Apple

แอปเปิลเปิดตัวแท็บเล็ตตามคาด สรุปว่าใช้ชื่อ "iPad" ตามที่เก็งกันไว้ในช่วงแรกๆ (ก่อนที่ชื่อ iSlate จะเริ่มเป็นข่าว)

หน้าตาของมันคงหาคำอธิบายใดๆ ที่ดีกว่า "iPhone ยักษ์" ไม่ได้ สเปกเบื้องต้นมีดังนี้

  • หน้าจอ 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768
  • ความหนา 0.5 นิ้ว
  • หนัก 1.5 ปอนด์ (0.7 กิโลกรัม)
  • ใช้ซีพียูของแอปเปิลเองชื่อ Apple A4 ความเร็ว 1GHz (PA Semi!?)
  • หน่วยความจำภายใน 16-64GB
  • Wi-Fi N, ต่อเน็ตผ่าน 3G ได้
  • อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ครบครัน GPS, Accelerometer
  • ทำงานต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง!

สเปกแบบเต็มๆ ดูได้จาก Apple iPad

สำหรับโปรแกรมที่มากับเครื่อง สิ่งที่สตีฟ จ็อบส์ เดโมให้ดูบนเวทีคือ

  • ท่องเว็บด้วย Mobile Safari (ที่จอใหญ่กว่า iPhone แสดงผลเว็บเพจได้เต็มตากว่า แต่ยังไม่มี Flash เหมือนเดิม :P)
  • โปรแกรมอีเมลแบบ 2 คอลัมน์ แสดงรายการเมล และเนื้อเมลได้พร้อมๆ กัน
  • โปรแกรมดูรูปภาพที่เชื่อมต่อกับ iPhoto ได้ แสดงภาพบนแผนที่ Google Maps ได้
  • iTunes บนนี้หน้าตาจะกึ่งๆ ระหว่างเวอร์ชันบนเดสก์ท็อปกับบน iPhone แน่นอนว่ามี iTunes Store ในตัว
  • Google Maps พร้อม Street View, ดูวิดีโอ HD จาก YouTube, ซื้อหนังผ่านเน็ตได้

สำหรับโปรแกรมจากนักพัฒนาภายนอก

  • แอปเปิลบอกว่า หน้าจอจะใหญ่เป็น 4 เท่าของ iPhone (หรือ 2 เท่าถ้าวัดตามความยาว) เอาโปรแกรมเดิมบน iPhone มาขยายแล้วใช้ได้ทันที (แต่ตัวหนังสือจะใหญ่แปลกๆ ไปนิด สุดท้ายแล้วคงต้องรองรับหน้าจอ 2 แบบอยู่ดี?)
  • โปรแกรมที่จ่ายเงินซื้อบน iPhone ไปแล้ว ใช้ได้บน iPad เลยไม่ต้องซื้อใหม่
  • การพัฒนาโปรแกรมใช้ iPhone SDK รุ่นใหม่ที่ออกวันนี้ได้เลย
  • iPad จะมีหน้าเฉพาะบน App Store แสดงโปรแกรมที่เขียนมาเฉพาะ iPad ให้เห็นชัดๆ นอกจากโปรแกรมที่มีอยู่แล้วสำหรับ iPhone

ที่ผมว่าน่าสนใจคือโปรแกรมของหนังสือพิมพ์ The New York Times ที่คล้ายกับเวอร์ชันบน iPhone แต่พอจอมันใหญ่แล้วดูดีขึ้นมาก เริ่มให้อารมณ์เหมือนกระดาษจริง แต่เหนือกว่าตรงที่เล่นภาพและวิดีโอได้ในตัว (ยังกะหนังสือพิมพ์ใน Harry Potter)

โปรแกรมอื่นๆ ที่เดโมได้แก่ เกมจาก Gameloft และ EA, โปรแกรมวาดภาพ Brushes ซึ่งพอมีจอใหญ่แล้วเหมือนกระดาษวาดภาพจริงๆ

ของเด็ดอยู่สุดท้ายเช่นเดิมครับ iBooks ร้านขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของแอปเปิลเอง ชนกับ Kindle ของ Amazon ตรงๆ เปิดตัวพร้อมกับสำนักพิมพ์รายใหญ่ 5 รายเป็นพันธมิตร

หน้าตาของร้านขายหนังสือเหมือนกับซื้อหนัง-เพลงบน iTunes Store มาก ไม่แน่ใจว่าใช้นอก iPad ได้หรือไม่ ตัวหนังสือใช้ฟอร์แมต ePub มาตรฐาน อันนี้ผิดวิสัยแอปเปิลอย่างแรง แต่ก็เป็นประโยชน์กับผู้ใช้แน่ๆ

ของเด็ดอย่างที่สอง iWork พร้อม UI ใหม่ที่ปรับแต่งมาสำหรับจอสัมผัสโดยเฉพาะ จากภาพข้างล่างเรียงลำดับ Pages, Keynote, Numbers

การสั่งงานจะคลิกที่วัตถุแล้วมีเมนูแบบ pop-up ขึ้นมาให้เลือก เราจะเห็นเมนูอันนี้เกือบทุกที่ใน iPad น่าสนใจว่าจะเอากลับมายัดลง iPhone ได้ไหม

iWork ไม่ฟรี ขายแยกเป็นโปรแกรม โปรแกรมละ 9.99 ดอลลาร์

สำหรับการพิมพ์บน iPad ต้องใช้คีย์บอร์ดบนหน้าจอ จากเดโม Phil Schiller จะต้องพลิกเครื่องมาเป็นแนวนอนเพื่อพิมพ์ (ผมยังจินตนาการไม่ค่อยออกว่ามันจะพิมพ์ง่ายจริงๆ เหรอ) ส่วนกรณีของ Numbers ถ้าแก้ไขตัวเลข จะเจอ Numpad แทนคีย์บอร์ดเต็ม

ท่าพิมพ์บนตัก นายแบบโดย Jonathan Ive หัวหน้าทีมออกแบบของแอปเปิล

  • iPad ต่อเชื่อมกับ iTunes ผ่านสาย USB ได้เช่นเดียวกับ iPhone/iPod
  • การต่อเน็ตผ่าน 3G ในสหรัฐจะใช้เครือข่าย AT&T เช่นเดิม คิดค่าบริการเดือนละ 14.99 ดอลลาร์ (250 MB) หรือ 29.99 ดอลลาร์ (ไม่จำกัด) ที่สำคัญ__ไม่ติดสัญญา__ ยกเลิกเมื่อไรก็ได้
  • ช่องเสียบ SIM ต้องใช้ซิมแบบใหม่ micro SIM
  • iPad รุ่น 3G จะไม่ล็อคเครื่อง อันล็อคมาให้ตั้งแต่ต้น!!!
  • แอปเปิลคาดว่าจะทำสัญญากับเครือข่ายมือถือนอกสหรัฐ ได้ประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

ราคา

  • รุ่นถูกสุด 499 ดอลลาร์! (17,000 บาท) ความจำ 16GB ไม่มี 3G ต่อ Wi-Fi เท่านั้น
  • รุ่น 32GB ไม่มี 3G - 599 ดอลลาร์
  • รุ่น 64GB ไม่มี 3G - 699 ดอลลาร์
  • รุ่น 16GB มี 3G - 629 ดอลลาร์ (21,000 บาท)
  • รุ่น 32GB มี 3G - 729 ดอลลาร์
  • รุ่นท็อป 64GB มี 3G - 829 ดอลลาร์ (28,000 บาท)

รุ่นไม่มี 3G จะวางขายทั่วโลกภายในอีก 60 วัน ส่วนรุ่นมี 3G รออีก 90 วัน

อุปกรณ์เสริมที่โชว์คือ Keyboard + Dock

ข้อมูลอื่นๆ

  • เข้าใจว่าไม่มีกล้องนะครับ (รอรุ่นหน้าเหมือนเคย)
  • ไม่มี USB มีเฉพาะพอร์ตพิเศษของแอปเปิล Dock connector ซึ่งตัวสายจะต่อกับ USB ฝั่งคอมพิวเตอร์ได้
  • ไม่มีช่องเสียบ SD หรือหน่วยความจำภายนอก อยากต่อกล้อง ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม ที่แปลง Dock connector เป็น SD หรือ USB
  • ไม่มีฟังก์ชันโทรศัพท์
  • มีไมโครโฟนในตัว อย่างน้อยคุยผ่าน Skype ได้?
  • มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm
  • แอปเปิลไม่ได้พูดถึงมัลติทาสกิ้ง และไม่มีเรื่อง notification ระหว่างโปรแกรมด้วยเช่นกัน (อาจจะมี)

ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ของสตีฟ จ็อบส์ เล่าเรื่องด้วยภาพน่าจะเข้าใจง่ายที่สุด

สรุปความจาก Engadget และ Gizmodo ภาพประกอบจากสองแหล่งนี้ครับ

บทวิเคราะห์ (เบื้องต้น)

  • iPad เป็นสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง iPhone กับโน้ตบุ๊กปกติ จากหน้าจอของโปรแกรมทั้งหมด จะเห็นว่ามันมีฟีเจอร์มากกว่าเวอร์ชันบนมือถือ แต่ไม่เท่าเวอร์ชันเดสก์ท็อป ซึ่งแน่นอนว่าจับตลาดผู้ใช้ที่ไม่ต้องการฟีเจอร์มากมายนัก โดยยอมแลกกับความสะดวกในการพกพา
  • แต่ยุทธศาสตร์นี้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า เอาเข้าจริงแล้ว เราจะพกอะไร? โทรศัพท์ต้องพกกันอยู่แล้ว แต่อุปกรณ์อีกชิ้นควรเป็น iPad หรือโน้ตบุ๊กกันแน่? ถ้าเกิดใช้ๆ ไปแล้ว iPad ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จะต้องพกโน้ตบุ๊กติดตัวอีกเครื่องด้วยไหม? หรือว่า iPad จะเป็น "อุปกรณ์ชิ้นที่สาม" เอาไว้นอนอ่านเล่นๆ บนเตียงที่บ้าน ยามที่ไม่ได้ทำงานอะไรหนักๆ โหดๆ เท่านั้น อันนี้แอปเปิลคงมีคำตอบอยู่แล้ว
  • เรื่องโปรแกรม ผมคิดว่าเป็นไปได้ยากที่จะเอาโปรแกรมบน iPhone มารันแบบขยายหน้าจอได้โดยตรง (แม้ว่าจะทำได้ แต่ในทางปฏิบัติคงไม่เหมาะนัก) แปลว่าสุดท้ายแอปเปิลจะมีแพลตฟอร์มถึง 3 ระดับ (แม้จะแชร์โค้ดกันเยอะพอสมควร) สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ fragmentation ของนักพัฒนา (คำถามจำพวกว่า เราจะเขียนโปรแกรมลงเครื่องไหนดี?) อันนี้ผมก็เชื่อว่า แอปเปิลเตรียมคิดมาแล้ว รอดูกันต่อไป
  • ฟีเจอร์ที่ผมสนใจคือ iBooks ในแง่เทคโนโลยีคงไม่มีอะไรต่างจาก Kindle แต่จุดชี้วัดความสำเร็จคือ แอปเปิลจะอาศัย iTunes Store ของตัวเองที่ติดตลาดไปแล้ว ขายหนังสือได้ดีแค่ไหน (โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งกับ Kindle)
  • ฟีเจอร์อีกอันที่สำคัญคือ iWork ซึ่งไม่รู้ว่าเอาจริงแล้วจะเวิร์คแค่ไหน โดยเฉพาะการพิมพ์เอกสารที่ต้องอาศัยคีย์บอร์ดบนหน้าจอ ถ้าทำได้ดี นี่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโปรแกรมตระกูลสำนักงานเลย
  • เนื่องจาก iPad ไม่มีฟังก์ชันโทรศัพท์ การทำงานร่วมกับ iPhone จะเป็นอย่างไร เช่น จัดตารางนัดใน iPad แล้วสั่งให้โทรออกด้วย iPhone ได้หรือไม่ ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ แต่พวกนี้เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ เดี๋ยวคงทำได้ในรุ่นถัดๆ ไปตามสไตล์
  • เรื่องราคาต้องนับว่าเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุดของ iPad ครับ รุ่นล่างสุดถือว่าถูกมาก แต่ผมคิดว่าการใช้งานจริง อาจต้องมองที่รุ่น 3G มากกว่าหรือเปล่า (เพื่อการเชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลา) การคำนวณราคารวมจึงต้องบวกค่าใช้บริการ 3G เข้าไปด้วย ผมว่ารุ่นน่าสนใจที่สุดคือ 16GB+3G ที่ 629 ดอลลาร์ครับ (ถ้าเป็นในสหรัฐนะ)
  • สุดท้ายเป็นเรื่องภาษาไทย จากข้อมูลบนหน้าเว็บของแอปเปิล ยังไม่มีคีย์บอร์ดภาษาไทย (เรื่องอ่านไม่น่าจะมีปัญหา?) แต่ด้วยขนาดของคีย์บอร์ดบนหน้าจอที่ใหญ่พอสมควร จะยัดแป้นพิมพ์ภาษาไทยลงไปคงไม่ยากเท่าหน้าจอบนมือถือ มีที่ว่างพอสำหรับคีย์บอร์ดแบบ TIS-820 อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

"แต่ผมคิดว่าการใช้งานจริง อาจต้องมองที่รุ่น 3G มากกว่าหรือเปล่า"

ไม่เป็นไรยังไม่มีผลกับประเทศไทยเท่าไหร่ 55555 :P

พอ iPad ออกมานี่คิดหนักเรยเฮะ จะรอ NMBP หรือจะสอย iPad ดี (ถูกมากกก Wifi-Only)

มันมีเฉพาะในรุ่นที่มี 3G ไงครับ คือผม reply ประโยคนี้หน่ะครับ "ไม่เป็นไรยังไม่มีผลกับประเทศไทยเท่าไหร่ 55555 :P" เพราะคนที่ใช้ของพวกนี้ส่วนมากน่าจะใช้ EDGE/GPRS เป็นหลักทำให้รุ่น 3G นั้นจำเป็น

ผมมองในแง่ที่มันเป็น Internet Device หรือ Tablet ตัวหนึ่งหน่ะครับ ไม่ใช่ E-Book ที่อ่านหนังสือที่โหลดมาอย่างเดียว

fozarn Thu, 28/01/2010 - 03:17

ถ้าใช้แทน iPhone คุยโทรศัพท์ได้นี่ --ต่อ Bluetooth headset เอาตลอดก็ได้นี่นา ไม่น่าหวง feature นี้เลย

ผมจะขายทั้ง MacBook Aluminum และ iPhone 3GS 16GB ทิ้งเลยทีเดียว

แล้วซื้อ iPad 32GB wifi+3G

ยังเหลือเงินคืนมาอีกหลายหมื่น ( 64,000+25,000) - 24000 = 64,000 ลดค่าของมือสอง เหลือได้เงินคืนจริงๆซัก 30,000 - 40,000 บาท ก็สวยงามแล้ว

ปกติก็ไม่ได้ใช้งาน MacBook อะไรหนักหนาอยู่แล้ว

อ่อ ขาดอีกอย่าง Camera หายไปไหน??????!!!!!!!

ปล สำหรับผม 3G + wifi มาเต็มตัวแล้ว

บ้านอยู่สีลม(ศาลาแดง) เรียนที่จุฬา เดินเล่นที่สยาม

ผมสนใจเรื่องราคามาก ถ้าดูรุ่นต่ำสุดจริงๆ แล้วเปิดตัวราคาเทียบเท่า iPhone ในช่วงแรกเลยนะ แต่มันดูมีอะไรให้ทำเยอะเหมือนกัน

สนใจในการเอา multi-touch มาใช้ในโปรแกรมอย่าง iWork เหมือนกัน เคยสงสัยมานานแล้ววา่โปรแกรม office จะใช้ได้ยังไงในสภาพไม่มี mouse + keyboard แบบนี้

ชั่งใจจริงๆ ใจก็อยากได้ เพราะความสามารถในราคาที่คุ้มค่า แต่ความสามารถบางอย่างก็ดันจำกัด
ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเหมาะเอาไปใช้งาน(ทำงาน)ได้ดี
แต่ก็เสียดายอีกที่ไม่มีพอร์ตแลน+USB Port..
(เผื่อเอาไว้ต่อเข้ากับ Console Port ของ Router เพื่อใช้ Terminal หรือต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงอะไรแบบนี้)

ปล.กล้องมีขายเด้อเป็นแบบต่อแยกเหมือนคีย์บอร์ด

ผมมองในมุมมองงานที่เกี่ยวกับผมหน่ะครับ (Network Engineer)
พอดีผมต้องใช้พวก Telnet ,Terminal,TFTP อะไรแบบนี้อยู่บ่อยๆ
ผมเลยไม่ต้องการอะไรมากแค่พกพาสะดวกพร้อมพอร์ต Lan,Usb แล้วก็ Wireless(&3G)
ให้สื่อสารได้เท่านี้ก็โอเคแล้วครับ

(ขี้เกียจพก Notebook กางไปกางมา..)

เหมือนผมเลย ขี้เกียจหิ้ว MBP ไปขายงานลูกค้า เพราะหนักอึ้ง จะเอาใส่ iPhone ก็ดูไม่โปรเกิ๊น จะซื้อ MBA ก็ดูเกินความจำเป็น
ลองดูตัวนี้ก่อนว่า Keynote สามารถพรีเซนต์ได้ระดับไหน ถ้าดีก็คงซื้อ

อีกอย่างใส่หนัง Porn ไว้ดูก็คงสะดวกเวอร์

(เมื่อไหร่ iTunes จะขาย หนัง Porn HD 5555+)

สรุปแล้วผมว่ารอดูเจ้าอื่นต่อไปดีกว่าครับ (= ="

ถ้าเจ้าอื่นออกมาสวยๆหน่อย ลง Win7 ได้ เท่านี้ iPad มันก็จบแล้วครับ
(ลง Win7 ได้(&OSX86 ?) อื่นๆก็ตามมา เช่น Office 2010 พอร์ต RJ45 พอร์ต USB พร้อม Driver บน Windows ซึ่งสามารถทำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ รวมถึง Application อื่นๆอีกเป็นตับ)

ซึ่งแบบนี้สิน่าจะเหมาะกับการทำงานมากกว่า

ปล.ตอนนี้มี Asus Tablet อยู่มั้งที่ใกล้จะออกอยู่รอมร่อ
(เห็นว่าบอดี้แสตนเลสด้วย)

ส่วนตัวผมรู้สึกแปลกๆที่จะเอา Desktop OS มายัดลงใน Tablet นะครับ คิดว่าเป็น Windows CE ที่ทำออกมาพิเศษเฉพาะทาง (เช่น Zune OS หรือ Windows Mobile) น่าจะเหมาะกว่าครับ

แล้วก้จะมีปัญหาเรื่องไฟล์ Microsoft Office มาให้ปวดหัวอีก เหอๆ

ch1wat Thu, 28/01/2010 - 03:21

เสียดายที่ (เท่าที่คิดได้ตอนนี้)

  1. ไม่สวยอย่างที่คิด ทั้ง UI ทั้งตัวเครื่อง
  2. เล่น flash ยังไม่ได้
  3. หน้าจอไม่ใช่แบบ widescreen
  4. ไม่มี multitasking
  5. ไม่มีกล้อง
  6. สุ่มเสี่ยงกับการมีรุ่นใหม่ในเวลาอันใกล้

iPhone 3GS 16GB ราคาประมาณ $700 เทียบกับ iPad 16GB WiFi+3G ราคา $630

ตัว hardware มีอะไรบ้างเนี่ยที่ iPhone 3GS มันมีเยอะกว่า เหอ เหอ...

จริงๆ ผมคิดว่า margin ของ iPhone 3GS เนี่ยปกตินะครับ จะเยอะหน่อยอาจจะช่วงปลายๆ product-cycle แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกับผลิตภัณฑ์ทำนองนี้อื่นๆ เท่าไหร่ แต่ที่น่าสงสัยคือ ผมคิดว่า iPad แอปเปิลอาจจะตั้งใจกดราคาแบบไม่กะได้กำไรมาก แต่ให้เจ้าอื่นเกิดยากมากกว่า โดยอาจจะย่นในส่วนของค่าซอฟท​์แวร์ลงไป โดยกะว่าเอาส่วนของ iPhone มา subsidized ก็ได้ ยิ่งทำ CPU เองอีกด้วย ค่าใช้จ่ายหลายๆ อย่างมันก็น่าจะน้อยลงไปพอดู

เท่าที่ดู ผมเชื่อว่าแอปเปิลเล็งแล้วว่าค่า App ต่อเครื่องจาก iPad นี่น่าจะได้เยอะกว่า iPhone นะ โดยเฉพาะค่าหนังสือ

หรือไม่ก็คิดง่ายๆ ว่า Slate ของยี่ห้อทั้งหลายกำลังจะเปิดตัว แอปเปิลเองก็รู้ว่าราคาน่าจะประมาณไหนเลยต้องตั้งราคานี้

เอามาทำเป็น GPS ติดรถ ดูหนังฟังเพลงเวลารถติด 555
เวิคกว่าวิทยุอีก ว่าแต่จะมีใครทำ Dock สำหรับ iPAD
ในรถมั่งไหมนั่นจะได้เชื่อเข้าลำโพงวิทยุได้เลย 555

  1. มันหนัก!
  2. ผมมีความรู้สึกว่า netbook น่าจะหายจากตลาดในเร็วๆนี้
  3. แบต 10 ชั่วโมงนี่แปลว่าต้องชาร์จประมาณวันเว้นสองวัน แต่น่าจะวันเว้นวันมากกว่า ยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่
  4. Amazon จะขาย Kindle และ ebook ได้ต่อไป iPad ทั้งใหญ่ทั้งหนัก คงไม่มีใครอยากจะหอบไปมาซักเท่าไหร่

อยากได้มากเลยยยยยยยยยอ่ะ แต่เสียดายไม่แสดงแฟลตเนี่่ยสิ ต้องการเล่นเว็บอย่างจริงจังเลย แย่จัง

เอาไว้พรีเซ็นเนี่ยงานสุดยอดเลยชอบมาก ไม่ต้องพกแมคบุ๊คอีกต่กไป

วันไหนอากาศดีก็พาไปด้วยอ่านหนังสือเล่น อ่านการ์ตูน อื่นๆ มีอารมย์ศิลปก็ยิบมาวาดรูป แต่งภาพ
โอ้ยย.....สุดยอด

ส่วนตัวไม่ชอบอัตราส่วนจอ 4:3 เลยครับ น่าจะทำเป็น 3:2 เเบบไอโฟน เวลาดูรูปจากกล้อง DSLR แล้วดูได้เต็มจอเลย หรือไม่ก็ 16:10 แบบโน้ตบุ๊ค

ราคน่าสนใจ จะอ่าน pdf ได้มั๊ย และคุณสมบัติของ touch screen จะพอสำหรับงานวาดรูปหรือไม่ ถ้าได้ ผมซื้อแน่นอน

น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของยี่ห้ออื่น ๆ ด้วยนะครับเนี่ย

PDF อ่านได้นะครับ Viewable document types: .jpg, .tiff, .gif (images); .doc and .docx (Microsoft Word); .htm and .html (web pages); .key (Keynote); .numbers (Numbers); .pages (Pages); .pdf (Preview and Adobe Acrobat); .ppt and .pptx (Microsoft PowerPoint); .txt (text); .rtf (rich text format); .vcf (contact information); .xls and .xlsx (Microsoft Excel)

ผมขอให้ฉายา iPad เป็น Gadget ประจำห้องน้ำแห่งยุคนะครับเพราะใช้ดูรูปดูหนังและดูหนังสือในห้องน้ำน่าจะดี :P

ผมขอให้ฉายา iPad เป็น Gadget ประจำห้องน้ำแห่งยุคนะครับเพราะใช้ดูรูปดูหนังและดูหนังสือในห้องน้ำน่าจะดี :P

อาจมีเผลอทำตกโถเหมือนมือถือ ^^'a

ไม่รู้ว่า Atom รุ่นใหม่ performance เป็นไงบ้าง แต่ที่ Jobs present ว่า netbook ปัจจุบัน คุณภาพไม่ดีพอ แสดงว่ามั่นใจใน cpu ของ iPad มาก เทียบ performance เท่าๆ กัน Atom กับ 7 ตัวเต็มๆ ไม่น่าจะสู้ได้นะครับ iPad ยังไม่ใช้ OS X เลย (และดูจากวีดีโอเรื่องความลื่นแล้วมันเจ๋งจริงๆ)

เห็นด้วยครับว่า Atom ยังให้ประสิทธิภาพต่อ watt ไม่เพียงพอ แต่เรื่อง OS นี่ถ้าเป็น 7 ก็สู้ได้ครับถ้าลด feature ลงเนื่องจากมันใหญ่ไป เพราะตัว kernel/core ของ 7 นั้นแข็งอยู่แล้วและ 7 ก็รองรับ multitouch อยู่แล้วด้วย อีกทั้งฐานโปรแกรมของ x86 เองก็มีไม่น้อย และถ้าจะบอกว่า 7 นั้นสู้ OSX ไม่ได้นั้นผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่า iPhone OS เหมาะกับอุปกรณ์ด้านนี้มากกว่า 7 หรือ OSX มาก

ดังนั้นปัญหาของฝั่ง x86 ก็น่าจะเป็นเรื่อง CPU นี่แหละ ปล. ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา Apple A4 น่าจะเป็น ARM ครับ

ครั้งแรกที่เห็น ผมรู้สึกชื่นชม microsoft มาก

มีอีกหลายๆอย่าง ทั้งจอ LCD ม้วนได้ แบบ เอามาใช้แทนหนังสือพิมพ์จริงๆ

รู้สึกว่าเหมือน Star Wars จัง

ทำไมมันเงียบไปเลย

ลองย้อนกลับไปดูข่าวMicrosoft Vision 2019 ทำให้คิดได้ว่ามันใกล็แล้วสินะ

แต่ผู้ผลักดันอาจจะไม่ใช่ microsoft เอง ฮ่าๆ

ผมไม่ได้เทียบ 7 กับ OS X เลยนะครับ แต่ผมเทียบว่า device ขนาดเล็ก ใช้งานไม่หนักแบบนี้ พวก 7 หรือ OS X กิน resource มากไป และเกินความจำเป็นครับ ดังนั้นถ้า spec เท่าๆ กัน (ในระดับต่ำๆ หน่อย) iPhone OS จะเหมาะกว่า OS X หรือ 7

โครตเกลียดสินค้าเลียนแบบจากจีนมากอ่ะ

ขนาดป้าผมยังไม่อุดหนุนเลย ไม่คิดเลยว่าจะมีคน เห็นดีเห็นงามด้วย แปลกดี

เสียดายนึกว่าหน้าจอจะเปลี่ยนสภาพพื้นผิวได้ เหมือนที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ แต่ก็น่าจะบางกว่านี้ได้อีก สัก 0.2" กำลังดี :D

โอ้ว Apple รวยเป็นกอบเป็นกำกับ Content เลยนะเนี้ย

ถ้าดูจากวีดีโอแนะนำ ก็คงเข้าใจละครับว่าเค้าคิดเพื่อไว้แล้ว
ถ้าจอใหญ่จนมาชิดขอบ การถือการจับคงไม่สะดวกแน่นอน

เป็นซิมแบบใหม่ครับ จุข้อมูลได้มากขึ้น มีฟังก์ชั่นรักษาความปลอดภัยมากขึ้น แต่ขนาดเล็กลง
http://www.engadget.com/2010/01/27/apple-ipads-micro-sim-explained/

Ishmael Thu, 28/01/2010 - 09:11

ประทับใจมาก สมกับการใช้เวลาพัฒนามาหลายปี
และตั้งราคาแบบฆ่ากันตาย คู่แข่งคิดหนัก
และ model ของการขายสินค้าพ่วง service ก็ถูกปรับเปลี่ยนแนวคิด
ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในการเลือก ผู้ให้บริการ data เองบนเครือข่าย
และเครื่องไม่ล๊อก

(กรอบดำหนาเพราะต้องเว้นไว้ให้เอามือจับถ้าเล็กเกินไป...นิ้วจะเข้ามาในจอ...รบกวนการอ่าน)

มี Bluetooth หรือเปล่าเนี่ย ถ้ามีเดี๋ยวก็มีเกมส์ Controller ขนาดเหมาะมือออกมา มันจะกลายเป็นเครื่องเล่นเกมส์ดีๆ นี่เอง

แล้วเดี๋ยวมันก็มี ปากกาสำหรับเขียนบนหน้าจอออกมาเพิ่ม สำหรับจดข้อความเป็นลายมือ มันจะเยี่ยมมาก ใช้นิ้วก็ได้ ต้องการความละเอียดก็เขียนด้วยปากกาได้ แต่ผมรอของ Windows 7 ดีกว่า ดูอาการแล้ว Tablet ของ Windows 7 น่าจะมีประโยชน์ใช้งานมากกว่า ถ้าบางเฉียบเหมือน Apple แล้วไม่ร้อนด้วยเนี่ย เอาไว้ Present ชั้นดีเลยนะ เท่ห์ด้วย Position นี้ผมถือหาง Microsoft แหะ

มี SlatePC ไงครับ น่าจะพอสู้ได้เรื่องความสะดวก

แต่เรื่องรูปร่าง (ความหนา) ​+ น้ำหนัก นี่คงต้องคิดดูก่อน...

0.7 มีคนบ่นว่าหนักด้วยหรือนี่ ขนาด Air หนักตั้ง 1.36kg (3.0p)

ผมยังรู้สึกว่าไม่เห็นจะหนักเลย

mr_tawan Thu, 28/01/2010 - 13:37

In reply to by Juney

Air เวลาใช้ยังต้องวางบนโต๊

แต่เจ้านี่ส่วนใหญ๋ใช้มือถือเอา ก็คงต้องมีคนบ่นบ้างล่ะครับ

แต่เอาเข้าจริง ผมว่า Programming Windows (Charles Petzold) เล่มเดียวก็น่าจะหนักกว่าแล้วล่ะครับ หนังสืออะไรไม่รู้ ใช้เป็นอาวุธฆาตกรรมยังได้เลยมั้ง หนักจริง ...

Bombycilla Thu, 28/01/2010 - 10:12

ปุ่มกด Menu มันอยู่ล่างสุดแบบนี้ คงกดปุ่มให้กันตอนอยู่บนตักไม่ได้อ่านะครับ >_<

ถ้ามี stylus + apps ดีๆ ใช้จดแทนสมุดจดในชีวิตประจำวันได้เลย พกเครื่องนี้เครื่องเดียว ไม่ต้องมีหนังสือ ไม่ต้องมีสมุด จดเสร็จจัดเก็บ เลือกดูง่ายอีกต่างหาก (แต่คงต้องชาร์จทุกวัน)

ถ้าใช้จดในชีวิตประจำวันแบบที่ผมว่า ผมว่าใช้วันนึงเกิน 5 ชั่วโมงนะครับ (ประชุมทีนึงก็ 3-4 ชั่วโมงแล้ว อยู่บ้านเล่นเน็ต เดินทางดูหนัง ผมจึงคิดว่าต้องชาร์จทุกวัน

หน้าจอ 9" น่าจะทำ interface ที่มันคู่ควรกว่าการเอา icon ขนาด 32x32 มาเรียงๆไว้อย่างเดียว
น่าจะลาก widget มาใช้เหมือน OSX ได้เนอะ หรือไม่ก็ jb ลง OSX ไปเลยท่าจะดี

  • ไม่น่าจะมาแทน หนังสือที่เป็นกระดาษได้ (เหมือนเครื่องอ่านอีบุ๊คทั่วๆ ไปตอนนี้)
  • ไม่น่าจะมาแทน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คได้ (เว้นแต่คนจะเปลี่ยนความเคยชิน สามารถเอานิ้วทิ่มบนหน้าจอแข็งๆ เวลาพิมพ์สัมผัสบนคีย์บอร์ดนานๆ แล้วไม่เมื่อยมือได้)
  • เดาเล่นๆ ว่า มันน่าจะกลายเป็นเครื่องดู DVD แบบพกพาที่เวิร์คที่สุด (หนังก็โหลดเอาจาก Internet ด้วย 3G นั่นแหละ) ... ถ้า Apple โปรโมทการโหลดหนังให้ฮิตได้เหมือนการโหลดเพลงจาก iTune นะ

สำหรับผมแล้วผมคิดต่างออกไปหน่อยนะ

- Old tech ไม่รู้ว่าผมคิดคนเดียวรึเปล่า แต่ว่าสำหรับผมที่ใช้ MacBook อยู่ รู้สึกว่า ถึงแม้ multi-touch trackpad / MagicMouse มันจะดีแค่ไหน แต่เราน่าจะหมดยุคของการใช้ input แบบเก่าๆได้แล้วอ่ะครับ ผมหมายถึง mouse ในภาพรวมเลย มันเป็นเทคโนโลยีที่เก่ามากแล้ว มันน่าจะมี more intuitive ways ในการ input ข้อมูลมากกว่านี้

- Precise multi-touch screen ถ้าระบบ multi-tuch มันละเอียดเหมือนใน trackpad, iPhone นะครับเพราะเท่าที่ทราบ มันรับสัมผัสพร้อมกันได้มากถึง 11 จุด บน MacBook และสัมผัสเนียนมากๆๆๆๆ ถ้าใครใช้ MacOS X ลองโหลดไปทดสอบดูเองครับว่ามันละเดียดมากๆๆขนาดไหน ลองดูในสองเว็บนี้ lericson, goip

- Writing experience เห็นของ iPhone, MacBook ก็มี stylusออกมาขายแล้ว ใช้เซ็นชื่อได้ วาดรูปได้แม่นยำพอควรเลยทีเดียว ถ้ามาเจอกับโปรแกรม hand writing recognition ดีๆ นี่น่าจะแทนการเขียนได้ในระดับนึง

สำหรับนิสิตแบบผม ที่วันๆเปิดเน็ด หาข้อมูล ทำ presentation ทำรายงาน ใช้อีเมล์ เกมส์น้อยมาก มันตอบโจทย์ผมได้ดีมากๆ แถมยังได้ online anywhere anytime กับ 3G อีก ยิ่งชอบเลย

ปล. - สำหรับผมแล้ว 3G เสถียรกว่า wifiมากพอควร และยังให้ความเร็วที่ไม่หงุดหงิดเลย - ผมยังรู้สึกว่า design ของ notebook ปัจจุบันมันเก่ามากแล้ว หมายถึงเป็นฝาพับเปิดปิดๆมานานไปแล้ว ถึงแม้ MacBook มันจะดูสวย แต่ผมก็เบื่อกับของอารมณ์นี้แล้วสิ - ส่วนจะมาแทนกระดาษรึเปล่า นี่ผมไม่คิดยังงั้นเท่าไร เผอิญเป็นคนแพ้แสงมาก มองอะไรจ้าๆนานๆ แล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้นอนมา 2 วัน เป็นอาการ photophobia

ผมก็เบื่อ touch screen เหมือนกัน มีมาตั้งนานแล้ว แต่ทำให้แพร่หลายและราคาไม่ได้

ส่วน 3จี ใช้กับไทยได้ได้นะ 555

ของ HP ตัวที่เคยเปิดตัวมา รู้สึกหนากว่า จอเล็กกว่า หนักกว่า แบตหมดเร็วกว่า แต่ OS ดีกว่า (รึเปล่า) แล้วก็ ราคาแพงกว่า (เห็นว่า 699 แต่ยังไม่แน่กว่าจะเปิดตัวน่าจะลดลงสู้)
*เรื่องราคาผมว่า Apple กล้าขายกำไรน้อยได้เพราะรายได้หลักมาจากเนื้อหาที่ขายผ่านตัว iPad นะครับ สารพัดเพลง หนังสือ วีดีโอ โปรแกรม ฯลฯ

คนละตลาดกับ iPhone นะ
คนที่คิดจะซื้อ Kindle หรือ Nook หรือ ebook reader ตัวอื่นๆ คงจะคิดหนักเลยทีเดียว

ครับ ทั้ง windows และ osx นั้นแหละ ถ้าอยู่ไม่ถูกที่ก็ เสื่อม ทั้งนั้นล่ะ
ต่อให้ osx แฮกได้ไปอยู่ในสินค้าใดๆ ก็ตามของวินโดน์ก็เสื่อมเหมือนกันแหละ
และไม่มีความคิดอยากใช้ขึ้นมาเลย
สิ่งของมั่นต้องตั้งใจทำมาเพื่อนสิ่งนั้นๆ ถึงจะมีความน่าใช้ภูมิใจที่จะใช้

ใช้เพื่อความภูมิใจ.. เหอๆ
นึกว่าใช้เพื่อทำงานนะเนี่ยครับ ที่ Mac มี Bootcamp ก็เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการใช้งานอีกเช่นกันนะครับ
คนที่เขาติดตั้ง osx86 ลงไป ก็เพื่อใช้งานเหมือนกันครับ ถ้าลงแล้วแค่เท่ห์ๆ เดี๋ยวไม่นานก็ลบทิ้งแล้วครับ

อย่ายึดติดกับแบรนด์มากเลยครับ เสียตังให้เขาเหมือนกัน

ปล.ใจจริงผมก็คิดว่าถ้า iPad ลง Windows ได้นี่น่าจะดีกว่า iPhone OS เห็นๆเหมือนกัน
ในเรื่องของความ "ยืดหยุ่น" ครับ (อย่างน้อยนั่งๆใช้งานอยู่ก็อาจจะอยากฟังเพลงไปด้วยบ้าง นั่นไง Multitasking ละ..)

ในสิ่งที่ผมอยากบอกคือ เจ้า ipad เนี่ย ผมไม่ได้ปลื้ม ใน iphone os ของมัน หรอกนะ
อยากได้ osx ตัวเต็มด้วยซ้ำมากๆ ด้วย (อยากได้ร่างกายของมันและวิญญานของมัน) นี่คือสิ่งที่อยากบอก
ที่สร้างมาเพื่อมันเลยจริงๆ และไม่คิดที่อยากให้มันลง windows เลยให้ดิ้นตาย
ไม่ใช่ว่า windows ไม่ดีแต่มันไม่ใช่ แล้วถ้าอยากได้ ความ "ยืดหยุ่น"
osx ไม่ดีกว่าหรอ ก็แปลกใจว่า ทำไมข้ามไป windows เลยทั้งๆที่ น่าจะมอง osx ก่อน ที่เป็น os หลัก
ของแอปเปิ้ลอยู่แล้ว ที่มีพร้อมทั้งความยืดหยุ่น
แล้วความเข้ากันได้อยากแน่นอน ทั้งความเร็วและอื่นๆ

แสดงว่าคุณอยากได้ hardware ของ ipad แต่ windows os มากกว่า
ก็ไม่ต่างกับพวกที่ซื้อสินค้าแมคทั่วไป แต่เอามาลงวินโดน์นั้นแหละ เสียของอย่างที่บอก

ปล. ยอมรับว่าใช้แมคแต่ไม่ภูมิใจเวลาใช้วินโดน์ใน Bootcamp ไม่แนะนำด้วย
ไม่ใช่windows ไม่ดีไม่คู่ควร แต่ถ้าอยากใช้วินโดวน์คงไม่แลแมคแต่แรกแล้ว

ก็คิดอยุ่เสมอว่าข้อดีของแมค คือที่มันมี hardware และ os เป็นของตัวเองเลยสิ่งที่มันทำให้แตกต่าง
ในด้านการตอบสนองเข้ากันได้เลย ก็อย่าง iphone ก็เห็นชัดอยู๋แล้วที่มี UI ไปในทางเดียวกัน
hardware และ os ตอบสนองเข้ากันด้วยดี ต่างจาก มือถือรุ่นอื่นที่ มี os แต่ hardware แล้วแต่ใครผลิต
ก็เลยแปลกใจว่า คุณไม่เห็นข้อดีตรงนี้ของมันหรอ

สรุป ipad + iphone os เฉยๆ
ipad + osx ดีกว่า
ipad + windows เสียของ

ส่วนตัวผมคิดว่าอุปกรณ์พวกนี้เหมาะกับ Embbed OS อย่างเช่น iPhone OS หรือ Windows CE อยู่แล้วครับ เพียงแต่ต้องออกแบบ UI ที่จะมาครอบให้ดีๆหน่อย

ลองยก OSX ลงมา มันก็ดูย่ำแย่ไม่แพ้กับ SlatePC หรอกครับ (พูดตรงๆว่า Winsdows 7 ไม่น่าจะยัดลงไปในอุปกรณ์แบบนั้น การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้มันดูไม่ธรรมชาติครับ ถ้าจะหยัดน่าจะเป็นตระกูล CE มากกว่า)

แล้วทำไมต้องอยากได้ Windows มาลง ? ส่วนตัวผมคิดว่าเพราะคนใช้มันเยอะกว่าครับ เอาไปไหนจะได้เข้ากับระบบที่นั่นได้ง่ายๆ

ผมก็แค่บอกว่า iPad มันไม่ยืดหยุ่น ก็เท่านั้นเอง
แต่ถ้ามันมาพร้อมกับ OSX ก็ดีสิครับ เข้ากันได้กับอุปกรณ์ต่างๆอย่างที่คุณบอกแน่นอน ผมไม่เกี่ยงเรื่อง OS หรอก
แต่ความจริงคือมันไม่ เพราะมันไม่ได้มากับ OSX แต่มากับ iPhone OS ซึ่งมันก็ใช้ได้แค่นั้น
แล้วมันจะเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่นๆได้ยังไง ซึ่งดูท่ามันน่าจะไม่มี Device Driver เพื่อเข้ากับอุปกรณ์อะไรอยู่ในนั้นด้วยซ้ำ (ความจริงมันก็ไม่ได้กับอุปกรณ์ใดตั้งแต่มันไม่มี External Port อะไรนอกจากของมันแล้ว เช่น USB)
ผมจึงแค่มีความเห็นอยู่ในส่วนของ ปล ว่า ถ้าไม่สามารถมี OSX ได้แล้ว ก็น่าจะลง Windows ได้ ซึ่งมันก็ดูเวิร์กดีออก
เพราะถ้ามี Windows แล้ว คุณสมบัติและความยืดหยุ่นมันก็น่าจะมีมากกว่า iPhone OS (ไม่ใช่ OSX)

ปล.ส่วนในเรื่องของความภูมิใจไม่ภูมิใจ ผมไม่ออกความเห็นต่อละกัน ผมมองในแง่ของประโยชน์ที่จะได้รับจากอุปกรณ์มากกว่าภาพพจน์ครับ เพราะผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับ MS หรือ Apple แต่อย่างใด

ปล2.ภาพพวก Slate PC ของผมอาจจะเกินความจำเป็นไปหน่อย แต่ภาพของผมคือใช้แทนพวก Tablet PC โดยไม่ต้องมีคีย์บอร์ดเหมือนพวกที่เป็น Tablet แบบพลิกจอได้เลยหน่ะครับ (หรือว่าใช้แทน Notebook ไปได้เลยนั่นหล่ะ มันออกจะก้ำกึ่งระหว่าง Netbook และ Tablet ครับ แต่สิ่งที่ผมอยากได้ตอนนี้แค่ USB 1 Port และ RJ45 อีก 1 Port ก็มีความสุขมากมายแล้ว)

เสียของ?

ผมว่าถ้าทำได้จริง มัน"อาจจะดีกว่า"ก็ได้ ใครจะรู้

ความเห็นส่วนตัว/opinion/Meinung/γνωμοδότηση/의견/advies/yttrande/דעה

ถ้าดูโฆษณาการใช้งานจาก keynote เองจริงๆ น่าจะทำให้รู้สึกดีกับ iPad ได้มากขึ้นนะครับ

ได้เห็นการทำงานมันจริงๆ หรือถ้าได้ลองใช้ดูใน Apple Store น่าจะอยากได้กันมากขึ้น

ของๆ Apple ไม่ได้ดีที่ spec อยู่แล้ว มันดีที่ user experience

รอดูอนาคตแอพของ iPad ครับ ว่าจะพอเอามาใช้ทำงานได้มั้ย ถ้าทำงานได้นี่คงต้องซื้อล่ะ ราคายั่วใจจริง ๆ ครับ ถูกกว่าไอโฟนอีก

เห็นคอมเมนท์ต่างประเทศพูดว่าถ้าไม่ใช่ e-ink ก็ไม่ใช่ e-book

ผมเลยสงสัยว่าจอ IPS แบบนี้มันทำให้ปวดตา และ e-ink มันทำให้ไม่ปวดหรอครับ

เพราะวัน ๆ หนึ่งผมใช้ชีวิตหน้าคอมได้ถึง 14 ชม. ก็ไม่เห็นจะปวดอะไร ?

e ink อ่านสบายตา ส่วนจอ LCD หรือคอมที่บอกเนี่ย การใช้งานมีหลายแบบครับ การอ่านตัวหนังสือต้องเพ่งมากกว่า การทำงานมีเวลาพัก เวลาคิด ทำอย่างอื่นด้วย และปกติการทำงานกับคอมพิวเตอร์ก็ควรพักสายตาทุก 1-2 ชั่วโมง อยู่แล้ว เพราะมีผลกับสายตา ต่างกับอ่านหนังสือ

จริงๆมันมี e-book ที่ประยุกต์ใช้ LCD ที่ไม่มี backlight มาใช้ด้วยน่ะครับ
ข้อดีคือ ถูกกว่า e-ink มาก แต่ปัญหาก็คืิ กินแบตมากมาย
Kindle นี่ผมจำได้ว่ามันใช้งานได้เป็นอาทิตย์เลยมั้ง
ส่วนเรื่องอ่านหนังสือบน LCD ผมเคยอ่าน pdf แบบตั้งใจอ่านมากๆ บน notebook
อ่านได้ไม่นานก็ต้องเลิกครับ ไม่ไหว มึน

ผมอยากลองใช้ iWork ของ iPad จริงๆ ว่า Multitouch VS. mouse + keyboard ใครจะอยู่ใครจะไป

ถ้ามัน work จริงๆละก็ นี่แหละครับสิ่งที่จะเปลี่ยนโลก