Apple

ก่อนอื่นต้องเน้นว่า ข่าวนี้__ไม่ได้มาจากปากของสตีฟ จ็อบส์โดยตรง__ แต่มี "แหล่งข่าววงใน" มาเล่าต่ออีกที เชื่อไม่เชื่อกรุณาใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่า สตีฟ จ็อบส์ได้เดินสายเข้าพบนักข่าวหนังสือพิมพ์ในนิวยอร์ก โดยเฉพาะสองรายใหญ่คือ The New York Times และ Wall Street Journal เพื่อล็อบบี้ให้หนังสือพิมพ์เหล่านี้มาลง iPad

กรณีของข่าวนี้เกิดขึ้นตอนพบกับ WSJ ครับ จ็อบส์เอา iPad ให้นักข่าวและบรรณาธิการดู ซึ่งเขาก็ได้รับคำถาม (ตามคาด) เกี่ยวกับ Flash บน iPad คำตอบของเขาก็คล้ายๆ กับที่เคยเป็นข่าวไปแล้ว (สตีฟเปิดเผยถึงเหตุผลที่ไม่รองรับ Flash บน iPhone OS และ ทำไมแอปเปิลจึงมีปัญหากับ Adobe?) ว่า "Flash เต็มไปด้วยบั๊กและทำให้เครื่องแครช"

แต่ข้อมูลใหม่ๆ ก็มีเหมือนกัน

  • จ็อบส์บอกว่า Flash กินซีพียู และมีปัญหาด้านความปลอดภัย
  • เขาบอกว่า Flash เป็นเทคโนโลยีเก่าที่กำลังจะตาย โดยยกเหตุการณ์ในอดีตมาเทียบว่า เหมือนกับที่แอปเปิลเลิกใส่ฟล็อปปี้ไดรว์ FireWire 400 และจอภาพแบบ CCFL ในเครื่องแมค
  • ที่สำคัญเขาบอกว่า ถ้า iPad ต้องประมวลผล Flash จะทำให้อายุการใช้งาน 10 ชม. ลดลงมาเหลือแค่ 1.5 ชม. เท่านั้น
  • เขาบอกว่าการเลิกใช้ Flash เป็นเรื่องง่าย (ต้นฉบับใช้คำว่า trivial) และยุให้ Wall Street Journal เปลี่ยนจาก Flash มาเป็น H.264

ไม่มีใครรู้ว่า Wall Street Journal จะตัดสินใจอย่างไร แต่ถ้าสนใจอ่านคำโต้เถียงคำพูดของจ็อบส์ อ่านได้ตามลิงก์ที่มาครับ ผมยกมาเฉพาะสิ่งที่ "อ้างว่าสตีฟพูด" เท่านั้น

ที่มา - Valleywag

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เพื่อ "ประสบการณ์รวม" ที่ดี*ครับ ผมอยากให้มอง Apple เป็นทางเลือกของคนที่ ไม่อยากเลือกอะไร มากกว่า
ก็เหมือนกับ Blognone ที่สองผู้ก่อตั้งเลือกสิ่งที่คิดว่าดีให้กับผู้อ่าน :P

  • ดี ในที่นี้คือสิ่งที่จ็อบส์และ Apple คิดว่าดี

ไม่พอใจก็ไม่ต้องซื้อก็ได้นี่ครับ

นี่ไม่ได้เกรียนหรือประชดนะครับ เอาจริงๆในเมื่อบอกว่าเรื่องของผู้ซื้อเลือกเอง ก็เลือกที่จะไม่ซื้อไปเลยสิ

ถือซะว่าการไม่มีแฟลชเป็นจุดอ่อน ก็เลือกที่จะไม่ซื้อ ไปซะ

+1 เห็นด้วยครับ ถ้าไม่พอใจในจุดไหนของตัว iPad ก็จำเป็นไม่ต้องซื้อหรอกครับ
ทางตัวผู้ผลิตเองก็คงผลิตในสิ่งที่เขาคิดว่าดีแล้ว ถ้าคุณไม่ชอบก็ไม่จำเป็นต้องซื้อนะครับ

ใช่ครับ ไม่พอใจก็ไม่ต้องซื้อ และผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนรวมถึงผมก็ไม่ซื้อมันจริงๆ

ว่าแต่...เราก็มีสิทธิ์ที่จะเอามาพูดคุยหรือวิจารณ์ได้ใช่ไหมครับ คงไม่ได้เป็นข้อห้ามเนาะ :)

+1

ถ้า iPad แฮงค์จาก Flash ขึ้นมา

คนรับเคราะห์คือ Apple นะครับ ไม่ใช่ Adobe

พอถึงตอนนั้นจะให้ Apple ออกมาแก้ตัวว่าเป็นเพราะ

Adobe ยังออกแบบ Flash ไม่ดีพอสำหรับ iPad

ก็จะโดนเหล่าผู้บริโภคนั่นแหละถามว่า

"แล้วทำไมไม่รอ Adobe ทำออกมาให้ดีพอก่อนถึงค่อยใส่"

ซึ่งจุดนั้นคือสิ้งที่ Apple รออยู่ตอนนี้ ?

ผมว่าไม่นะ เหมือนที่บอกว่า itune บน windows มันช้า ก็ไม่เห็นมีคนว่า ms
ผมว่าดีออก ถ้ามันจะรันได้ แต่ปิดเอาไว้ในตอนแรก

แฟลชบนวินโดวส์มันก็ไม่เห็นมีใครบ่นนะ ลูกค้าส่วนใหญ่คนเค้าไม่สนหรอกว่ามันกิน CPU ขนาดไหน ขอให้มันเท่า มีแฟลช สวยลูกเล่นเยอะ เค้าชอบกันน่ะ (ที่ไม่รู้ว่ามันกิน cpu ขนาดไหน เพราะโดนไวรัสห้ามเปิด taskbar)

เราก็พยายามบอกลูกค้านะว่าใส่เยอะเกินมันไม่ดีนะ แต่่ก็ยังจะให้ใส่แฟลช ลองไปดูเว็บ www.kikusport.com พวกนี้สิ แข่งกันยัดโฆษณาแฟลชเกือบห้าสิบอัน คนก็ยังเข้า

เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นผู้พัฒนา มันก็ต้องตามใจลูกค้าครับ ไม่ใช่ตามใจคนทำ เค้าอยากได้ก็จัดให้ไปซะ ยังไงๆลูกค้าก็ไม่ผิด เราไม่มีปัญญาจัดให้เค้าเอง ข้ออ้างใครๆก็พูดได้หมด

ทำก็ทำได้ไม่ยอมทำไม่รู้มันหมายความว่าไง

user เลือกได้อยู่แล้วนิคับ ก็แค่ไม่เลือกใช้ของเค้า ไปเลือกใช้เจ้าที่เล่นแฟรชได้สิคับ

เหมือนเข้าเว็บ ไม่มีใครบังคับครับ เราไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้า จบ

จ๊อบเป็นผู้ผลิต จ๊อบเลือกได้ แต่เราก็ตัดสินที่จะเลือกจ๊อบ หรือไม่เลือกจ๊อบได้เหมือนกันครับ

ถ้าเล่นเกมบน Flash เป็นไปได้อยู่นะครับ แต่เหลือแค่ 1.5 ชั่วโมงนี่ไม่แน่ใจ รู้แต่เล่นบน Macbook ทีเครื่องร้อนเลย พัดลมก็เสียงดัง แบตลดลงฮวบ น่าจะเป็นเพราะ Flash รุ่นสำหรับ OSX ทำมาไม่ค่อยดีก็เป็นได้

expextoz Fri, 19/02/2010 - 12:50

In reply to by John

Flash กับ Windows 7 ก็เป็นคล้ายๆกัน
เข้าเว็บที่มี Flash ทีไร CPU วิ่งขึ้นไป 60%
แถมเครื่องร้อนเอา ร้อนเอา พัดหมุนดังขึ้นอย่างสังเกตได้

ผมว่ายังไง flash ก็ไม่แย่งตลาด app store

คนทำ app ขายได้เงินผ่าน app store ได้ จะทำ flash ให้เล่นฟรีทำไม หรือถ้าเก็บตังค์ผ่านเว็บยิ่งยุ่งยากกว่า หรือถ้าจะทำฟรี ก็ลง app store ได้เหมือนกัน ซึ่ง apple ก็ไม่ได้อะไรเหมือนกันด้วย

อย่าลืมนักพัฒนาภายนอกที่ไม่ได้พัฒนา App ลง App Store สิครับ จริงอยู่ที่ว่านักพัฒนา App ลง App Store อาจจะไม่ย้ายไป Flash แต่นักพัฒนากลุ่มอื่นก็มีทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น และผู้ใช้ก็มีทางเลือกที่จะไม่ซื้อ App จาก App Store เช่นกัน

นักพัฒนากลุ่มที่ทำ flash มีแต่ค่ายใหญ่เท่านั้นแหละครับที่หาเงินได้ ช่องทางก็ต่างกันมาก ถึงจะแย่งจริงก็ส่วนน้อยมากครับ มีทางเลือกมากขึ้น แต่ไม่กระทบจนทำให้ Apple ไม่ลง flash หรอกครับ หรือมีใครอยากคิดจะทำ flash บนเว็บ เพื่อหาเงินจากคนใช้ iPhone หรือมือถือรุ่นอื่นบ้างหรือเปล่าครับ

App เทพๆ หรือเกมดีๆ (แต่ฟรี) ก็ีมีเต็ม App Store นะครับ

จะบอกว่า ผู้ใช้ก็เลือก app ฟรีจาก App Store ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องไปมองหาข้างนอก (แถมมี Apple คอย approve ให้อีก)

เรื่อง app ต้องผ่าน approve นี่เป็นข้อที่โดนโจมตีมาตลอด แต่หลังจากลอง Android Market แล้ว รู้สึกได้ถึงข้อดีเหมือนกันครับ ว่า app บน app store ไว้ใจได้มากกว่า ไม่ใช่คนโหลดเป็นหนูทดลองแน่นอน

(ดีสำหรับคนโหลด ร้ายสำหรับ Dev และร้ายสำหรับคนรอบางโปรแกรมที่ไม่ผ่าน approve -*-)

เรื่องรายได้ไงครับ

App ส่วนใหญ่ใน app store ราคา 0.99 เองนะครับ

ซึ่งโดน apple หักไปอีก 30% เท่ากับ 1 app ที่ขายไปได้เงินกลับมา $0.70 เท่านั้น

สู้ทำ Flash App แล้วขายโฆษณาจะกำไรกว่ามั้ย (สมมุติได้ view ละ 5cents) คนเข้าใช้ 14 view ก็เท่ากับขายใน store ละ

ผมไม่ทราบข้อมูลเหมือนกันนะครับว่าแบบนั้นได้เข้ากระเป๋า developer เท่าไหร่ แต่บริษัทไม่ใหญ่ หวังจากตรงนี้แทบไม่ได้เลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ

Gameloft Made $25 Million From The App Store Last Year
http://techcrunch.com/2010/02/02/gameloft-iphone-revenue/

$0.99 นี่ผมว่ามันทำให้ขายได้ง่ายมากเลยนะครับ ประเภทกดซื้อแบบไม่คิดอ่ะครับ - -''
อีกอย่างถ้าทำ flash เกมแล้วมันขายโฆษณาได้ราคาดีแบบนั้นผมว่า เกมบน facebook คงไม่ต้องทำ business model พวก virtual currency, virtual gift กันหรอกครับ

อย่าลืมเอาข้อมูลด้านอื่นมาคิดด้วยครับ เช่นทำเงินได้ทั้งหมด $170ล้าน เป็น Mobile Games 94% (ประมาณ $159.8ล้าน) และเป็น Mobile Games จาก App Store $25ล้าน จะเห็นได้ว่าแม้ตลาดเกมมือถือจาก App Store จะเติบโตขึ้นมาก แต่นับกับตลาดเกมส์มือถือรวมก็ไม่ได้ใหญ่มากขนาดนั้น (15.6% จากตลาดเกมส์มือถือรวมของ Gameloft)

ผิดประเด็นนะครับผมว่า

ประเด็นที่ผมจะตอบ คือ Flash game vs App store game ที่บอกว่าทำเกม flash ขายโฆษณาแล้วได้รายได้ดีกว่าน่ะครับ

ปล. ถ้าอ่านให้ละเอียด Full-year revenues from the mobile game segment grew by 12% กับ the iPhone and iPod Touch: in 2009, that number jumped 231% ถ้าคุณเป็นผู้บริหารจะมองไม่เห็นตลาดใหม่เหรอครับ?

"จะเห็นได้ว่าแม้ตลาดเกมมือถือจาก App Store จะเติบโตขึ้นมาก" ผมมองเห็นตลาดใหม่ครับ แต่คงไม่ทิ้งตลาดทั้งหมดที่เป็นไปได้ไปไว้กับตลาดตลาดเดียวครับ (Flash, Java, Symbian, etc.)

ถูกต้องเลยครับ ไม่มีใครทิ้งตลาดเก่าแน่ บริษัททำเกมบน appstore ก็ทำเกมเดียวกันลง flash ก็ได้ เช่น เกม the biggest brain ที่มีทั้ง flash และ appstore

ใครที่ไม่อยากเสียเงินซื้อใน appstore ก็เล่นผ่าน flash บน facebook ไงครับ
สุดท้ายคุณก็มีทางเลือกถ้าไม่อยากจ่าย แต่อยากเล่นเกมเดียวกันนี้คุณก็ไม่ซื้อ iPhone, iPod touch ซื้อ netbook windows แทนไงครับ

เห็นด้วยครับ และผมพูดถึงประเด็นนี้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าบริษัททำเกมบน appstore ก็ไม่เลิกทำแน่นอน แต่ถ้ามี Flash สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้เองนะครับว่าจะเล่มเกมตัวนั้นตัวนี้จากตลาดไหน (การแข่งขันอย่างนึง) ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเมื่อมีการแข่งขันแล้ว ผู้ใช้จะไม่ย้ายไปค่ายนั้นค่ายนี้ มันมีอยู่แล้วครับ จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

ยกประโยคจาก comment เก่ามาโพสอีกทีละกันครับ

"อย่าลืมนักพัฒนาภายนอกที่ไม่ได้พัฒนา App ลง App Store สิครับ จริงอยู่ที่ว่านักพัฒนา App ลง App Store อาจจะไม่ย้ายไป Flash แต่นักพัฒนากลุ่มอื่นก็มีทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น และผู้ใช้ก็มีทางเลือกที่จะไม่ซื้อ App จาก App Store เช่นกัน"

ยังไง Flash ก็ไม่สามารถไปแย่งตลาดของ Apps ได้อยู่แล้วครับ เป้าหมายมันคนละกลุ่มกัน ซึ่งมันก็คลายกันกับ Web App กับ Desktop App ที่การใช้งานมันก็แทนกันได้ไม่หมด อย่าง ผมใช้ GoogleDocs สำหรับงานเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถเปิดได้จากทุกเครื่องที่มีอินเตอร์เน็ต แต่เวลางานที่ผมทำส่งอาจารย์ผมก็ต้องใช้ iWork, MS Office อยู่ดี

สิ่งที่จะมากินตลาด Apps ได้มีอย่างเดียวคือ App ที่สร้างด้วย AIR ซึ่งก็ต้องลง AIR ในเครื่องเพิ่มเพื่อให้ Run App ได้ ซึ่ง Adobe ก็แก้เกมโดยพัฒนา CS 5 ให้สามารถที่จะสร้าง App โดยใช้โปรแกรม Flash ในพัฒนาโดยตรง โดย CS จะทำการแปลงโค๊ดให้โดยไม่ต้องใช้ Objective-C ในการสร้าง ซึ่งโปรแกรมที่พัฒนาก็คงต้องขายผ่าน Apps เหมือนเดิม Apple ก็ไม่ได้เดือดร้อน Adobe ก็ได้เงินจากการขาย CS 5

สรุปคือมันไม่ได้เกี่ยวกับการแย่งตลาด แต่มันเป็นเรื่องประสิทธิภาพของการใชพลังงานมากกว่า

+1
แปลกใจที่ทำไมหลายๆ คนคิดว่า สตีฟ จ็อบส์ กลัว Flash game ?

ผมว่ามันเป็นคนละตลาด คนละธรรมชาติกับโปรแกรมเกมประเภท Native อยู่แล้ว

หมายความว่า การที่จำนวนคนเล่นเกมของตลาดหนึ่ง เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง นั้น
มันจะไม่มีผลกับจำนวนคนเล่นเกมของอีกตลาดหนึ่ง แต่อย่างใด

ควรจะกลัวหละครับ

ถ้าคนที่เข้ามา support ตลาดมากขึ้น
ก็ทำให้ราคาโดยรวม ลดลง

แล้ว apple ไม่อยากเพิ่มตัวปัญหา มานั่งต่อรองเวลา
จะออก product ใหม่ๆ

apple ต้องการควบคุมตลาดได้
ไม่ใช่ว่าต้องมานั่งปวดหัวว่าจะ support adobe ยังไง

ให้ถูกต้องบอกว่า job กลัวการเปิดเสรีมากกว่า

ตั้งแต่นิสัยที่เป็นพวก Control Freak

งานที่ทำมาตลอดกคือ็ออก product ระบบปิดทั้งนั้น ไม่เว้น Policy ของบริษัทที่แปลง่ายๆว่า "เราต้องการควบคุมการรับรู้ของผู้บริโภคต่อ product ของเรา "

ไม่แปลกที่ job จะกลัวอะไรที่ควบคุมไม่ได้

ถ้าเป็นไปตามที่วิเคราะห์จริง
แสดงว่า ชาตินี้ไม่ต้องคิดว่าจะมี Flash บน iPhone, iPad, และทุกๆ i ที่จะตามเลย
ใช่มั้ยครับ ?

จิงคับ ขนาด Macbook pro พร้อม Wireless productivity เคลมไว้ที่ 7ชั่วโมง ทำได้จิง แต่พอ run Flash กับอยุ่ได้แค่ 2ชั่วโมง

แต่ก็ไม่ได้พูดถึงว่า HTML5 ก็กินซีพียูไม่ต่างจาก Flash Berts Breakdown HTML5 Audio + Processing(Canvas) Experiment และ Video บน Flash ก็ใช้ H.264 เหมือนกัน

ปล. link HTML5 ทั้งสองอันนี้เอามาจากคุณ platalay ครับ

บน windows ไม่รู้นะครับ
แต่บน MAC ต่างแน่นอน ใครใช้ MAC เปิด flash หนักๆแล้วพัดลมจะดังมาก

ปล. หน้า HTML5 ที่คุณติดมาด้วยเครื่องผม CPU ขึ้น 50% นะ MBP Core2duo แต่ผมแค่เปิด flash ใน youtube ขึ้น 70%-90% ตลอด

สุดท้ายคิดว่าน่าจะเป็นระบบข้างในของ OSX กับ Windows ที่ต่างกันเลยทำให้ flash บน MAC มันเน่ามาก

มีฝรั่งลองทดสอบกับเขียนถึงสาเหตุในนี้ครับ ลองเข้าไปอ่านดู
http://www.crunchgear.com/2010/02/18/jobs-flash-will-murder-the-ipad-really-now-lets-be-realistic/

HTML5 ถ้ามันห่วยจริง Apple, Google มันคงไม่ผลักดันกันหรอกครับ

ผมไม่ได้บอกว่า HTML5 ห่วยเลยนะครับ แค่พยายามจะสื่อว่าถ้า Apple จะเอาสาเหตุนี้มาเป็นเหตุผลหลักในการที่ไม่ให้มี Flash แล้ว Apple เองก็ต้องไม่เอา HTML5 มาลงเหมือนกันใช่รึเปล่า?

ลองเข้าไปอ่านใน link ของคุณแล้ว สรุปว่าที่ Flash มันรันบน Mac ได้ช้ากว่าบน Windows เนื่องจาก Apple ไม่มี API ที่สนับสนุน Hardware Acceleration ให้ Flash ใช้เองนี่ครับ ถ้าลองอ่าน link ที่คุณให้มาเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว Apple เป็นคนผิดเองทั้งหมดรึเปล่าครับ?

ใช่เลยครับ เพราะ OSX มันไม่มีอะไรสักอย่างที่ Windows มี (ในข่าวบอกว่า Apple ไม่อนุญาติให้ Adobe ใช้ส่วนนั้น)

แต่ user ปกติๆแบบพวกผมไม่รู้หรอกครับว่ามันไม่มี API หรือ Code อะไรข้างใน สุดท้ายผมใช้ flash แล้ว CPU วิ่ง 100% พัดลมวิ่งหึ่ีงๆ ในความรู้สึกของ user ก็คงไม่มีใครชอบล่ะครับ

Apple ผิด บางคนบอก Adobe ผิด บางคนบอก Microsoft แต่ผมไม่สนครับว่าใครผิด ผมแค่ต้องการใช้ technology ที่มันเหมาะสมทั้งในแง่ประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้งาน (ในที่นี้คืออายุแบตเตอรี่) ซึ่ง flash มันไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด

ถ้าคุณอ่านดีๆใน link เค้าทดสอบเปิด video บน youtube CPU วิ่งขึ้น 60% ในขณะที่ HTML5 ที่ 30% ในกรณีผมว่า HTML5 ดีกว่านะ

ในขณะเดียวกัน flash บน windows อาจไม่มีปัญหานี้

เรื่องวิดิโอนั้น Flash 10.1 บน Windows หรืออาจจะมีแม้กระทั่ง Linux(ในอนาคต) สนับสนุน H.264 Hardware Decoding ครับ (Windows-DXVA Linux-VDPAU/VAAPI) ซึ่งเท่าที่ผมทดสอบจะกินซีพียู 10-30% ครับ และทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่าวิดีโอบน Flash มี Post-Processing และ Video Scaling ด้วย

เอ่อ - -'' เอาแบบสรุปคือในอนาคต flash video จะจัดการเรื่อง CPU ดีขึ้นเหรอป่าวครับ อ่านแล้ว งง - -'' ด้วยความที่ technical อ่อนด้อย

สุดท้ายถ้า flash มันเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตจริงๆ ผมว่า iPad หรือของเล่นต่างๆที่ไม่ support flash มันก็ตายไปเองล่ะครับ

ถึง flash ดีจริง แต่ apple ไม่เอาด้วย ก็ลำบากเหมือนกันครับ apple เค้าแรงเยอะ พวกเทคโนโลยีไม่ใช่แค่ดีแล้วจะรอด (อย่าง iPhone เล่น flash ไม่ได้เลย แม้แต่ lite ยอดขายก็ยังมหาศาล) ช่วงครึ่งหลังปีน่าจะเห็นอะไรบ้าง หลังจาก flash for Android ออกแล้ว

เมื่อก่อนและตอนนี้ iPhone ขายดิบดี เพราะยังไม่มีตัวใดมาเทียบเคียงได้ และยังไม่มีซักเครื่องในตลาดที่ใช้ flash ตัวเต็มได้ ไม่มีใครดีกว่าใครในเรื่องแฟลช

แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนไป ตอนนี้ android พัฒนาขึ้นเยอะจนแทบจะสูสี แถมถ้า Flash มาบน android เมื่อไหร่ แต่ iphone ไม่มีแล้วละก็ ผมว่ามีพลิกได้เหมือนกันครับ

เอาง่ายๆ ณ ห้อง mbk พันทิป... "พี่ๆ คะ เครื่องไหนเล่นเกมเฟสบุค เก็บผักได้บ้าง แนะนำทีค่ะ"

ผมบอกได้แค่ว่า โปรแกรมหนึ่งๆมันไม่ได้ดีหรือไม่ดี/เร็วหรือไม่เร็วในตัวมันเองอย่างเดียวครับ API ภายนอกก็มีส่วนเกี่ยวข้องมาก ลองเข้าไปดูตัวอย่างเรื่องFirefox กับ Direct2D/DirectWriteครับ หรืองานด้าน 3 มิติที่ใช้ OpenGL หรือเกม PC ที่ใช้ DirectX

"โปรแกรมหนึ่งๆมันไม่ได้ดีหรือไม่ดี/เร็วหรือไม่เร็วในตัวมันเองอย่างเดียวครับ API ภายนอกก็มีส่วนเกี่ยวข้องมาก"

ที่ผมต้องการจะบอกก็คือมันเป็นมุมมองของ developer น่ะครับ

สำหรับคนทั่วไปเค้าสนใจแค่ประสบการณ์ใช้งานโปรแกรมใดๆเท่านั้นอ่ะครับ API ภายใน, API ของ OS, process thread เค้าไม่สนใจหรอกครับ

เข้าใจคำว่า อยากจะใช้ แต่ไม่มีให้ใช้หรือไม่ให้ใช้ กับ มีให้ใช้ แต่ไม่ยอมใช้เอง ไหมครับ

ผมว่า Adobe อยากจะทำให้ Flash เร็วขึ้นจะตาย ในขณะที่ iTunes นั้นไม่แคร์เรื่องความเร็ว(บน Windows) ซักเท่าไหร่

แน่นอนคับ ผมบอกว่า Microsoft ผิด ถ้ามีคนใช้ของคุณ แล้วบอกช้า

คุณก็ต้องไปหาวิธีที่ทำให้มันเร็วสิ

ไม่ใช่บอก ไม่เอาอ่ะมันช้า ไม่ให้ลงไปเลยดีกว่า

theoneox Fri, 19/02/2010 - 18:39

In reply to by Pinery

ถ้า Microsoft ทำให้เร็วได้นะคับ

แต่ไม่ใช่บอกว่า ไม่เอามันช้า ผมไม่ให้ใช้ดีกว่า

เห็นด้วยครับ ประสบการณ์เดียวกันกับ iTunes รันบน Mac แล้วเร็วแต่รันบน Windows แล้วช้า และผู้ใช้บ่นว่า iTunes ช้าจึงไม่ลง ในกรณีนี้ผมว่า iTunes เป็น software ที่น่าใช้ตัวหนึ่ง แต่คนส่วนมากไม่ใช่ก็เพราะเกิดปัญหาแบบนี้ เช่นเดียวกับ Flash ที่ก็เป็น platform ที่ดีอันนึง แต่มันช้าและกินซีพียูคนส่วนมากก็เลยขยะแขยง

ตามไปอ่านเหมือนกัน

ผมคิดว่าไม่มีใครผิดนะครับ Apple เค้าทำ OS มาแบบนั้นเอง Microsoft ก็ทำ OS มาแบบนั้นเองและ Linux ก็ทำ OS มาในแบบของเขาเอง

Flash มันยังไม่ใช่มาตรฐานสากลระดับโลก (แต่กำลังมีการใช้มากขึ้นเรื่อยๆ?) มันอาจจะเป็นแบบว่า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของ OS จะต้องทำ OS ให้มันเข้ากับ Flash ได้

แต่ละเจ้าก็มีแนวทางของตนเอง อยากจะสนับสนุนหรือ support อะไรก็ได้แล้วแต่เขา

ยิ่ง Apple เป็นพวกมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่แคร์สื่อซะด้วยยิ่งแล้วใหญ่ = ="

ผมหมายถึงว่าการที่ Apple ออกมาโจมตี Flash นี่ สุดท้ายแล้วก็มาจาก Apple ไม่ให้ความร่วมมือตั้งแต่แรกเองนี่ครับ

ลองเข้าไปอ่านใน link ของคุณแล้ว สรุปว่าที่ Flash มันรันบน Mac ได้ช้ากว่าบน Windows เนื่องจาก Apple ไม่มี API ที่สนับสนุน Hardware Acceleration ให้ Flash ใช้เองนี่ครับ ถ้าลองอ่าน link ที่คุณให้มาเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว Apple เป็นคนผิดเองทั้งหมดรึเปล่าครับ?

Core Animation ถูกออกแบบมาเพื่อกรณีนี้ครับ แต่ Adobe ไม่ยอมใช้มัน และออกมาโทษว่าไม่มี API สำหรับเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ แต่สุดท้ายใน Flash 10.1 ที่กำลังจะออกก็เปลี่ยนไปใช้ แล้วออกมาโฆษณาว่าเร็วขึ้น 50% :)

Flash 10 ก็ยังไม่สนับสนุน API หลายๆตัวบน Windows ครับ เริ่มมาสนับสนุนที่ Flash 10.1 เหมือนกันครับ ซึ่งก็ช่วยเรื่องความเร็วได้มากเหมือนกัน และการที่ Adobe จะออก Flash 10.1 ที่เร็วขึ้น(มาก)นั้น ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ Apple ปฏิเสธ Flash นี่ครับ และการที่ Adobe กำลังพัฒนา Flash 10.1 อยู่นั้น จึงไม่ควรถูกกล่าวหาโดย Apple ว่า 'lazy' เลยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เพราะถ้า 'lazy' คงไม่ทำแน่

ส่วนเรื่องวิดีโอนี่ Apple มี CoreVideo แต่ไม่ยอมให้เรียกใช้ทางอื่นนอกจาก Quicktime ครับ อันนี้ให้ผมเดาคือถ้า Flash จะใช้ CoreVideo ก็ต้องเรียกใช้ QuickTime ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมันเป็นไปได้ยาก (ซึ่งอันนี้ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร)

Core Video มันก็เป็น API เปิดตามปกตินี่ครับ? ส่วนเรื่องว่า Adobe ขี้เกียจไหม ผมคิดว่ามันขี้เกียจครับ เพราะ Core Animation มีมาตั้งแต่ Mac OS X 10.5 แต่ Adobe กลับเลือกที่จะเมินมันมาตลอดและตะโกนว่า Apple ไม่ยอมเปิด API ที่ต้องการใช้ให้

แน่นอนว่าถึง Adobe จะยอมทำแล้ว ก็ไม่ได้ทำกับทุกกรณี Core Animation ใน Flash จะถูกใช้ต่อเมื่อ wmode เป็น Normal แล้วรันบน WebKit Nightly บน OS X 10.6 เท่านั้น โดยสรุปก็คือ แทบไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว

ปล. ผมเกลียด Flash

Adobe ไมได้เมินนะครับ จะใช้ CoreAnimation ได้ Browser จะต้องเป็น Cocoa ด้วยซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเจ้าไหนเป็นยกเว้น Safari นอกจากนี้ Safari 4 ตัวแรกๆยังมี Bug อีกด้วย ตามข้ออ้างของผู้พัฒนา "Tinic Uro : because without browser support it is not possible for a plugin to use Core Animation. While Safari has had support since version 4 there were numerous issues which now have been resolved."

ส่วนเรื่อง H.264 Hardware Acceleration นั้น เท่าที่อ่านดูเป็นความผิดของ Adobe เองครับ

http://www.kaourantin.net/2010/02/core-animation.html

ต้นบทความเขาไม่ได้ระบุว่าบั๊กไหนเป็นตัว block แต่เท่าที่ตาม WebKit commit มา ปัญหาของ Core Animation บน WebKit มันก็ถูกแก้ตั้งนานแล้วนะครับ อย่างน้อยคือ Core Animation backend ใน WebKit ใช้ได้ตั้งแต่ราวๆ ช่วงเดือน 5 ปีที่แล้ว

โดยสรุปผมก็ยังคิดว่า Adobe มันขี้เกียจอยู่ดี เพราะถ้าเกิดเป็นปัญหา block ขนาดนั้นจริง ผมควรจะต้องเห็น Adobe มาแจ้งเรื่องนี้ใน mailing list ของ WebKit สิ แต่ผมกลับไม่เคยเห็นใครพูดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว? สรุปแล้วก็แค่ข้ออ้างครับ

และที่ผมพูดว่าไม่มีให้ใช้ก็คือ ถึงแม้จะใช้ CoreAnimation ได้เต็มตัว แต่มันก็ยังไม่เร็วเท่า Flash บน Windows อยู่ดี (Flash Plugin บน Windows เป็น Native Code สามารถเรียกใช้ APIs ต่างๆได้โดยตรง@a comment on reddit)

และอย่าลืมว่ามี Browser แค่ตัวเดียวที่ Support CoreAnimation เอาเวลาที่พัฒนา plugin บน Safari บน Mac/iPhone(ไม่ใช่บน Windows) ตัวเดียว ไปทำอย่างอื่นดีกว่าเยอะ

อืมมม ถ้างั้นคงต้องเปลี่ยนประเด็น ถ้า Adobe ไม่ขี้เกียจจริง ทำไม Flash บน Linux ถึงขยะได้อย่างทุกวันนี้ล่ะ ในเมื่อมี hardware access เหมือนกัน ;)

ที่สำคัญ hardware access มันก็แค่ข้ออ้างครับ เพราะ Adobe เป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟท์แวร์ได้ห่วย Silverlight บน OSX เร็วกว่า Flash มาก ทั้งๆ ที่ไม่มี hardware access เหมือนกัน มันหมายความว่ายังไง?

McKay Sat, 20/02/2010 - 14:25

In reply to by sirn

Linux มี APIs อะไรให้ใช้บ้างหล่ะครับ ผมก็เห็นผู้ใช้ Linux หลายๆคนบ่นกันนี่ครับว่าไม่ค่อยมี APIs อะไรให้ใช้ และ driver ที่สนับสนุน 3 มิติดีๆมีเท่าไหร่กันครับ? opensource driver ของ Nvidia ก็พึ่งเปิดตัวมาไม่นานมานี้เองนี่?

Silverlight มี feature เยอะขนาด Flash และเป็น Core เดียวกับ Flash ไหมหล่ะครับ? หรือผมเข้าใจผิดไปเองว่าที่ Windows XP/7 มันช้ากว่า Windows 98 นี่ก็เพราะมันมี feature เยอะกว่า? หรือ Firefox ช้ากว่า Chrome เพราะใช้ Gecko แทนที่จะเป็น Webkit?

แหม คุณเข้าใจผิดแล้วครับ API พวกนี้บนลินุกซ์น่ะ มีให้ใช้เยอะซะจนเลือกไม่ถูกเชียวล่ะ ส่วนเรื่องว่า Silverlight มี feature เยอะขนาด Flash ไหม คงตอบยากเพราะ แต่เท่าที่ผมเห็นมันก็ทำได้ทุกอย่างที่ Flash ทำได้ และเร็วกว่านะครับ

นั่นมันเป็น API สำหรับ Video Acceleration โดยเฉพาะครับ เกี่ยวกับการเป็น GPGPU ตรงไหน? แสดงว่าที่คุณบอกว่าช้านี่เกี่ยวกับ Video Acceleration โดยเฉพาะสินะครับ?

ถูกครับ (เหมือนจะตกคำว่า Flash "video" บน Linux ไป) เพราะนอกจาก video แล้วผมก็ไม่เคยเปิด Flash ใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ชีวิตก็มีความสุขดี

ส่วนเรื่อง GPU accelerated ถ้าผมจำไม่ผิด บน Windows จะเรียกใช้ผ่าน DirectX API ส่วนบน Linux จะใช้ผ่าน OpenGL แต่มันก็ยังช้าอยู่ดีนะครับ (อันนี้หาบทความต้นทางไม่ได้ จำรายละเอียดไม่ได้จริงๆ) เป็นเหตุผลว่าทำไม Flash บน Linux ถึงช้าเป็นพิเศษถ้าเปิด Compiz

ขอ quote reddit thread บ้าง เหมือนว่า ใน Flash 10.1 จะเปลี่ยนไปแปลง YUV เป็น RGB ที่ฝั่ง video card แทนแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มาด้วย cost ว่าไม่สามารถใช้ Compiz ได้ (แต่ผมจำได้ว่า Xv มันก็ทำได้นะ)

John Sat, 20/02/2010 - 23:35

In reply to by sirn

ผมว่า Adobe ไม่ยอมพัฒนาเองนั้นละ OSX พัฒนาไปถึงไหนแล้ว Flash ยังจมปลั๊กอยู่ที่เดิมเลย ร้องจะเอา API ที่ตัวเองต้องการอย่างเดียวไม่ได้ก็จะไม่ทำ
คราวก่อน Photoshop ก็เข้าถึงระดับ Hardward Access จนเป็นเหตุให้ OSX โดนแฮคกระจายเพราะคนพยายามใช้ Photoshop ปลอมเลยโดนหลอกด้วยโปรแกรมแคร๊กมารอบแล้ว Apple คงไม่ยอมให้ใช้การเข้าถึงแบบนี้อีกแล้ว ถ้าไม่ยอมใช้ตามที่ Apple กำหนดคงไม่ยอมให้ทำ

ถ้าว่ากันตามจริง ผมเห็นด้วยกับจ๊อบส์นะเรื่องกินแบต

ผมเป็นพวกชอบเปิด taskmgr ไว้ตลอดเวลา เวลาเข้าเว็บที่มีโฆษณา flash อะไรแบบนี้ มันชอบกิน cpu หมดทั้งคอร์เลยล่ะครับ

จ็อบส์: ถ้า iPad รัน Flash จะทำงานได้แค่ 1.5 ชั่วโมง
ผมเอง: ถ้า iPad รัน Flash จะใช้ App จาก App store แค่อาทิตย์ละ 1.5 ชั่วโมง

(แอบแซว อิอิ)

ใช้อะไรล่ะครับ เล่นเกมบน facebook เหรอ?

ถ้าให้ผมเลือกเล่นระหว่างเกม Flash กับเกม Apps ผมเลือกอย่างหลัง

อย่างน้อยมันก็ยังมีเกมที่ทุ่มทุนสร้างกว่า (GTA:Chinatown, Final Fantasy1&2)
เกมแฟลชที่เล่นไปวันๆ

ถ้าเป็นคำพูดจาก Steve จริงๆ ผมว่าเขาจะหมายถึง "Flash (สำหรับ web) เป็นเทคโนโลยีเก่าที่กำลังจะตาย"​ หรือเปล่าครับ ถ้าพูดถึงอุปกรณ์มือถือและ Desktop ผมคิดว่ามันเป็นทางเลือกใหม่เลยนะ

แต่ถ้าติดตั้งไว้ แต่ปิดไว้

ถ้าผู้ใช้อยากได้ จะเปิดต้องไปที่ Setting แล้วไปเลือกเปิด Setting นี้เอง
ซึ่งในหน้านั้น ควรจะบอกคำขู่ คำเตือน สารพัดผลเสียที่จะตามมา

ให้ผู้ใช้มีสิทธิ์ได้เลือก ดีกว่าไปคิดว่า อะไรที่เหมาะกับเค้าสิครับ

ถ้าตอนนั้นมีคนบ่นเรื่องอายุแบตฯที่สั้น ตักร้อน เสียงพัดลมดังกระหึ่มเหมือนเครื่องเซิรฟ์เวอร์ คุณค่อยแย้งว่า เฮ้ย ผมเตือนแล้ว คุณไม่ฟังเองต่างหาก

เป็นแนวทางของแอปเปิลหน่ะครับ กรณีคล้ายๆ กัน ตอนเอาแผ่น Floppy disk drive (drive A) ออก ก็เอาออกเลย เสียงบ่นมากมาย สุดท้ายทุกวันนี้ไม่มีเครื่องไหนมี Floppy disk drive มาให้เลย ก็ต้องมาดูว่าคราวนี้ apple ตัดสินใจถูกหรือเปล่าครับ

apple เค้ามักจะทำในสิ่งที่ apple คิดว่าลูกค้าควรจะใช้ ไม่ได้ทำในสิ่งที่ลูกค้าอยากใช้

สุดท้ายที่ทุกวันนี้ไม่มีคนใช้ Floopy Disk เป็นเพราะเลียนแบบ Apple เหรอครับ ผมนึกว่าเป็นเพราะมี Media แบบใหม่มาทำให้คนไม่จำเป็นต้องใช้ซะอีก (USB-Drives)

ผมไม่ได้สื่อเรื่องเลียนแบบเลยนะครับ ผมจะบอกว่า apple จะตัดสินใจทำอะไร ไม่ได้ทำเพราะความต้องการลูกค้าในขณะนั้น เค้าทำตามที่เค้าต้องการ หรือคิดว่าดี

ตรงไหนที่บอกเลียนแบบเหรอครับ - -''

ในกรณี floppy disk มันก็เกิดจากการที่มีสิ่งใหม่ๆเข้ามาแทนอย่างที่คุณว่า ซึ่งในกรณี flash Apple ก็คาดหวังว่า HTML5 มันคือสิ่งที่มาแทนไงครับ

Floopy disk => Flash
USB drive => HTML5

ส่วนมันจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือถูกก็รอดูต่อไปถ้ามันผิด iPad ก็จะตายจากตลาดไปเอง

คุณ Zatang จะสื่อว่า Apple นั้นไม่แคร์สื่อ (ผู้บริโภค) ครับ

อยากจะทำอะไรก็ทำ ทำแล้วคนก็ยังซื้อ (ยกตัวอย่างเช่น ไอโฟน)

:D

ประมาณว่าแบบเดียวกันกับ Opera ที่เปิด Turbo Mode เป็นฟังก์ชันที่ถูกใจมาก
โดยเฉพาะเว็บที่ยัด media player วิทยุออนไลน์แล้วเปิดพร้อมกันหลายตัว - -*

คิดว่า ถ้า Apple ยอมให้ความร่วมมือกับ Adobe เรื่องแบทเตอรี่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่ครับ

ปัญหาคือ Apple บอกว่าไม่ ก็คือ ไม่ ... นี่ล่ะ ปัญหาใหญ่

รอดูฝั่ง Android ว่า เขามีแฟลชแล้ว ... แบทจะเหลือกี่ชม.กันดีกว่า จะได้รู้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่ไม่ยอมทำงาน :P

Apple บอกมานานแล้วครับถ้า Adobe แก้ปัญหาตามที่ Apple ร้องขอได้จะให้ลง (เป็นปัญหาที่เจอแล้วแก้ปัญหาให้แต่บนวินโดว์แต่บนแมคทาง Adobe ไม่ยอมแก้)

ถ้ามีพ่อแบบ MS ก็เลี้ยงแบบบุปเฟต์ ให้เจอทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย อยากได้อะไรอยากใช้ไรเลือกเอง แต่ก็ไม่แบบ ปล่อยหมดเหมือน Linux
ถ้ามีพ่อแบบ Mac ก็เลี้ยงแบบลูกคุณหนู ทุกอย่างเลือกให้หมด มีแต่ของดีๆประเคนให้โรคภัยไม่ให้เจอ(virus) ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม (bug) วันนึงเกิดพ่อตายไปพอไปเจอปัญหาไม่รู้จะเอาตัวรอดได้ไหม

อือม์ ท่าจะจริง

จากที่เคยเห็น User ที่พอจะแก้ปัญหาเองได้ใน windows นี่มีไม่เยอะนะครับ แสดงว่าแมคทำมาให้คนไม่เก่งใช้สินะ (สังเกตุ กระทู้ Geek ไม่มีพูดถึง Mac เลย)

แก้ปัญหา Mac ทีต้อง Command Line/Terminal โลดครับ ^^

Sudo -s
หลังจากนั้น บลาๆๆ

แต่จากที่เคยแก้ของทั้งสองผมว่าแก้บน Windows ง่ายกว่าครับ..

"วันนึงเกิดพ่อตายไปพอไปเจอปัญหาไม่รู้จะเอาตัวรอดได้ไหม"
พ่อตายไป หมายถึงอะไรครับ?
ผมว่าไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันเป็นแค่ OS ตัวนึง!

มันขึ้นอยู่กับว่าจำเป็น หรือไม่จำเป็นแค่ไหนครับ
ถ้าเล่นหนังได้เหมือนกัน จะใช้ cpu เยอะให้เปลืองกว่าทำไม หรืองานอื่นๆ ด้วยครับ

cpu แรงๆ ไว้รองรับตอน peak ซึ่งไม่ได้ตลอดครับ ไม่ใช่ใช้ cpu เยอะตลอดเวลา (อันนี้ตอบคำถามเรื่อง cpu นะครับ ไม่เกี่ยวกับ flash)

ไม่ทราบครับ ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ผมหมายถึงกรณีมี solution ที่ใช้ cpu น้อยกว่าได้ ก็เลือกใช้น้อยกว่า ไม่ต้องไปใช้ให้เต็มกำลัง cpu ตอนไหนจำเป็นต้องใช้เต็มก็ค่อยใช้ ไม่ต้องใช้เต็มตลอด (ตอบเรื่องจะมี cpu แรงๆ ไปทำไม)

ก็มันไม่มีทางเลือกไงคับ มัน ไม่เหมือน Floppy Drive กับ CD Rom ซักหน่อย

ไม่มีแฟรช = ใช้ไม่ได้ จะบอกว่าให้ไปใช้เว็บอื่นแทน ?

คือ ไม่เข้าใจว่า การที่มีหรือไม่มี flash มันสำคัญมากเลยหรือครับ ต้องเป็นประเด็นตลอด ??

ผู้บริโภคต่างก็มีทางเลือกเป็นของตัวเองอยู่แล้ว

มันยังมีเว็บแอพพลิเคชันอีกหลายตัวมาก ที่เป็น Flash ครับ ถ้าเป็นฝรั่งฝั่งอเมริกาที่มี media streaming ใช้กันแพร่หลายแล้ว พวก Hulu อะไรแนวๆ นี้ Flash ล้วน (หรือถ้าเป็นฝั่งอังกฤษก็เป็นวิดีโอของ BBC เป็นต้น)

ของไทยไม่ค่อยมีแอพพลิเคชันลักษณะนี้เท่าไร (แต่พวกดูทีวีย้อนหลังก็ใช้กันหมดนะ) ที่ผมเจอแล้วเซ็งคือเว็บหลายแห่งที่หน้าแรกดันเป็น Flash แถมปุ่ม skip/enter ดันอยู่ใน Flash เนี่ยล่ะครับ บางทีข้อมูลมันต้องใช้ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ขอแบบโหลดหนักๆ แต่เข้าได้ดีกว่า

อีกกลุ่มที่คนใช้กันเยอะก็พวก Flash games นั่นล่ะครับ บริษัทพวกนี้ทำเกมบน Flash กันมาเยอะแล้ว จะเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ เทรนคนใหม่ มันก็ไม่ง่ายเท่าไร

แอปเปิลคงพยายามบีบพวกนี้ให้กลายเป็น App มั้งครับ Hulu จะกลายเป็น App อยู่แล้วด้วย BBC iPlayer ก็ได้ข่าวว่าจะมาในรูปแบบ App เหมือนกันนี่ครับ? (Google: BBC iPlayer for iPhone เจอเลยข่าวแรก)

ผู้ผลิตเค้าทะเลาะกัน แล้วอ้างเหตุผลว่าผู้ใช้ควรอย่างโน้น อย่างนี้
แต่ในกรณีของ ipad ผู้ใช้ไม่มีสิทธิเลือกใช้ flash เพราะ มันไม่มี แต่มีสิทธิอย่างเดียวคือ ตัดใจซื้อหรือไม่ซื้อ

mednoon Fri, 19/02/2010 - 21:04

flash ดีหรือไม่ตอนนี้ไม่ใช่คำตอบครับ เกิด HTML5 ออกมาใช้จริง รับประทานไฟมากกว่า flash มีบั๊กมากกว่า flash ตาจ๊อบจะทำหน้าอย่างไร ตอนนี้ HTML5 ยังไม่ได้ใช้จริง ไม่ควรกล่าวหา flash แบบร้ายๆ โดยขาดตัวเปรียบเทียบได้ขนาดนี้ ลึกๆก็บอกมาเถอะกว่าคุณกลัวคนเค้าทำอะไรบน flash ที่มันไปซับซ้อนกับ app store ของตัวเอง เล่นดราม่ากันอยู่นั่นแหละ

Pinery Fri, 19/02/2010 - 21:44

In reply to by mednoon

comment บนๆก็เขียนกันเต็มนะครับว่า flash มันมีปัญหากับเครื่อง Mac พวกเขานะ

Pla II Sat, 20/02/2010 - 00:23

In reply to by mednoon

ถ้าเป็นเรื่อง เกมส์ตัดประเด็นทิ้งไปได้เลยครับ เป้าหมายตอนนี้ถ้าเป็นเรื่องเกมส์ Apple ต้องการแข่งกับ Sony PSP, Nintendo DS มากกว่า เพราะพวก Native Application มันสามารถที่จะดึงศักยภาพของเครื่องออกมาได้ดีกว่า ประสบการณ์การเล่นที่มากกว่า อีกหน่อยก็มี CryEngine สำหรับ Mobile ซึ่งมันให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมส์แตกต่างจากเกมส์ Flash อยู่แล้ว

เกมส์ที่เป็น Flash ที่สร้างด้วย CS 5 ที่จะออกในอนาคตก็ Export เป็น Native Applications ได้เช่นกัน ซึ่งมันก็ทำออกมาขายใน Appstore อยู่ดี มีใครที่ทำแล้วไม่อยากเอามาขายบ้าง ได้ทั้งเงินที่เป็นโฆษณาบนเว็บ ได้ทั้งเงินจากการขายใน AppStore ซึ่ง Apple เขาไม่ได้กลัวหรอกครับ ยังไงเขาก็ได้ตังค์

นักพัฒนาก็ชอบเพราะพัฒนาครั้งเดียวขายได้หลายเพลตฟอร์ม ทั้ง iPhone OS, Android, WindowsMobile 7, Web Applecation แถมไม่ยุ่งยากในการต้องไปศึกษา Objective-C ของ Mac OS อีก

มันก็ Win-Win ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
-Apple มีโปรแกรมบน AppStore มากขึ้น
-Adobe ขาย CS 5 ได้มากขึ้น เพราะหลายคนอยากทำ App ขายบน AppStore แต่ไม่มีเครื่อง Mac ไม่มีความรู้เรื่องภาษา Objective-C แต่ CS 5 สามารถตอบโจทย์ของเขาได้

เพลอๆคนที่จะได้เต็มๆน่าจะเป็น Adobe ด้วยซ้ำ

ไปดู App ที่ทำจาก CS 5 ได้จาก apps for iphone
หรือจากข่าว Adobe ปล่อยวิดีโอโชว์แอพพลิเคชั่นของ iPhone ที่สร้างจาก Flash CS5

อย่างเกมส์ Red Hood ก็มีทั้งให้เล่นฟรีบนเว็บ กับทำขายใน AppStore

แล้วเกมส์ของ PlayFish บน Facebook ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เล่นบน iPhone เพราะ PlayFish มันอยู่ใต้เรือธงของ EA ที่เป็นเจ้าใหญ่ของตลาดเกมส์บน AppStore เจ้าหนึ่ง คงจะไม่ปล่อยโอกาสที่เข็นพวก Restaurnt City ออกมาขายใน AppStore หรอกครับ รวมถึงเจ้าอื่นๆด้วย

ของอย่างนี้ต้องรอมันออกก่อน แล้วซื้อมาใช้สักอาทิตย์ครับ :-D

แล้วจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ

ไม่ซื้อแต่ก็น่าจะ discuss กันได้นะครับ :)

ที่คุยๆ กันข้างบนก็รู้สึกว่า ไม่มีใครบอกว่า อย่าซื้อ นะครับ

ผมว่าเถียง..ไม่สิ แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ดีออกครับ ดูจากเม้นข้างบนมีความรู้เยอะแยะเลยทีเดียว

วันนี้มาไม่ทันซักยก (= ="

แต่อย่างว่า ยังไม่เคยใช้กันซักคนครับ
ดังนั้นใครยกอะไรมา แต่ละคนก็จะมีเหตุผลต่างๆมาตอบโต้กันไป(หักล้างกันเป็นช๊อตๆ)
ดังนั้น รอดูยอดขายง่ายหลังจำหน่ายที่สุด เถียงไปก็ไม่ได้อะไรครับ ไม่มีใครยอมเปลี่ยนความคิดตัวเองหรอก...

ปล.Atom รัน Windows+flash นี่นานกว่า 1.5 ชม รึเปล่า?

อ่านไปอ่านมา+ประสบการณ์ส่วนตัว เรื่อง Flash นี่
สรุปได้ว่า

Developer + web app(คนทำ) บางกลุ่ม เกลียด flash รวมทั้งผมด้วย

ลูกค้า(คนจ่ายเงิน) ชอบโดยไม่สนใจว่ามันจะกิน cpu หรือ อะไรรู้แค่ notebook ที่บ้าน ใหม่ล่าสุด เครื่องหละ 50k+ บาท ที่ซื้อมาเล่นเกมส์ facebook อย่างเดียวนั้น เปิดได้ลูกเล่นเยอะดี

...

ไม่เหมือนผม ไม่อยากใช้ เพราะ ขี้เกียจเรียนรู้ ขี้เกียจสอนคนอื่น
อยากใช้ ภาพเคลื่อนไหว photoshop/photoscape ทำ gif animation โลด

+1 คือเราเป็นชนชั้นแรงงานไม่มีสิทธิขัดลูกค้าหรอกครับเค้าส่งไรมาก็ทำ เค้ารับได้ก็ให้เค้ารับไปแหละดีแล้ว

แต่เคื่องผมใช้อยู่ Dell Optiplex เก่าๆ การ์ดจอ 8 MB + Pentium4 + Ram 2GB มันเล่น flash ได้ดีเป็นปกตินะครับ

ผมว่าพูดเวอร์กันเกินไปว่า CPU ขึ้นร้อย JAVASCRIPT HTML5 ผมว่าเขียนไม่ดีมันก็ 100% ได้เหมือนกัน ตอนที่พิมพ์อยู่เนี่ยผมเปิด Soccersuck ตั้ง 5 page VS2005 อีกสอง รันงานทิ้งไว้ foobar อีก สารพัดไม่เห็นมันจ้าช้าอะไรเลยไหลลื่นปกติ

Maggot Sat, 20/02/2010 - 13:27

In reply to by way_cs16

ของผมตรงข้ามแฮะ ถ้าสิ่งที่ลูกค้าขอมามันดูไม่ดี ผมก็พยายามล้างสมองให้สิ่งที่ดีกว่าไป พูดจนน้ำลายแห้งล่ะ

ยกเว้นว่าถ้าไม่ทำตามเค้าแล้วจะตายให้ได้ ผมก็ทำให้ แต่ก็จะบอกถึงผลเสียที่ตามมาเหมือนกันและก็ไม่รับผิดชอบส่วนนั้นนะ ก็เตือนแล้วหนิ

ผมถือว่าการให้ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ดีกว่าเก่าให้กับลูกค้าก็ถือเป็นหน้าที่อย่างนึงของคนทำเว็บอย่างเราๆ ละครับ :)

บอกแล้วมันไม่ฟังนี่สิ ก็เลยให้เจอเอง เค้าก็รับได้พอใจ จบ ไปทำงานอื่นต่อดีกว่า
ส่วนคนที่เข้าเว็บที่ทำส่วนใหญ่แทบไม่มีคนบ่นเรื่องแฟลช เค้าบ่นแต่เรื่อง size กับ layout มากกว่าครับ จากการฟังคนใช้เว็บโดยตรงนะ

สรุปแล้วทำแฟลชไปคนเล่นเว็บก็ไม่สนใจหรอก แต่คนจ้างอะเค้าสน

ผมมีเครื่องเก่าๆ athlon 1.6 ghz + winxp + firefox 3.xx

ถ้าผมลง flash plugins พอเวลาเปิดเว็บที่มี flash banner ทั้งหลาย เครื่องจะแฮงค์ไปเลย หาสาเหตุอยู่นาน

จนเอา flash plugins ออกเท่านั้นแหล่ะ หน้าเว็บที่เคยเข้าแล้วแฮงค์ก็ไม่แฮงค์อีกเลย

ผมใช้บน chrome ลื่นปรื๊ดดีครับ http://prezi.com/showcase/ ผมว่ายังไงมันก็ไม่มีเทคโนโลยีบนเว็บไหนสร้างอะไรที่มัน creative innovative ได้งานเหมือน flash แล้วนะ นี่เป็นตัวอย่าง http://prezi.com/showcase/

ผมใช้ P4 1.5GHz + Windows 7

เจอแฟลชบนเว็บแสดงผลลื่นนะ แต่ไอ้ที่ฟรีซไปเลยคือ Opera 10.5 - -" (แต่บน XP ไม่เป็นไรแฮะ สงสัยเคืร่องผมเก่าเกินจะใช้ Windows 7 ได้อย่างราบรื่นทุกอย่าง)

ในฐานะลูกค้า ผมเห็นว่าแอปเปิลอย่างน้อยก็ควรจะให้เปิดปิดโหมด Flash นะครับ เพราะสุดท้ายแล้วลูกค้าก็ต้องการทางเลือกอยู่ดี แต่แน่นอนถ้าทำแบบนี้แอปเปิลจะถูกโดนด่ามหาศาลแน่นอน