Thailand

เครือข่ายพลเมืองเน็ตเปิดแคมเปญรณรงค์เข้าชื่อหยุดชุดกฎหมาย “ความมั่นคงดิจิทัล” บนเว็บไซต์ Change.org โดยตั้งข้อสังเกตกฎหมายชุดดังกล่าวที่ทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการไปแล้ว 10 ฉบับ และยังรอพิจารณาในขั้นตอนต่างๆ อีกอย่างน้อย 3 ฉบับ ว่าแม้บางส่วนจะเป็นประโยชน์ แต่ในภาพรวมแล้ว ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและผู้ประกอบการในหลายด้าน ผูกขาดการเข้าถึงทรัพยากร ไม่ได้ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลดังที่กล่าวอ้าง

ประเด็นหลักๆ ที่ทางเครือข่ายพลเมืองเน็ตหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญของแคมเปญนี้ได้แก่

  • ชุดกฎหมายเหล่านี้โดยเนื้อแท้ ไม่ใช่กฎหมาย “เศรษฐกิจดิจิทัล” แต่เป็นชุดกฎหมายความมั่นคง
  • ชุดกฎหมายเหล่านี้ถูกเสนออย่างเร่งรีบ ไม่อยู่ในวาระประชุมปกติ จนน่าสงสัยว่ามีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาละเอียดรอบคอบเพียงพอหรือไม่
  • มีร่างกฎหมายใหม่และแก้ไขเพิ่มเติมอย่างน้อย 5 ฉบับที่อนุญาตให้รัฐค้น ยึด อายัด ขอ เข้าถึง และดักรับข้อมูลได้ โดยไม่มีกลไกการพิจารณาตรวจสอบใดๆ จากหน่วยงานตุลาการที่เชื่อถือได้ หรือบางกรณีที่มีก็ไม่ชัดเจนเพียงพอ
  • ร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ทำลายความเป็นองค์กรอิสระของหน่วยงานกำกับกิจการ และฉวยโอกาสดึงคลื่นความถี่กลับมาอยู่ในมือรัฐบาลและกองทัพ
  • กองทุนที่มาจากค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่และค่าธรรมเนียม ถูกเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไปจากเดิมเป็นอย่างมาก จากเดิมเป็นกองทุนวิจัยพัฒนาเพื่อประโยชน์สาธารณะ กลายเป็นกองทุนเพื่อให้รัฐและเอกชนกู้ยืม
  • ร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ไม่แก้ปัญหาธรรมาภิบาลในการใช้งบประมาณและการใช้อำนาจ ซ้ำยังมีร่างกฎหมายใหม่ในชุดที่จะสร้างหน่วยงานที่มีโครงสร้างงบประมาณและการบริหารที่อาจเกิดปัญหาคล้ายกันขึ้นอีก 3 หน่วยงาน
  • ร่างกฎหมายทั้งหมดขาดกลไกคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิผู้บริโภคที่ชัดเจน

รายละเอียดของแคมเปญแบบเต็มสามารถอ่านได้จากที่มาครับ

อัพเดต คนที่เข้าลิ้งก์ในที่มาไม่ได้ อันเนื่องจากใช้ iOS แล้วมีปัญหา ให้เข้า URL ตามนี้ครับ
https://www.change.org/p/สภานิติบัญญัติแห่งชาติ-หยุดชุดกฎหมาย-ความมั่นคงดิจิทัล

ที่มา - Change.org

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เคยเห็นช่องเนชั่นเอาเรื่องกฎหมายไซเบอร์เรื่องที่ว่ารัฐสามารถเข้ามาดูข้อมูลของเราได้ในช่วงคม-ชัด-ลึกอยู่เหมือนกัน

https://www.youtube.com/watch?v=FhF-Tm4enwo

ถ้าตามในสภาวะปกติ + รธน. 2550 ก็ 50000 คนครับ เข้าชื่อกันขอยื่นแก้กฎหมาย/ล้มกฎหมายที่กำลังร่างอยู่ได้ แต่ตอนนี้มันไม่มีข้อกำหนดแบบนั้นแล้ว ก็เลยเอาประมาณนี้ละกัน

คือเป้ามันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยอัตโนมัติอ่ะครับ อันนี้จะต่างกับพวกเว็บระดมทุนอย่าง Kick starter ที่โชว์เป้าสุดท้ายครั้งแรกเลย

สนับสนุนเต็มที่ครับ แต่ไม่รู้จะหยุดเค้าได้มั้ย

จริงๆ feeling คล้ายๆตอนที่ลงชื่อต่อต้าน SOPA/PIPA เลยนะเนี่ย

ผมเข้าด้วยลิงก์ในข่าวไม่ได้แฮะ อันเดียวกันอันนี้ใช่ป่ะครับ https://www.change.org/p/สภานิติบัญญัติแห่งชาติ-หยุดชุดกฎหมาย-ความมั่นคงดิจิทัล

ฝากช่วยกันคิดด้วยครับ ได้ยินมาว่าเพราะกฎหมายบ้านเราที่ "ใครจะทำอะไรก็ได้" "การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ" เลยทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางหนึ่งของขบวนการต่างๆนานา

อยากให้มองกันให้รอบด้าน ไม่ใช้ความเห็นส่วนตัวมาตัดสิน คนไทยมักใช้ความรู้สึกนำหน้าในหลายเรื่องเลย

เนื่องจากมีโอกาสได้ร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ในการวิเคราะห์ร่างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดร่างกฎหมายดิจิตอล ที่เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรี และกำลังเตรียมนำเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงอยากจะขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือข้อสังเกตบางประการของผม ที่มีต่อร่างกฎหมายฉบับนี้สักเล็กน้อยนะครับ

แต่เนื่องจากเนื้อหาที่ทำมีรายละเอียดค่อนข้างมาก จึงขออนุญาตตัดตอนมาเฉพาะในบทบัญญัติที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญ และไม่อาจนำลงทั้งหมดได้ในคราวเดียว หากข้อเขียนนี้ของผมจะพอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ก็ยินดีนะครับ และหากมีผู้รู้ท่านใดเห็นว่าผมเข้าใจผิดตรงไหน หากจะกรุณาทักท้วง ชี้แนะ ก็ยินดีน้อมรับไว้ และขอบคุณมากเลยนะครับ

ในกระดานนี้ผมขอเริ่มเสนอจาก มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งก่อนครับ

โดยหลักของมาตรานี้คือ ผู้ถูกกล่าวหา หรือสงสัยว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายนี้ สามารถได้รับโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น และมีโอกาสโต้แย้ง รวมถึงแสดงพยานหลักฐานของตนได้ตามสมควร เว้นแต่ในกรณีจำเป็นและเร่งด่วน

ดังนั้น จากหลักดังกล่าวจึงแปลความในมุมกลับได้ว่า หากเป็นกรณีจำเป็นและเร่งด่วน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถที่จะไม่ให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงได้

ประเด็นข้อกังวลแรกคือ กรณีใดบ้างที่จะถือว่าเป็นกรณีที่จำเป็นและเร่งด่วน ซึ่งหากไม่มีการบัญญัติหลักเกณฑ์ตรงนี้ไว้ให้ชัดเจน กฎหมายฉบับนี้จะกลายเป็นกฎหมายที่ละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างยิ่งเสียเองอีกฉบับหนึ่ง

ประเด็นข้อกังวลประการต่อมาคือ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีลักษณะเป็นกฎหมายอาญา เนื่องจากเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการกระทำความผิดและมีการกำหนดโทษเอาไว้ ดังนั้นบทบัญญัติในลักษณะที่เป็นข้อยกเว้นในการจำกัดตัดสิทธิผู้ถูกกล่าวหาในการได้รับโอกาสในการชี้แจงแสดงพยานหลักฐานของตนเช่นนี้ จะถือว่าเป็นบทบัญญัติที่ล่วงละเมิดต่อสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ตามหลักสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม และหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่

นอกจากนี้ในวรรคที่สองของมาตรา ๑๗ ยังได้มีการกำหนดข้อยกเว้นอื่นๆ นอกเหนือจากกรณีความจำเป็นเร่งด่วนตามที่ได้กล่าวมาแล้ว รวมทั้งสิ้น ๕ อนุมาตรา ซึ่งล้วนแต่น่าจะมีปัญหาทั้งสิ้นในที่นี้จะขอยกตัวอย่างเพียง ๒ อนุมาตรา คือ อนุมาตรา (๔) และ (๕)

ตามอนุมาตรา (๔) ได้กำหนดให้คณะกรรมการฯไม่จำต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหา ในการชี้แจงข้อเท็จจริง หรือแสดงพยานหลักฐานของตนเองได้ หากเมื่อโดยสภาพเห็นได้ชัดในตัวว่า การให้โอกาสดังกล่าวไม่อาจกระทำได้

สิ่งที่ผมคิดขึ้นได้ทันทีที่อ่านอนุมาตรานี้จบก็คือ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มีโทษในทางอาญา อันเป็นกฎหมายที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นหัวใจหลักของการดำเนินคดีอาญา

ดังนั้นแล้ว มันยังจะมีกรณีสภาพอื่นใดอีกหรือ ที่จะมีความสำคัญมากไปกว่าสิทธิและเสรีภาพของบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญา จนถึงขนาดที่การให้โอกาสแก่บุคคลนั้นในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองไม่อาจกระทำได้

หรือในอนุมาตรา (๕) ที่กำหนดให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจประกาศกำหนดกรณีอื่นใดเพิ่มเติม นอกจากกรณีตามมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง และ มาตรา๑๗ วรรค ๒ (๑) - (๔) ในการตัดโอกาสผู้ถูกกล่าวหา ในการชี้แจงข้อเท็จจริงของตนเองได้

ประเด็นที่ผมเชื่อว่าย่อมเกิดขึ้นในใจแก่ผู้ที่ได้มีโอกาสอ่านร่างกฎหมายอนุมาตรานี้ทุกคนก็คือ แล้วกรณีใดบ้างล่ะ ที่คณะกรรมการฯสามารถจะประกาศกำหนดได้ คณะกรรมการฯจะเอาหลักเอาเกณฑ์ใดมาจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

หรือจะพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆก็คือ หลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามร่างกฎหมายฉบับนี้ อยู่ที่ใด?

ขออนุญาตนำเสนอเพียงมาตราเดียวก่อนนะครับ หากมีโอกาสจะมาแสดงความเห็นในร่างกฎหมายฉบับนี้ใหม่ แต่จะเห็นว่าขนาดแค่มาตราเดียวก็ยังมีข้อสงสัยในร่างกฎหมายได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งหากได้พิจารณาทั้งร่างแล้ว โดยความเห็นส่วนตัวของผมขอกล่าวโดยสรุปเท่าที่พื้นที่การแสดงความเห็นตรงนี้จะอำนวยก็คือ สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลบางอย่างบางประการของประชาชน กำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้กฎหมายที่ได้ชื่อว่า เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชน

หมายเหตุ : สำหรับประโยคที่ว่ามันเป็นแค่ร่างกฎหมาย มันยังไม่ประกาศใช้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจกันมาก โดยส่วนตัวผมแล้วคำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่ดูสวยหรูนะครับ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ผมไม่เคยเห็นร่างกฎหมายฉบับใดในสภาวะ “อปกติ” ที่จะมีการขอแปรญัตติแก้ไขก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายเลย พูดง่ายๆคือ หากเราไม่จับตามองอย่างใกล้ชิด สิทธิของพวกเราจะถูกผู้มีอำนาจรัฐกลืนกินไปอย่างช้าๆครับ

  • #มิตรสหายนักกฎหมายท่านหนึ่ง

ประเด็นนี้เลยครับ "การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ" และการที่ออกกฎหมายนี้มาเพื่อเอื้อให้ "ผู้บังคับใช้กฎหมาย" ทำได้ตามอำเภอใจ มันจะไม่ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมเหรอครับ

อย่างไร กฎหมายควรจะต้องมีหลักการตรวจสอบ คานอำนาจที่ยุติธรรม ก่อน ส่วนจะทำอย่างไรให้บังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คงเป็นอีกประเด็นมากกว่าครับ

คนจัดแคมเปญยังไม่เผยตัวเลย ผมจะรู้ได้ไงว่าไม่ได้เป็นเครื่องมือของกลุ่ม อะไรซักอย่าง ?
และการลงชื่อโดยไม่มีบัตร ปชช มันจะถือเป็นประชามติได้ยังไง คนลงแยกร่างมาหรือไม่ วัดยังไง

ถ้าจะแสดงความฉลาดแบบนี้ไม่ต้องแสดงก็ได้ครับ เพราะคนอื่นๆ เขาจะมองว่าไม่ฉลาด ข้อมูลน่ะหัดหาบ้าง ไม่ใช่สักแต่ว่าฉันจะพิมพ์

ข้อความในเพจก็เป็นเวบที่เขียนขึ้นเอง เชื่อถือได้ ใช้อะไรวัด ? คนเบื้องหลังมีหรือไม่ วัดยังไง
ประชามติ ของจริงควรออกมาเป็นตัวเป็นตนกันทุกคน และควรมีดีเบต ไม่งั้นก็จะเป็นการทำประชามติบนหมอก ไม่มีข้อเท็จจริงที่หักล้างแล้ว

ก็บอกแล้วว่าข้อมูลน่ะหัดหาบ้าง รายชื่อก็อยู่ในนั้นแล้ว จะไปค้นหายืนยันตัวตนต่อก็เรื่องของคุณ แต่หัดค้นหาก่อนที่จะแสดงความไม่ฉลาดต่อเนื่องแบบนี้ออกมา

จริงไม่จริง ไปหาข้อมูลสิครับ จิ๊กซอว์ชิ้นแรกมีไว้ให้แล้ว ระดับคุณที่เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ทางประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคม กฎหมาย หาไม่ยากอยู่แล้ว ข้อมูลต้องหาทางเน็ตอย่างเดียว?

ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่ต้องไปหาข้อมูล เพราะผู้ที่ดำเนินการแคมเปญต่างหาก ที่ต้องเปิดเผยตัวตนให้โปร่งใส

ออกมาทำเคมเปญก็คือออกมาสู่สาธารณะเป็นตัวเป็นตน ยืนยันว่าตนดำเนินการนี้จริง
การมีแค่ชื่อแปะอยู่ในเวบ เมื่อเกิดการสาวขึ้น ก็สามารถไปให้การได้ว่าตนถูกนำชื่อไปแอบอ้าง สุดท้ายหาคนรับผิดชอบไม่ได้

มุกทิ้งท้ายให้ไปค้นเองนี่อย่าเอามาใช้กับประชามติ คุณจะขอความร่วมมือจากบุคคลอื่นก็ต้องออกมาสู่สาธารณะให้เป็นเรื่องเป็นราว ประกาศสถานะความรับผิดชอบในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เปิดช่องว่างให้สะดวกเวลาเกิดปัญหา

ิเอาจริงๆ มี 2 คนเป็นอย่างน้อยที่ผมรู้จักในคณะทำงานของเครือข่ายฯ และยืนยันได้แล้วว่าทั้ง 2 คนนั้นเป็นผู้จัดแคมเปญจริง และเปิดเผยหน้าตาตัวตนต่อสาธารณะ แต่เอาเถอะ พูดอะไรไปคุณก็จะแถไปเรื่องอื่นได้อีก เสียเวลาเปล่าๆ

อ้าว แล้วออกมาสู่สาธารณะ ประกาศความรับผิดชอบ หรือไม่ครับ ?
ตกลงจะทำประชามติกันในกลุ่มคนรู้จักของตัวเองหรือจะไปทำประชามติจากบุคคลทั่วไปกันแน่

ผมว่าผมพูดชัดแล้วนะครับ ว่าบุคคลเหล่านี้เปิดเผยหน้าตาและตัวตน "ต่อสาธารณะ" แต่คุณเป็นคนระบุเองว่าข้อมูลจากอันเทอร์เน็ต มันไม่ใช่ข้อมูลจริงทั้งหมด เชื่อถือไม่ได้ ก็ให้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองก็ถูกแล้ว (จริงๆ ข่าวเก่า ก็มี) ว่ามันจริงจริงมั้ย โดนแอบอ้างมาหรือเปล่า มีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไง ฯลฯ

แบบนี้เวลาร่างกฏหมายใดๆ แล้วมีการทำประชามติโดยรัฐบาล รัฐบาลต้องมาสอนการตีความกฏหมาย หรือวิชา กม101 ด้วยมั้ยครับ? แล้วต้องคอยบอกด้วยมั้ยว่าของเก่าเป็นอย่างไร ต้องวิเคราะห์ให้ฟังโดยละเอียดด้วยหรือไม่ว่ามันแตกต่างกันยังไง

สงสัยอีกหน่อยในมหาวิทยาลัยจะสอนวิชาสถิติก็คงต้องสอนนักเรียนมานับเลข สอนให้รู้จักตัวเลขก่อนสินะครับ รอให้ป้อนอย่างเดียวไม่พอ ยังคอยขัดขวางคนอื่นอีก

คือถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อยู่เฉยๆ ก็ดีครับ แต่ถ้ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำก็ไม่ไหว

สมมติว่าลงข้อมูลส่วนตัวของผู้ทำแคมเปญ คุณก็บอกว่าข้อมูลในเน็ตเชื่อไม่ได้ งั้นให้ที่อยู่จริงคุณก็ต้องบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ที่คุณจะต้องไปพบกับเจ้าตัวอีก

ถ้าดีแต่ขัด ไม่เสนอวิธีการอะไรใดๆ แบบนี้ผมเรียกว่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำครับ

จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณต้องการรู้ข้อมูล ดังนั้นเปฺ็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องหาข้อมูลเท่าที่ทำได้ก่อนมาเขียนว่าคนอื่นครับ ถ้าหากสมมติว่าคุณหาข้อมูลมาแล้วค้านอันนี้ผมก็ไม่ขัดอะไรหรอกครับ

แต่ดูจากคำถามที่คำตอบหาได้ไม่ยากหรือแม้แต่เค้าลงชื่อไปเพื่ออะไรก็ออกตัวแรงสะแล้ว อีกอย่างคือความน่าเชื่อถืออยู่ที่ความน่าเชื่อถือของเว็บครับ เพราะเค้ารับประกันระดับนึงเกี่ยวกับการรณรงค์ คนเลยเชื่อถือเว็บไซต์ครับ อันนี้ข้อมูลหาได้ไม่ยากจากหน้าเว็บครับ

ป.ล. ขอนิดนึงนะครับ ผมเห็นคุณออกตัวแรงทุกคอมเม้นเลยนะครับ แล้วช้อมูลที่คนมาแย้ง คำศัพท์ต่าง ๆ คุณก็จะสวนลูกเดียวจนผมยังไม่เข้าใจเลยว่าคุณคิดอะไรกันแน่ ต้องการเข้ามาถก หรือเข้ามายัดเยียดข้อมูลหรอครับ

ตอนร่างกฏหมายนี้ก็ไม่เห็นจะมีดีเบตเลยน่ะครับ ข้อเรียกร้องเหล่านี้ก็มีเพื่อจะขอดีเบตนี่แหละ และอีกอย่างถ้าขอเรียกร้องนี้มีชื่อเยอะพอ สุดท้ายก็ต้องมีคนจริงๆ เอารายชื่อไปยื่นให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, คณะกรรมการกฤษฎีกา, สภาปฏิรูปแห่งชาติ

ถ้าจะทำเพื่อเศรษฐกิจดิจิตอลจริงๆ กฎหมายนี้ไม่ควรมีด้วยซ้ำ ไม่มีบริษัทไหนเค้าอยากมาลงทุนในประเทศที่ถูกดักฟังกันได้ง่ายๆ หรอกน่ะครับ ลองอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Edward Snowden ดูแล้วจะเห็นว่าแต่ละบริษัทที่ถูกแฉว่าโดนดักฟัง ต่างต้องสร้างมาตรการป้องกันกันทั้งนั้น

ผมพึ่งรู้ว่ารัฐบาลนี้เค้าให้ดีเบต ให้ลงประชามติ รับฟังความคิดเห็นประชาชน แบบที่คุณชอบด้วย

เป็นคำถามที่มีประเด็น แต่คุณสามารถทำให้คำถามคุณเป็นเชิงสร้างสรรค์มากขึ้นได้:

"ไม่ทราบว่าทางกลุ่ม netizen ที่จัดแคมเปญเป็นใคร และการลงชื่อเปล่าๆ ทางอินเตอร์เน็ตแบบนี้ สามารถใช้อ้างอิงได้อย่างไร มีผลทางกฎหมายหรือไม่" เป็นต้น

ถ้าคุณถามโดยสำนวน ก้าวร้าว หรือ ดูถูก อาจจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการ ยกเว้นคุณไม่ต้องการคำตอบ มีธงอยู่แล้วในใจ อันนั้นก็อาจต้องโดนด่าไป

ตัวคุณเองยังไม่เปิดเผยตัวเลย แล้วผมจะเชื่อคุณได้ไงว่าคุณแถ เอ้ย! ไม่ได้เป็นเครื่องมือให้คนอื่น?
//อ๊ะ คุณต้องเปิดเผยตัวคุณเอง #ให้โปร่งใส นะ ไม่ใช่หน้าที่ผมต้องไปตรวจสอบดู

ผมร่วมลงชื่อไปละ แต่ก็คิดว่าลงชื่อไปก็เท่านั้น รัฐบาลนี้เค้ามาเพราะถือปืนเข้ามา เค้าไม่ฟังเสียงประชาชนหรอก เค้าฟังเฉพาะเสียงของคนที่มีอำนาจอนุมัติปืนให้ก็แค่นั้นแหละ

เป็นไปได้ที่เขาจะไม่ระคายผิวครับ แต่อย่างน้อยการเข้าชื่อที่มากเพียงพอก็ทำให้ทางกลุ่มรณรงค์มีฐาน "อะไรบางอย่าง"​ให้เอาไปสะกิดผู้เกี่ยวข้องหรือ "สื่อ" ได้บ้าง เพื่อให้เห็นว่า มีคนหมู่มากไม่พอใจและเห็นผลร้ายของร่างกฎหมายนี้จริงๆ

ก็ช่วยๆ กันเท่าที่เราๆ จะทำได้ครับ

ผมกลัวว่า รายชื่อเหล่านี้ เมื่อเข้าไปอยู่ในมือฝ่ายรัฐ แล้วอาจเกิด bias จากรัฐ เช่น รัฐอาจมองเห็นว่าบุคคลในรายชื่อเหล่านี้อาจทำให้รัฐเกิดความไม่มั่นคง, ฯลฯ

ผมรู้สึกท้อใจนะ รัฐคิดจะทำอะไรก็ทำ ไม่สนไม่ข้อความเห็นจากประชาชน จะต้านก็ไม่ได้

ตอนที่ชุดก่อน ออกพรบ เฮงซวยก็ยังออกไปค้านไม่เห็นด้วย แสดงความเห็นได้

ที่น่าแปลกดันมีคนไทยบางพวกเห็นด้วยกับกฏหมายที่ทำขนาดนี้ และไม่มีประเทศไหนเค้าออกฏหมายเพื่อดักจับข้อมูลในทางสาธารณะขนาดนี้ ฝากถึง พี่ๆน้องๆในเว็บ blognone ถ้ามีแคมเปญอะไรที่รงรงณ์ ต่อต้านพรบ.ฉบับนี้บอกด้วยล่ะกัน ผมจะยอมลางานไปช่วยเลย

ผมไปคุยกับหลายคนๆ คือยังไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเสื้อสีและการเมืองเลยแม้แต่น้อย และที่ผมต้านก็เพราะพรบ.นี้ไม่สมควรใช้คำว่าเศรษฐกิจดิจิทัลเลยด้วยซ้ำ