Tags:
Node Thumbnail

เราอาจหาสถิติยอดขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทั้งบน Kindle และ iBooks เพื่อดูว่าใครขายดีกว่าใครได้ยาก (Amazon บอกว่ากินส่วนแบ่งตลาด 70% แต่เราไม่รู้ว่าตัวเลขนี้จริงแค่ไหน)

ตัวเลขที่หาได้ในตอนนี้จึงอาจต้องเอายอดขายจากผู้เขียนหนังสือ โดย J. A. Konrath นักเขียนนิยายที่หันมาเอาดีทางการขายอีบุ๊ก (เพราะได้ส่วนแบ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับหนังสือกระดาษ) ได้เปิดเผยว่าเขาขายหนังสือบน Kindle ได้วันละ 200 เล่ม ส่วน iBooks ได้เดือนละ 100 เล่ม ถ้าคำนวณแล้วก็พบว่า Kindle มียอดขายสูงกว่า iBooks ถึง 60 เท่าเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่านี่เป็นสถิติจากผู้เขียนหนังสือเพียงรายเดียวเท่านั้นนะครับ

ที่มา - The Next Web

Get latest news from Blognone

Comments

By: helloworld
Ubuntu
on 23 August 2010 - 20:30 #203418

Kindle ขายดีกว่าแน่เพราะ สามารถอ่านได้หลายที่ iPad, Kindle, iPhone etc. ในขณะที่ iBook บางประเทศก็ซื้อยังไม่ได้ (จะล็อคอะไรนักหนา) ซื้อไปทีก็หนังสือเราก็อยู่ในกรงของ Apple ย้ายไปอ่านบนอุกรณ์อื่นๆ (ในอนาคต) ที่ไม่ใช่ Apple ก็ไม่ได้

By: mk
FounderAndroid
on 23 August 2010 - 20:51 #203424 Reply to:203418
mk's picture

อย่าบอกว่าแอปเปิลเป็นกรงสิครับ เดี๋ยวมีสมาชิกหลายท่านไม่พอใจ

By: nicnep
Android
on 23 August 2010 - 22:30 #203460 Reply to:203424

ตอนแรกผมอ่านผ่านๆไม่เห็นคำนี้นะเนี่ย ท่านแม่ทัพสุกี้ฯชี้โพรงทีภาพโผล่ขึ้นมาเลยอ่ะ อิๆ...

By: wwwangel
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 23 August 2010 - 23:53 #203497 Reply to:203424
wwwangel's picture

555+


-- ^_^ --

By: criminals
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 23 August 2010 - 21:49 #203437 Reply to:203418

ต้องเรียกกะลาแทน

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 23 August 2010 - 22:06 #203448 Reply to:203418
tekkasit's picture

เรื่องล็อคนั้น หนังสือ, วารสารที่ขายเป็น Kindle Format บน Amazon ก็มีการเลือกปฎิบัติครับ เพราะผมใช้ Kindle 2 อยู่ครับ และซื้อหนังสือ Kindle Format มาแล้วหลายเล่ม เลยรู้ด้วยตัวเอง

ผมพบว่า หนังสือหรือวารสารที่ขายเป็น Kindle Format บน Amazon บางเล่ม ไม่มีขายในโซน Asia & Pacific ครับ ขายเฉพาะอเมริกาเท่านั้นก็มี (เท่าที่ทราบ อาจจะเป็นเรื่องข้อตกลงทางกฎหมายกับ Agency/Publisher แต่ละเล่มๆไป ว่าให้สิทธิ์ขายที่ไหนบ้าง) แถมวารสารบางเล่มแม้วางขายทั่วโลก ยังแบ่งเป็นสองรุ่นด้วยซ้ำ บัญชีที่อเมริกาจะมีรูปประกอบเยอะกว่า (ไฟล์ขนาดใหญ่กว่า) แต่รุ่นที่ขายให้กับผู้ใช้บัญชีทาง Asia จะตัดรูปออก (เพื่อให้ไฟล์เล็กกว่า อาจจะเพื่อลดค่าใช้จ่าย 3G roaming) เช่นวารสาร Information Week ก็มีครับ

By: mk
FounderAndroid
on 23 August 2010 - 22:25 #203457 Reply to:203448
mk's picture

Kindle ก็ล็อค แต่ทำไมไม่เคยมีสาวก Kindle มาเถียงแทนเลยหว่า???

By: EThaiZone
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 24 August 2010 - 12:23 #203612 Reply to:203457
EThaiZone's picture

เข้าใจว่าสำหรับ Kindle นั้นเป็นผู้ใช้งานปกติ ไม่ใช่สาวก
เพราะรู้ว่าซื้อมาเพื่ออะไร ใช้ทำอะไร


มันไม่ง่ายเลยที่จะทำ GIF ให้มีขนาดน้อยกว่า 20kB

By: pizzicato
ContributoriPhoneUbuntu
on 23 August 2010 - 20:42 #203420
pizzicato's picture

ถ้าอ่านอย่างเดียวก็ต้องยกให้ Kindle เลยคับเพราะอ่านแล้วสบายตากว่า iPad (iBook) มากๆ อ่ะคับ อย่างหลังเอาไว้ entertrain ดีกว่ามั้งเนี่ย


positivity

By: totiz
ContributoriPhoneAndroidRed Hat
on 23 August 2010 - 21:32 #203429
totiz's picture

ถ้าซื้อหนังสือบน Amazon สามารถอ่านได้บน iOS และ Kindle
แต่ซื้อจาก iBook อ่านได้บน iOS อย่างเดี่ยว

ผมว่าแค่เหตุผลแค่นี้ก็ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อ ebook ผ่าน Amazon มากกว่า
ถึงแม้จะอ่านจาก iPad ก็ตาม

By: nicnep
Android
on 23 August 2010 - 23:14 #203480 Reply to:203429

สำหรับคนที่ซื้อคินเดิลไปแล้ว(ซึ่งยอดขายเครื่องก็เยอะอ่านะ มีนานแล้วด้วย)

แน่นอนว่ามีสองอย่างให้ทำคือเป็นที่ทับกระดาษกับอ่านหนังสือ ซึ่งสามารถใช้อ่านหนังสือได้ดีมาก(เป็นเครื่องอ่านที่ผมถือว่าดีสุดอ่านะครับ)

ดังนั้นคนซื้อมาเพื่ออ่านหนังสือ อ่านแล้วก็ต้องหามาอ่านไปเรื่อยๆ ทั้งเพราะอยากอ่านจริงๆ ปนกับความรู้สึกแฝงเพื่อให้ได้ใช้เครื่อง ข้อหลังจะมาก-น้อย-แทบไม่มี ก็แล้วแต่คน

ในขณะที่ตัว iPad มันมีอะไรเยอะแยะให้ใช้ การอ่านหนังสือบนจอ IPS ก็จะแสบตาหากใช้นานๆ

ดังนั้น คนที่ตั้งใจเอามาอ่านแท้ๆ ก็จะลดความสำคัญในส่วนการอ่านลงเพราะมีอย่างอื่นที่น่าใช้ ในขณะที่คนที่เดิมคิดว่าอ่านเป็นส่วนเสริมก็จะไม่ได้มี willing พิเศษที่จะทำให้ต้องการหาหนังสือมากนัก เพราะมีอย่างอื่นให้ทำเยอะอยู่

คนมักให้ความสำคัญลงไปในส่วนที่จับต้องได้มากก็คือเครื่อง ดังนั้นคนซื้ออะไรมาความรู้สึกลึกๆจะผลักดันให้เราทำอะไรซักอย่างเพื่อใช้อุปกรณ์ชิ้นนั้น ใน kindle คืออ่านอย่างเดียว ใน iPad การอ่านมันทำให้แสบตาในช่วงชั่วโมง ดังนั้นส่วนใหญ่จะไปอยู่กับ เข้าเน็ตและเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่อ่าคับ

By: Iterator
Android
on 23 August 2010 - 22:15 #203453

ล้อมไปล้อมมา จำกัดโน่นจำกัดนี่ เลยกลายเป็นกรงขังตัวเอง

แต่กรณีนี้จะเรียกว่า นี่เพิ่งจะเริ่มต้นได้ไหม

ตอนนี้ device ของฝั่ง apple ไม่ว่า ipad/iphone4

ยังอยู่ในสภาพ demand มากกว่า supply อยู่มี

demand แฝงเยอะ ต้องรอดูต่อไป

By: errin on 23 August 2010 - 23:35 #203491

เป็นผมก็เลือก Kindle แต่ต้องดูที่ราคาก่อนอันไหนถูกกว่าเอาอันนั้น

By: ZestPluZ
SymbianWindows
on 24 August 2010 - 00:02 #203501
ZestPluZ's picture

รักการอ่านยังไงก็ต้อง Kindle เท่านั้นสิ ของเค้าดีจริง

By: pizzicato
ContributoriPhoneUbuntu
on 24 August 2010 - 00:09 #203504 Reply to:203501
pizzicato's picture
  • 1

positivity

By: lancaster
ContributorUbuntuWindows
on 24 August 2010 - 02:01 #203520

ซื้อใน kindle อ่านได้ทั้งบน pc mac iphone android blackberry kindle ก็ไม่แปลกที่คนจะซื้อ - -*

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 24 August 2010 - 07:57 #203541 Reply to:203520
tekkasit's picture

ผมว่าตรงนี้ Amazon ฉลาด ตอนที่มีข่าว iPad มันจะออก เค้าก็คิดกันว่า Kindle หรือ dedicate e-Reader จะตาย เพราะ iPad ทั้งถูก จอใหญ่ แสดงแอนิเมชันได้ดี

ปรากฎว่า Amazon พลิกตัวกลายออก Kindle for อุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่กลัวว่าจะทำให้ลูกค้าไม่ซื้อ Kindle หันไปซื้ออุปกรณ์ Tablet อื่นแทน แต่จนป่านนี้ เครื่อง Kindle โดยเฉพาะขนาด 6 นิ้วก็ยังขายได้ดี เพราะมันให้ประสบการณ์การอ่านที่ดี เรียกว่าเน้นที่อ่านหนังสืออย่างเดียว

By: unclepiak
ContributoriPhone
on 24 August 2010 - 07:52 #203540
unclepiak's picture

แถวนี้มีใครเคยขาย หรือศึกษาการขายอีบุ๊กผ่านอเมซอนโดยตรงไหมครับ? เล่าให้ฟังหน่อยเถิด

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 24 August 2010 - 08:42 #203542 Reply to:203540
tekkasit's picture

ไม่เคยครับ แต่ Amazon มีช่องทางที่เรียกว่า Digital Text Platform (http://dtp.amazon.com) ลองไปอ่านที่ FAQ ดูครับ ถ้าอ่านแล้วยังมีข้อสงสัย มันมีฟอรั่ม แล้วถ้าไม่ตรงใจ ก็ยังสอบถามไปที่ dtp-support@amazon.com ได้ครับ

เบื้องต้นคือ
- หนังสือต้องเป็นภาษาอังกฤษ :D เพราะ OOTB มันไม่รองรับอื่นๆ รวมถึงภาษาไทย!
- ถ้าขายที่ Amazon UK ตอนนี้ไม่ต้องเสียภาษี
- ถ้าขายที่ Amazon US เสียภาษี 30%
- จ่ายเงินทาง check หรือโอนเข้าบัญชี Bank Account ของ UK หรือ US
- ถ้าจ่ายทาง check ต้องรอขั้นต่ำที่ 100 USD, ถ้าโอนบัญชีจะต้องรอถึง 10 USD
- ปกติส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 35% แต่ถ้าเงื่อนไขในการขาย ตรงตามเงื่อนไขกลุ่มหนึ่ง (เช่น ราคาขายอยู่ที่ 2.99-9.99 USD, ต้องอนุญาติให้ใช้ฟังก์ชันอ่านออกเสียงได้ เป็นต้น) ของ Amazon คุณสามารถสลับไปขอส่วนแบ่งปกนั้นที่ 70% ได้
- คุณควรจะเข้าใจ format ของ MobiPocket, AZW, Topaz ไว้ ว่ามีข้อจำกัดเรื่อง format อะไรบ้าง รวมถึงข้อจำกัดในการอ่านของ Kindle เช่น ขนาดหน้าจอ, รูปแบบฟอนต์, ขนาดฟอนต์, contrast ที่ต่ำ, แสดงได้แต่ gray-scale 16 ระดับ, สี่ที่ดำก็ไม่ดำสนิท เป็นต้น
- แนะนำให้เตรียมเอกสารต้นฉบับเป็น HTML/CSS เพราะจะแปลงไปในฟอร์แมตของ Amazon ได้ง่าย เป็น Word นี่อาจจะเหนื่อยใจได้ แนะนำให้อ่าน "Amazon Kindle Publishing Guidelines"
- เบื้องต้นอาจจะใช้ Kindle Previewer ซึ่งจะจำลองการจัดหน้ากระดาษ แต่ก็แนะนำว่าควรจะมี Kindle 2 (หรือ Kindle DX) ไว้ลองอ่านหนังสือที่ทำขึ้นบนอุปกรณ์จริงๆ

โชคดีนะครับ

By: unclepiak
ContributoriPhone
on 24 August 2010 - 22:30 #203810 Reply to:203542
unclepiak's picture

ขอบคุณมากครับคุณ tekkasit
ข้อมูลเบื้องต้นที่ช่วยลิสต์ให้ดูครอบคลุมสิ่งที่อยากรู้ครบเลย ขอบคุณอีกที *: )
เพิ่งทราบว่า kindle ยังแสดงผลภาษาไทยไม่ได้ นักเขียนไทยร้องเพลงรอต่อไป..

By: mymemory
ContributoriPhoneWindows PhoneAndroid
on 29 August 2010 - 10:25 #205106
mymemory's picture

ผมซื้อมาใช้แล้วครับ มันก็มีความแตกต่าง และข้อจำกัดต่างๆ ระหว่าง file format ต่างๆ และข้อได้เปรียบระหว่างหนังสือที่ซื้อจาก amazon โดยตรง

ผมได้เขียนรีวิวไว้แบบง่ายๆ ลองไปอ่านดูได้นะครับ
http://updated4you.blogspot.com/2010/08/amazon-kindle-2-1.html