Epic Games ประกาศความคืบหน้าหลังจากส่งแอป Fortnite เวอร์ชัน iOS เพื่อเข้า App Store ในสหรัฐ หลังจากแอปเปิลปรับแก้เงื่อนไขตามคำสั่งศาล โดยบอกว่าแอปเปิลได้บล็อกคำขอส่งแอปจากบริษัท
แถลงการณ์ของ Epic ทั้งหมดบอกว่า
แอปเปิลได้บล็อกการเผยแพร่แอป Fortnite ตามที่บริษัทส่งคำร้องขอไปก่อนหน้านี้ ทำให้บริษัทไม่สามารถเผยแพร่ Fortnite ได้ผ่านช่องทาง App Store ในสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง Epic Games Store บน iOS ของกลุ่มประเทศ EU จึงเป็นเรื่องน่าเสียใจที่ Fortnite บน iOS จะปิดการทำงานมีผลทั่วโลกจนกว่าแอปเปิลจะปลดบล็อก
ทั้งนี้ Epic Games ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าทำไมแอปเปิลจึงไม่อนุมัติ Fortnite เวอร์ชันนี้ และทำไมแอปจึงถูกถอดออกจาก Epic Games Store ในยุโรปด้วย
ที่มา: 9to5Mac
on
ยกต่อไป เริ่ม!!
errin Fri, 16/05/2025 - 19:00
ยกต่อไป เริ่ม!!
น่าจะโดนผิดข้อตกลงของ apple…
tontan Fri, 16/05/2025 - 20:14
น่าจะโดนผิดข้อตกลงของ apple ที่ Epic ทำตั้งแต่แอบส่งอัปเดตไปโผล่ Fortnite ให้จ่ายนอก app store ได้ตั้งแต่แรก ๆ เลย ที่โดน apple แบน ไล่แบนไปหมดแม้แต่ dev kit ก็จะโดนไปด้วย อันนี้ศาลคุ้มครองแค่ dev kit ถ้าจำไม่ผิด อันอื่นโดนยาว ๆ ยกบริษัทแน่ แถมตัวเองทำผิดข้อตกลงเองอีก ไม่น่าเกี่ยวเรื่องฟ้องร้อง เพราะแอปบริษัทอื่นที่ฟ้องร้อง apple ก็อัปเดตได้ปกติ
เรากำลังพูดถึงเงิน 4…
tgtong44 Sat, 17/05/2025 - 00:29
เรากำลังพูดถึงเงิน 4-5แสนล้านบาทต่อปี
เป็นธรรมดามากที่แอปเปิ้ลจะเดือดถ้าไม่ได้ส่วนแบ่ง 30% มันมหาศาลจนมองข้ามตัวเลขไม่ได้
แอปเปิ้ลต้องดึงเกมทำไงก็ได้ที่จะเก็บ 30%ให้ได้ อีกฝ่ายก็ตีมึน เปิดชำระ2ช่องทาง เผื่อใครจ่ายนอกสโตรepicก็จะได้เงินเต็มเม็ดไม่ต้องแบ่ง30%
แล้วแต่มุมมองเลยบางคนอาจเห็นด้วยกับ epic บอกว่าแอปเปิ้ลเอามากไป
บางคนอาจบอกว่าก็สมควรเขาเป็นเจ้าของตลาดก็ต้องเก็บค่าเช่าที่ จะเก็บกี่%ก็เรื่องของเขา
เราว่าไม่มากไปหรอก…
deaknaew Sat, 17/05/2025 - 08:00
In reply to เรากำลังพูดถึงเงิน 4… by tgtong44
เราว่าไม่มากไปหรอก เจ้าอื่นก็เก็บเท่านี้
หรือเอาจริงๆอย่าง แอปสั่งอาหารก็เก็บแพงกว่านี้
เกม console ก็เห็นว่าแพงเหมือนกัน
มีที่ถูกกว่าหน่อยก็ แอปขายของ แต่เดี๋ยวนี้ % ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
จริงๆแล้วถ้าติดตามคดีจริงๆ…
iqsk131 Sat, 17/05/2025 - 13:19
In reply to เรากำลังพูดถึงเงิน 4… by tgtong44
จริงๆแล้วถ้าติดตามคดีจริงๆ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณที่เรียกเก็บเลยครับ แต่อยู่ที่วิธีการที่เรียกเก็บมากกว่า (แต่ Epic ชอบเอาเลข 30% มาพูด โดยเฉพาะเคส Epic vs Steam ที่ Epic แทบจะโจมตีเรื่องปริมาณอย่างเดียว หลายคนก็เลยเข้าใจผิดกัน)
Apple ให้บริการเผยแพร่แอปบน App Store ซึ่งจะเก็บค่านักพัฒนารายปีหรือตั้งส่วนแบ่งจากราคาแอปที่ขายเท่าไหร่ยังไงก็ได้ หรือถ้าหน้าเงินมากๆจะเก็บเงินตามยอดดาวน์โหลดเลยก็ยังได้ ไม่มีใครว่าอะไร ตราบเท่าที่ผู้ใช้ยังมีทางเลือก
Apple ให้บริการระบบจ่ายเงินภายในแอปหรือ IAP ซึ่ง Apple จะเก็บค่าธรรมเนียมตรงนี้เท่าไหร่ก็ได้ หลายคนก็ไม่ติดอะไร แน่นอนว่าตราบเท่าที่ผู้ใช้ยังมีทางเลือกเช่นกัน
ที่เป็นประเด็นก็คือ Apple บังคับให้แอปที่เผยแพร่ใน App Store ต้องใช้ระบบจ่ายเงินในแอปของ Apple อย่างเดียวเท่านั้น (แถมห้ามโปรโมทอีก) โดยอ้างว่าเป็นค่าบริการของ App Store ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่ มันคือการเอารายได้จากบริการหนึ่งไปโปะอีกบริการหนึ่ง ซึ่งหลายคนมองว่ามันไม่แฟร์และไม่สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
แต่เอาจริงๆ โมเดลนี้ก็ใช่ว่าจะไม่พบเห็นในโลกความเป็นจริง ที่เห็นชัดๆก็คงจะเป็นฟู้ดคอร์ทนี่แหละ ที่บังคับให้ทุกร้าน ต้องใช้ระบบจ่ายเงินของฟู้คคอร์ทเท่านั้น
เพราะงั้นในมุมมองผม ผมมองว่า Apple ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่มันไม่ส่งผลดีกับตลาดและผู้บริโภค จึงเห็นด้วยกับการให้เปลี่ยนครับ ศาลเองรอบแรกก็แค่ตัดสินให้ Apple เปลี่ยนเฉยๆ แต่ไม่ได้ปรับเงินอะไร (เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด) จะโดนปรับเงินก็รอบถัดๆมานี่แหละ
ปล. ดักไว้ก่อนเผื่อคนบอกว่าผมอยู่ข้าง Epic คือแม้ผมจะอยากให้ Apple เปลี่ยนแต่ผมไม่ชอบวิธีการ Epic ครับและดีใจที่เห็น Epic โดนลงโทษเช่นกัน