Internet

Single Gateway, ฮับ, หรือชื่อล่าสุด Virtual Single Gateway ถูกชี้แจงเหตุผลต่างๆ กันไป แต่สุดท้ายแล้วมันคือระบบสอดส่องการใช้งานอินเทอร์เน็ต และควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ที่ไม่ว่าจะกระจายตัวหรือรวมตัวกันอยู่ที่เดียว สามารถสั่งงานได้จากศูนย์กลาง ไม่ว่าท่อ อาคาร หรือเส้นทางออกจะแยกกันอย่างไร เป็นบริษัทเอกชนหรือรัฐบาล (อ่านรายงานของ PPTV อ้างคำพูดของ พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน)

[![upic.me](//upic.me/i/sf/screenshot-02102558-011221.png)](http://upic.me/show/56870917)

[ดัชนีความเสรีอินเทอร์เน็ตไทย](https://freedomhouse.org/report/freedom-net/2014/thailand) โดย Freedom House ปี 2014 ได้ 62 คะแนน สูงที่สุดนับแต่สำรวจมาจากปี 2011

upic.me

ความต้องการควบคุมและสอดส่องอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลนี้ สะท้อนออกมาอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่จากตัวร่างเอง จะเป็นหน่วยงานรัฐ หรือเอกชนทำก็คงไม่ต่างกันในแง่ของการเข้าควบคุม

คำถามคือความพยายามจะต้องจ่ายอะไรบ้าง แม้จะไม่คำนึงถึงเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และสิทธิความเป็นส่วนตัว

เว็บเข้ารหัส

ถ้าถามว่าก่อนหน้านี้ไปสักห้าปี หากมีรัฐบาลที่สามารถเข้าดักฟังอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมด ข้อมูลจะได้อะไรบ้าง คำตอบคือข้อมูลจำนวนมหาศาล, อีเมล, เว็บ, ข้อความส่วนตัวตามเว็บบอร์ด, เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้หากประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพ คงมีประโยชน์มหาศาลต่อผู้ที่เข้าถึงได้ (พร้อมๆ กันอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อผู้ที่ถูกดักฟัง)

ความเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกอินเทอร์เน็ตผ่านจุดเปลี่ยนสองจุดใหญ่ๆ คือเหตุการณ์ Firesheep ที่นักวิจัยสาธิตการดักฟังให้ทำได้ง่ายๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ กดดันให้บริการใหญ่ๆ ต้องออกมารองรับการเข้ารหัสทั้งหมด และ Edward Snowden ที่ออกมาเปิดเผยโครงการดักฟังขนานใหญ่ของ NSA

ภายในช่วงไม่กี่ปี การให้บริการเว็บที่รองรับ HTTPS กลายเป็นเรื่องพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเว็บที่มีข้อมูลส่วนตัวหรือไม่ บริการที่เข้ารหัสทั้งหมดตอนนี้ เช่น เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, Google/YouTube, LINE (ที่เคยไม่เข้ารหัสเมื่อส่งข้อความผ่าน 3G)

ภายในปีนี้ บริการ Let's Encrypt จะเริ่มให้บริการ การเข้ารหัสเว็บจะกลายเป็นสิ่งที่ได้มาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการจดโดเมนและการเช่าเซิร์ฟเวอร์ ซีพียูรุ่นใหม่ๆ รองรับการเร่งความเร็วการเข้ารหัส ทำให้การเข้ารหัสไม่ใช่การลงทุนเพิ่มเติมเหมือนแต่ก่อน นี่คือทิศทางที่โลกกำลังเดินหน้าไป

ราคาที่ต้องจ่ายกับการจัดการเว็บเข้ารหัส

รัฐบาลเองก็ตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้ ถึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อจัดการกับปัญหา SSL นี้ หลังจากรู้เรื่องนี้ ผมเขียนบทความสาธิตกระบวนการดักฟัง HTTPS โลกความเป็นจริงทางเทคนิคหากมอง SSL เป็นปัญหา เราจะมีสี่ทางเลือกคือ

  1. บังคับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องติดตั้งใบรับรองพิเศษ เพื่อประกาศสามารถดักฟังได้ทุกเว็บ ทุกเวลา
  2. เมื่อดักฟังก็ปล่อยให้เบราว์เซอร์เตือนว่าใบรับรองผิดพลาด ยอมรับกันตรงๆ ว่าอยากดักฟังเมื่อต้องการ แล้วสอนให้ประชาชนกดผ่านหน้าจอแจ้งเตือนเมื่อเข้าเว็บ (ซึ่งเบราว์เซอร์หลายตัวเริ่มมีเงื่อนไขไม่ยอมให้กดผ่านในบางเว็บแล้ว)
  3. ลงทุนขี่ช้าง สร้าง root CA ของตัวเอง ทำตามมาตรฐานสากลจนกว่าจะได้รับการยอมรับจากเบราว์เซอร์ทั่วโลก ซึ่งน่าจะใช้เงินหลายสิบหรือหลายร้อยล้านบาท แล้วออกใบรับรองปลอมสำหรับเว็บต่างๆ เพื่อดักฟัง
  4. สร้างเบราว์เซอร์เองแล้วบังคับทุกคนใช้ ถ้าต้องการออกอินเทอร์เน็ต (เราพร้อมจะไปถึงจุดนี้จริงๆ หรือ?)

แนวทางที่ 3 เป็นแนวทางที่ "เนียน" ที่สุดที่เป็นไปได้ในสมัยนี้ รายงานทั่วโลกเคยมีกรณีเช่นนี้สองครั้ง ครั้งแรกคือ DigiNotar เป็น CA ที่ถูกแฮกในปี 2011 และ__ถูกใช้งานเพื่อดักฟังอยู่ 25 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2011__ หลังจากนั้นใบรับรองของ DigiNotar ถูกถอดออกจากเบราว์เซอร์ทั้งหมด และกิจการล้มละลาย อีกครั้งหนึ่งคือ CNNIC จากจีนที่ออกใบรับรองให้กับบริษัทในอียิปต์เพื่อดักฟัง ใบรับรองถูกใช้งานเพียงไม่กี่วัน กูเกิลก็ออกมาแจ้งเตือนและถอด CNNIC ออกจาก root CA หลังจากนั้นไฟร์ฟอกซ์ก็ถอด CNNIC เช่นกัน ทำให้ในทางปฎิบัติ ใบรับรองจาก CNNIC แทบใช้งานไม่ได้

[![upic.me](//upic.me/i/4d/screenshot-02102558-022834.png)](http://upic.me/show/56871027)

ข่าวร้ายชั้นสุดท้ายคือเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ๆ เริ่มรองรับการล็อก CA ทำให้ต่อให้ตั้ง CA เองได้ เบราว์เซอร์ก็จะไม่ยอมรับใบรับรองจากเว็บเหล่านี้ เช่นในภาพโครมจะรองรับใบรับรองจาก Symantec และ DigiCert เท่านั้น ถ้าต้องการดักฟังแบบผู้ใช้ไม่รู้ตัวก็คงต้องแฮกเอาใบรับรองจากสองรายนี้

[![upic.me](//upic.me/i/ag/screenshot2013-10-31at09.08.55.png)](http://upic.me/show/47899561)

NSA เองเคยพยายามอย่างมากในการจัดการกับเว็บเข้ารหัสเช่น Gmail ที่สุดท้ายแล้ว NSA อาศัยการดังฟังระหว่างเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเอกสารเปิดเผยออกมา กูเกิลและบริษัทอื่นๆ ต้องเข้ารหัสการเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์อย่างรีบเร่ง

ราคาของการดักฟัง

[![upic.me](//upic.me/i/zv/screenshot-02102558-033109.png)](http://upic.me/show/56871057)

ตัวอย่างของการดักฟังขนานใหญ่ คือ กรณีของ NSA การเปิดเผยโครงการทั้งหมดของ NSA สร้างความเสียหายสี่ด้าน ตามรายงานของ New America’s Open Technology Institute (PDF)

  • กระทบต่อธุรกิจโดยตรง: บริษัทรายงานความเสียหายจากการเสียลูกค้า โดยเฉพาะบริการคลาวด์ที่ประมาณการว่าเสียหายนับพันล้านดอลลาร์
  • กระทบต่อธุรกิจทางอ้อม: รัฐบาลต่างชาติตั้งกฎการดูแลข้อมูลส่วนตัวของประชาชนหนักแน่นขึ้น ทำให้ต้นทุนการให้บริการสูงขึ้น
  • กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ในกรณีของ NSA ที่มีการดักฟังในต่างประเทศรวมถึงการดักฟังโทรศัพท์บุคคลสำคัญในรัฐบาล
  • กระทบต่อความปลอดภัยไซเบอร์: ความพยายามดักฟังทุกวิถีทางไปจนถึงการทำให้การเข้ารหัสอ่อนแออย่างจงใจ ทำลายความปลอดภัยของอุปกรณ์เครือข่ายโดยตรง ทำลายความปลอดภัยโดยรวมของอินเทอร์เน็ต

บล็อคเว็บ

ภาพฝันว่ารัฐจะสามารถควบคุมอินเทอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ แบบเดียวกับที่เคยควบคุมสื่อสิ่งพิมพ์ในสมัยเก่าเป็นภาพที่คงทำได้ยากแม้แต่ในจีนเอง ยกเว้นบ้างคงเป็นเกาหลีเหนือ

Intranet addresses used in #NorthKorea #DPRK #DPRK360

Posted by DPRK 360 on Saturday, July 4, 2015

ไม่ใช่แค่ Single Gateway คนเกาหลีเหนือที่ "เชื่อมต่อเครือข่าย" [ได้อยู่ในระดับ Zero Gateway](http://arstechnica.com/information-technology/2015/07/a-handy-cheat-sheet-for-north-koreas-private-internet/)

การลงทุนสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่เพื่อเซ็นเซอร์อย่างหนักเช่นในจีนเอง สุดท้ายแล้วก็มักจะมีข้อยกเว้นมากมาย รายงานแปลกๆ เช่น อินเทอร์เน็ตตามโรงแรมหรูที่ต่างชาติเข้าพักกลับสามารถเข้าถึงเว็บที่ถูกบล็อคได้ หรือโทรศัพท์ของชาวต่างชาติที่เปิดโรมมิ่งกลับเข้าเว็บที่ปกติบล็อคได้เช่นกัน ประชาชนจีนเองก็นิยมเข้าถึงบริการ VPN เพื่อออกไปใช้บริการ VPN เหล่านี้เป็นเรื่องปกติ มีการไล่บล็อคบางบริการเป็นระยะๆ แต่ก็เกิดรายใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ และการใช้ VPN ในบริษัทต่างๆ ที่ต้องเชื่อมต่อกับต่างชาติก็ใช้งานได้ตลอดมา โดยทางการไม่เข้าไปยุ่งแต่อย่างใด

สุดท้ายแล้วการลงทุนไปมากมาย คาดว่าหน่วยงานบล็อคเว็บของจีนจ้างคนนับหมื่นคนเพื่อดูแลการบล็อคเว็บนี้ และได้ระบบบล็อคเว็บที่มีข้อยกเว้นไปมา

ความน่าเชื่อถือคือราคา

นอกจากราคาที่ต้องจ่ายเป็นค่าอุปกรณ์ ค่าบำรุงรักษา ความน่าเชื่อถือต่อโลกภายนอกคือราคาที่ต้องจ่ายเมื่อต้องการควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าการควบคุมจะสำเร็จหรือไม่ ความน่าเชื่อถือกลายเป็นราคาที่ต้องจ่ายไปในทันที อินเทอร์เน็ตจีนกลายเป็นโลกอีกใบหนึ่งที่คนภายนอกมองเป็นสิ่งแปลกปลอม การใช้บริการจากบริษัทในจีนกลายเป็นสิ่งต้องระวังจากบริษัทภายนอก เช่น กรณี Xperia ส่งข้อมูลผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ในจีน หรือเมือบริษัทต้องการให้บริการระดับโลก สิ่งแรกๆ ที่ Xiaomi ทำคือย้ายเซิร์ฟเวอร์ออกไปนอกประเทศ

นี่คือราคาของระบบที่มีข้อยกเว้น ระบบที่มีข้อจำกัด ราคาของระบบสอดส่องที่เป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน ตั๊กแตนที่ตัวเล็กลงเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว

นี่คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ?

และเราจะจ่ายราคานี้กันจริงๆ หรือ?

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เขียนได้ดีครับ ข้อมูลชัดเจน

แต่ว่าคนที่จะตัดสินใจจ่ายหรือไม่จ่ายดันไม่ใช่เรา ๆ น่ะสิ

การควบคุมอินเตอร์เน็ตมันไม่ง่ายเหมือนการควบคุมสื่อสมัยก่อนที่เป็นการสื่อสารทางเดียว มีผู้ผลิตไม่กี่เจ้า แต่อินเตอร์เน็ตคือผู้ใช้ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ทั้งหมด รัฐคงต้องหาโมเดลในการจัดการสิ่งเหล่านี้นอกจากใช้การควบคุมได้แล้วล่ะ เพราะบทพิสูจน์แล้วว่าขนาดรัฐใหญ่ ๆ ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างใจเลย

ถ้าอินเตอร์เน้ตเข้าถึงทุกคนยิ่งมากเท่าไหร่

เสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิตจะกว้างขึ้น และเป็นไปตาม แบบที่มันเป็นมา

ทุกคนมีสิทธิเลือก ขอแค่รักษาสิทธิ

ฝากบอกคนบล็อกเว็บ คนนั้นด้วยว่า เราไม่ได้กลัวเพราะเราทำผิด แต่พวกเรากลัวพวกมันจะทำผิดโดยที่เราไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลยต่างหาก

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างไทยกับจีนคือ จีนบล็อค Facebook, Twitter, YouTube ได้ เพราะมีบริการทดแทนภายในประเทศ ส่วนกรณีเมืองไทย ผู้มีอำนาจอยากจะบล็อคบางเนื้อหาที่อยู่ในนี้เสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถบล็อคทิ้งทั้งเว็บได้

แต่เราก็ไม่ควร underestimate คนเหล่านี้

ขอให้ทุกท่านเลิกกังวลกันได้แล้วครับ จะไม่มีชื่อ Single Gateway ให้ระคายหูอีกต่อไปแล้ว

(พร้อมๆ กันอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อผู้ที่ถูกดักฟัง)

กันอันตราย => กับอันตราย

(ที่เคยไม่เข้ารหัสเมื่อส่งข้อควมผ่าน 3G)

ข้อควม => ข้อความ

หรือเมือบริษัทต้องการให้บริการระดับโลก

เมือ => เมื่อ

ผมว่าหน่วยงานที่ทำงานด้านนี้คิดน้อยครับ ... ทั้งที่ความจริงหลักฐานจากคนทั้งชาติสนับสนุนขนาดนี้แล้ว

ผมตั้งคำถามว่าทำไม ? ถ้าคนกลุ่มหนึ่งจะหน้าด้านออกมาฟัดกับคนทั้งประเทศ/ทั้งโลก (องค์ใหญ่ๆที่เชื่อมต่อกับไทยทั้งโลก) แล้วก็มีผลเสียมากกว่าผลดีไม่ว่าด้วยประการใดก็ตาม

..... ผมเลยคิดว่ามันต้องมีคน "หนึ่งคน" หรือ "กลุ่มหนึ่ง" ที่เดินออกไปพร้อมผลประโยชน์มหาศาลพอที่จะทำให้เจาหน้าด้านทนเสียงด่าคนทั้งโลกได้ครับ

เหมือนกับว่าถ้าผมหักเงินคนเข้ากระเป๋า 1% ของ GDP ได้ ... จะด่าทออะไรผมก็ได้เงิน 1% ของ GDP มาเข้ากระเป๋าผม

ต้องรอดักตัวไอ้คนนี้และรอให้ Single Gateway เกิดแล้วทำให้ Single Gateway ล่ม ... ทำให้เศรษฐกิจล่ม ทำให้คนทั้งประเทศเดือดร้อน และสาวดูเส้นทางคอรัปชั่นของคนคนนี้ให้เจอครับ

.... เพราะตอนนี้สิ่งที่รัฐบาลทำมันไม่มีตรรกะเลยครับ .... แปลกแต่จริงสำหรับคนเป็นพันๆหมื่นๆคนที่ทำงานในรัฐบาลที่จะไม่รู้อะไรเลยหรือครับ ?

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

ตามความคิดของผม ก็แค่กลุ่มคนที่เค้าคิดว่า เค้าทำได้
และ เค้าจะทำมันด้วย "ปิดระบบ internet"
อะไรจะพัง เค้าไม่สนหลอก เค้าคิดว่า ต้องทำเพื่อรักษาฐานอำนาจไว้ให้ได้ เท่านั้น

เราทุกคนก็รู้ว่า มันไม่ได้เกี่ยวกัน
เป็นเรื่องงี่เง่าที่ อธิบายไม่ถูกเลย ว่าระดับความโง่ของคนพวกนี้ไปสิ้นสุดที่ใหน ?

ปัญหาคือ สองสามปีมานี้ มีการอ้างถึงคนนามสกุลใหญ่ๆ สวยๆ ว่าให้ต้องการให้เป็นแบบนู้น
แบบนี้ กันเยอะเหลือเกิน คนที่มีนามสกุลต่อท้ายสวย ๆ คนอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง
กับ power game ครั้งนี้ก็อาจจะรู้สึกเริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ บ้าง

ใช่มั้ยครับ ?

เป็นเรื่องของบุญวาสนาครับ
อยากเป็นในสิ่งที่เป็นไม่ได้ ทั้ง กายภาพ, กฎหมาย, จารีต-ประเพณี

แต่ผมเชื่อว่า มีคนยุให้ทำเยอะ เพราะผลประโยชน์มันก้อนใหญ่จริงๆ

Aoun Fri, 02/10/2015 - 12:13

บริษัทUS ที่ภริยาทำอยู่(ระดับโลก) ทำแผนสำรองไว้แล้วครับ มีไม่กี่แผน
แต่แผนสุดท้ายคือย้ายฐานเลยครับ ถ้าทำจริง ภริยาเตรียมตกงาน หางานใหม่คงลำบาก

ถ้ามี Data and Goliath (ของ Bruce) ฉบับภาษาไทยขายช่วงนี้ คงขึ้นอันดับหนังสือขายดี (หรือไม่ก็ taboo)

ความเห็นนั้นถูกอุ้มไปเสียแล้ว

และนี่คืออีกหนึ่งราคาที่ต้องจ่าย เป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยไม่เสรี และในประเด็นนี้มันมีเรื่องให้เราคิดไปไกลและลึกกว่า single gateway

ผมขอเย้ยหยัน และดูแคลนสังคมที่ปิดกั้นและกดทับ เสรีภาพและความหลากหลายทางความคิด จะเป็นสังคมที่ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้เลย เพราะการก้าวไปข้างหน้า หมายถึงความเปลี่ยนแปลง ความแตกต่างจากเดิม การกักขังความคิดไม่ว่าในมิติไหนคือการปฏิเสธความเปลี่ยนแปลง และปฏิเสธความก้าวหน้าในเวลาเดียวกัน

ป.ล. ผมไม่เห็นด้วยกับความไม่เสรีของไทย แต่ผมเห็นด้วยในการอุ้มกระทู้ มันไม่คุ้มที่ใครต้องมาแลกเสรีภาพทางกายภาพของตน กับความวิปลาสของสังคมแห่งนี้