Google

Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลไปพูดที่งาน TED 2013 เขาบอกว่าสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ (emasculating) ผู้ใช้ยืนอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วเอานิ้วถูกกระจกไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่า Brin ถือว่า Google Glass มีประสิทธิภาพมากกว่า และช่วยแก้ปัญหาของสมาร์ทโฟนหลายจุด เช่น กล้องถ่ายภาพที่พร้อมทำงานตลอดเวลา และการแสดงข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการขึ้นมาบนหน้าจอก่อนที่ผู้ใช้จะถามหาเสียอีก (เขาบอกว่านี่คือเทคโนโลยีการค้นหาในอุดมคติ ที่เขาพยายามทำมา 15 ปีแล้ว)

ที่มา - CNET

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

มันต้องประมวลผลตลอดเวลาเพื่อหา keyword ครับ แม้จะกินพลังงานน้อยกว่าการแปลว่ามันคืออะไรแต่มันก็กินระดับนึงเลย

การหา keyword เป็นงานที่ไม่ใด้ไช้พลังงานมากครับ มือถือเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนหลายรุ่นก็สามารถทำใด้ โดยจะเรียกว่าการสั้งโทร์ออกด้วยเสียง ถึงจะต้องทำงานตลอดเวลา แต่ไม่น่าจะกินพลังงานเท่าการเชื่อมต่อ 3g / gsm หรือการไช้งานกับจอใหญ่ๆ

ไช่ครับ เพราะชิพมือถือสมัยก่อนมันกินไฟ/ประสิทธภาพมากกว่ามือถือสมัยนี้เยอะความเร็วก็ไม่ใด้ แต่ชิพมือถือสมัยก่อนก็ยังสามารถประมวลผลใด้

ผมเลยเชื่อว่าถ้าไช้ชิพสมัยนี้ทำงาน ไม่น่ามีปัญหาเรื่องการไช้พลังงาน โดยเฉพาะ Glass ที่ไม่มี 3G และ GSM ในตัว

inkirby Fri, 01/03/2013 - 10:15

Camera quality?

พูดแบบนี้เปิดสนามมวยต่อยกับเจ้าอื่นเลยดีกว่า เดี๋ยวผมรับบริจาคให้ #ผิด

ผมเข้าใจว่าได้นะครับ ไม่แน่ใจ เห็นเลื่อนมือเพื่อเลือกรูปได้ (หรือป่าว? รอคนมายืนยัน)

แต่ก่อนก็มีคนเดินพูดคนเดียวเหมือนคนบ้านะครับ แต่เดี๋ยวนี้ก็เป็นกันเกือบทุกคน

บางคนคุยไปดึงหญ้าไป ดึงดอกไม้ไป

เหมือนกว่าอีก

เห็นเพื่อนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ แกล้งยื่นไม้กวาดไปให้แล้วรีบเดินหนี .... กลับมาดูอีกที มันกวาดซะแถวนั้นสะอาดเลย 55555+

ไม่เป็นไรครับ เรื่องพวกนี้ผมถนัด (>_<)d แค่จูงจักรยานเดินคนก็มองแต่จักรยานไม่มองคนแล้ว

ถ้าคนรู้กันหลาย ๆ คนเดี๋ยวก็ชินกันไปเองล่ะครับ

การแสดงข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการขึ้นมาบนหน้าจอก่อนที่ผู้ใช้จะถามหาเสียอีก

"ทำไมจึงแสดงโฆษณาเหล่านี้? adsense : โฆษณาเหล่านี้อิงจากตำแหน่งในปัจจุบันของคุณ"

ผมไม่ได้พูดถึงมุมของพ่อค้าครับ ผมหมายถึงมุมของลูกค้า

แน่นอนว่า คอนแทค ก็ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนใส่แว่นทุกคนจะใส่คอนแทค แต่คิดว่าเยอะแน่ ที่ย้ายจากแว่น ไปคอนแทค

และก็แน่นอนว่า เลสิค ก็ไม่ใช่เป็นตัวเลือกสำหรับคนมีปัญหาทางสายตาทุกคนบนโลก แต่ก็มีคนที่อยากจะได้การแก้ปัญหาครั้งเดียว แล้วไม่ต้องไปเจอแว่น กับคอนแทคอีก

พูดง่าย ๆ ลูกค้าสรรหาสิ่งที่ดีกับตัวเองได้ครับ ตอนแรก Glass อาจจะเวิร์กนะ แต่ระยะยาว ผมว่างานวิจัยอาจจะไม่คุ้มที่ลงทุนไปก็ได้

ระดับนี้ออกตัวแรง ก็คงต้องรอดู

แต่คนที่ปกติไม่ใส่แว่นน่ะ ถ้ามันไม่เจ๋งจริง ผมก็คงไม่ใส่นะ ^^

แล้วคนอย่างผมที่ใส่แว่นสายตาสั้น คุณจะแก้ไขตรงนี้อย่างไรฮะ คุณ Sergey Brin

อย่าลืมนะว่าคนที่ใส่แว่นสายตามีไม่น้อยนะ จะให้เอาแว่นของคุณมาใส่ซ้อนแว่นเก่ามันไม่ใช่เรื่องแน่ๆ แล้วก็ถ้าจะตอบแบบกำปั้นทุบพื้นว่า "ก็ให้คุณที่มีปัญหาสายตาเหล่านั้นหันไปใส่คอนแท็กเลนส์แทนสิ แค่นี้ก็ใช้แว่น Google Glass ได้แล้ว" ผมจะกระโดดถีบเท้าคู่ใส่คุณเลย... ผมบอได้เลยว่า หลายๆ คน เขาต้องการใส่แว่นเพราะมันถอดใส่ได้สะดวกสบาย ไม่ต้องมาใส่เรื่องการขยี้ตาแล้วทำให้ตาเสีย ฯลฯ

คุณต้องทำการบ้านมาให้ได้ว่า คนที่มีปัญหาสายตาจะใช้ได้อย่างไร? จะทำใเป็น Clip เกาะแว่นเก่า หรืออะไรก็ไปทำการบ้านมาซะ

แล้วก็นะ Smart Phone ผมมองไม่เหมือนคุณ คุณมองในแง่มุมมองของคุณ แต่ผมมองในแง่มุมมองของผม การใช้งานมันต่างกันครับ ผมชอบอะไรที่มันถือๆ อยู่ในมือ แล้วก็หน้าจอชัดๆ สีสันสดใสชัดเจน แต่จอจากแว่นมันจะเป็นแบบ Transparent มันไม่ชัดครับ มันต้องดูลักษณะการใช้งานครับ

โอ้ ขอบคุณครับ ผมเปิดไม่เจอข่าวนี้ก็เลยไม่รู้ครับ

แต่ยังไงซะ ผมก็ยังแย้งเรื่องที่ว่าสมาร์ตโฟนไม่มีประสิทธิภาพอยู่ดี เพราะมันขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคลครับ เขาบอกว่ามันไม่สะดวกกับเขา จึงได้พัฒนาแว่นขึ้นมา แต่ผมว่าหลายคนเขาแฮปปี้และสะดวกกับการได้ถือแท่งๆ ไว้ในมือแล้วก็ช็อตโน้ต กดๆ ถูๆ ฯลฯ กับเจ้าเครื่องในมือครับ

ผมว่า แค่ช่วงแรกที่ google glasses เพิ่งออกคงจะยังสู้สมาร์ทโฟนไม่ได้ แต่รอดูอีกซัก 2 -4 ปี ผมว่ามันก็จะเหมือนยุคเปลี่ยนจาก ถือถือแพง ๆ ที่ไม่ใช้สมาร์ทโฟน แล้วเปลี่ยนมาเป็นสมาร์ทโฟนกันซะเยอะแบบก้าวกระโดด แต่มือถือแบบเก่าก็ยังไม่หายไปจากโลก

ถามว่า สมาร์ทโฟน กับมือถือแบบเก่า อย่างไหนดีกว่า ส่วนใหญ่คงตอบได้ว่า สมาร์ทโฟนนั้นใช้งานครอบคลุมมือถือแบบเก่าได้หมดแล้ว แต่เรื่องราคาอาจจะเป็นปัจจัยบ้างสำหรับบางคน

อาจจะเป็นค่าสายตาเป็นชุดๆไปเช่น -1.0, -1.5, -2.0 แบบแว่นสำเร็จรูป

สำหรับคนที่ค่าสายตาซับซ้อนหน่อยเช่น สั้น+เอียง หรือ 2 ข้างค่าสายตาไม่เท่ากันเยอะๆไม่น่าจะมีรึเปล่าครับ (มัน specific มากๆจนไม่น่าคุ้มที่จะทำขาย)

Google Glass เป็นแว่นที่มีแต่กรอบ ไม่มีเลนส์ครับ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่เลนส์เข้าไปแล้วมันจะยังมองเห็นอยู่รึเปล่า

เรื่องปัญหาสายตา ก็คงเป็นได้หลายทางนะผมว่า

  1. Google อาจจะออกเลนส์ปรับโฟกัสเหมือนแว่นสายตาแบบถอดเปลี่ยนได้ (คือใช้ Google Glass เป็นกรอบแว่นไปเลยในตัว) แต่อาจเป็นการทำตาม order แล้วก็คิดราคาสูงขึ้นหน่อย อาจมีช่องทางขายเลนส์อะไหล่ให้แก่ User กลุ่มนี้ด้วย (สังเกต Google Glass จริงๆ แล้วมีแค่ก้อนกระจกอันนิดเดียวอยู่บริเวณเยื้องไปทางขวาบนของดวงตาขวา ซึ่งก็ไม่ได้ทับซ้อนกับพื้นที่ของเลนส์สายตาตามปกติ)

  2. Google ไม่ง้อ ต้องให้ User เปลี่ยนไปใส่คอนแทคเลนส์ หรือไม่ก็ทำเลสิก แต่ถ้า User ไม่อยากทำอะไรซักอย่าง ก็ไม่ต้องใช้ Google Glass ซึ่งแน่นอนว่า Google ก็จะยังคงมีสมาร์ทโฟนมาขายแก่คนเหล่านี้อยู่ต่อไปด้วย (Brin ไม่ได้บอกว่าจะเลิกทำสมาร์ทโฟนนะฮะ)

ประการสำคัญก็คือ....ถึงจะโวยวายอย่างไรตรงนี้ Brin ก็คงไม่ได้ยินอ่านะคับ

... จริงๆแล้วสามารถถอด Google Glass ออกจากโครงโลหะที่แถมมาแล้วเอาไปใส่กับแว่นสายตาที่ขาแว่นไม่หนาใด้ทันที

เห็นแบบนี้แล้วก็แสดงว่า Google ก็ทำการบ้านในเรื่องนี้มาดีเหมือนกัน ระดับนี้แล้วแค่เรื่องปัญหาสายตาของผู้ใช้ เค้าคงไม่มองข้ามไปหรอก

ผมสงสัยมากกว่า ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าเค้าจะไม่คิดเรื่องคนสายตาสั้นที่ใส่แว่น

ผมว่าคนใส่แว่นนี่ลูกค้าตัวจริงเลยนะ ไหนๆก็ต้องใส่แว่นอยู่แล้ว คนที่ไม่ชอบใส่แว่นหรือใส่แว่นไม่ได้แบบผมซะอีกที่ไม่มีทางเป็นลูกค้าแน่ๆ

+1 ถ้าผมใส่แว่นอยู่แล้ว ผมจะสนใจมากเลย จากประสบการณ์ไม่ใส่แว่นมาตลอดชีวิต พอสายตาเริ่มแย่เพราะเจอแสงตลอดวันทุกวัน เลยไปตัดแว่นกรองแสง (ไม่มีสายตา) ช่วงแรก ๆ ที่ใส่รู้สึกได้เลยว่า "หนัก" และ "ปวดหู" ทั้ง ๆ ที่แว่นก้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร (กรอบบาง เลนส์เปลือย แทบจะเล็กที่สุดในร้านแล้ว)

กว่าจะชินก็ล่อไปเป็นเดือน (รอให้หูด้าน -*-) ผมเลยคิดว่าถ้า Google Glass วางขายจริง ๆ มันต้องมีคนที่ไม่เคยใส่แว่นมาก่อนออกมาบ่นแน่ ๆ ว่ามัน "หนัก"

ผมใส่แว่นที่กรอบเป็นโพลีคาร์บอเนท (มั้ง ไม่แน่ใจ ยี่ห้อคนไทยนี่ล่ะ) มันเบามาก ใส่ไปแล้วแทบไม่รู้สึก

แต่ก็นั่นแหละขึ้นอยู่กับสายตามีปัญหามากแค่ไหน ของผมสั้นแค่ 125

ปัญหาต่อมาคือ พอลมพัดมาแรง ๆ แว่นก็จะปลิวตามลมไปด้วย (ฮา)

ปล. ผมว่าจะไปตัดอีกอันเป็นแว่นกันแดดนี่ล่ะครับ

แนะนำยี่ห้อหน่อยไดรึเปล่าครับ ผมมีปัญหาว่าวางอะไรบนจมูกไม่ได้เลย เจ็บมาก

ตอนนี้อยากได้แว่นมาก ผมสั้น250น่าจะพอได้นะ

ผมตัดที่ RSU Eye Care (อยู่ที่ตึกที่ทำงานผม)

กรอบแว่นยี่ห้อ Ono (เจ้าของคือ นีโน่ กับโอ วรุฒ) ครับ เลนส์ Hoyo multicoat ธรรมดา ๆ ตัดมาลดราคาแล้วสามพันนิดหน่อย บ.ผมจ่ายให้สามพัน 555

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือผมเป็นคนที่ใส่แว่นสายตา ซึ่งมันยุ่งยากตรงที่มันจะรองรับการสายตาทุกระดับหรือเปล่า ไม่ว่าจะสายตายาว, สั้น, แล้วยังมีเอียงด้วยนะ ซึ่งมันต่างจากคนที่มีสายตาปกติที่ทำแค่กรอบก็ได้แล้ว แต่คนที่มีสายตาผิดปกตินั้น ไหนจะต้องมาวัดสายตา ไหนจะต้องหาเลนส์แว่นที่รองรับระดับสายตาตัวเองอีก ซึ่งจอภาพนั้นการที่อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้จนชิดเลนส์แบบนั้น จะปรับโฟกัสอย่างไรให้มองเห็นชัดได้ แถมถ้าเจ้าตัวเขามีสายตาปกติเขาก็คงไม่รู้เรื่องตรงนี้เท่ากับคนที่สายตาผิดปกติครับ ซึ่งตรงนี้แหละที่ผมกังวลว่ามันจะออกมาดีหรือเปล่านั่นแหละครับ... และตรงนี้แหละครับ ที่ Sergey Brin จะต้องไปทำการบ้านมาให้ดี

คิดยังไงก็ไม่น่ามีปัญหาสำหรับคนใส่แว่นหรอกครับ เพราะเชื่อว่ากูเกิลคงไม่พลาดโง่ๆ

แต่ปัญหาน่าจะอยู่ที่ทำยังไงให้คนซึ่งเกิดมาไม่เคยใส่แว่น ยอมเอาไอ้ส่วนเกินนี่มาเกี่ยวหูต่างหาก

อย่าคิดมากครับ บริษัทใหญ่เขามีนักวิจัยครับ เรื่องพวกนี้ขี้ประติ๋วครับ ก่อนวิจัยเขาหาปัญหาเป็นร้อยๆแล้วละครับ
ถ้ามีช่องโหว่อะไร เขาก็ ออกรุ่นปรับปรุงมาก้แค่นั้น

Lovelyja Fri, 01/03/2013 - 10:27

Google Glass จริงๆ มันไม่ใช่แว่นนะครับ คือมันมี lens เล็กๆ (ที่ไม่เกี่ยวกับเลนสายตาปกติ) อยู่ขวาบนนิดเดียวเอง แล้วจะเอา frame ไปติด lens แว่นสายตาปกติก็ได้

ผมว่าสำหรับคนใส่แว่นอยู่แล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร (ยกเว้นเรื่องราคา) ส่วนคนที่ปกติไม่ได้ใส่แว่นจะให้มาใส่ frame ที่มี lens เล็กๆ ติดอยู่ มันก็ดูตลกๆ หน่อย

Witna Fri, 01/03/2013 - 10:27

เออ... ผมว่า ผนักงานกูเกิ้ลในส่วนของกูเกิ้ลกลาสนี่ มันคงมีระดับเป็นร้อยคนนะครับ

เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนที่ใส่แว่นเลย

ไอ่เรื่องแค่นี้ ผมว่าทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะครับ ???

เอาเป็นว่า รอดูกันก่อนเถอะ

ได้ข่าวว่า "หนัก" เอาเรื่องอยู่ ยังงี้จะทำให้คนใช้มีปัญหาเรื่องสุขภาพลำคอหรือเปล่า

รอดูกันไปครับ คงวิจารณ์อะไรมากไม่ได้ แต่สิ่งที่สงสัยอย่างนึงคือเวลาที่ใส่แว่นเนี่ย ถ้ามีอะไรมาเกาะเลนส์จะรู้สึกว่ามองภาพยากและรำคาญ ต้องถอดออกมาเช็ด อยากรู้ว่ากูเกิลทำออกมาแล้วภาพที่แสดงผลจะสร้างความรำคาญมั้ย

PowerBerry Fri, 01/03/2013 - 11:24

จริงๆ เทคโนโลยีนี้ผมเห็นตั้งแต่สมัยเป็นเด็กนะน่าจะก่อน Sergey Brin คิดอีกเห็น โกคู กับ เบจิต้า ใช้อยู่

เป็นเทคโนโลยีจากต่างดาว

เอาเข้าจริงผมสงสัยนะว่า คนที่แย้งเรื่องแว่นตาเนี่ย ... ดูดราก้อนบอลมากเกินไปหรือเปล่า ?? (ผมล้อเล่นนะ) คือยึดติดกับไอ้สเกาท์เตอร์หรือเปล่าน่ะครับ

คาดว่าไม่ต้องควักๆล้วงๆ ใช้ดันขึ้นเป็นที่คาดผมโชว์หัวล้านได้

แล้วเคยมีใครเอามือถือไปทำที่คาดผมบ้าง เคยเห็นแต่ผลไม้ กล้วยหอม แตงโม

ดูจะเวอร์ไปนิด ผมคิดว่าเค้ามองไกลไปถึง
โลกออนไลน์ โลกเสมือนจริง ระบบกลุ่มเมฆ ฯลฯ ที่ผนวกกับโลกจริงของเรา
ผ่านแว่นตาคล้ายการ์ตูนเรื่อง dennou coil
คือแว่นตาอันเดียวทำได้หลายอย่างมาก
http://www.youtube.com/watch?v=qzePX46yr6Q

ผมเป็นสายเทคโนโลยีที่ชอบของใหม่ ๆ แต่ anti ที่จะใช้เองเป็นส่วนมากนะครับ ยกเว้นถ้า Nerve Gear, AMU sphere, Neuro Linker ออกมาจริงนี่ผมยอม (>_<)

รอมันมี infrared+ กล้อง 2 อันแบบ kinect ก่อนดีกว่า
ถ้าทำแบบนี้ได้ ทุกอย่างจับเป็น 3D ได้หมดพร้อมไมโครโฟน 4 ด้านนะ
ต่อไปเกมส์แบบ FPS จะไม่อยู่ในจอสี่เหลี่ยมแล้ว ใส่ชุดเกราะ ใส่อุปกรณ์ให้ตัวเรา สร้างภาพเสมือน วิ่งลุยยิงกัน

แต่สงสัยอย่างว่าถ้าวิดีโอคอลอยู่เวลาไปฉี่ห้ามก้มหรือเปล่า ฮ่าๆ

เรื่องก้มเป็นสิทธ์ส่วนบุคคล แต่ควรพิจารณาด้วย Call อยู่กับใคร ๖ตอนCallยังกล้าเนอะ ไม่กลัวเสียงลอด)

ขอเสนอ AppแรกสำหรับGlass

  1. Sensor App เผื่อเผลอก้ม
  2. App ขยายภาพ เผื่อตั้งใจก้มโชว์.........ให้สาวดู (...เป๋าตังนะอย่าคิดเยอะ..........)

ถ้ามีอุปกรณ์ตัวนึงที่ทำให้ใช้ smartphone/PC ได้โดยที่ไม่ต้องควักออกมาเปิดใช้ ก็น่าจะดีนะครับ

คำถามคือ จะมีอุปกรณ์อะไรที่ทำแบบนั้นได้ และ Glass จะทำได้อย่างที่ฝันไว้รึเปล่า

อาจจะผลิตสมาร์ทโฟน ที่มีการบังคับหรือการสั่งงานด้วย Google Glass ในอนาคตก็เป็นได้ โดยไม่ต้องใช้นิ้วถูกระจกอีกต่อไป

อยากให้มีฟังชั่นแบบหน้ากาา predator มองทะลุกำแพงได้ มองกลางคืนได้ ล็อตติดตามเป้าหมายได้มั่งจังเลย

ถ้าทำไม่ได้มันก็แค่เปลี่ยนจากอุปกรณ์มือถือไปเป็นอุปกรณ์สวมใส่ซะมากกว่า การให้งานไม่ได้ต่างกันเลย

"ไม่มีประสิทธิภาพ (emasculating)"???

เห็นเมืองนอกเค้าถกเถียงกันเรื่อง emasculating ว่าเป็นประมาณ effeminate ไม่สมชายชาตรี บ้างก็ว่าใส่ Google glass นี่ man(ly) นักหล่ะ

emasculating แรงมากประมาณนี้เลยครับ...
แปลอีกอย่างได้ว่า ไม่มีความเท่+เชย+โหล่ยโท่ยมาก ประมาณนี้เลยด้วยนะ!!

ใช้คำแบบหูยยยยยยยย แล้วอย่าให้เห็นเอ็งใช้smartphoneนะนังBrin

illusion Fri, 01/03/2013 - 13:49

สาวๆ คงไม่ชอบเพราะไม่มีกล้องหน้าสินะ

ผมสงสัยนะครับ จอมันเล็กนิดเดียว ภาพที่ตาเรามองเข้าไปจะเห็นชัดหรือครับแถมเห็นด้วยตาข้างเดียวอีกต่างหาก

ส่วนตัวนะ คิดว่ายังไม่เวอร์ค... ยิงภาพไปบนเลนส์แว่นเลยยังจะดีกว่าทำออกมาแบบนี้

ผมกับคิดว่ามันเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะกับธรรมชาติของมนุษย์
ตาเราไม่ได้สร้างมาเพื่อให้มีการแสดงผลในระยะใกล้ขนาดนั้นอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่ง Google Glass ย่อมทำให้เกิดผลกระทบกับปัญหาสายตาอย่างรวดเร็วแน่ๆเมื่อใส่เป็นเวลานาน

เทคโนโลยีบางอย่างก็ฝืนธรรมชาติการทำงานของอวัยวะในร่างกายมากไป
เช่นการเอา tablet ไปสอนเด็กเล็กเป็นต้น กล้ามเนื้อตายังไม่คงที่ เอามาใช้สอนต้องรับแสงในระยะใกล้ที่ความเข้มสูงแบบนั้น
อนาคตสายตามีปัญหากันหมดโลกหล่ะครับเด็กรุ่นใหม่ๆ

เรื่องนี้คือสิ่งที่ผมคิดมาโดยตลอดเหมือนกันครับ เห็นรีวิวใน The Verge ตอนเหลือกตาชำเลืองแล้วมันดูฝืนๆ

จุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาผมเลยนึกขึ้นได้ว่ามันจริงแฮะ

ยิ่งเหลือบมองมุมบนที่ไม่ใช่เป้าสายตาหลักด้วย ในผู้ใหญ่ก็ปวดตาง่ายๆ ถ้าเป็นเด็กผมว่าอาจจะมีปัญหาด้านสายตาในระยะยาวได้จริงๆ

ใครใส่แว่นอยู่แล้วลองทดสอบดูก็ได้ครับ เหลือบมองมุมบนขวาแถวๆกรอบแว่นเป็นระยะ สัก 5 ครั้ง/นาที แปปเดียวเริ่มปวดตาแล้ว

แถมมองไม่เห็นข้างหน้าอีก (เห็นลางๆในคลองสายตา แต่เห็นไม่ชัด) ทีนี้ยาวถึงเรื่องเวลาใช้งานจริงเช่นเดินอยู่บนถนน หรือเวลาขับรถ/จักรยานแล้วครับ เพราะมันดึงสมาธิและคลองสายตาให้หลุดออกจากทางตรงไปครับ

Be1con Fri, 01/03/2013 - 14:30

Gap Popcorn ครับ งานนี้ดูท่าว่าเฮียแกตั้งใจจะขายของนะ

ผมคิดว่าเค้า พูดถูกนะ อยู่ที่ว่าตอนนี้ใครจะ ทำแว่นที่ดีได้ก่อนกัน

มันคือ concept แต่มันจะดีขึ้น
ไม่งั้น dragon ball หรือ iron man จะมีทำไหมละครับ

เก็บข่าวนี้เอาไว้แล้วอีกซัก 3-4 ปีกลับมาอ่านอีกรอบ อาจจะให้เป็นเหมือนครั้งนึงที่มีคนเคยถามว่า ทำไมในไทย facebook ถึงดังสู้ hi5 ไม่ได้ ก็ได้ โลกไอทีไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว

ไม่ใช้เพราะกลัวเสียสายตา ถ้าใช้ทำงานเฉพาะอย่างไม่ตลอดเวลายังพอได้แต่ถ้าจะให้แทน smartphone ที่ต้องพกไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลานี่คงไม่ได้

สายตาคนเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้เปลี่ยนจุด focus ในการมองถี่ๆ รัวๆ แน่นอนว่ามีผลกระทบกับกล้ามเนื้อลูกตาแน่นอน ยิ่งใส่แค่ข้างเดียวยิ่งไปกันใหญ่ เสียเงินซื้อเทคโนโลยีมาใช้แล้วยังต้องไปเสียเงินให้หมอรักษาตัวเองอีกนี่ก็ไม่ไหวนะ

ข้อนี้ไม่น่าเป็นปัญหานะครับ เพราะน่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เห็นชัดดดยไม่ต้องโฟกัสที่กระจก (ไม่ใช่จอที่จะต้องมอง)

ลองทดสอบตัวเองดูง่าย ๆ ครับ เอานิ้วมือไว้ใกล้ ๆ ตาแบบกระจก ของ Glass แล้วพยายามโฟกัสนิ้วมือครับ จะรู้ว่าไม่มีทางทำได้ เพราะฉะนั้นไอตรงนั้นมันไม่ใช่จอที่จะต้องมองแน่นอน อาจจะเป็นการฉายภาพลงบนตาเราเลยมากกว่า (ทำได้ด้วยหรือ???)

ว่าแต่ใครพอทราบว่าใช้เทคโนโลยีอะไรรบกวนอธิบายหน่อยครับ ขอบคุณครับ

ถ้าจะลองง่าย ๆ หาแว่นขยายครับ แว่นส่องพระได้ยิ่งดี เอาส่องนิ้วตัวเอง แบบให้ยังมองเห็นด้านหลังได้ด้วยตาข้างเดียวกัน ระยะโฟกัสที่มองเห็นนิ้วตัวเองผ่านแว่นส่องพระได้ชัด จะมองภาพข้างหลังระยะไกลได้ชัด มันเป็นการฉายภาพลงตาโดยตรง โดยที่ปรับระยะโฟกัสด้วยเลนส์มาแล้วครับ

ผมไม่ได้หมายถึงว่าตาเราต้องมา focus ที่แว่นครับแต่หมายถึงเปลี่ยนมา focus สิ่งที่ Glass ฉายให้เราดูแทน สมมติว่าเรากำลังมองวิวระยะไกลอยู่แล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง Glass ฉายภาพให้เราดู ผมคิดว่า Glass ไม่น่าจะรู้ว่าเรากำลัง focus ที่ระยะใกล้หรือระยะไกลอยู่แต่ Glass น่าจะเลือกแสดงภาพในระยะที่คิดว่าเราจะดูแทนมากกว่า เช่น ระยะเดียวกับ object ที่ Glass สนใจแต่เราอาจจะไม่ได้สนใจ เป็นต้น

ส่วนตัวผมเป็นคนซีเรียสกับเรื่องสายตานะครับ สังเกตได้ว่าคนสมัยนี้สายตามีปัญหามากกว่าคนสมัยก่อนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยเฉพาะในเด็กๆ ผมเองก็ต้องระวังเป็นพิเศษครับ ถ้า Glass ไม่มีปัญหาจริงๆ ผ่านการลุยทดสอบโดยเหล่า early adopters มาก่อนแล้วว่าปลอดภัยต่อสายตา ถึงเวลานั้นผมค่อยกลับมาคิดอีกทีครับ

คำตอบตามสูตรของ Google คือ Glass จะอยู่เหนือตาขึ้นไป ซึ่งถ้าไม่ตั้งใจจะดูจะไม่เห็นและไม่เกะกะ

โดยผมเชื่อว่า focus น่าจะเป็น fix ที่ระยะ 2 ฟุต, ระยะอนันต์ หรือ manual คล้าย hmd ทั้วไป

ผมรู้สึกว่า เขาเจ๋งนะ ไม่รู้สิถึงแม้มันจะออกมาแปลกๆ ไม่คุ้นตา แต่มันก็เป็นสิ่งใหม่ ผมว่าโลกเราต้องการคนแบบนี้นะ ที่พยายามค้นหาสิ่งใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ไม่ได้แค่หยุดอยู่กับที่

ปล.ออกมาจริงๆ ผมไม่กล้าใส่นะ =="

ยังจำวิดิโอตัวนี้ของ Microsoft ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2011 ได้ไหม
คอนเซปต์เขามี Glass แปลภาษาแต่ไม่รู้มองเห็นได้แบบ Google Glass รึเปล่า
ในขณะเดียวกันก็ยังมี Smartphone อยู่ ดีไซน์เท่ห์ไม่เบา
ในอนาคตถ้า Modern UI ครองโลก มันจะเป็นแบบนี้

http://www.youtube.com/watch?v=a6cNdhOKwi0

Smartphone ไม่เท่ แต่ใช่ว่า Google Glass จะเท่.. ใช้ร่วมกันได้น่าจะเท่กว่า ?

และคงยิ่งเท่ขึ้นไปอีกหากใช้ร่วมกับอุปกรณ์แบบอื่นๆ ได้ด้วย.. พวกอุปกรณ์ที่เอาส่วน IPOS (input/process/output/storage) รวมถึงส่วน networking มาใส่ในอุปกรณ์ชิ้นเดียวอาจสะดวกในบางมุม แต่ในบางมุมการแยกออกเปนอุปกรณ์คนละชิ้นที่ทำงานร่วมกันได้นั้นอาจสะดวกกว่า ?

ไม่เชื่อครับ.. ผมไม่คิดว่าคนส่วนใหญ่ จะชอบใส่แว่น และ ชอบให้มีอะไรมาขวางการมองเห็นอยู่ตลอดเวลา
และถึงแม้จะหยิบออกมาใส่ได้เมื่อต้องการก็ยังไม่สะดวกที่จะต้องหาที่เก็บอยู่ดี

(แค่จินตนาการนะครับ เพราะยังไม่เคยลองของใส่จริง)

ยุคสมอลทอลค์แบบบลูทูธก็มีคนใช้ และไม่ใช้เหมือนกันครับ คนใช้ก็บอกว่าสะดวกดี คนไม่ใช้ก็บอกเกะกะ

อุปกรณ์เทือกนี้ผมว่ามันเป็นไลฟ์สไตล์ มีทั้งคนใช้และไม่ใช้ด้วยเหตุผลต่างๆ กัน แต่ถ้ามีคนใช้มากพอ คนที่เหลือก็เริ่มสนใจอยากใช้เพื่อร่วมกลุ่ม เพราะความน่าสนใจในเยอะมาก เหมือนเอา Google Now และผลิตภัณฑ์ในเครือของกูเกิลมายัดรวมกันเลยที่เดียว

งานแรกของกูเกิลเมื่อเอาออกวางตลาดคือ ทำยังไงให้คนกลุ่มแรกใช้กันเยอะๆ

O_o ฟังดูตลกๆ แต่ผมว่าแนวคิดดีมากครับ เพราะร้านท็อปเจริญมีทุกห้างนะ

เสียอย่างเดียวคือพนักงานขายของท็อปเจริญไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแว่นที่ตัวเองขาย ... จึงไม่ค่อยหวังว่าจะเข้าใจ Google Glass

sunback Sat, 02/03/2013 - 14:00

In reply to by PaPaSEK

ตอบจริงๆ ก็คิดว่าขายในเพลย์สโตร์ครับ ซื้อแล้วไม่พอใจฝรั่งเขาของคืนได้อยู่แล้ว เรียกได้ว่าซื้อแล้วลองด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ต้องง้อรีวิว

แต่ในประเทศที่ดีที่สุดในโลกอย่างไทย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีช่องทางอีกไหม หรือไม่ก็ไม่เอามาขายเลย

sunback Sat, 02/03/2013 - 14:03

In reply to by PaPaSEK

ตอบท่าน PaPaSEK

เสียอย่างเดียวคือพนักงานขายของท็อปเจริญไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแว่นที่ตัวเองขาย ... จึงไม่ค่อยหวังว่าจะเข้าใจ Google Glass

ไม่เข้าใจอย่างหนึ่งไม่ได้ความว่าจะไม่เข้าใจอีกอย่างหนึ่งครับ เพียงแต่โอกาสที่จะไม่เข้าใจมีสูงกว่าปกติเท่านั้น :D

ผมว่าอย่างนึงที่เค้าดันเต็มที่ (นอกจากจะขายของ) แล้วคงมีเรื่องว่า มันทำให้ Google มีข้อมูลทุกที่ว่าเกิดอะไรขึ้นได้ด้วยละมั้งครับ เพราะอย่างตัวอย่าง เวลามองของอะไรแล้วมีขึ้นรายละเอียด ราคา มันก็ต้องส่งข้อมูลไปเทียบกับทาง Google ดีไม่ดีอาจจะมีดัก keyword ผ่านไมค์ด้วยก็ได้

แต่ถ้าเปิดกล้อง เปิดไมค์ ใช้เครือข่ายตลอดแบตคงไม่ยืด หวังแต่ว่า Google คงไม่ evil ขนาดนั้น

เคยได้ยินว่า google สแกนเนื้อหาเมล์เพื่อเลือกโฆษณาที่เหมาะสมขึ้นมาแสดงด้วย (แต่ผมหาหลักฐานอ้างอิงไม่เจอ)

แต่ guru นี่บังคับล๊อกอิน น่าจะเอาข้อมูลการดูคำถาม/ตอบคำตอบไปใช้แน่ๆ

จริงๆมันก็มีแอบๆมาตลอดแล้วนะครับ glass ไม่น่าใช่อันแรกที่เริ่มดักข้อมูลเรา

ใช่ครับ แต่ความน่ากลัวของ Glass อยู่ตรงที่มันค่อนข้างอยู่กับตัวเราบ่อย และเราไม่ใช่คนเลือกข้อมูลที่ส่งไป แต่มันกลายเป็นว่า Google สามารถเห็นอย่างที่เราเห็น ได้ยินอย่างที่เราได้ยิน และได้ยินกระทั่งที่เราตอบได้

ที่จริงธุรกิจทุกอย่างก็มีการดักข้อมูล เพื่อให้บริการที่ดีทุกเจ้า search ทุกยี่ห้อรวมถึงบริการขายเพลงเช่น itune genius และ zune music recommend ค่อนข้างชัดเจน

เหตุผลเพราะการขายแบบไร้ทิศทาง เป็นเรื่องน่าเบื่อและรกลูกตา ถ้าไม่เอา ad ที่เกิดอย่างมีเหตุผลด้วยกลไกลบางอย่าง ก็จะเจอ gif / flash-ad มากๆ ติดไว้รอบบริการต่างๆ เค้าถึงจะให้บริการใด้โดยไม่ขาดทุน

อีกนิดคือการเก็บข้อมูลจากผู้ไช้แบบนี้ ต้องใด้รับอนุญาติจากผู้ไช้อยู่แล้ว google now จะเก็บข้อมูลจากเรา เราก็ต้องให้อนุญาติก่อน itune genius ก็ปิดมาเป็นค่าเริ่มต้น

ในหนังก็มีให้เห็นมากมายว่าโลกอนาคต (ในหนัง) มันเป็นเช่นนั้น คือข้อมูลทุกอย่างของเรามีคนจับตามองได้ ไม่มีความเป็นส่วนตัว ใครทำได้ก่อนก็มีสิทธิ์ครองโลกอนาคตสูง

ผมไม่ได้กลัวจนไม่ใช้นะครับ เพราะปัจจุบันผมเลือกที่จะเปิดข้อมูลเยอะมาก ทั้งบน Facebook, Twitter, Skype แทบไม่ปกปิดอะไรที่จะสาวหาตัวได้ว่าเราเป็นใคร ยกเว้นพวกที่อยู่ เมล เบอร์โทรที่ต้องให้ออกแรงเหนื่อยหน่อยเพราะไม่งั้นคงวุ่นวาย แต่ผมก็กังวลที่โลกมันจะก้าวไปในแนวนี้เร็วขึ้น

ส่วนตัวยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า/บริการ ดีกว่าบริการฟรีแต่เอาข้อมูลไปค้ากำไรพวกนั้นผมปิดหมด

เชื่อว่าถ้ามีจริงต้องปิดใด้ครับ เพราะกตหมายหลายที่ระบุไว้แบบนั้น แต่ก็จะมีความสามารถลดลงเหมือน google now และ itune genius

ปิดได้.. แต่ default คือเปิด แถมใส่ข้อความโน้มน้าวใจกันสุดๆ ตอนที่ถามยืนยันเวลาไปสั่งปิด (ลองไปดูที่ส่วนการตั้งค่าเกี่ยวกับ tracking ใน chrome จิ)

Google Now และ itune genius มีค่า default ปิดตามกตหมายของหลายประเทศครับ

ส่วน no tracking ใน Chrome เค้าเตือนว่า แม้ browser จะใส่เครื่องหมายแจ้งให้ทางเวปไม่ติดตามเก็บข้อมูลแต่เวปส่วนใหญ่ก็ยังติดตามเก็บข้อมูลเหมือนเดิมอยู่ดี

ข้อความทำนองนั้นใน ie10 มีบอกเหมือนกัน.. แปะข้อความทั้งหมดมาให้เทียบละกัน (เอามาจากส่วน setting ซึ่งจะเปิดไปที่เพจนี้อีกที http://windows.microsoft.com/en-US/windows-8/help-protect-yourself-ie-10?ocid=IE10_privacy_advisor#firstTabControl=tab1)

Do Not Track header. The Do Not Track header sends a signal to websites that you prefer not to have information collected about your visit used to track you as you browse the web. How the sites you visit choose to respond or interpret Do Not Track requests is subject to those sites' privacy practices.

ส่วนนี่คือข้อความจากส่วน setting ของ chrome .. ซึ่งจุดที่ชี้นำต่างกันคือส่วน "For example," ที่พ่วงต่อท้ายมานั่นแหละ (หากจะถือว่าเพื่อช่วยอธิบายเพิ่ม งั้นอย่างน้อยควรบอกทั้งข้อดีข้อเสียของ DNT ให้พอๆ กัน)

Enabling ‘Do Not Track’ means that a request will be included with your browsing traffic. Any effect depends on whether a website responds to the request, and how the request is interpreted. For example, some websites may respond to this request by showing you ads that aren't based on other websites you've visited. Many websites will still collect and use your browsing data - for example to improve security, to provide content, services, ads and recommendations on their websites, and to generate reporting statistics.

และตบท้ายที่ส่วน learn more ซึ่งจะเปิดเพจนี้ https://support.google.com/chrome/bin/answer.py?hl=en&answer=2790761&p=settings_do_not_track

โดยมีข้อความว่า ..

Do Not Track

Does Chrome provide details of which websites and web services respect Do Not Track requests and how they interpret them?

No. At this time, most web services, including Google's, do not alter their behavior or change their services upon receiving Do Not Track requests. (Updated October 2012).

ถ้าจะรองรับ DNT นี่คงไม่ยากมั้งที่จะเริ่มทยอยปรับเวบให้รองรับ.. แต่กลายเปนว่าตัวกูเกิลเอง "ยังไม่ได้ทำไร" เลย

ตามข้อมูลที่ผมมี bing เองก็ไม่ตอบสนองกับ Do Not Track ครับ ทั้งที่ ms เป็นผู้เสนอ และ ie9 เป็น browser แรกที่มีฟังชั้นนี้ แถมไม่เตือนว่าตัวเองยังเก็บข้อมูลอยู่อีกต่างหาก

ขออภัย ผมพลาดเองที่ ignore ฟาก ms ไป เนื่องจาก standard ที่ทำกันอยู่มี DNT กับ TSL .. ซึ่ง TSL มีใน ie ในชื่อ TPL ทำให้ผมเผลอ ignore ฟาก ms ซึ่งรวมถึง bing เพราะคิดว่ามีส่วนนี้เสริมอยู่แล้ว

ปล. เข้าใจว่า ms เสนอ TSL นะ.. ส่วน DNT นี่เข้าใจว่า mozilla เสนอ (และเข้าใจว่า firefox คือตัวแรกที่รองรับ DNT)

edited .. ลืมตัว เผลอชินใส่ตัวย่อเยอะไปหน่อย >.<"

DNT - Do Not Track / Tracking Preference Expression
TSL - Tracking Selection Lists
TPL - Tracking Protection Lists

ref..
www.w3.org/2011/tracking-protection/
www.iegallery.com/TPL

0FFiiz Mon, 04/03/2013 - 09:37

แหมะ เป็นผม ผมคงไม่ใส่ไอ้แว่นตาอันนี้ตลอดเวลาแน่ๆ ล่ะ เพราะงั้นแปลว่า กล้องมันก็ไม่ได้พร้อมใช้ตลอดเวลาแล้วจริงมั้ย ?