Thailand

ผู้สื่อข่าวกรุงเทพธุรกิจเปิดเผยข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับร่างสเปกหรือทีโออาร์ของแท็บเล็ตสำหรับแจกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่กำหนดจะแจกให้ทันภายในเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 มีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ

  • ราคา 2,400 บาท ผลิตจากประเทศจีน
  • หน้าจอไม่ต่ำกว่า 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768 พิกเซล ติดฟิล์มมาทั้งด้านหน้าและหลัง
  • ซีพียู Dual Core ไม่ต่ำกว่า 1 GHz, ความจุ 16 GB, แรม 512 MB
  • ใช้ระบบปฏิบัติการสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ หรือเป็น Android 3.2 ที่รองรับ Android 4.0 ได้
  • รับประกันอุบัติเหตุ 2 ปี และมี On-Site Service 1 ปี

รายละเอียดอื่นๆ ก็เช่น เมื่อเปิดเครื่องต้องขึ้นสัญลักษณ์กระทรวงศึกษาธิการ, มีช่อง Data Sync, มีช่องเสียบหูฟัง ไมโครโฟน, มีช่องใส่ Micro SD, เชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน 802.11b/g, มี GPS ฯลฯ

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกมาให้ความเห็นว่าโครงการจัดซื้อนี้ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมา และขั้นตอนการจัดซื้อน่าจะใช้เวลาราว 4 เดือน ซึ่งด้วยจำนวน 9 แสนเครื่องที่จะซื้อนี้ จึงอาจไม่ทันแจกให้กับนักเรียนก่อนเปิดภาคการศึกษา ทั้งยังมองว่าแท็บเล็ตนี้มีราคาเพียง 2,400 บาท จึงควรแจกให้นักเรียนเป็นสิทธิขาดไปเลย ไม่ต้องนำเครื่องมาคืนเมื่อครบปี เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นปีละ 3 พันล้านบาทนั้นราคาก็เท่ากับเรือรบหนึ่งลำ

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ข่าวที่หนึ่ง, ข่าวที่สอง

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เอางบที่เพิ่มปีละ 3 พันล้านบาทมาสร้างห้องคอมฯ ให้ทุกโรงเรียน + วาง Fiber optic ให้จะคุ้มกว่าไหม?

จ่ายแค่ทีเดียว

ผมว่าเอาไปซื้อปุ๋ยให้ชาวนาคุ้มกว่าครับ

คุ้มว่าอย่างไรล่ะครับ

ที่ผมคิดว่ามันคุ้มกว่าเพราะนักเรียนก็ยังมีสิ่งที่ได้รับเหมือนเดิม และยังมีผลพลอยได้จากการวาง Fiber optic
ถึงช่วงแรกมันอาจจะมีต้นทุนสูงกว่า 3 พันล้าน แต่มันก็ไม่ต้องจ่าย 3 พันล้านทุกปีมีผลดีระยะยาวกว่า

ถึงมีการซ่อมบำรุงผมคิดว่าก็ไม่ถึง 3 พันล้านอยู่ดี และโอกาสที่ไม่ต้องซ่อมบำรุงมันก็ยังมี เพราะฉะนั้นมันต้องจ่ายถึงปีละ 3 พันล้านแน่ๆ

ซ่อมไม่ซ่อม ก็ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมบำรุงครับ

เหมือนคุณมี Network คุณก็ต้องมีคนมาคอยดูแล support และจะมีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
และการคาดหวังว่ามันจะไม่ต้องซ่อม ไม่สามารถคิดอย่างนั้นได้ในการทำระบบครับ

ถ้าเดินสายมาใช้เล่นๆที่บ้าน ก็คิดแบบนั้นได้ครับ ถ้าเป็นองค์กรหรือบริษัท ก็ต้องตั้งงบซ่อมบำรุง

มันเป็นมุกล้อเลียนครับ :P

จริงๆ การตั้งคำถามว่าคุ้มหรือไม่คุ้มเป็นเรื่องที่เราๆ ในฐานะที่เป็น "ผู้จ่ายเงินภาษี" ให้ควรช่วยๆ กันพิจารณาอยู่แล้วครับ และควรทำทุกๆ โครงการของภาครัฐด้วย

ในกรณีนี้ผมเชื่อว่าทางรัฐบาลคงมีงบอีกส่วนสำหรับโครงการด้านโครงข่ายอยู่แล้วครับ ซึ่งเราก็คงไปดูเป็นอีกกรณีหนึ่งว่าคุ้มไม่คุ้ม

สำหรับโครงการแทบเล็ตนี่ส่วนตัวผมมองว่าคุ้มครับ และถ้างบไม่พอ ไปขอเจียดงบซื้อเรือรบอีกครึ่งลำ ก็น่าจะพอครับ อิอิ

ผมเข้าใจมุก นะ

คือโครงการแต่ละโครงการ เขาจัดสรร งบกันแล้วตามกระทรวงตามแต่เรื่องๆไป

แต่คนส่วนใหญ่มักจะเคลมทำนองว่า ... ทำโครงการนี้ ...เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีไหม
ซึ่งคำถามประเภทนี้ มันออกจะ ผิดตรรกะไปสักหน่อย

เขามีนโยบายของเขาในเรื่องนี้อยู่แล้วครับ
ไปสัมมนาเมื่อวันจันทร์ทาง ICT บอกว่ามีเป้าหมายให้ broadband network เป็นเหมือนไฟฟ้าน้ำประปาในปี 2020 ด้วยซ้ำ

คอมพิวเตอร์มันต้องศึกษาเรื่อง การใช้งาน OS ของมันด้วย รวมทั้งโปรแกรมต่างๆ ถึงจะใช้งานเป็น

แต่ถ้าเป็นแค่ Tablet ก็แค่ใช้นิ้วจิ้มๆ ถูๆ มันก็เปิดหน้าหนังสือให้แล้ว

และสามารถใช้งานกับ CAI ได้ด้วย

เรียกว่า ต้นทุนเวลาในการเรียนรู้ต่างกันมากเลยครับ และอีกอย่าง หนังสือ การบ้าน ก็ต้องอ่านกันเป็นวันๆ ห้องคอมพิวเตอร์ต้องมีค่าดูแลรักษาอีก ระบบป้องกันไฟตก ไฟกระชาก (UPS) อีก เครื่องคอม 1 เครื่องก็ได้ Tablet 6 ตัวแล้ว มันคุ้มกว่านะครับผมว่า

ให้เด็กทำการบ้าน ค้นหาข้อมูล อ่านหนังสือ ผ่าน Tablet

ถูกครับ คิดดูสิถ้าต้องทำ license วินโดวส์อีก (เพราะถ้าเป็น Open Source เดี๋ยวก็กลับมาใช้ตรรกะที่แย้ง tablet ได้อีก)

ขอเสริมน๊ะครับ โปรแกรม Office กับ OS ของ microsoft รู้สึกว่า ถ้าเป็น อาจารย์ หรือ สถานศึกษา จะให้ใช้ฟรีน๊ะครับ ส่วนโปรแกรมค่ายอื่นๆ ไม่ทราบครับ

เค้าหมายถึงอันนี้หรือเปลาครับ

อันนี้ของวิศวะคอม ลาดกระบัง ตอนเรียนผมก็โหลดมาใช้ฟรี

http://e5.onthehub.com/WebStore/ProductsByMajorVersionList.aspx?ws=2b52c934-639b-e011-969d-0030487d8897&vsro=8

เท่าที่ผมทราบคระ IT ลาดกระบัง แจกให้นักศึกษาฟรี

แต่โรงเรียนมัธยมที่ผมศึกษาอยู่ ยังใช้ของเถื่อนทั้งหมดนะครับ
(เหมือนจะเป็นงบไทยเข้มแข็งหรือไรเนี่ยแหละด้วยมั้ง แต่เจอจอดำทั้งห้อง)

ที่เกษตรเจ้าหน้าที่ อาจารย์ นิสิตใช้ Windows XP (ที่หน้าต่าง System มีตรามหาวิทยาลัยด้วย!), Office ฟรี
แต่คาดว่าม.ซื้อไลเซนต์เหมามาครับ

มันก็จะกลับเข้า loop เดิม คือซื้ออะไร คุ้มกว่า สุดท้าย ก็ไม่ได้สักอย่าง
รู้สึกจะมี Comments แบบนี้มาทีนึงแล้วว่า มัวแต่มาคิดว่า เอาไปทำนู้นดีกว่า ทำนี่ดีกว่า แล้วก็....ยาว

ผมไม่ได้มีวิธีคิดแบบคนที่จะเอาชนะอย่างเดียวครับ ถ้าใช้วิธีคิดแบบนั้นมันจะ loop ครับ เพราะมันจะต้องทำให้คนอื่นยอมรับความคิดเห็นของตนให้ได้มันถึงจะจบ ในกรณีที่ไม่มีใครเห็นด้วย

จริงๆมันเป็นคำถามที่ควรถามและต้องถามนะครับ การเอาไปลงทุนในส่วนนี้มีต้นทุนค่าเสียโอกาสเป็นเท่าไหร่เมื่อเทียบกับการเอาไปลงทุนในส่วนอื่น

แต่มันต้องเทียบกันจริงจังไปเลยว่าส่วนต่างเป็นเท่าไหร่ แล้วก็เอาไปลงในส่วนที่ได้ผลตอบแทนสูงสุด ไม่ใช่เอาแค่นโยบายนี้ดี ถูกใจ หรือได้กำไรก็จบกัน

แต่ส่วนตัว ถ้าราคาเท่านี้ผมว่าก็น่าจะคุ้มนา

ผมว่า ควรคิดว่า คุ้มหรือไม่ ไม่ใช่ เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า มันเทียบกันไม่ได้ เพราะบางทีก็เทียบไปคนละเรื่อง ประมาณนี้ครับ ยกตัวอย่าง บอกว่า ซื้อแทบเล็ตแจก เอาไปซื้อเรือรบดีกว่า แบบนี้มันเทียบกันไม่ได้ มันคนละเรื่อง คนละวัตถุประสงค์ ครับ

"คุ้มหรือไม่"ต้องเทียบกับอย่างอื่นครับ เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสอยู่

แต่ประเด็นคือมันต้องเทียบเรื่องเดียวกัน เช่นถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปซื้อแทปเลท"เพื่อการศึกษา"มีต้นทุนค่าเสียโอกาสเป็นเท่าไหร่เมื่อเทียบกับการซื้อคอมพิวเตอร์"เพื่อการศึกษา"หรือเอาไปใช้ซ่อมแซมโรงเรียน

เอาไปเทียบกับการซื้อเรืออันนั้นสุดโต่งไปครับ

ก็อยากให้คิด คุ้มหรือไม่ แหละครับ จะได้ใช้เงินได้เป็นประโยชน์มากที่สุด ก็หวังว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือ คนที่เกี่ยวข้องคงจะได้มาเห็นความคิดของคนที่นี่บ้างว่า อะไรดีไม่ดี อย่างน้อยก็เป็น ข้อคิดเห็น ถ้าเกี่ยวกับ IT อยากให้เข้ามาดูบ้างอะไรบ้าง :)

ขาดคนดูแลครับ บอกตามตรงเลย อย่าว่าแต่โรงเรียนต่างจังหวัดเลย
โรงเรียนในเมือง ยังดูแลคอมในห้องคอมได้ไม่เต็มร้อยเลยครับ
ถ้าอยากดูแลได้อย่างที่บรรยายต้องมี support ประจำโรงเรียนอีก
อาจารย์ใช้คอมเป็นยังขาดแคลนเลย จะหา support มาเพิ่มนี่ยากกว่าอีก

ซึ่งมันต่างกับการให้เด็กเป็นเจ้าของ เพราะจะได้หวงของและดูแลรักษา

ระหว่างอาจารย์ 2 คนดูแลคอม 100 เครื่อง
กับนักเรียนหนึ่งคนดูแลแท็บเล็ทเครื่องเดียว(ซึ่งดูแลง่ายกว่าคอม)
อย่างไหนน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าล่ะครับ

คุณก็คงเคยเป็น คอมเครื่องเดียวที่บ้านยังมีปัญหาสารพัดเลย
ให้มี 50 เครื่องคงจะไม่ไหว

คุณก็คงเคยเป็น คอมเครื่องเดียวที่บ้านยังมีปัญหาสารพัดเลย ให้มี 50 เครื่องคงจะไม่ไหว

ปัญหาของคอมผมมันไม่น่าจะเรียกว่าสารพัดได้น่ะครับ ถึงพอจะมีบ้างแต่มันจะเกิดได้ไม่เกิน 3 ครั้งเท่านั้นและจะไม่เกิดอีกต่อไป

คิดไปคิดมาแจกให้เด็กป. 1 เลย ผมว่ามันก็คุ้มเหมือนกัน

ให้ได้สัมผัสความ Internet อันกว้างใหญ่ตั้งแต่เล็ก โตไปจะได้มี vision กว้างขวางกว่าผู้ใหญ่สมัยนี้ก็ดีเหมือนกัน

ตั้งแง่เองค้านเองแปลกไปไหมนี่ หว่ะห้าฮ่า

ผมก็คิดแค่เรื่องนี้แหละครับ ทุกวันนี้ content ใน internet มันเยอะมาก

แล้วยังมี search engine ให้หาได้ง่ายอีก

ร.ร.นึงทำเวบเกี่ยวกับวิชานึง นักเรียนดูได้จากทั่วประเทศ

เงื่อนไขหลักเลยเหลือแค่ ทำยังไงให้เด็กเข้าถึง internet ได้เยอะที่สุด สะดวกที่สุด อยากจะค้นก็ค้นได้ทันที

+1 ครับ

ตอนผมเด็ก ๆ ตอนเรียนวิชาสังคม ที่ต้องกดเข้าไปดูรายละเอียดประเทศอื่น ๆ ยังถามเลยว่าเสียดายหนังสือมันขาวดำ แค่จากขาวดำเป็นสี บางครั้งมันก็สร้าง inspiration ให้มาเพียงพอแล้วครับ

+1 ครับ ทุกวันนี้ผมก็ยังเล่นกูเกิลเอิร์ธด้วยความตื่นตาตื่นใจอยู่เลย นี่ถ้าสมัยเด็กผมมีแบบนี้ ผมว่าผมคงเรียนหนังสือสนุกกว่าที่เป็นอยู่สามล้านเท่า

แต่อดเป็นห่วงนิดๆ ไม่ได้ครับ เพราะสื่อลามกมีเยอะมาก

แต่(อีกรอบ) ถ้าให้ต้องบล็อกนู่นนี้ เดี๋ยวก็มีวิธีแหก มนุษย์เรายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ส่วนตัวผมว่าต้องส่วนเรื่องเพศศึกษาให้ชัดเจนถึงผลกระทบด้วย หวังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ใสนกระทรวงศึกษาธิการควรคิดถึงเรื่องนี้ จริงๆ น่าคิดนานแล้วเพียงแต่ถ้ามี Tablet ก็คงเกิดการแพร่กระจายหนักกว่าเดิม

Fiber สำหรับโรงเรียนใหญ่ๆ ทั่วประเทศกระทรวงศึกษามีให้อยู่แล้วครับ
แต่ใช้งานได้ไม่คุ้มค่าหรอกครับ ทั้งเรื่องการจัดการของปลายทางเอง
ทั้งความเร็วที่ให้มา ทั้งความเสถียรของลิ้ง

ทำควบคู่ไปได้ครับ เพราะ รบ.ปชป. ที่ผ่านมา ได้เดินหน้าโครงการ fiber optic ไปยังโรงเรียน 9,000 กว่าแห่งแล้ว

แต่ทั้งประเทศไทยมี 30,000 แห่ง
ผมคาดว่าทาง รบ.พท. ก็จะสานต่อพร้อมสนับสนุนโครงการนี้ให้ครอบคลุมครบทุกแห่งในไม่กี่ปีนี้

สร้างห้องคอมฯ ให้กับโรงเรียน เค้าทำไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แล้วนะครับ
คอมพิวเตอร์ 20 ชุด + จอ LCD
เครื่อง Server (แท้ๆ) 1 ตัว
วางระบบ เครือข่าย และติดอินเทอร์เน็ตด้วย

รัฐบาลจีนน่าจะเป็นผู้สนับสนุนหลักนะครับ เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ สำหรับรัฐบาลจีน ถ้าจะซื้อใจคนไทย และผูกมิตรกับรัฐบาล

ผมงงตรง GPS นี่ละ เอามาทำไม ถ้าแจกระดับมัธยม คงพอเข้าใจว่าให้เขาเอาไปศึกษาภูมิศาสตร์ หรือทดลองการเขียนโปรแกรมต่างๆ ได้

แต่ถ้ามันแทบไม่เพิ่มต้นทุนเลย ก็ติดมาเถอะนะ

ใช่ครับ

เพราะว่าเด็ก ป.1 ต้องเรียนดาราศาสตร์ในระดับที่บอกได้ว่าถ้ายืนตรงละติจูดนี้ ลองติจูดนี้ จะเห็นดาวอะไรบ้าง แล้วก็ต้องใช้แอพแผนที่เพื่อเรียนภูมิศาสตร์ด้วย เพราะเด็กจะต้องไปยืนในทุกจุดที่มีบอกตามตำราและประวัติศาสตร์

ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆ นะ ... สงสัยคิดไปเอง

จากต้นข่าว ประกันอุบัติเหตุ อุบัติภัย 2 ปี ผู้ขายต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 5 วัน ตรวจเช็คทุก 6 เดือน อืมม ราคาหลักหมื่นยังทำไม่ได้เลย 2400 บาท จะมีคนทำได้มั้ยนะ

ต้องมีการการระบุการป้องกันการทิ้งงาน หรือทิ้งการบริการ หรือการตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อล้มละลายครับ 2400 นี่ตรรกะมันไม่ได้จริงๆครับ

สเปคนี้นับว่าโหดใช้ได้

คินเดิลไฟร์ ที่ถือกันว่าเป็นแท็บเบล็ตที่มีคุณภาพและมีราคาต่ำตัวหนึ่งในตลาด ราคาถูกสุดๆ ต้นทุนเฉพาะฮาร์ดแวร์ ยังปาไปอย่างน้อยๆ 150-190 เหรียญเลยอ่ะ

แม้ไม่ต้องกำหนดว่ามาจากจีน แต่คงต้องมองแท็บเบล็ตจีนได้อย่างเดียวที่ราคานี้

bank2u Thu, 02/02/2012 - 12:28

เอ่ออออ "เมื่อเปิดเครื่องต้องขึ้นสัญลักษณ์กระทรวงศึกษาธิการ"

ขอตีลังกายันเลยครับ ว่าแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นในระบบราชการไทย อยู่เพียงแค่ว่า กินมากน้อย แค่ไหนเท่านั้นเองครับ :)

ถ้าขายคนทั่วไป อยากให้คิดราคา 4000 บาท เพื่อเอาเงินส่วนเกินนี้ไปช่วยซื้อให้เด็กนักเรียนเพิ่มได้อีกเกือบเครื่อง

ประชาชนคนอื่นจะได้ช่วยกันตรวจสอบ content ด้วย :P

ปีนึงแลกกับเรือรบเพียงลำที่ได้ใช้รึเปล่าไม่รู้ มีค่าน้ำมันรายเดือน กับได้ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี เก้าแสน อัตรา กำลังของชาติ

ผมห่วงจอมากกว่า ไม่อยากให้เด็กไปมีชีวิตอยู่กับจอ LCD ตั้งแต่ยังเล็ก ถ้าจอแบบ kindle ผมว่าจะเหมาะกว่า ...

ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่พฤติกรรมเด็กเล็กปกติก็อ่านหนังสือไม่ถูกต้องกันอยู่แล้ว จอ lcd พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าไม่เหมาะกับการอ่านหนังสือระยะยาว แล้วนักเรียนที่ต้องดูมัน 8 ชั่วโมงต่อวันละ ไหนจะหาข้อมูลละ ...

ถ้าจะลงทุนชิ้นส่วนไหนมากที่สุด ผมจะลงทุนจอภาพนี้ละ เพราะมันเป็น output ที่ส่งผลถึงระยะยาวกับคนใช้มากที่สุด

พูดเชิงเปรียบเทียบนะครับ

ก็ลองเอาเงิน 2,400 บาทไปหาซื้อโทรศัพท์ดูซิครับว่าจะได้เครื่องสเปกแบบไหน

แล้ว 2,400 บาท กับแท็บเลตสเปกขนาดนี้มันเป็นไปได้หรือ

ดูอันนี้ก็ได้นะครับ มีท่านหนึงแปะไว้ http://www.ainovo.com/product.html

ไม่แพงด้วย

แต่ถ้าดูตามตลาดทั่วไป พวก Tablet จีน ที่ยี่ห้อไม่ดังก็ราคาไม่ได้แพงอะไรอะนะ

อ๋อครับ เคยลองเล่นอยู่ตัวนึงเหมือนกันของจีนนี่แหละจำยี่ห้อไม่ได้ราคาไม่แพงแต่สเปกยังไม่ได้ขนาดนี้

ด้วยความที่ราคาถูกแต่ได้สเปกขนาดนี่ผมเกรงเหลือเกินว่าประสิทธิภาพและคุณภาพมันจะแบบว่าาา เอ่อออ อืมม นะะ...

เฮ้อ..ช่างมันเถอะ - -"

อืม แอบเห็น รองรับ android 4.0 แต่ ram 512 งบ 2400/เครื่อง อืมมม มันจะได้เร้อ

ปะ เราไปเปิด คลีนิกเกี่ยวกับดวงตาดีกว่า รวยชัว เพราะเด็ก gen Z โอกาสตาเสียมีสูง 555

ผมว่ายังงัยก็ตามถ้าไม่ใช้ tablet ก็คงตาเสียกับอย่างอื่นอยู่ดีล่ะครับ เหมือน social security นั่นล่ะคือถ้ารัฐไม่บังคับให้เก็บเงิน คนก็ไม่เก็บอยู่ดี

ผมว่าอาจจะใช้วิธีบังคับให้เด็ก "หลับตา" โดยการตัวเครื่องจะล็อกเครื่องทุก ๆ 50 นาที แล้วมีข้อความว่าครบ 50 นาทีแล้วหลับตาซัก 5 นาทีนะแจ้ อะไรประมาณนี้ครับ

เด็กป.1 นะครับ จะให้เด็กดูแลตัวเอง? เด็กวัยที่อดข้าวเพื่อเอาเงินไปเล่นเกมเนี่ยนะจะดูแลตัวเอง? ต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยสิครับ แล้วถ้้าสามารถใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาได้ก็ใช้ไป เพราะจะหวังให้ครู-ผู้ปกครองมาคอยสั่งให้เด็กเลิกเล่นมันเป็นไปไม่ได้

"ผู้ใหญ่" ที่หมายถึง "คนจัด spec" ไงครับ เพิ่ม cost หน่อย เปลี่ยนเป็นจอ e-ink แบบที่ #379564 บอก

คิดจริงๆเหรอครับว่า ผู้ปกครองเดี๋ยวนี้ดูแลลูกได้? ครูจะมีเวลามาใส่ใจเด็กรายคน?

การบอกว่า "เรื่องนอกเหนือการควบคุม ให้เป็นหน้าที่ครู-ผู้ปกครอง" น่ะใครๆก็พูดได้ครับ แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าจะหา solution ที่มันแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องไปหวังพึ่งอะไรที่ไม่แน่นอนอย่างคุณภาพครู-ผู้ปกครอง

"เพิ่ม cost หน่อย" นี่มันเท่าใหร่หรือครับ e-reader ที่ผมเห็นในตลาดถ้าไม่นับตัวที่ขายขาดทุน ส่วนมากก็ยังแพงกว่า tablet จีนอย่างมีนัยสำคัญทั้งสิ้น

หรือคุณมีข้อมูลอะไรว่าจริงๆ มันเพิ่มได้ไม่ยาก???

ไม่รู้ครับ โอเคครับผมใช้คำผิด(นิดเดียวไม่ได้เลย) เปลี่ยนใหม่

เพิ่ม cost "ซัก 3-4 เท่าตัว" เพื่อให้อนาคตของชาติไม่ต้องตัดแว่นโดยไม่จำเป็น และลด hidden cost ของฝั่งผู้ปกครองไปในตัว

ถ้าคิดว่าแพง แค่เด็กติดเกมไม่กี่คนจะสายตาเสีย ไม่คุ้มกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ลองเอาไปเทียบกับแคมเปนรณรงค์ไม่นั่งใกล้ทีวีดูนะครับ จะเห็นว่าถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

ผมไม่มีปัญหาอะไรกับการ "เพิ่ม cost 3-4 เท่า" นะครับ แต่ถ้าข่าวออกมากลายเป็นเครื่องละหมื่น (4 เท่าตามที่คุณว่า) แนวทางการพูดคุยในข่าวนี้คงเปลี่ยนไป ถึงตอนนั้นคุณจะยังยืนยันสนับสนุนโครงการนี้ใช่ไหมครับ?

ถ้าถามแค่ผม ผมไม่สนับสนุนตั้งแต่แรกแล้วครับ ตั้งแต่ข่าวแรกสุดนู่นเลย ตอนนี้ก็ยังไม่สนับสนุนอยู่ คนอื่นจะว่าไงก็ไม่รู้ได้

ถ้าโฟกัสเฉพาะประเด็นเรื่องราคา ได้ราคาหนึ่งหมื่น สเปกอย่างอื่นเท่าเดิม เปลี่ยนแต่จอ โดยมีเงื่อนไขว่า "ไม่เคยรู้ว่าถ้าเป็นจอ LCD เหลือแค่ 2400" ผมเชื่อว่าก็ยังยอมรับกันได้ครับ แน่นอนกระแสตอบรับไม่ดีเท่านี้แน่ แต่ก็ไม่ได้แย่มาก

สรุปว่าที่ไม่อยากให้ใช้ e-ink เพราะกลัวแพงแค่นั้นเองเหรอครับ ไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวคุณภาพการศึกษาเหรอ

นั่นคือไม่ว่าจะเป็นจออะไร เครื่องเทพแค่ไหน ก็ไม่สนับสนุนอยู่แล้วใช่ไหมครับ จะได้คุยกันบนแนวคิดนี้ ว่าเสนอเพราะไม่ชอบมากกว่าจะปรับให้ชอบขึ้นมา

  1. e-ink ไม่สามารถลดราคาต่ำกว่าค่าหนึ่งได้ครับ ไม่เหมือนจอ TFT เพราะติดสิทธิบัตร เทคโนโลยีมันยังใหม่ มีสิทธิบัตรบริษัทต่างๆ มากมาย ส่วนมากคิดรายชิ้น ส่วนจอ TFT นั้นสิทธิบัตรหลักๆ ของ Texas Instrument นั้นหมดอายุไปหมดแล้ว มันจึงทำราคาได้
  2. e-ink ยังคงมีปัญหาเรื่องการตอบสนอง ทุกวันนี้ Kindle Touch เองหลายคนก็บอกว่าหน่วง ถ้านำมาใช้จริง ต้องเลิกคิดถึงสื่อ interactive ทั้งหมดเลย การใช้ e-ink มีปัญหาต่อ "คุณภาพการศึกษา" ที่ได้จาก tablet แน่นอน
  3. ในเรื่องขอสุขภาพตา เท่าที่ผมทราบ การมองจอเป็นเวลานานๆ ทำให้ตาล้าจริง แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามันมีผลต่างจากกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องใช้การเพ่งสายตาเป็นเวลานานๆ แต่อย่างใด (นั่นคืออ่านหนังสือนานๆ มันก็ล้าเหมือนกัน) และยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไปถึงการเป็นโรคหรือเสียสุขภาพตาแบบถาวร

ที่ถามอ้อมโลกมาหลาย rep นี่เพื่อให้ผมบอกว่าไม่ชอบแค่นี้เองเหรอครับ -_-" อืมครับ

ถ้าตอบข้อ 1-2 มาตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเสียเวลาขนาดนี้แล้วครับ ส่วนข้อ 3 อ่านหนังสือบนหนังสือมันล้าช้ากว่าอ่านบนจอคอมแน่ๆครับ

เห็นคุณพูดซะมั่นใจเลยว่าเพิ่ม "นิดหน่อย" และเสนอแนวทางเพิ่มเติมก็น่าจะมีแนวคิดอื่นๆ ผมเลยชวนคุยเผื่อมีข้อมูลที่ผมไม่รู้ครับ ไม่ได้ตั้งใจอ้อมอะไร

ก็ได้รับรู้ว่าไม่มีข้อมูลอะไรที่ผมไม่รู้ แค่ไม่ชอบเลยรู้สึกขัดตาไม่ว่ามันออกมาอย่างไร

ถามมาแบบนั้นก็คือตั้งธงไว้แล้วว่าผมอคติไม่ใช่เหรอครับ ต่อให้ผมบอกว่าตอนเห็นตัวขอบยางสีเขียวๆนั่นผมก็ชอบ หรือบอกว่าเห็นราคาเท่านี้แล้วก็ดีใจที่มันถูกกว่าที่คิด หรือบอกว่าที่เสนอนี่คิดถึงเรื่องสายตาเด็กจริงๆ จะเชื่อมั้ยล่ะครับ

ทุกเรื่องสำคัญครับ แต่ก็มีน้ำหนักของมัน เช่น ใส่ e-ink แลกกับเงินอีก 5000/เครือง ทำให้สัมผัสไม่ได้ ตอบสนองช้า คุ้มไหม?

สเปคถือว่าโอเคเลย ต้นทุนราคาจริงๆของเครื่องทั่วๆไปที่ขายกันผมก็ว่าราคาไม่หนีจากพวกนี้หรอก +ค่ากำไร ขนส่ง อะไรอีก ใกล้เคียงนะ

คิดว่าเช่นนั้นครับ และตรงเรื่อง logistics คงจะออกมาจากงบกระทรวงและไม่รวมอยู่ในราคานี้แน่นอน (เพราะนี่ hardware ล้วน ๆ ไม่มี R&D หรือ content development ใด ๆ ทั้งสิ้นอยู่ดี)

จอ capacitive รึเปล่าครับ ไม่เอาจอแบบรับแรงแบบ iPhone จีนแดงนะ มันกากมาก -.-"

ราคา 2400 จะหนีพ้นรึเปล่าเนี่ย เหอะๆ

ราคา 2,400 ได้จริงๆ เพราะไม่มีภาษี + ค่าอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคานี้ยังไม่รวมแอพ...

Spec โอครับ Ram ก็โอ ราคาก็เทพจริง น่าจะซื้อเหมาสัก 2-3 แสนเครื่อง
เอามาขายคนไทยอีก 55+ แจ่มเลยครับ สนับสนุนให้คนไทย ก้าวไกล
ทันสมัย และ ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ (จริงรึป่าววว)

เด็ก ป.1 ผมก็ไม่ว่านะ แต่อยากให้เป็น เด็ก ปี1 ดูดีกว่า และ ถ้าจะได้ใช้เยอะกว่าด้วย

อยากได้ข้อมูลอื่น ๆ ที่พูดถึงเรื่อง platform บ้างจังเลยครับ อยากรู้จังว่าในส่วนงานด้าน software เอย ระบบหลังบ้านเอย มันเป็นยังไง ผมว่ามันก็เป็นอีกครึ่งหนึ่งของงานอะไรแบบนี้เลยนะ ไม่งั้นได้เครื่องนี้มาแล้วก็เอามาเข้าเว็บกันเฉย ๆ อาจจะทำให้ไม่ได้ประสิทธิผลอย่างที่ตั้งเป้าไว้ที่จะเอามาช่วยใช้ในการศึกษา

ได้ติดตามข่าวผ่านรายการแบไต๋ เห็นว่าในช่วงแรกจะเป็นแค่ไฟล์ PDF สงสัยตอนนี้ทางกระทรวงคงจ้างคนสแกนหนังสืออยู่

เค้าจะถามว่า ต้นฉบับเป็นกระดาษหรือ ถึงได้ต้องมาสแกนใหม่อีกรอบ

จริงๆ ไม่ใช่กระดาษครับ แต่ขั้นตอนการทำ Ebook เป็นแบบนี้

1.หาไฟล์ต้นฉบับ

2.พิมพ์ออกมา

3.นำไปเข้าเล่ม

4.แกะออก

5.ยัดใส่เครื่องสแกน

6.นำมารวมเล่มเป็น Ebook แล้วให้นักเรียนอ่าน

โอเค้? (/me ทำท่ากระแดะด้วย)

superballsj2 Mon, 06/02/2012 - 09:12

In reply to by PaPaSEK

อ้อ ขอบคุณครับ

พักนี้สมองเบลอๆ แฮะ แค่นี้ก็งงซะแล้ว สงสัยต้องไปหาวิตามินบี 12 มากินหน่อยละ

SnowBEE Thu, 02/02/2012 - 14:02

ถ้าทำได้ สั่งมาขายคนไทยนอกจากเด็ก ป. 1

ประเทศจะพัฒนาอีกเยอะมาก และพัฒนาเร็วด้วยมากครับ

ถ้าประเทศจะพัฒนาอีกเยอะ พัฒนาเร็ว มันไม่ใช่สั่งมาขายคนไทยครับ มันต้องทำเอง ล็อตแรก ๆ สั่งได้ แต่ถัด ๆ ไปมันต้องผลิตเองครับ

โอ้ลืมไป ค่าแรงวันละ ๓๐๐ คงกดราคาสู้ไม่ได้ แต่อย่าลืมนะครับว่าพวกญี่ปุ่น/เกาหลี เค้าพัฒนากันไปได้เพราะทำเอง

ถ้าทำได้จริง และสร้างประชาชนที่มีคุณภาพได้เยอะ ความเจริญของประเทศไทยตามทันพวกประเทศพัฒนาแล้วได้แน่

2400 ประกันอุบัติเหตุ 2 ปี กับเด็ก ป.1
ใครจะกล้าทำครับ

ประกันแบบ ซ่อม เปลี่ยนให้จริงนะครับ ไม่ใข่แบบ ส่งซ่อม เทอมนึงยังไม่เสร็จ กลับมาอีกทีอาการเดิม ประกันหมด

onsite ด้วยนะนั่น = ='

ผมว่า สเปคแรงขนาดนี้ คงไม่ได้ราคาแบบนี้แล้วมั้ง มันถูก ถึงถูกมากๆ ไปหรือเปล่า มันเหมือนขโมยของมาขายเลยนะ
ถ้าเทียบกับ Tablet ที่ขายในตลาด อย่างถูกๆ ก็ 5000 ขึ้นเข้าไปแล้วหละ เผลอๆยังไม่รวมภาษีด้วยนะเนี่ย

ผมงงกับข่าวว่า ราคานี้เป็นราคารวมของต้นทุนต่อเครื่อง หรือเป็นราคาเครื่องที่จะซื้อไปใช้งานจริงๆ กันแน่

คงเป็น tablet ที่เอา google app ออกรึเปล่า
จะได้ไม่หนักเครื่อง

หรือจะเอาเหมือนที่ต่างประเทศใช้ chrome book กัน
แบบว่า แต่ละตัวก็ออนไลน์แบบเดียวกันหมด ไม่มีปัญหาเรื่องไล่ sync แต่ละเครื่อง
เวลาเก็บก็เก็บรวมๆกันไม่มีการผูกว่าเครื่องใครเครื่องมัน เพราะเปิดมาก็เหมือนๆกันหมดทุกเครื่อง

แต่ผมงงกับสเป็ค Wi-Fi มากกว่าครับ ทำไมไม่มี N ล่ะ IEEE802.11N ตอนนี้ตัวมาตรฐานออกแล้วนี่ครับ
ทำไมไม่ใส่ N ลงไปด้วย ประหยัดตั้ง AP ไปได้หลายตัวเลยครับ แถมแรงกว่าในการส่งข้อมูลด้วยนะครับ

ส่วนตัวถึงแท็บเล็ต หรือ non-tablet หรือ PC ยังไงก็คงไม่กระทบแล้วครับ
เอาเวลาไปเขียนเว็บเตรียมตัวดีกว่า กวาดรายได้ดีกว่าครับ

อ่ะนะ ก็สเป็คทุกอย่างมันโหดๆ ทั้งนั้น ก็เลยน้อยใจ
แท็บเล็ตค่ายอื่นเค้ามีกันหมดแล้ว ก็เลยแอบน้อยใจนิดนึง
เผื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ เค้ามาอ่านเห็นเค้าจะได้เพิ่มสเป็คให้มันสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นแท็บเล็ตแห่งชาติ อะไรอย่างั้น - -"

5GHz มันคลื่นของทหารนะ แต่ไม่แน่ใจว่า กสทช. เขาไปยึดคืนหรือยัง? เพราะเห็นว่าประมาณ 4-5ปีที่แล้ว เห็นว่าห้ามใช้เพราะเป็นคลื่นของทหาร และไม่รู้ว่าตอนนี้ เปิดให้พลเรือนใช้หรือยัง?

EddSuanthai Thu, 02/02/2012 - 15:25

2400 เป็นไปได้ครับเพราะมันเป็นราคา hardware อย่างเดียว
และก็มี volume ที่สูง
อย่าลืมว่าราคาที่เขาขายเรามันมีต้นทุนแฝงอยู่เยอะมาก
ยังไม่รวม content ไม่ต้องเสียภาษี ไม่รวมค่าขนส่ง ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา ไม่ต้องจ่ายค่าพนักงานขาย
ไม่ต้องจ่ายค่า stock สินค้า บลาๆๆๆๆ

แต่มันมาสะอึกเอาตอน ประกัน 2ปี on site service นี่แหละ

มันเป็น Tablet ที่ผู้ใหญ่อยากซื้อให้เด็กครับ 555

จริง ๆ ควรจะเป็น Tablet ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะจะดีกว่ามาก แต่ว่ามันไม่ได้ตามสเปคข้างบนน่ะ

อาชญากรรม ก็อาจจะเพิ่มขึ้น หรือป่าว??
เด็กเดินกลับบ้านกำลังเล่นแท็ปก็โดนวิ่งราวไรแบบนี้ ยังไงเด็กมันก็วิ่งไม่ทันอยู่แล้วว...

เรื่องอาชญากรนี่คงเลี่ยงได้ยากสำหรับไทยครับ ตั้งแต่สมัยผมเรียนประถม (ปี 2532 มั้ง) มันก็มีการไถเงินเด็กแล้ว

จับตัวเรียกค่าไถ่ก็มี ฯลฯ อีกเยอะแยะ

แก้ยากจริงๆ ปัญหานี้

ลองคิดดูครับ จะมีคนซื้อต่อเหรอ เปิดไปเจอตากระทรวง หรือหน้าตาก็คงดูออกแล้วว่าขโมยมาจากไหน ถึงคนขโมยไม่รู้สึกผิด คนซื้อก็คงไม่ใช่แบบนั้น

อีกอย่าง ผมว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เด็กสมัยนี้พกโทรศัพท์เป็นปกติอยุ่แล้วเท่าที่เห็น ร.ร. ป.1 แถวบ้านน่าจะพกกันเกินครึ่งห้อง

บริษัทผม กองเครื่องที่โดนน้ำท่วมทิ้งไว้ในตึก เพื่อรอเคลมประกัน 40 กว่าตัว ยังโดนขโมยงัดเคสเอา CPU กับ RAM ออกไปเลยครับ เคสล็อคกุญแจทุกเครื่องด้วยนะ สายไฟก็โดนปอกเอาทองแดงไป อะไรที่เปลี่ยนเป็นเงินได้พวกนี้มันเอาหมดแหละ -*-

หน้าจอไม่ต่ำกว่า 7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768 พิกเซล ติดฟิล์มมาทั้งด้านหน้าและหลัง

ด้านหลังจะติดฟิล์มทำไม ? หรือว่ามีสองจอหน้าหลัง ?

ถ้า Tablet มีอายุเท่าเรือรบมันก็โอเคนะ (เกรงว่ามันจะพังทันทีหลังประกันหมด)

ไม่เห็นด้วยว่าเอาเงินที่เซื้อเรือรบมาืซื้อไอ้นี่น่ะโอเค แต่มองว่าถ้ามันมีราคาแค่ซื้อเรือรบได้ลำนึงจะเอามาซื้อก็โอเคแหละ

แอบสงสัยตรงนี้เหมือนกันว่าทำไมความละเอียดถึงเป็นแบบ iPad (VGA) เพราะปรกติส่วนใหญ่ของ Android จะใช้ widescreen

ส่วน GPS ไม่ได้มองไปถึงเหมือนกัน แต่ผมว่ามันเพิ่มได้ไม่ยากนะ ?

เกี่ยวกับกับข่าวเก่าหรือเปล่าครับ ที่บอกจอ 4:3 เหมือนกำลังอ่านหนังสือมากกว่าจอไวด์

  1. น่าขายให้ประชาชนด้วย ขายแพงกว่าหน่อยให้มีเงินไปซื้อให้เด็กอีกก็ได้
  2. สต็อกอะไหล่เยอะๆ เพราะคิดว่าได้พังและ QC ต่ำหลายเครื่องแน่
  3. ขอให้โครงการอย่าตกม้าตาย ดังแล้วเงียบ

น่าจะเพิ่ม EDGE/3G Unlimit แบบ Kindle จำกัดเฉพาะเข้าโหลด content การศึกษาและพวก Wikipedia หรืออะไรพวกนั้นด้วยก็ได้ เป็นการบีบไม่ให้ลง OS/Jailbreak เองไปในตัว

จริง ๆ (อีกอย่าง) อยากให้ Tablet ตัวนี้ใช้ ChromeOS ครับ

น่าจะลดเรื่องปวดหัวของผู้ดูแลได้มากเลย

อย่างน้อย ๆ ก็ขอเป็นล๊อกทุกอย่าง เหลือแต่ Web Browser ก็ยังดี 555

เห็นด้วยครับ โปรแกรมต่าง ๆ ที่ติดตั้ง จะเอามาเก็บเป็นผลสำรวจได้ด้วย เพราะเป็น Web Application แล้วให้คนพัฒนาเอาโปรแกรมของตนไปติดตั้งที่ MICT Cloud Computing เพราะส่วนใหญ่บน Android มีแต่เกมส์

เชื่อผมเปล่าว่าจะมีพวกคลิปหลุด ดูหนังโป้บน tablet อะไรโผล่มาแน่ อย่างเช่นการพิมพ์ว่า ม ต้น ในกูเกิ้ลแล้วมีแค่คลิปโป้โผล่มา แสดงให้รู้ถึงพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทยเป็นอย่างดี

จึงควรแจกให้นักเรียนเป็นสิทธิขาดไปเลย ไม่ต้องนำเครื่องมาคืนเมื่อครบปี

ผมว่ามันแย้งกับอันนี้นะ ?

มันเป็นสิ่งที่ผมได้ยินมาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมานะครับ ในนี้ก็บอกว่า เสนอว่าอยากให้เป็นสิทธิขาด นั่นหมายถึงเริ่มคิดมาแนวนี้

โดยส่วนตัวผมว่า แจกให้ใช้ในโรงเรียน เวลาเรียนจนถึงเลิกเรียนตอนเย็น ก็พอครับติดหมายเลขของแต่ละึคนเลย แล้วพอจบค่อยยกเครื่องให้็ก็ได้ จะได้ลดปัญหาเรื่องเด็กต้องดูแลรักษาในช่วงหลังเลิกเรียน ปัญหาการพกพาออกนอกโรงเรียน

Tablet มันทำแบบนี้ไม่ได้เหรอ ทำไมถึงห่วงกันจัง
  1. Lock boot loader
  2. ติดตั้งโปรแกรมคุม Tablet ไม่ให้ทำอะไรนอกลู่นอกทาง เช่นติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม
  3. มีโปรแกรมบันทึกการใช้งาน ส่งข้อมูลการใช้งานเข้า server กลางเพื่อเป็นสถิติ
  4. มีระบบกระจายซอฟต์แวร์หรือ Market ของโครงการ
  5. ให้เอกชนหรือสถาบันการศึกษาทำตลาดวิชาผ่าน Market ของโครงการ ผู้ปกครอง/โรงเรียน ซื้อเพิ่มเหมือนเรียนพิเศษ
ส่วนหน้าจอ ผมเห็นด้วยว่า LCD อาจทำให้สายตาเด็กมีปัญหาได้
อยากให้พิจารณาหน้าจอ Mirasol เพราะ Refresh rate สูงกว่า e-ink มาก
เล่น Video ได้ 15fps กินแบตต่ำพอ ๆ กับ e-ink และที่สำคัญเป็นสี (ซีด ๆ)
บ. ECTACO ทำ Tablet นี้ขายที่รัสเซียแล้ว แต่ราคาแพงพอสมควร ประมาณ 10,000 บาท
ถ้าทำราคาได้ต่ำมาก ๆ ก็ควรให้ประชาชนทั่วไปได้สั่งซื้อด้วย โดยตั้งราคาให้สูงกว่าราคาโครงการ
เพื่อเอาส่วนต่างไปสนับสนุนโครงการ เหมือนที่หลาย ๆ คนเสนอก็จะดีมาก
โครงการ OLPC ก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน

ปัญหาที่ห่วงๆ กันคือ โดนขโมย, ลืมกระเป๋า อะไรแบบนี้นะครับ และการกลับบ้านน่าจะเป็นเวลาที่ใช้กับครอบครัว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ มากกว่าครับ

อย่างที่รู้ เด็กต้องนอนมากๆ แต่หัวค่ำจะได้โต เพราะ Growth ฮอร์โมนจะได้ทำงานเต็มที่ ดังนั้นเวลาที่บ้านมีไม่เยอะหรอกครับ ไม่รู้จะเอากลับมาทำไม

แต่น่าจะเปลี่ยนรูปแบบการสอน เช่น สอนต่อเนื่อง สัก 2-3 เรื่อง เป็นการบ้านนอกเวลา แล้วปล่อยให้เด็กมีเวลา(free time)กับการทำงานกับเครื่องวันละ 2 ชั่วโมง ในช่วงกลางวันเพื่อค้นหาข้อมูล

ผมคิดว่า น่าจะนำผลการวิจัยพฤติกรรมเด็กที่ใช้ Tablet ที่บ้าน กับผู้ปกครอง (ไม่ใช่ว่าผู้ปกครองใช่เองน่อ) มาเป็นการยืนยันว่า ผลที่หวังจะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

ชอบประโยคสุดท้าย " เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นปีละ 3 พันล้านบาทนั้นราคาก็เท่ากับเรือรบหนึ่งลำ" เป็นการประชดได้เจ็บแสบมาก ทหารไทยเห็นเรือรบสำคัญกว่าการศึกษาของเด็ก

อีกอย่าง อนาคตนั้นสำคัญ แต่ปัจจุบันก็สำคัญครับ

ถ้าเกิดเราโดนพม่าตีจนยึดประเทศได้เพียงเพราะดันงกไม่ซื้อเรือรบมันก็ใช่ที่ใช่มั้ย ;-) (แน่นอนว่ามันไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้หรอก 555 ตัวอย่างอาจจะเว่อร์ไปนิดครับป

ให้ทหารจัดรถถังมาเก็บไว้รบกับพม่า ตัวรถถังมันยังไม่มาเลยครับ ล่องหน

จัดงบให้ไปสู้กับโจรใต้ ก็ผ่าไปซื้อ GT200

ปืนและกระสุนที่ซื้อกันมา ไม่ได้เอาไปใช้รบที่ไหน ก็เอามาฆ่าประชาชน(หลายรอบละ) แล้วของบมาซื้อใหม่

เปล่าประโยชน์

"เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นปีละ 3 พันล้านบาทนั้นราคาก็เท่ากับเรือรบหนึ่งลำ"

ถ้าคิดว่าความรู้อย่างเดียวไม่มีการป้องกันประเทศมีความสำคัญ ก็ปลดอาวุธทหารตามชายแดนให้หมด เอาเงินไปซื้อ tabletแจกเด็กให้หมดครับ การเป็นนักการเมืองและมีตำแหน่งหน้าที่ไม่ใช่สักแต่จะพูด ถ้าพูดไม่คิดจะทำให้คนแตกแยกกันไม่ว่าประชาชนกับประชาชน หรือกับทหาร ก็ลาออกไปทำธุรกิจครับ การเมืองเพื่อส่วนรวมไม่ใช่พวกพ้อง

และเสปกนี้ทำได้จริงหรือเปล่า? อย่าเหมือนคอมเอื้ออาทรห่วยครับ ถ้าให้เลือก ขอเป็นคอมพิวเตอร์ตามรร.ต่างจังหวัดให้ครบดีกว่าทำงานและสอนเด้กได้ดีกว่า ไม่ต้องมานั่งเบียดกัน แย่งกัน ไม่ต้องมาคอยห่วงว่า tabletเด้กจะเอาไทำอะไรบ้าง