ศาลในนิวยอร์คมีคำสั่งให้ Apple ถอดรหัสข้อความ iMessage ใน iPhone ของผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและปืน แต่ Apple ชี้แจงต่อศาลว่า บริษัทไม่สามารถถอดรหัสสมาร์ทโฟนกว่า 90% ที่รัน iOS 8 ขึ้นไปได้ เนื่องจากบริษัทใช้ระบบเข้ารหัสแบบ end-to-end ที่แม้แต่บริษัทเองก็ถอดรหัสไม่ได้
ขณะเดียวกัน ถึงแม้ Apple จะยังพอสามารถถอดรหัสข้อความใน iPhone อีก 10% ที่เหลือได้ (รวมถึงเครื่องที่ศาลร้องขอ) แต่ทนายของ Apple ได้แถลงต่อศาลว่า การบังคับให้บริษัทถอดรหัส เพื่อช่วยเหลือในคดีนี้ ทั้งๆ ที่บริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมาย จะส่งผลต่อความไว้วางใจของลูกค้าและสร้างความเสียหายต่อแบรนด์ Apple
ปัญหาเช่นนี้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐมานาน โดยเฉพาะ FBI ที่โจมตีว่ากระบวนการเข้ารหัสแบบนี้ สร้างปัญหาให้การสืบสวนคดีต่างๆ อย่างมาก เพราะไม่ว่าเจ้าหน้าที่ด้านยุติธรรมจะมีอำนาจตามกฎหมายแค่ไหน ก้ไม่สามารถดึงข้อมูลที่อาจมีประโยชน์ต่อคดีออกมาจาก iPhone ได้
ทั้งนี้ ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา Apple, Google และบริษัทไอทีอีกหลายบริษัท ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ คัดค้านความพยายามของ FBI (และน่าจะ CIA ด้วย) ที่จะทำระบบประตูหลัง (back door) ให้หน่วยงานด้านความมั่นคง สามารถสอดส่องข้อมูลของผู้ใช้ได้ตามกฎหมาย (Tim Cook ก็เคยออกมาให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า บริษัทมองว่าความเป็นส่วนตัวคือสิทธิขั้นพื้นฐาน)
ที่มา - Reuters, The Guardian
on
Appple -> Apple
Jonathan_Job Fri, 23/10/2015 - 23:06
Appple -> Apple
ศาลในนิวยอร์คมีคำสั่ง Apple
panurat2000 Sat, 24/10/2015 - 10:09
In reply to Appple -> Apple by Jonathan_Job
นิวยอร์ค => นิวยอร์ก
มีคำสั่ง Apple ถอดรหัส => มีคำสั่งให้ Apple ถอดรหัส
ก้ => ก็
นึกถึงกรณีกุญแจถูกก็อบ..
iStyle Fri, 23/10/2015 - 23:19
นึกถึงกรณีกุญแจถูกก็อบ..
ชอบอะ
bankzxcv Fri, 23/10/2015 - 23:43
ชอบอะ "บริษัทมองว่าความเป็นส่วนตัวคือสิทธิขั้นพื้นฐาน"
เอ้ย นี่ศาลสั่งนะ ...
hostingdigg Sat, 24/10/2015 - 00:34
เอ้ย นี่ศาลสั่งนะ ... ถ้าเป็นประเทศไทยไปย้อนศาลแบบนี้ จะเป็นไงบ้างนะ
ไม่มีกุญแจจ้า
Bluetus Sat, 24/10/2015 - 01:01
ไม่มีกุญแจจ้า
เรียกหน่วย FBI Cyber
Mekokung Sat, 24/10/2015 - 01:21
เรียกหน่วย FBI Cyber แบบในหนัง CSI: Cyber เลย //ตื่นๆๆๆ
ตอบแบบนี้ผมถึงรักทั้ง2ค่ายเลย
sariarty Sat, 24/10/2015 - 02:08
ตอบแบบนี้ผมถึงรักทั้ง2ค่ายเลย
ชอบแนวคิด apple
bouquet Sat, 24/10/2015 - 02:31
ชอบแนวคิด apple
หล่อเลย apple
dbpod Sat, 24/10/2015 - 05:45
หล่อเลย apple
แล้วถ้าวันไหน
naisme Sat, 24/10/2015 - 05:54
แล้วถ้าวันไหน เกิดลูกหลานถูกคนร้ายล่อลวงหายไป แล้วจะขอให้ช่วยตามหา นี่คงหมดโอกาสโดยสิ้นเชิงเลยล่ะสิ เพราะความเป็นส่วนตัวสูง
จะมองว่าดี มันก็ดี แต่จะมองว่า คนไม่ดีเอาช่องทางนี้ไปใช้ประโยชน์แล้วไม่มีใครตามได้นี่ ปัญหาใหญ่เหมือนกันนะ
ถ้าจะมองแง่ลบมันก็คงต้องมองใน
nrml Sat, 24/10/2015 - 06:37
In reply to แล้วถ้าวันไหน by naisme
ถ้าจะมองแง่ลบมันก็คงต้องมองในแง่ที่ว่า ถ้าไม่ encrypted แล้วถ้าเกิดคนร้ายมุ่งเอาจุดอ่อนตรงนี้มาโจมเพื่อก่ออาชญากรรมล่ะแบบไหนมันจะก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายมากกว่ากัน
ถ้ามองอีกแง่คือ
nutmos Sat, 24/10/2015 - 06:56
In reply to แล้วถ้าวันไหน by naisme
ถ้ามองอีกแง่คือ หากแอบเปิดช่องโหว่ไว้ให้รัฐบาล แล้วมีผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาดูได้ เขาสามารถติดตามได้แม้กระทั่งที่อยู่ของเรา ซึ่งนั่นก็เป็นอันตรายเหมือนกัน
ผมว่ามันก็ควรจะมียอมให้ทางพนง
mode Sat, 24/10/2015 - 08:41
In reply to ถ้ามองอีกแง่คือ by nutmos
ผมว่ามันก็ควรจะมียอมให้ทางพนง.สืบสวนของรัฐบ้างนะครับ ไม่ใช่ว่าเป็นส่วนตัวเต็มที่ให้มากที่สุด เพราะว่าลองนึกสภาพว่าถ้าแม้แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนค้นบ้านผู้ต้องสงสัยไม่ได้เพราะละเมิดความเป็นส่วนตัวนี่ก็จบกัน
ถ้าพนักงานสืบสวนของรัฐมีช่องโ
mokolikoli Sat, 24/10/2015 - 08:54
In reply to ผมว่ามันก็ควรจะมียอมให้ทางพนง by mode
ถ้าพนักงานสืบสวนของรัฐมีช่องโหว่ทำได้ จะมั่นใจได้อย่างไรครับ ว่าคนอื่นทำไม่ได้
เราอยู่ในสังคมส่วนรวมมันต้องส
mode Sat, 24/10/2015 - 10:00
In reply to ถ้าพนักงานสืบสวนของรัฐมีช่องโ by mokolikoli
เราอยู่ในสังคมส่วนรวมมันต้องสมดุลย์ไม่สุดโต่งนะครับ ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดหรือเสรีภาพสูงสุดอะไรแบบนั้นมันไม่ได้หรอกครับ
มันไม่ได้สุดโต่งอะไรหรอกครับ
mr_tawan Sat, 24/10/2015 - 12:22
In reply to เราอยู่ในสังคมส่วนรวมมันต้องส by mode
มันไม่ได้สุดโต่งอะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่ามันมีกรณีที่
ทำให้ภาคเอกชนหมดความเชื่อถือในตัวภาครัฐไปเรียบร้อย เพราะไม่ว่าทางไหนภาครัฐก็ทำเสียเรื่องได้หมด
ผมเข้าใจเรืีองกรณีลูกหลานนะ แต่มันจะน่ากลัวกว่า ถ้ามีมีคนเข้าถึงข้อมูลได้ (อาจจะด้วยกุญแจที่หลุดออกมา) และใช้มันในการก่ออาชญากรรม
ดังนั้นพยายามทำให้ยากเข้าไว้ดีกว่า
แล้วสมดุลที่ว่าใครเป็นคนกำหนด
zerocool Sat, 24/10/2015 - 18:51
In reply to เราอยู่ในสังคมส่วนรวมมันต้องส by mode
แล้วสมดุลที่ว่าใครเป็นคนกำหนดว่าแค่ไหนเรียกว่าสมดุลครับ ??
มองแต่ best case แล้วไม่มองที่ worst case มันจะตอบโจทย์ให้กับสังคมได้แค่ไหน
ถ้าให้เลือกระหว่าง
มี best case และมี worst case
ไม่มี best case และไม่มี worst case
ทางเลือกแบบมี best case แต่ไม่มี worst case มันไม่มีสำหรับกรณีนี้ เพราะถ้าคุณให้รัฐหรือผู้มีอำนาจที่ไหนสามารถตรวจสอบบันทึกการสนทนาย้อนหลังได้อย่างอิสระ ข้อมูลเรื่องอื่นคุณต้องหลุดไปด้วยกับการตรวจสอบนั้น ๆ ด้วยอยู่แล้ว เนื่องจากเวลาตรวจสอบก็ต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดก่อนเพื่อหาข้อมูลบางชุดที่สนใจ นั่นแปลว่าอย่างน้อยมีคนหนึ่งกลุ่มที่ได้อ่านข้อมูลที่คุณไม่พึงประสงค์จะให้เขาได้อ่าน และไม่มีอะไรการันตีว่าข้อมูลที่เขาได้รับรู้นั้นเขาจะไม่นำไปบอกต่อให้กับคนอื่น
อนึ่งคำว่า "สูงสุด" ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีก คุณมองว่าเรื่องนี้ให้เสรีภาพสูงสุด (?) แต่ Tim Cook บอกว่าเสรีภาพเรื่องนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แล้วตกลงความคิดใครถูก ??
ผมจะยกตัวอย่างกรณีหมอกับคนไข้
mode Sun, 25/10/2015 - 01:36
In reply to แล้วสมดุลที่ว่าใครเป็นคนกำหนด by zerocool
ผมจะยกตัวอย่างกรณีหมอกับคนไข้นะครับ คนไข้ต้องเล่าเรื่องส่วนตัวให้หมอฟังมีกรณีเรื่องน่าอายเช่นเกี่ยวกับการตรวจภายในอะไรพวกนี้ด้วย ถ้าเราตั้งแง่ว่าต้องเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟังหรือกลัวหมอเอาเรื่องส่วนตัวเราไปป่าวประกาศก็คงจบกัน
ซึ่งพวกนี้มันก็คือเรื่องจรรยาบรรณในวิชาชีพในอาชีพต่าง ๆ น่ะแหละครับ ถ้าเราตั้งแง่กันต่อไปอะไรล่ะ ไม่เชื่อใจรัฐตั้งกองกำลังของตัวเอง แยกมาอยู่อิสระ ต่างคนต่างอยู่ก็กลายเป็นโลกยุคไม่มีรัฐไม่มีกฎหมายกันไป
อันนั้นคือคนไข้ตัดสินใจบอกหมอ
zerocool Fri, 30/10/2015 - 22:23
In reply to ผมจะยกตัวอย่างกรณีหมอกับคนไข้ by mode
อันนั้นคือคนไข้ตัดสินใจบอกหมอเท่าที่จำเป็นนะครับ ไม่ใช่ให้หมอใช้เครื่องมือพิเศษอ่านความทรงจำคนไข้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ อีกอย่างคือการตัดสินใจว่าจะบอกหรือไม่บอกอยู่ที่คนไข้ไม่ใช่หมอ
ยกตัวอย่างเช่น คนไข้อยากไปตรวจ HIV หมอก็จะถามว่าไปเสี่ยงอะไรที่ไหนมา คนไข้ก็บอกไป แต่ก็คงไม่ถึงขั้นที่ว่าคนไข้ต้องบอกหมอไปทั้งหมดว่าไปเสี่ยงกับใคร ชื่อนามสกุลอะไร ทำกันท่าไหน กี่รอบ ถูกไหมครับ ?
ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะเชื่อรัฐหรือไม่เชื่อรัฐก็ได้ มันคือสิทธิ์ของประชาขนครับ ไม่ใช่สิทธิ์ของรัฐที่จะมาใช้อำนาจนอกเหนือจากที่ประชาชนได้อนุญาตไว้
1.สมัยก่อนที่ไม่มี smartphone
Persuader Sat, 24/10/2015 - 08:53
In reply to แล้วถ้าวันไหน by naisme
1.สมัยก่อนที่ไม่มี smartphone ตามหาคนถูกล่อลวงกันยังไงล่ะครับ การมีเทคโนโลยีมันทำให้สะดวกขึ้นก็จริงแต่การการเอาแต่ตั้งความหวังจะพึ่งพาเทคโนโลยีจนถึงขั้นต้องเตรียมช่องทางละเมิดสิทธิคนเป็นร้อยล้านนี่ผมว่ามันเกินไปครับ
2.แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าคนที่ถูกอ่านข้อมูลเป็นคนล่อลวงไปจริง
การไล่เปิดอ่านข้อความของ ผู้ต้องสงสัย นี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเอามาก ๆ เลยนะครับ
แล้วจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าข้อมูลที่เปิดดูมีข้อมูลว่าล่อลวงไปไหน อยู่ตรงไหน ขอลองไล่เปิดอ่านให้หมดก่อน ถ้าไม่ใช่คนร้าย มีแต่เรื่องส่วนตัวหรือความลับทางธุรกิจก็ขออภัยด้วย แบบนี้เหรอครับ
3.ควรจะดูแลลูกหลานให้ดีครับอย่ามัวแต่จะรอล้อมคอก
ก็คงต้องหาจุดสมดุลแหละครับ
Zatang Sat, 24/10/2015 - 10:25
In reply to แล้วถ้าวันไหน by naisme
ก็คงต้องหาจุดสมดุลแหละครับ แต่ไม่ใช่หมดโอกาสโดยสิ้นเชิงหรอก มีช่องทางอื่นให้สืบอีก ไม่ใช่ว่าต้องสืบจาก iMessage อย่างเดียว ก็เหมือนคนคุยกันสองคนด้วยวิธีอื่น ซึ่งก็ไม่มีคนอื่นรู้ว่าคุยอะไรเหมือนกัน
ผมยกตัวอย่างจากคลิปที่มีคนเขา
naisme Sat, 24/10/2015 - 13:34
In reply to แล้วถ้าวันไหน by naisme
ผมยกตัวอย่างจากคลิปที่มีคนเขาเคยทำนะครับ ที่ไปแชทกับเด็กวัยรุ่น แล้วชวนออกมานอกบ้านบ้าง ชวนให้เปิดประตูเข้าไปหาบ้าง ในคลิปนั้นทำในสายตาพ่อแม่ แต่ถ้าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แล้วไม่อยู่ในสายตาพ่อกับแม่ล่ะครับ เช่น เด็กไปแอบคุยกับใครก็ไม่รู้ แล้ววันนึงเด็กเกิดหายตัวไป แล้วเข้าไปดูบันทึกย้อนหลังอะไรไม่ได้เลย แล้วจะช่วยได้ยังไง ในอดีตเวลาเขาคุยก็คุยทางโทรศัพท์ เลยสามารถเช็คได้ว่าโทรหาใคร หาความเชื่อมโยงได้ เลยตามตัวได้ แต่ถ้าส่งข้อความมันไม่ได้หาง่ายเหมือนโทรนี่ครับ
ผมไม่ได้บอกว่าให้ภาครัฐเข้ามายุ่ง แต่อย่างน้อย ทางบริษัท น่าจะมีมาตรการอะไรสักอย่างที่เป็นการป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น เช่นสายข่าวสืบมาแล้วว่า นายตนนี้มีแผนกำลังจะวางระเบิดในเมือง เขาสั่งงานกันโดยการส่งข้อความให้กัน พอขอความร่วมมือแล้วบอก ไม่รู้ทำไม่ได้ แล้วบังเอิญระเบิดนั้นอยู่ข้างบ้านคุณขึ้นมาล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น
ผมมองว่าความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่อย่างน้อย ถึงจะใช้เวลามาก แต่น่าจะมีกระบวนการย้อนกลับที่สามารถทำได้ อาจจะแค่ภายในบริษัทก็ยังถือว่าโอเคนะ ถ้ามีเหตุฉุกเฉินขึ้นมาสิ่งเหล่านี้อาจช่วยได้นะครับ
iMessage ไม่ใช่ SMS ครับ
nessuchan Sun, 25/10/2015 - 08:56
In reply to ส่งข้อความก็มี SMS Log by sawitree
iMessage ไม่ใช่ SMS ครับ
สืบจากเบอร์ไม่ได้เหรอครับ
nrml Sat, 24/10/2015 - 22:15
In reply to ผมยกตัวอย่างจากคลิปที่มีคนเขา by naisme
สืบจากเบอร์ไม่ได้เหรอครับ ใครส่งหาใครเบอร์ไหนน่าสงสัยมากน้อยอะไรก็ว่ากันไป ส่วนเรื่องวางระเบิด คงไม่มีใครส่งข้อความออกไปตรงๆ บอกว่า "เฮ้ยคุณแพะครับ วันพรุ่งนี้เราจะไปวางระเบิดกันนะครับ สนใจจะไปวางด้วยกันไหม" หรอกมั้งครับ
ตกลงฮ่ะเฮียทิม ผมจะซื้อ
menu_dot Sat, 24/10/2015 - 07:13
ตกลงฮ่ะเฮียทิม ผมจะซื้อ iphone ปลอดภัยสูง
แต่รอบาทแข็งก่อนนะ ราคาตอนนี้ เทียบกับสิ่งที่ทำได้ผมว่า มันแพงไป
หนีไป จีนก่อน
Tim Cook
Krit04 Sat, 24/10/2015 - 12:49
ตอบแบบนี้ เครื่องต่อไปยังไงก็ iPhone
Tim Cook
supasit_w Sat, 24/10/2015 - 17:31
Tim Cook ก็เคยออกมาให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า บริษัทมองว่าความเป็นส่วนตัวคือสิทธิขั้นพื้นฐาน
โอเค ถ้าซื้อมือถือเครื่องใหม่เดี๋ยวจะช่วยเพิ่มยอดให้ครับ
พวกค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน
Digitech Sat, 24/10/2015 - 21:05
พวกค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน ต้องใช้ระบบนี้ติดต่อกันแน่ๆ ปลอดภัยสูง
ผมว่าเรื่องพวกนี้ปล่อยวางกันบ
illusion Sun, 25/10/2015 - 00:25
In reply to พวกค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน by Digitech
ผมว่าเรื่องพวกนี้ปล่อยวางกันบ้างเถอะครับ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามบนโลกใบนี้ มันก็สามารถเอาไปใช้ทั้งด้านดีและด้านลบได้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ขาวสะอาดผุดผ่องไปซะทุกอย่างบนโลกนี้ ถ้าเราจะมัวแต่ระแวงว่าคนจะเอาไปใช้ด้านลบ เลยทำโน่นห้ามนี่จนกระทบต่อคนทั่วไปที่เอามาใช้ด้านบวกด้วย โลกของเราก็ไม่ต้องไปไหนกันพอดี
ทุกอย่างมันมีผลกระทบทั้งนั้น อย่าลืมผลกระทบต่อคนทั่วไปด้วย ถ้าจะมีช่องทางให้ดักฟังคนค้ายาได้ ทำไมผู้มีอำนาจนั้นจะมาดักฟังคนทั่วไปไม่ได้ ซึ่งก็อาจเป็นการดักฟังที่ประสงค์ร้ายก็ได้
ถ้าจะป้องปรามการค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน มันมีช่องทางอื่นๆ ให้ได้การข่าวมา มากกว่าการมาคิดเล็กคิดน้อยกับการดักฟังในอุปกรณ์พวกนี้เยอะครับ อย่างตำรวจไทย เขาก็มีสายข่าว มีคนของเขาสอดแนม ไม่จำเป็นต้องดักฟังทางมือถือ เขาก็ยังจับคนร้ายได้เลย
ถ้ามีช่องทางสืบเพิ่มมันก็จับค
mode Sun, 25/10/2015 - 01:38
In reply to ผมว่าเรื่องพวกนี้ปล่อยวางกันบ by illusion
ถ้ามีช่องทางสืบเพิ่มมันก็จับคนร้ายได้มากขึ้นไม่ใช่เหรอครับ เช่นทำคดีสำเร็จเพิ่มขึ้น 10% อะไรแบบนี้
ทำคดีสำเร็จเพิ่มขึ้น 10%
nrml Sun, 25/10/2015 - 06:58
In reply to ถ้ามีช่องทางสืบเพิ่มมันก็จับค by mode
ทำคดีสำเร็จเพิ่มขึ้น 10% แล้วความเสี่ยงของผู้ใช้คนอื่นๆ ที่จะได้รับผลกระทบหรือถูกโจมตีเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นการเพิ่มคดีให้ตำรวจนี่มีกี่ % ครับ
เรื่องความปลอดภัยนะครับ
mode Sun, 25/10/2015 - 08:51
In reply to ทำคดีสำเร็จเพิ่มขึ้น 10% by nrml
เรื่องความปลอดภัยนะครับ อาจจะทำเป็นแบบแอ็ปเปิ้ลเก็บ key ถอดรหัสออฟไลน์ไว้ในเซฟ ต้องมีคำสั่งศาลร้องขอจริง ๆ ถึงจะเปิดเอา key มาให้พนักงานสอบสวนได้ และให้เฉพาะ key ของผู้ต้องหาเท่านั้นอะไรแบบนี้ เหมือนประมาณตำรวจจะไปค้นบ้านผู้ต้องหาก็ต้องมีหมายศาล
แต่ถ้าตามข่าวนี้คือถึงแม้จะทำอย่างนั้นได้ apple ก็จะไม่ทำให้ ซึ่งถ้าแบบนี้ผมว่ามันก็เกินไปไงครับ
ผมก็ไม่รู้จะเทียบกับอะไรดี
nrml Sun, 25/10/2015 - 14:09
In reply to เรื่องความปลอดภัยนะครับ by mode
ผมก็ไม่รู้จะเทียบกับอะไรดี เอาเป็นว่าเทียบกับบ้านแล้วกัน ซื้อบ้านปกติคงไม่มีใครเอากุญแจไปฝากไว้กับตำรวจหรือว่าหน่วยงานใดๆ เพื่อเอาไว้ในกรณีที่จำเป็นจะได้ให้ตำรวจสามารถไปเบิกกุญแจเพื่อมาเปิดค้นบ้านเราได้ มุมมองตรงนี้ Apple คงมองแบบธนาคารสวิสที่มองเรื่องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
ตอน key
put4558350 Mon, 26/10/2015 - 14:43
In reply to เรื่องความปลอดภัยนะครับ by mode
ตอน key บินกลับก็โดนดักใด้ครับ ถ้ามีประตูลับก็มีคนเจาะใด้
หัวใจของกรณี NSA คือ NSA ตั้งศาลเพื่อ print หมายศาล ด้วยคำสั่งแบบขอทั้งหมด ทำให้ไม่มีเอกชนใดเชื่อใจอีกต่อไป แต่ก็ต้องยอมให้เพื่อปกป้องตนเอง เมื่อเรื่องแดงออกมากตหมายปรับไม่เอื่อ NSA อีกต่อไป เอกชนทุกเจ้าก็ต้องแสดงท่าทีปกป้องลูกค้าเพื่อรักษาลูกค้าไว้ก่อน
พวกค้ายาจะ post บน facebook
put4558350 Mon, 26/10/2015 - 14:42
In reply to พวกค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน by Digitech
พวกค้ายาจะ post บน facebook ของตัวเองประมาณว่า "วันนี้อากาศดีจังจะไปหาที่สีลมตอน 5 โมง"
... ส่วนลูกน้องจะถอดความออกมาว่า "สั่งยาไอซ์ ที่"'str("สีลม")'" 500 เม็ด"
พวกค้ายาจะ post "ภาพก๋วยเตี้ยวเส้นเล็กมีลูกชิ้น 6 เม็ด" บน instagram
... ส่วนลูกน้องจะถอดความออกมาว่า "สั่งเฮโรอีน ที่"'str("เส้นเล็ก")'" 60 เม็ด"
พวกค้ายาจะ post "ภาพต้๋วแทงม้า 3 ใบ" พร้อมข้อความ โดนกินเรียบ บน blog แห่งหนึ่ง
... ส่วนลูกน้องจะถอดความออกมาว่า "สั่งยาม้า ที่"'str("โดนกินเรียบ")'" 3000 เม็ด"
พวกค้ายาจะโทร์ไปบอกว่า "วันนี้หนาวมาก ไม่ไปตามนัดนะ"
... ส่วนลูกน้องจะถอดความออกมาว่า "ตำรวจบอกว่าจะมีด่าน งดส่งยา"
เหมือนจะเคยมีข่าวอยู่นะครับ
iammeng Wed, 28/10/2015 - 17:46
In reply to พวกค้ายาจะ post บน facebook by put4558350
เหมือนจะเคยมีข่าวอยู่นะครับ 555+
แต่ไม่ได้โพสตรงๆแบบนี้ โดนจับเพราะ check-in สถานที่