ตามที่เราเรียนกันมา หรือเชื่อกันมา ว่าการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมเกลือแร่ต่างๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพิ่มเติมจากที่ได้รับจากมื้ออาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือมีอาการเจ็บป่วย ทว่าผลการวิจัยศึกษาพบว่ามันอาจไม่เป็นอย่างที่คิดเสมอไป
งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล St. Michael's Hospital และ University of Toronto ซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ใน Journal of the American College of Cardiology เมื่อสัปดาห์ก่อน
ทีมวิจัยได้ตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่เดิมเทียบกับกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มในอังกฤษตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2012 ถึงเดือนตุลาคมปี 2017 โดยพบว่าการกินวิตามินเม็ดอย่าง วิตามินดี, แคลเซียม, วิตามินซี หรืออาหารเสริมอื่นที่ผสมวิตามินหลากชนิด ไม่มีผลต่อการลดหรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบบหัวใจหลอดเลือด หรืออาการ หัวใจวาย, เส้นเลือดในสมองแตก หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (premature death) ของกลุ่มผู้ให้ข้อมูลของงานวิจัยนี้
Dr. David Jenkins หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่าทีมวิจัยประหลาดใจมากที่ข้อมูลสถิติชี้ว่าอาหารเสริมวิตามินหลากหลายรูปแบบที่มีวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่มีผลช่วยลดความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยดังที่กล่าวมา อย่างไรก็ตามก็ไม่พบว่าอาหารเสริมเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วยข้างต้นเช่นเดียวกัน
ผลการศึกษาพบว่าอาหารเสริมจำพวกกรดโฟลิก และอาหารเสริมวิตามินบีที่มีกรดโฟลิก อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคระบบหัวใจหลอดเลือดและอาการเส้นเลือดในสมองแตกได้ ในขณะที่สารไนอาซินและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลกระทบเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในระดับน้อยมาก
การศึกษาของงานวิจัยนี้ครอบคลุมอาหารเสริมวิตามินหลายตัว ทั้งวิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 3 (ไนอาซิน), วิตามินบี 6, วิตามินบี 9 (กรดโฟลิก), วิตามินซี, วิตามินดี, วิตามินอี, บีตา-แคโรทีน, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, สังกะสี, แมกนีเซียม และซีลีเนียม ซึ่งอาหารเสริมหลายตัวที่ถูกนำมาประเมินข้อมูลการวิจัย อาจมีวิตามินและเกลือแร่หลายอย่างผสมรวมอยู่ในตัวเดียวกัน
Dr. David Jenkins กล่าวโดยสรุปว่านอกเหนือจากกรดโฟลิกที่มีปรากฏข้อมูลบ่งชี้ว่าช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและอาการเส้นเลือดในสมองแตกอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ระดับสุขภาพของผู้คนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับคุณภาพและสารอาหารที่ได้รับผ่านการรับประทานอาหารจริงเป็นหลัก
"จนถึงขณะนี้, ไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารเสริมใดที่แสดงให้เราเห็นว่าจะมีอะไรดีไปกว่าการรับประทานอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพอย่างจริง โดยลดการบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป รวมทั้งการรับประทานผัก, ผลไม้ และถั่ว"
ที่มา - MedicalXpress
on
อาหารเพิ่มมูลค่าฉี่
osmiumwo1f Mon, 04/06/2018 - 09:31
อาหารเพิ่มมูลค่าฉี่ เพราะอะไรที่เกิน (โดยเฉพาะวิตามิน) จะถูกขับออกมาทางนี้หมด
แต่ตอนที่กินวิตามินซีมันเห็นผ
impascetic Mon, 04/06/2018 - 09:37
แต่ตอนที่กินวิตามินซีมันเห็นผลสำหรับผมนะ กินยาปีกว่าๆ ช่วงเวลานั้นไม่เคยป่วยแม้แต่ออดๆแอดๆอะไรเลย เคยมีสองครั้งที่รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ นอนตื่นเดียวก็หายเลย ภูมิต้านทานเป็นเลิศจริงๆ
พอรู้สึกว่าน่าจะเป็นไข้ผมก็จั
dangsystem Mon, 04/06/2018 - 12:28
In reply to แต่ตอนที่กินวิตามินซีมันเห็นผ by impascetic
พอรู้สึกว่าน่าจะเป็นไข้ผมก็จัด น้ำฝรั่ง หรือน้ำส้มด่วนๆ กินยาแก้หวัด เป็นอาทิตย์ไม่หาย กินน้ำฝรั่ง วันสองวันหาย ลองดูและกันครับสำหรับผมหาย
ผมก็ทำแบบนี้ครับ
impascetic Mon, 04/06/2018 - 13:19
In reply to พอรู้สึกว่าน่าจะเป็นไข้ผมก็จั by dangsystem
ผมก็ทำแบบนี้ครับ ถึงไม่หายแต่ก็จะเป็นไม่หนักมาก ผมกินเป็นลูกๆเลยอ่ะชัวร์ดี แต่ตอนที่กินวิตามินซีนี่คืออาการแทบไม่มี ตากฝนลุยแดดไม่กลัวป่วยเลยครับ อาจจะรู้สึกว่าเปลืองหน่อย แต่กระปุกนึงกินได้หลายเดือน ลงทุนกับสุขภาพก็โอเคดีครับ
บางคนเค้ากินแล้วผิวพรรณดีขึ้นนะ แต่อันนี้ผมน่าจะเกินเยียวยาละ ไม่เห็นผลใดๆ ถถถถถถ
ผมก็รู้สึกว่า vitamin c
unn Mon, 04/06/2018 - 12:36
In reply to แต่ตอนที่กินวิตามินซีมันเห็นผ by impascetic
ผมก็รู้สึกว่า vitamin c มีผลเหมือนกัน (ส่วนตัวกินอยู่อย่างเดียวนี่แหละ) เวลารู้สึกไม่ค่อยสบายน้ำมูกไหล กินแบบเคี้ยว 500mg เม็ดนึง สักพักจะรู้สึกอาการดีขึ้นเลย (แต่ก็ไม่ทุกครั้งนะ)
แม่ผมนี่ ช่วงเวลาจะหน้าฝน
TheOrbital Tue, 05/06/2018 - 13:38
In reply to แต่ตอนที่กินวิตามินซีมันเห็นผ by impascetic
แม่ผมนี่ ช่วงเวลาจะหน้าฝน หรือจะหน้าหนาวจะทำน้ำส้มคั้นให้ลูกเป็นประจำ
ช่วยได้จริงๆนะ ไม่ใช่ในแง่รักษาแต่เป็นเชิงป้องกัน
โชคดีที่ประเทศไทย
ปาโมกข์ Mon, 04/06/2018 - 09:39
โชคดีที่ประเทศไทย
ปลูกและหาพืชผักผลไม้กินง่าย
ได้สารอาหารครบถ้วน
ป.ล.
เคยอ่านงานวิจัยเรื่องความสมดุลแห่งโอเมก้า
หากโอเมก้า 3 ต่อโอเมก้า 6 เป็น 1-1 หรือ 1-3
โอกาศเป็นโรคหลอดเลือด โรคความดัน และโรคหัวใจน้อยมากๆ
อยากรู้ว่างานวิจัยศึกษายังไง
Patchan Mon, 04/06/2018 - 09:51
อยากรู้ว่างานวิจัยศึกษายังไง ถ้าเอาวิตามินไปให้คนที่กินสารอาหารครบ แล้วสรุปผลมันก็คงไม่มีผลอะไรหรอกเพราะร่างกายเรารับวิตามินได้จำกัดส่วนเกินก็เสียเปล่า ถ้าให้คนขาดสารอาหาร กินกับไม่กินแล้วสรุปผลอันนี้ล่ะ ok
+1
cornario Mon, 04/06/2018 - 10:03
In reply to อยากรู้ว่างานวิจัยศึกษายังไง by Patchan
+1
ผมว่าการวิจัยนี้เขาต้องการเจา
alonerii Mon, 04/06/2018 - 10:15
In reply to อยากรู้ว่างานวิจัยศึกษายังไง by Patchan
ผมว่าการวิจัยนี้เขาต้องการเจาะจงแบบนั้นเลยครับ เพื่อคลายข้อสงสัยว่าถ้าคนสุขภาพแข็งแรง มีวิตามินในร่างกายครบถ้วนกินพวกวิตามินเม็ดเข้าไปจะมีผลอะไรมั้ย
เพราะปกติแล้ว วิตามินเม็ดจะใช้สำหรับคนที่ขาดวิตามินนั้น ๆ ครับ แต่ไม่ได้ให้คนที่มีวิตามินครบอยู่แล้วกินเข้าไปเพิ่ม
ซึ่งจริงๆ
foizy Mon, 04/06/2018 - 10:30
In reply to ผมว่าการวิจัยนี้เขาต้องการเจา by alonerii
ซึ่งจริงๆ คนทั่วไปก็ควรจะเข้าใจได้ว่า ถ้าอะไรพอแล้วก็พอแล้ว เอาไปใช้มากกว่านั้นไม่ได้แล้ว (แต่ก็ไม่ค่อยจะคิดกันแบบนั้น)
เพราะที่อาหารเสริมบูมนักบูมหนามันเกิดขึ้นเพราะว่า คนส่วนใหญ่ (เชื่อว่า/อาจเป็นความจริงว่า) บริโภคอาหารเองได้ไม่ครบถ้วน ด้วยวิถีชีวิต
ใช่ครับผมเห็นคนปกติบางคนกินยั
tstcnr1u Mon, 04/06/2018 - 10:35
In reply to ซึ่งจริงๆ by foizy
ใช่ครับผมเห็นคนปกติบางคนกินยังกะคนป่วยใกล้ตาย วิตามินเป็นกระเป๋าเลย ความจริงต้องกินที่ขาดอย่างผมผิวตรงเล็บลอกพอกินแล้วหายก็ลองกินๆหยุดๆในการใช้ชีวิตปกติหลายรอบว่ามีผลจริงถึงเลือกกินอยู่อันเดียว
ผมว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการโฆ
alonerii Mon, 04/06/2018 - 11:38
In reply to ซึ่งจริงๆ by foizy
ผมว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการโฆษณาด้วยครับ ที่ดันไปส่งเสริมให้คนเข้าใจผิด เพราะจริง ๆ แล้ววิตามินพวกนี้ควรจะกินก็ต่อเมื่อหมอสั่งจะดีกว่า
ส่วนวิตามินกับอาหารทดแทนมันต่างกันอยู่แล้วครับ แต่ผมเห็นหมอส่วนใหญ่เขาก็จะแนะนำให้กินจากอาหารเป็นหลักก่อนนะ เว้นแต่บางคนที่ขาดมากจนไม่สามารถทดแทนจากการกินอาหารปกติได้เพียงพอ หมอถึงจะสั่งให้กินวิตามินเพื่อช่วยเสริมส่วนที่ขาด
ส่วนเรื่องอาหารเสริมนู่นนี่ คงนานาจิตตังล่ะครับอันนี้
ถ้าเทียบกับอาหารปกติ
impascetic Mon, 04/06/2018 - 13:22
In reply to ซึ่งจริงๆ by foizy
ถ้าเทียบกับอาหารปกติ น่าจะมีข้อดีกว่าอย่างเดียวคือมันย่อยแล้วเอาใช้ได้ง่ายกว่า เร็วกว่า เช่นเวลาเพลียๆ พักผ่อนน้อย วิตามินบีสักเม็ดนี่ช่วยได้เยอะและแทบจะทันทีเลย
ผมกินวิตามินซีก็ไม่ได้หวังว่า
Holy Mon, 04/06/2018 - 10:30
ผมกินวิตามินซีก็ไม่ได้หวังว่ามันจะช่วยเรื่องระบบหลอดเลือดหรืออาการทางหัวใจนะ คาดหวังทางเสริมสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่า กินช่วงที่รู้สึกว่าไม่ค่อยได้กินผักผลไม้ เกินก็ช่างมัน
เคยทาน
Gored Mon, 04/06/2018 - 10:31
เคยทาน Zincยี่ห้อนึงช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศได้ เพิ่มน้ำเชื้อด้วย แถมผมยังหนาขึ้นมีแต่คนทักว่าทำไมผมหนาจัง พอหยุดทานเรื่องทางเพศผมก็ไม่คึกคักเท่าที่ควรแถมน้ำเชื้อก็น้อย จะบอกว่าไม่มีผลก็คงไม่ใช้
เท่าที่ลอง มีในกรณีที่ขาดครับ
tstcnr1u Mon, 04/06/2018 - 10:38
In reply to เคยทาน by Gored
เท่าที่ลอง มีในกรณีที่ขาดครับ ผมผิวลอกกินแล้วหาย แต่กินอันอื่นสังเกตดูก็ไม่ส่งผลอะไรเลย การวิจัยนี้น่าจะสำหรับคนปกติไม่ใช่กรณีคนขาดวิตามิน
ต้องถามกลับว่าในช่วงที่หยุดกิ
nrml Mon, 04/06/2018 - 10:40
In reply to เคยทาน by Gored
ต้องถามกลับว่าในช่วงที่หยุดกินวิตามินนั้นคุณได้รับ zinc จากอาหารเพียงพอหรือเปล่า
ตอบเลยว่าไม่เพียงพอ
Gored Mon, 04/06/2018 - 10:52
In reply to ต้องถามกลับว่าในช่วงที่หยุดกิ by nrml
ตอบเลยว่าไม่เพียงพอ ผมถึงต้องซื้อมาทาน ก็ข่าวพาดหัวว่าทานวิตามินเสริมแล้วไม่ได้ทำให้สุขภาพดีขึ้น ผมถึงต้องบอกว่าผมทานzinc แล้วดีขึ้น ถ้าผมทานปกติคงไม่ต้องซื้อมาทานหรอกราคาไม่ได้ถูก
ก็ไม่แปลกนี่ครับ เพราะคุณขาด
osmiumwo1f Mon, 04/06/2018 - 11:35
In reply to ตอบเลยว่าไม่เพียงพอ by Gored
ก็ไม่แปลกนี่ครับ เพราะคุณขาด zinc ซึ่งเมื่อเสริมด้วยอาหารเสริมมันก็เลยเห็นผล แต่หลายๆ คนซื้อมากินเพิ่มทั้งๆ ที่ได้รับจากอาหารการกินอย่างเพียงพออยู่แล้ว จนไปเพิ่มภาระให้ใตต้องขับออกมา จนได้ฉี่ราคาแพงออกมาครับ
ปล. ลองปรับอาหารการกินเพืิ่อให้ได้ zinc อย่างเพียงพอ จะได้ไม่ต้องซื้ออาหารเสริมครับ
จะรู้ได้ไงว่าครบเพียงพอ
7 Mon, 04/06/2018 - 18:01
In reply to ก็ไม่แปลกนี่ครับ เพราะคุณขาด by osmiumwo1f
จะรู้ได้ไงว่าครบเพียงพอ มีเครื่องมืออะไรมาวัดให้ดูง่ายๆ คุณรู้ได้ไงว่าคุณกินครบแน่นอนทุกวัน กินไอ้นั่นกี่กรัม กินไอ้นี่กี่กรัม ไอ้ความไม่รู้เช่นนี้แหละ ที่ทำให้อาหารเสริมขายได้ วิตามินรวมวันละเม็ด ก็ช่วยให้มั่นใจว่าครบถ้วนแน่ คิดแบบนี้ ก็สามารถกินอาหารตามใจปากได้ ไม่ต้องกังวลแล้ว
กรดโฟลิค => กรดโฟลิก
panurat2000 Mon, 04/06/2018 - 10:42
กรดโฟลิค => กรดโฟลิก
ตุลาตม => ตุลาคม
แทบที่มีวางจำหน่าย ?
แก้แล้วครับ ขอบคุณครับ
ตะโร่งโต้ง Mon, 04/06/2018 - 13:58
In reply to กรดโฟลิค => กรดโฟลิก by panurat2000
แก้แล้วครับ ขอบคุณครับ
น่าจะเปลี่ยนพาดหัวข่าวใหม่
soberder Mon, 04/06/2018 - 10:49
น่าจะเปลี่ยนพาดหัวข่าวใหม่ เพราะงานวิจัยชี้ชัดว่าโรคหัวใจหลอดเลือด ไม่เกี่ยวกับคนทั่วไปที่ปรกติ แล้วมีผลทำให้ หรือทำไม่ให้ร่างกายแข็งแรง อ่านแล้วคลุมเครือระหว่างพาดหัวกะเนื้อหา
ปรับพาดหัวข่าวแล้วครับ
ตะโร่งโต้ง Mon, 04/06/2018 - 13:58
In reply to น่าจะเปลี่ยนพาดหัวข่าวใหม่ by soberder
ปรับพาดหัวข่าวแล้วครับ
มีความรู้สึกว่าต้องอ่านวิจัยฉ
ormsin Mon, 04/06/2018 - 11:01
มีความรู้สึกว่าต้องอ่านวิจัยฉบับเต็มของเขาอะครับ
เท่าที่อ่านดูเค้า focus ที่การได้อาหารเสริมกลุ่มต่างๆ นั้นมีผลอย่างไรต่อ cardiovascular disease, heart attack, stroke or premature death. (ในแง่เป็นข้อดี,เป็นความเสี่ยงหรือป้องกัน) กลุ่มโรคดังกล่าว โดย review paper ที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ 2012-2017
ดังนั้นผมคิดว่าจะเอามากล่าวหัวข้อข่าวว่าเป็นเรื่องผลของวิตามินอาหารเสริมมีผลต่อสุขภาพโดยทั่วไปนี่ไม่น่าจะได้
แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องผลชองวิตามินอาหารเสริมที่มีต่อเฉพาะเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดนี่น่าจะได้
ค้นเจอฉบับเต็มแล้วครับ
http://www.onlinejacc.org/content/71/22/2570
Supplemental Vitamins and Minerals for CVD Prevention and Treatment
ด้วยภาษาอังกฤษอันอ่อนด๋อย ขอแปะลิงค์ไว้ให้ท่านที่สนใจแล้วกันนะครับ
ปรับพาดหัวข่าวแล้วครับ
ตะโร่งโต้ง Mon, 04/06/2018 - 13:58
In reply to มีความรู้สึกว่าต้องอ่านวิจัยฉ by ormsin
ปรับพาดหัวข่าวแล้วครับ
อาหารเสริม ชื่อก็บอกว่าเสริม
Aize Mon, 04/06/2018 - 11:38
อาหารเสริม ชื่อก็บอกว่าเสริม เหมาะกับคนที่กินแล้วสารอาหารไม่ครบ กินเสริมเข้าไปในส่วนที่ขนาด เพราะยังไงร่างกายก็กำจัดสารอาหารส่วนเกินออกมาอยู่แล้ว ยกเว้นพวกที่ให้พลังงานอย่าง โปรตีน ไขมัน คาร์โบ ที่เก็บสะสมไว้
ไม่เคยทานอาหารเสริมเลยครับ
zyzzyva Mon, 04/06/2018 - 16:51
ไม่เคยทานอาหารเสริมเลยครับ เงินจะทานอาหารหลักยังไม่มีเลยครับ
ถ้าเลือกเมนูอาหารหน่อย
TheOne Mon, 04/06/2018 - 18:17
ถ้าเลือกเมนูอาหารหน่อย (ที่ไม่ทำร้ายสุขภาพมากนัก) วิตามินเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็อยู่ในอาหารที่เรากินกันในแต่ละวันอยู่แล้ว ควรกินเมื่อขาดก็พอ เช่น คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์แต่ไม่ชอบกินผักผลไม้เลย
อาหารเสริมบางตัวก็เขียนไว้อย่างดีว่าช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ในความเป็นจริงคือ ให้ผลน้อยมาก ๆ จนแทบไม่มีผลอะไรเลย บางทีน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป (ซึ่งก็ไม่ถือว่าโกหกอะไร) บางกรณีกินแล้วได้ผลจริงเพราะผู้ผลิตใช้หลักการ "ยาหลอก" คือสื่อสารให้ผู้บริโภคเชื่อว่าดีจริง เมื่อสมองเชื่อว่าได้ผลมันก็จะได้ผล! (เรื่องยาหลอกนี่ มีงานวิจัยรองรับและผ่านการพิสูจน์ซ้ำมากมายว่าได้ผลจริง) บทสรุปจากในข่าวที่ว่า "ระดับสุขภาพของผู้คนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับคุณภาพและสารอาหารที่ได้รับผ่านการรับประทานอาหารจริงเป็นหลัก" ก็เชื่อถือได้ครับ
"และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
gotobanana Mon, 04/06/2018 - 18:35
"และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือมีอาการเจ็บป่วย" "ไม่มีผลต่อการลดหรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบบหัวใจหลอดเลือด หรืออาการ หัวใจวาย, เส้นเลือดในสมองแตก หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (premature death)"
แค่นี้ก็เป็นคววามคิดที่ผิดแล้ว วิตามินไม่ได้รักษาโรค แต่มันช่วยเพิ่มบางอย่างในการที่เรากินอาหารปกติให้ไม่ได้ครับ
ให้ที่กินวิตามินเพือการรักษาคือคนที่ยังไม่เข้าใจการกินวิตามินครับ
จริงๆแล้ว พวก Antioxidants
Xyza Mon, 04/06/2018 - 21:08
จริงๆแล้ว พวก Antioxidants ทั้งหลายเช่น VitC และพวกวิตามินเช่น วิตามินบี Ca แทบไม่เคยเห็นเคลมเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าอาหารวิตามินตัวอื่นๆจะไม่มีประโยชน์ คือมันดีกับโรคอื่นแต่ไม่ใช่กับโรคหัวใจและหลอดเลือดไง ย่อหน้าสุดท้ายจึงสรุปแปลกๆ
ไม่แน่ใจในงานวิจัยระบุเรื่องห
Xyza Mon, 04/06/2018 - 21:20
In reply to จริงๆแล้ว พวก Antioxidants by Xyza
ไม่แน่ใจในงานวิจัยระบุเรื่องหัวใจวายหรือไม่ เพราะ CVD, CHD จะไม่รวมถึงโรคหัวใจวายครับ แต่อ่านคร่าวๆไม่เจอ
แล้ว fish oil ล่ะ?
Jonathan_Job Tue, 05/06/2018 - 00:04
แล้ว fish oil ล่ะ?
fish oil + garlic
McKay Tue, 05/06/2018 - 13:54
In reply to แล้ว fish oil ล่ะ? by Jonathan_Job
fish oil + garlic ไม่น่าจะกล้าทดสอบ
เอามาผสมในอาหาร หรือใส่ Equal
IDCET Tue, 05/06/2018 - 16:18
In reply to fish oil + garlic by McKay
เอามาผสมในอาหาร หรือใส่ Equal ใน Fishoil น่าจะดี รสชาติแย่มาก