกว่ามาก

ซึ่งการที่ 0.999... == 1 ก็เปนการใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่จารีตประเพณี
ตัวจารีต ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ เองต่างหาก ที่ไม่เชื่อว่ามันเท่ากัน
ขนาดว่ามีบทพิสูจน์แล้ว คนที่ตัดสินใจด้วยจารีต ก็ไม่เชื่อ
นี่คือความจริง

อะไรที่ถูกและผิด เราสามารถใช้เหตุผล การทดลอง ไปพิสูจน์มัน
ไม่ใช่ใช้ความเชื่อ ความรู้สึก ไปวัดมัน

การใช้ความเชื่อ ความรู้สึก ค่านิยม ตัดสินได้แค่ว่า ดี ไม่ดี
ตัดสินไม่ได้ว่า ถูก หรือไม่ถูก
ความดีอาจเปลี่ยนได้ แต่ความถูกต้องมีเหตุผล จะไม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
การค้นพบว่า 0.999... == 1 ไม่ได้ทำให้ 1 + 1 ไม่เท่ากับ 2 แต่อย่างใด ความถูกต้องคือแบบนี้
ความยุติธรรม ความเปนธรรม ก็เหมือนกัน

ผมคิดว่าคนที่ไม่อ่านข้อความให้ดีน่าจะเปนคุณมากกว่า
และมันคือสาเหตุที่ผมเริ่มใช้ถ้อยคำยั่วยุ เพราะถ้าไม่ดึงไม่คั้นอาความเชื่อของคุณออกมาให้หมด แล้วตอกกลับแรงๆ ผมคงทำให้คุณคิดตามผมไม่ได้
เพราะเหมือนคุณจะไม่ฟังเลยว่า ความเปนธรรมต้องพิสูจน์ได้ แปลว่าอะไร

ดูเหมือนคุณจะไม่ลองทบทวนเลยว่า ความถูกต้องทั้งหมดทั้งมวลในโลกนี้ เกิดจากวิทยาศาสตร์ ที่ต้องต่อสู้กับความเชื่อ
อย่างเช่นคนที่เชื่อว่าโลกกลม ต้องต่อสู้กับความเชื่อว่าโลกแบน
วันนี้คุณกลับคิดว่า คนที่เชื่อว่าโลกแบน ก็ถูกแล้วในสมัยนั้น แต่ละยุคสมัยความถูกต้องไม่เหมือนกัน

ไม่ทราบว่าคุณรู้หรือไม่
คำว่า "ธรรม" นั้น แปลว่าอะไร
ธรรม คือ สิ่งที่เปนจริง สิ่งที่อยู่ของมันอย่างนั้น
การที่คนเชื่อว่าโลกแบน สั่งสอนต่อๆกันมาว่าโลกแบน ออกทะเลไม่ได้เพราะจะตกโลก มันไม่ใช่ธรรม
ธรรม คือ โลก กลม ไม่ว่าคนจะเชื่อยังไง โลก มันก็กลมของมันอยู่อย่างนั้นตลอดมา
ความเปนธรรม มันก็เหมือนกัน

By: Thaina
Windows
on 11 February 2011 - 14:37 #258330 Reply to:256359

และดูเหมือนคุณจะไม่อ่านจริงๆ

เพราะผมย้ำแล้วย้ำอีก

ว่า คนที่ทำสิ่งที่ผิดในอดีต ในความผิดปัจจุบัน

เราตัดสินคนๆนั้นไม่ได้ว่าผิด เพราะเขาทำในอดีต ก่อนที่จะรู้ว่าอะไรคือความผิด

แต่สิ่งที่เขาทำคือความผิด เราไม่ตัดสินคน แต่เราก็ยังตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้นได้

การล่าแม่มด การลุยไฟ การบูชายัญ คือเรื่องที่ผิด แต่เราไม่ต้องไปตัดสินคนก็ได้

เราก็แค่แก้ไขสาเหตุ หรือสร้างระบบมาควบคุม ไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง

แต่คุณ ไม่ฟัง ให้ดี ซัก นิด เดียว

แล้วยังจะมาบอกว่าคนอื่นไม่ฟังคุณอีกเหรอครับ ในเมื่อคุณต่างหากที่ไม่ฟังคนอื่น

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 12 February 2011 - 00:21 #258592 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

ในที่สุดผมก็เจอสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมเรื่องนี้มันถึงยาวได้ขนาดนี้

ที่คุณบอกว่า "กฏหมายจารีต สุดท้ายมันก็คือตัวจารีต แม้ว่าจะพยายามโยงว่า มันคือการเอาเฉพาะจารีตที่ดีมาทำกฏหมาย มันก็ยังเปนจารีต"

คือสิ่งที่ผมกล่าวอ้างเรื่อง กฏหมายจารีตฯกับ ตัวจารีตฯ มันเป็นคนละอย่างกันอย่างชัดเจนนั้น ผมไม่ได้กล่าวอ้างลอยๆหรือคิดสรุปเองแต่อย่างใดนะครับ พื้นฐานวิชานิติศาสตร์ทั่วไปทุกที่ต่างสอนเรื่องนี้ไปในแนวทางนี้ทั้งนั้น และยังย้ำเตือนว่ามันเป็นคนละอันกันอย่างชัดเจนมากๆ เพราะถ้าไม่เข้าใจถึงหลักพื้นฐานของเรื่องนี้จะทำให้แยกกันไม่ออกระหว่าง 2 สิ่งซึ่งก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ เหมือนพูดกันคนละเรื่องเพราะมันผิดตั้งแต่พื้นฐานของเรื่องแล้ว

เพราะอย่างนั้นถ้าคุณไม่ยอมรับหลักทั่วไปตรงนี้ผมก็จนปัญญาที่จะอธิบายให้คุณเข้าใจได้แล้วล่ะครับ

และเหตุผลว่าทำไมที่ผมถึงบอกว่ากฏหมายจารีตฯมันเป็นธรรมนั้น ก็เพราะ "นิยาม" ของมันกำหนดไว้ให้มันเป็นเช่นนั้นครับ เพราะถ้ามันไม่เป็นธรรม ไม่ดีงาม มันจะไม่เป็นกฏหมายจารีตฯตั้งแต่แรกแล้ว ลองอ่านนิยามข้อ (๒) ที่โพสไปแล้วดูสิครับ ผมถึงได้บอกว่านิยามดังกล่าวอาจจะเป็นการพูดเอาแต่ได้ของนักกฏหมายก็ได้ เพราะโดยตัวนิยามแล้วมันก็คัดกรองสิ่งที่ม่ดี ไม่ถูกต้องออกไปแล้ว

การที่คุณจะบอกว่าสิ่งที่ดีที่ถูกต้องมันจะต้องพิสูจน์ได้แบบหลักวิทยาศาสตร์นั้น มันไม่ใช่อะไรที่เป็นไปได้ในวิชานิติศาสตร์ครับ คุณพยายามเอานิติศาสตร์มาคิดในวิธีของวิทยาศาสตร์มากเกินไปซึ่งนิติศาสตร์ไม่ใช่อะไรที่มันบอกได้ชัดเจนแบบนั้นครับ แม้ส่วนนึงจะเป็นคณิตศาสตร์เช่นเรื่องตรระศาสตร์ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดครับการที่จะบอกว่า "ความถูกต้องทั้งหมดทั้งมวลในโลกนี้ เกิดจากวิทยาศาสตร์ ที่ต้องต่อสู้กับความเชื่อ" สิ่งที่คุณพูดถึงคือ ความถูกต้องแน่นอน ซึงนิยามมันต่างกับคำว่าเป็นธรรม หรือยุติธรรมค่อนข้างมากครับ นิติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่แข็งกระด้างขนาดที่จะตัดสินได้้วยการเทียบเคียงแบบวิทยาศาสตร์ครับ

ยกตัวอย่างง่ายๆถ้ามีคนฆ่าคนตายโดยเจตนา แล้วคุณเอาวิธีแบบวิทยาศาสตร์ไปใช้แบบ 1-1 = 0 มันจะกลายเป็นตาต่อตา ฟันต่อฟัน ฆ่าคนตายก็สมควรตาย ซึ่งมันไม่ใช่ครับ

ผมยกข้อความที่อธิบายคำว่า "เป็นธรรม" ที่เราใช้กันในวิชานิติศาสตร์มาให้คุณอ่านดูนะครับ

ความเป็นธรรม คือสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ถูกต้อง

ปัญหาต่อไปก็คือ อะไรคือสิ่งที่ดีงาม และสิ่งที่ถูกต้อง

คนส่วนใหญ่มักจะยึดเอาประโยชน์ส่วนตนหรือความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง สิ่งใดที่ขัดต่อประโยชน์ตนหรือความเห็นของตนก็มักจะลงความเห็นว่า สิ่งนั้นไม่เป็นธรรม

แต่ตรงข้ามถ้าสิ่งใดหรือการเปลี่ยนแปลงใดเป็นไปเพื่อประโยชน์ตน พวกของตนก็ลงความเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นธรรม

ความขัดแย้งในสังคมเกิดขึ้น ก็เพราะความเห็นแก่ตัวของสมาชิกในสังคมมากเกินไปนั่นเอง

ความถูกต้องหรือความเป็นธรรมนั้น มี ๒ ระดับ คือ

ความถูกต้องที่สามารถพิสูจน์ได้ โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกความถูกต้องในระดับนี้ว่า ปรมัตถสัจจะ หรือ ปรมัตถธรรม แปลว่าความถูกต้องอันประเสริฐสามารถพิสูจน์ได้โดยไม่เลือกสถานที่ และกาลเวลา เช่น คนเกิดมาแล้วต้องตาย, ไฟเป็นของร้อน เป็นต้น นี่เป็นความถูกต้องระดับแรก

ความถูกต้องระดับรองลงไปก็คือ ความถูกต้องที่สังคมนั้นๆ สมมติขึ้น และยอมรับที่จะถือเป็นข้อปฏิบัติ เรียกความถูกต้องในระดับนี้ว่า สมมติสัจจะ หรือ ความยุติธรรม ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่สมาชิกในสังคมพากันสมมติขึ้นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นข้อ "ยุติ" กัน เช่น เรายอมรับว่า การบริหารงานต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและกฎหมายได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ไว้แตกต่างกันตามฐานะความรับผิดชอบ

พอจะเห็นภาพมั้ยครับ? และด้วย สมมุติสัจจะ นั่นแหละครับ คือสิ่งที่ทำให้กฏหมายจารีตประเพณีมันมีความเป็นธรรมในตัวมันเองอยู่แล้ว

สุดท้ายก็คือที่คุณบอกว่า คนไม่ผิด แต่ว่าเฉพาะ การกระทำหรือวิธิการ มันผิดนั้น ผมต้องขอให้คุณนิยามคำว่าผิดของคุณเองออกมาก่อน เพราะถ้าคุณหมายถึงผิดกฏหมายล่ะก็ หากการกระทำมันผิด คนก็ต้องผิดด้วยครับ แต่บางทีอาจจะไม่ต้องโดนลงโทษเพราะจะมี เหตุยกเว้นโทษ และ เหตุยกเว้นความผิด เอาไว้เช่นกรณีการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายเป็นต้น ซึ่งหากเราแยกคนกับการกระทำออกจากกันได้ เราจะไม่มีความจำเป็นต้องมีหลักที่ว่าไว้เลย หวังว่าคงเข้าใจส่วนนี้นะครับ

และถ้าเป็นผิดต่อ ความเป็นธรรม ล่ะก็ลองเลื่อนไปอ่าน สมมติสัจจะ ดูอีกรอบครับ และหากเข้าใจก็จะทราบได้ว่าเราที่เราไปบอกว่าสิ่งที่เกิดในอดีตมันผิดทั้งๆที่สภาพสังคมในตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องโดยใช้ตัวคุณเองมนปัจจุบันแล้วล่ะก็ มันจะเป็นการ วิเคราะห์ มากกว่าการ ตัดสิน ครับเพราะคุณขาดองค์ประกอบสำคัญที่จะใช้ตัดสินกรณีดังกล่าวว่าเป็นธรรมหรือไม่ไปนั่นก็คือคุณไม่ใช่สมาชิกของสังคมนั้นๆนั่นเอง

ปล.สิ่งที่ผมพูดมาตั้งแต่แรกก็คือกฏหมายจารีตประเพณีครับ ถ้าคุณช่วยคัดสิ่งที่เป็นแค่ จารีตประเพณี ออกไปก่อนผมว่าจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นมากเลย

ปล.2 ผมยินดียอมรับหากคุณมีเหตุผลที่ดีกว่ามาโต้แย้งนะครับ แต่ต้องขอให้เข้าใจนิยามของคำต่างๆให้ดีก่อนที่จะนำมาใช้ครับ เพราะคำอย่าง ธรรม กับ เป็นธรรม นิยามของทั้ง 2 ก็ต่างกันแล้วแถมยังขึ้นอยู่กับแต่ละสำนักความคิดและเรื่องที่จะนำมาใช้อีกด้วย ผมยังคุ้นๆที่เคยอ่านถึงคำกล่าวของท่านพุทธทาส เกี่ยวกับความหมายของธรรมซึ่งท่านให้ไว้ถึง 4 ความหมายซึ่งต่างกันมาก แต่คุณกลับมายึดนิยามของคำว่า ธรรม อันนึงแล้วบอกว่า คำว่าเป็นธรรมก็เหมือนกัน มันเลยทำให้ผิดไปตั้งแต่ต้นแล้วครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Thaina
Windows
on 12 February 2011 - 19:44 #258955 Reply to:256359

ผมก็ขี้เกียจเถียงแล้วเพราะดูเหมือนคุณไม่คิดจะฟังให้ดีซักอย่างเดียว

ความยุติธรรม ที่เกิดจากสมมุติสัจจะ ที่คุณอ้างถึง มันก็แค่สมมุติว่ายุติธรรม เพราะมันสมมุติมาแต่ต้น
ความว่าความเปนธรรม คุณไม่คิดหรือว่า ทำไมเขาถึงใช้คำเดียวกับคำว่าธรรมชาติ ธรรมดา ไม่ใช่ใช้คำว่าความดี ทำไมคำสองคำนี้ถึงแยกกัน

ในอดีต หรือแม้แต่ในปัจจุบัน เรายังไม่สามารถหาคำตอบให้กับทุกอย่าง เราจึงไม่มีปรมัตถ์สัตจจะที่คุณพูดถึง ให้กับทุกๆเรื่อง เราจึงต้องมีสมมุติสัจจะมาใช้ทดแทน นี่คือความจริง และผมก็ยอมรับ

แต่ผมยอมรับไม่ได้ ที่คุณอวดอ้างว่าความยุติธรรมสมมุติ มีความยุติธรรมมากกว่าความยุติธรรมจริงๆ อวดอ้างว่าของที่พิสูจน์ไม่ได้ ดีกว่าของที่เปนไปตามหลักการที่สามารถพิสูจน์ได้

สุดท้าย
ทำไมกฏหมายจารีต ถึงเรียกว่าจารีต ถ้าไม่ใช่เพราะมันมาจากจารีต
ผมหวังว่าคุณจะรู้จักทฤษฎีเซ็ท แต่เหมือนผมจะหวังมากไป

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 12 February 2011 - 21:32 #258983 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

ผมงงว่าเคยบอกว่า "ที่คุณอวดอ้างว่าความยุติธรรมสมมุติ มีความยุติธรรมมากกว่าความยุติธรรมจริงๆ อวดอ้างว่าของที่พิสูจน์ไม่ได้" ตอนไหนครับ? เพราะตั้งแต่เริ่มต้นสิ่งที่ผมพูดมาคือกฏหมาย และกฏหมายทั้งหลายทั้งปวงเป็นสิ่งที่มนุษย์สมมุติ และขีดเส้นแบ่งขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เป็นกฏเกณท์ของธรรมชาติมีสิ่งเดียวก็คือ Neatural Selection ซึ่งเป็นสิ่งที่กฏหมายในปัจจุบันพยายามปฏิเสธครับ ทฤษฏีปลาใหญ่กินปลาเล็กเป็นสิ่งที่กฏหมายปัจจุบันพยายามหลีกเลี่ยงอย่างที่สุดเพื่อให้เข้ากับนิยามความยุติธรรม หรือความเท่าเทียมที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด ซึ่งหากคุณศึกษานิติปรัชญาดูบ้างก็จะทราบว่า กฏหมายธรรมชาตที่แท้จริงในอดีต กับกฏหมายธรรมชาติในปัจจุบันมันแตกต่างกันขนาดไหนจนคุณอาจจะทึ่งได้เลยว่านี่มันคือคำๆเดียวกันแน่หรือ และทั้งหมดก็เพราะมนุษย์เราไปให้นิยามของมันใหม่นั่นเองครับ

อีกอย่างที่ผมงงคือผมเอาอะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ไปเทียบกับสิ่งที่พิสูจน์ได้หรือครับ? ผมอ้างถึง กฏหมายจารีตประเพณี ที่มีนิยามแน่นอนพิสูจน์ได้ครับ และโดยนิยามของมัน คือสิ่งที่ดีงามในตัวมันเองอยู่แล้ว ถ้ามันไม่ดีงามมันก็ไม่ใช่กฏหมายจารีตประเพณีที่แท้จริง ซึ่งผมก็บอกไปแล้ว แต่คุณไม่ยอมรับ แต่กลับเอาคำที่เป็นส่วนประกอบของคำที่ผมใช้มาแปลแยกความหมายแล้วจับมารวมกันกำหนดนิยามขึ้นใหม่ในแบบของคุณเอง พอคุณนิยามมันผิดๆแล้วจึงไปเลือกตัวอย่างที่ผิดมาเทียบ แล้วคุณก็ปักใจเชื่อว่าผมพูดถึงสิ่งที่คุณคิด มันจึงเป็นแบบนี้ไงครับ

แล้วเจ้าพวกสิ่งเหนือธรรมชาติที่คุณยกมาอ้างว่ามันเป็นสิ่งเดียวกับที่ผมพูด แต่แท้จริงแล้วผมก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กฏหมายจารีตประเพณี กับ จารีตประเพณี มันไม่ใช่อย่างเดียวกัน แต่คุณก็ดึงดันยกขึ้นอ้างเรื่อยๆเหมือนจะไม่ได้อ่านหรือพยายามทำความเข้าใจสักนิดเดียว กลายเป็นว่าเจ้าของที่พิสูจน์ไม่ได้ดังกล่าวกลับเป็นวิ่งที่คุณคิดไปเองว่ามันคือความยติธรรมในความหมายของผม ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งหมดมันเกิดจากคุณคิดไปเองเท่านั้น และผมก็บอกแล้วว่ามันคนละเรื่องกัน แต่คุณก็พยายามโยงกันให้ได้ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพื่ออะไรเพราะมันไม่มีหลักการอะไรเลย ที่จะโต้แย้ง มีแต่ความคิดขอวคุณเองเท่านั้นว่ามันคืออันเดียวกัน

สุดท้าย ทำไมกฏหมายจารีต ถึงเรียกว่าจารีต ถ้าไม่ใช่เพราะมันมาจากจารีต

จากข้อความข้างบนผมว่าคุณเองหรือเปล่าที่ไม่เข้าใจทฤษฏีเซ็ท?

จารีตเป็นเซ็ทวงกลมวงใหญ่ที่มีสีขาว ดำ เทา ปนกันไป ส่วน กฏหมายจารีตประเพณี ก็คือซับเซ็ทที่เป็นวงกลมวงเล็กที่มีแต่สีขาวซึ่งอยู่ในวงกลมวงใหญ่ไงครับ ซึ่งมันแปลกตรงไหนผมด็ไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ ซึ่งผมก็บอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรกๆแล้วแต่คุณก็ไม่เห็นจะใส่ใจ

ส่วนถ้าจะถามว่าเอาอะไรมาคัดว่ามันเป็นสีขาวจริงๆ ผมก็ขอตอบเลยว่า นิยาม ครับ ถ้าคุณไม่เข้าใจคำว่านิยามมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะทำความเข้าใจเลยครับ เพราะ กฏหมาย ภาษา ศิลปะ คำว่านิยามเป็นอะไรที่สำคัญ หากเราไม่เข้าใจถึงนิยาม ก็จะมีแต่ความสับสนครับ

คุณจะเอาคำ 2 คำที่เขียนเหมือนกันมาชนกันแล้วจะบอกว่าความหมายมันเหมือนกันกับคำที่เอามารวมแล้ว มันไม่ได้หรอกครับเพราะแต่ละคำในวิชานิติศาสตร์มันมี นิยาม ของมันอยู่ คุณจะเอานิยามของคำว่า ธรรม มาอธิบายคำว่า เป็นธรรม มันก็ทำได้ในระดับหนึ่งครับ แต่นั่นคือคุณอธิบายคำว่า แม่น้ำ เป็นคุณแม่ชื่อน้ำ หรือแม่ของน้ำ นั่นเองไม่ใชในความหมายที่ว่า ลํานํ้าใหญ่ซึ่งเป็นที่รวมของลําธารทั้งปวง

แทนที่จะมานั่งแปลคำที่ละคำแล้วเอาความหมายมารวมเป็นคำที่ใหญ่กว่าแบบนี้ คุณเอาเวลาไปนั่งศึกษา นิยาม ของคำที่ผมใช้เลยก่อนดีกว่ามั้ยครับ จะได้ลดการเข้าใจผิดโดยการสรุปความหมายแบบผิดๆไป


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: Thaina
Windows
on 13 February 2011 - 00:38 #259049 Reply to:256359

ผมขอพูดเปนครั้งสุดท้ายว่า

คุณก็เอาแต่คิดว่าคนอื่นเข้าใจคุณผิด คุณเข้าทุกอย่างถูกต้องอยู่แล้ว

ไม่คิดบ้างเลยว่า ผมกำลังบอกว่า คุณน่ะคิดผิดตั้งแต่ต้นแล้ว

ถ้าคุณเข้าใจเรื่องทฤษฎีเซ็ทจริง คุณจะไม่พูดหรอกว่า "ต้องแยกกฏหมายจารีต ออกจากจารีตประเพณีอื่นๆ"

เอาเถอะครับ ผมคงหวังมากไป กับคนที่เชื่อว่า ความเชื่อ จารีต เหนือกว่า วิทยาศาสตร์ และความจริง

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 13 February 2011 - 05:36 #259101 Reply to:256359
Not Available at this Moment's picture

ถ้าอย่างนั้นก็ชี้จุดมาสิครับ? เพราะที่ผมอ้างส่วนใหญ่คือนิยามของคำทั้งนั้น ซึ่งถ้ามันผิดก็น่าจะบอกมาได้เลยนี่นา?

เอาเป็นว่าผมจะตัดประเด็นที่นอกเหนือจากตอนแรกออกทั้งหมดเพื่อลดสิ่งที่คุณสับสนลงและถามเพียงประโยคต้นปัญหาที่คุณโต้แย้งนะครับ เอาเป็นว่าง่ายๆลองอ่าน นิยาม ของคำ 2 คำด้านล่างที่ยอมรับกันเป็นสากล แล้วตอบคำถามผมดูครับ

(1)นิยามของ กฏหมายจารีตประเพณีคือ

จารีตประเพณีที่มีลักษณะเป็นกฎหมายประเพณีจะต้องเป็นจารีตประเพณีที่มีลักษณะสำคัญดังนี้

(1.1) เป็นจารีตประเพณีที่ประชาชนได้ปฏิบัติกันมานานและอย่างสม่ำเสมอ

(2.2) ประชาชนที่มีความรู้สึกว่าจารีตประเพณีเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจะต้องปฏิบัติตาม

นิยามของคำว่าเป็นธรรมคือ

(2)ความถูกต้องหรือความเป็นธรรมนั้น มี ๒ ระดับ คือ

(2.1)ความถูกต้องที่สามารถพิสูจน์ได้ โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกความถูกต้องในระดับนี้ว่า ปรมัตถสัจจะ หรือ ปรมัตถธรรม แปลว่าความถูกต้องอันประเสริฐสามารถพิสูจน์ได้โดยไม่เลือกสถานที่ และกาลเวลา เช่น คนเกิดมาแล้วต้องตาย, ไฟเป็นของร้อน เป็นต้น นี่เป็นความถูกต้องระดับแรก

(2.2)ความถูกต้องระดับรองลงไปก็คือ ความถูกต้องที่สังคมนั้นๆ สมมติขึ้น และยอมรับที่จะถือเป็นข้อปฏิบัติ เรียกความถูกต้องในระดับนี้ว่า สมมติสัจจะ หรือ ความยุติธรรม ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่สมาชิกในสังคมพากันสมมติขึ้นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นข้อ "ยุติ" กัน เช่น เรายอมรับว่า การบริหารงานต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและกฎหมายได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ไว้แตกต่างกันตามฐานะความรับผิดชอบ

คำถามคือ ประโยคที่ผมพูดตั้งแต่แรกคือ "กฏหมาจารีตประเพณีคือกฏหมายที่เป็นธรรม" แล้วคุณโต้แย้งว่า "ผมคิดว่ากฏหมายจารีตประเพณีเนี่ย ไร้ความเปนธรรมมากที่สุด" สิ่งที่ผมกล้าวอ้างมันไม่สมเหตุสมผลตรงไหนครับ? ในเมื่อนิยามใน 1.2 กับ 2.2 มีลักษณะที่ตรงกันอย่างชัดเจน ซึ่งมันทำให้กฏหมายจารีตประเพณีมันเป็นธรรมโดยนิยามของมันเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องอ้างอย่างอื่นเลยครับ

และอีกคำถามคือในเมื่อแค่ นิยาม ก็ยืนยันสิ่งที่ผมกล่าวอ้างได้แล้ว และในมุมกลับกันอะไรทำให้คุณคิดว่ามันไม่เป็นธรรมครับ?

ใช้ตรรกะศาสตร์เบื้องต้นก็น่าจะสรุปได้แล้วนะครับว่าทำไมผมจึงยืนยันสิ่งที่ผมกล่าวมา ถ้าคุณจะยืนยันว่าผมผิดก็คือคุณยืนยันจะไม่ยอมรับ นิยาม อันเป็นสากลของคำทั้ง 2 แต่กลับใช้นิยามที่คุณใช้วิธีที่ผิดในการสรุปขึ้นมาเอง


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 February 2011 - 10:09 #256174
PaPaSEK's picture

Matt Cutts ลงมาเล่นเองแบบนี้สนุกครับ จบไวแน่นอน ไม่ยืดเยื้อ

เราจะมาดูกันว่าทาคูมิจะดริฟท์ลงเขาอากินะได้สำเร็จ หรือจะแหกโค้งตกเหวกันแน่
เอาใจช่วยทาคูมิด้วยครับทุกคน

By: Anjue
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 4 February 2011 - 12:00 #256222 Reply to:256174

%s/ทาคูมิ/M$

%s/เขาอากินะ/Mountain View

By: wichate
Android
on 4 February 2011 - 13:25 #256242 Reply to:256174

Bing = รถขายเต้าหู้ (AE89)

By: bean3g
Windows PhoneUbuntu
on 4 February 2011 - 10:37 #256183

งั้น IE ต้องตัด Feature Site Suggestion ออก ส่วน Google Chrome ก็ต้องตัด feature ลักษณะเดียวกันออกด้วย จะได้แฟร์หน่อย

By: best
iPhoneAndroid
on 4 February 2011 - 10:38 #256184

MS เจ้าพ่อแห่งการลอก เคยนึกหลายที่แล้ววว่า มีอะไรที่ MS ไม่ลอก ก็มีนะ แต่น้อยอะ

By: i_heatie
AndroidWindowsIn Love
on 4 February 2011 - 10:40 #256185
i_heatie's picture

เคล็ดลับความอร่อยของ bing

By: devilblaze
iPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 10:59 #256195
devilblaze's picture

ผมว่ามันก็ลอกกันไปลอกกันมานั้นแหละครับวงการนี้ เพราะผมยังไม่เคยเห็นใครไม่ลอก!

ผมว่า M$ ลอกเพื่ออยู่ให้รอดก่อนแน่ๆ ไม่งั้นก็จมดินแบบรายอื่นๆที่หายไปเกือบหมดแล้ว

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 11:09 #256199
netfirms's picture

Oracle แฉ Android(Google)
Google แฉไมโครซอฟท์ ต่อไปใครจะแฉใคร

By: ComSci-MFU
Windows PhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 11:10 #256200
ComSci-MFU's picture

รอMS ออกมากแก้ตัว :P

By: PiKO
ContributorAndroid
on 4 February 2011 - 11:24 #256206

อย่างงี้เราๆก็ทำ search engine ได้ซินะ
วิธีการมากมาย สุดท้ายผลเหมือนกัน แล้วจะทำไปทำไม (งานนี้ ลอกไม่ลอกไม่รู้ รู้แต่ใช้ Google ต่อไปก็ได้)


:: DigiKin8 ::

By: Mylive
Windows Phone
on 4 February 2011 - 11:25 #256207
Mylive's picture

จากข่าวการตอบโต้นี้อาจทำให้คนอยากลองใช้ Bing เยอะขึ้นข่าวที่จะตามมาคือ Bing มีส่วนแบ่งการตลาดสูงขึ้น...น่าคิด...

By: kanchen
AndroidUbuntu
on 4 February 2011 - 11:31 #256211

ms จะออกมาแก้ตัวยังไงอีก ในเมื่อ g ยังเป็นเจ้าพ่อแห่ง search engine ยังไง g ก็นำ bing ไป 10 ปีแล้ว

By: pines
Blackberry
on 4 February 2011 - 12:37 #256228

ฟ้องไปเลยครับ จะได้รู้ข้อเท็จจริง

By: นักเรียน on 4 February 2011 - 12:39 #256229

ไม่ได้ว่าคนเขียนข่าวนะครับ แต่ผมอ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลยอะ T T

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 13:05 #256236 Reply to:256229
netfirms's picture

มันมีหลายภาคต่อกันอาจจะงงบ้างละครับ

By: piscessera
ContributoriPhoneWindows PhoneAndroid
on 4 February 2011 - 13:25 #256244 Reply to:256236
piscessera's picture

+1

By: mk
FounderAndroid
on 4 February 2011 - 14:14 #256261 Reply to:256229
mk's picture

คุณต้องมีพื้นความรู้ด้านหลักการทำงานของ search engine อยู่บ้างครับ พวกนี้ใน Wikipedia มีเขียนไว้หมด

By: qute on 4 February 2011 - 13:44 #256254

ไม่รู้ว่างานนี้ Bing แก้ผลการค้นหาเรียบร้อยแล้ว หรือว่าตา Matt Cutts เกรียนกันแน่

อันนี้เผื่อรูปไม่ขึ้น

http://img28.imageshack.us/img28/6495/69487226.png
http://img837.imageshack.us/img837/5042/86968894.png
http://img821.imageshack.us/img821/7558/29961633.png
http://img6.imageshack.us/img6/9878/30724736.png

By: nat3738
ContributorAndroidRed HatUbuntu
on 4 February 2011 - 18:13 #256341 Reply to:256254

อันนั้นผมว่า พอบทความออกมา คำพวกนั้นก็เข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลแบบจริงๆ แล้ว ทำให้การค้นหาแบบเดิมไม่ประสบความสำเร็จอีก

By: Soul_Master
Windows Phone
on 4 February 2011 - 14:38 #256263

ประเด็นสุดท้ายบอกยาก เพราะถ้าเป็นคำที่ไม่มีใน Index แต่มีในข้อมูลลิงค์ที่ส่งให้ Microsoft ต่อให้มีเป็นพันเป็นหมื่นปัจจัยมันก็ไม่มีผลครับ เพราะเป็นคำที่ไม่เคยใช้ ผมถึงไม่แปลกใจว่าผลการค้นหา Bing จะคล้ายกับผลการค้นหาที่ถูก click ใน Google

ปล. แต่สุดท้ายผมก็ใช้ Google อยู่ดี เพราะเทียบตอนนี้ยังห่างกันหลายขุมอยู่

By: darkleonic
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 February 2011 - 14:51 #256265
darkleonic's picture

ดราม่าระดับโลกเลยทีเดียวน่าให้จ่าไปเขียน

By: tirakarn
AndroidUbuntuWindows
on 4 February 2011 - 15:24 #256279

มีหลักฐานประกอบขนาดนี้ อยากรู้เหมือนกันว่า Microsoft จะแก้ตัวว่ายังไง

By: qute on 4 February 2011 - 15:27 #256280 Reply to:256279

ผมเทสแล้วไม่เหมือนที่ตา Matt แก capture รูปนะครับ
http://www.blognone.com/news/21594#comment-256254

By: qute on 4 February 2011 - 15:42 #256289

อันนี้เอามาให้ดูกันเล่นๆ
http://img156.imageshack.us/img156/3428/applegoogle.png

By: Yone on 4 February 2011 - 16:46 #256316 Reply to:256289

ฮ่าๆ

By: ComSci-MFU
Windows PhoneAndroidWindows
on 4 February 2011 - 17:22 #256328 Reply to:256289
ComSci-MFU's picture

same inspiration /drift

By: non
Symbian
on 4 February 2011 - 20:01 #256354 Reply to:256289

google offer? google video? google... ?
อันนี้ไม่รู้ว่าที่เขาโต้กันเป็นมหากาพย์แบบนี้ เพราะตัวเทคโนโลยีอะไรที่ต่างจากแรงบันดาลใจรึเปล่า

By: EThaiZone
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 4 February 2011 - 16:31 #256307
EThaiZone's picture

รอดูการดริฟต่อไป


มันไม่ง่ายเลยที่จะทำ GIF ให้มีขนาดน้อยกว่า 20kB

By: nextman13
AndroidBlackberryUbuntuWindows
on 4 February 2011 - 16:45 #256315

งานนี้ หนุ่มบาวสาวปาน แน่ๆ

By: S.T.E.Y.R.C.
Ubuntu
on 4 February 2011 - 17:14 #256325

ผมเชียร์มวยรอง :p

งานนี้ทีใครทีมันครับ อิอิ

By: yokey
WriterAndroid
on 4 February 2011 - 18:02 #256338 Reply to:256325
yokey's picture

+1 ผมก็เชียร์นะครับ ตอนนี้หากินกับ Bing ครับ


----------------- Yokey My Blog

By: dmitry
iPhoneWindows
on 5 February 2011 - 13:39 #256509 Reply to:256325

เช่นกันครับ
ผมมองว่าถ้า Google ถือครอง search engine อยู่คนเดียว
มันจะไม่ดีกับผู้บริโภคแน่นอนไม่ว่าจะเป็นระดับไหนๆ

By: non
Symbian
on 4 February 2011 - 20:02 #256355

คิดมานานแล้วว่าจะใช้ Bing ทำไมเมื่อหาข้อมูลได้อย่างกับ Google 2 ก็ยังนึกอยู่ว่าถ้า Bing ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า น่าจะตีตลาด Google ได้นะ

By: hunterpooh
AndroidUbuntuWindows
on 4 February 2011 - 20:03 #256356

ต้มน้ำรอมาม่า

By: KavkaZ
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 4 February 2011 - 20:57 #256358
KavkaZ's picture

bing น่าจะลอกผลการค้นหาภาษาไทยด้วย


ลายเซ็นยาวเกินไปครับ

By: joomla
iPhoneUbuntu
on 4 February 2011 - 22:15 #256373
joomla's picture

เอาแบบจีนสิ ลอกมาแล้วก็ทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม อันนี้สิแน่

By: joomla
iPhoneUbuntu
on 4 February 2011 - 22:25 #256381
joomla's picture

จ๊อบส์บอก ผมยอมแพ้แล้วค้าบบบบบบบบบ

By: kamij33
Windows PhoneWindows
on 4 February 2011 - 22:53 #256387

ลอกไม่ลอกไม่สน ผมใช้ bing อยู่และมันก็โอเคกว่า google ไม่นับประเทศไทยนะ บอกตรงๆเลยว่า spam ใน google เยอะมากแถมอยู่หน้าแรกๆอีก วันนี้ search ชื่อโปรแกรม เว็บเถื่อนออกมาเพียบ

By: rattananen
AndroidWindows
on 5 February 2011 - 00:17 #256409 Reply to:256387

+100 ผมก็ใช้ bing นะครับยกเว้นค้นหาภาษาไทย ใช้มานานแล้วผมยังไม่รู้สึกว่า bing จะลอก google ตรงไหน (ผมใช้ keyword เดียวกัน search ทั่งสองเว็บบ่อยๆ) ถึงผลมันจะออกมาคล้ายกันแต่ผมยังไม่รู้สึกว่ามันลอกเลยนะ