ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า ข่าวนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และมาจากหนังสือพิมพ์นะครับ
หนังสือพิมพ์ The Telegraph ของอังกฤษได้รายงานว่า Dr. Tracy Alloway จาก University of Stirling ในสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านความจำระดับใช้งาน (Working Memory -- เป็นความจำระยะสั้นชนิดหนึ่ง) ได้กล่าวปาฐกถาเรื่องเกี่ยวกับงานวิจัยของเธอ ที่ศึกษาเกี่ยวกับการฝึกเด็กที่เรียนช้าให้มีความจำระดับใช้งานที่ดีขึ้น และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คือเด็กที่ผ่านการอบรมนั้นมีไอคิวที่ดีกว่า, มีความสามารถในการอ่านดีกว่า และได้คะแนนจากการทดสอบด้านคณิตศาสตร์ดีกว่า
เธอยังได้กล่าวอีกด้วยว่าการที่จะพัฒนาความจำระดับใช้งานนั้นจำเป็นจะต้องมีทั้งการ "จำ" และการ "ประมวลผล" ของข้อมูล โดยเธอให้ความเห็นว่าการเล่นเกม Sudoku หรือการอัปเดต facebook นั้นจำเป็นที่จะต้องใช้การประมวลผล ในขณะที่การใช้งาน Twitter, YouTube หรือแม้แต่การส่งข้อความทั่วไปนั้นเป็นการได้ข้อมูลอย่างรวบรัดมาเป็นปริมาณมาก และไม่ก่อให้เกิดการประมวลผล ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาความจำแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังข้อมูลปริมาณมากยังส่งผลให้สมาธิสั้นลง และทำให้สมองนั้นไม่สร้างการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทอีกด้วย
ที่มา: The Telegraph via CNET
- 34 comments
- 7022 reads
อ่านข่าว เด็กฉลาดมีเพศสัมพันธ์น้อย ทำให้นึกถึงงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่เคยอ่าน เกี่ยวกับอิทธิพลของคำชมที่มีต่อเด็ก
เด็กที่ได้รับคำชมอย่างสม่ำเสมอว่าเป็นเด็กฉลาด โดยที่ผู้ใหญ่คาดว่าจะช่วยเสริมความเคารพตัวเอง และมีความมั่นใจในการเรียนรู้ให้เก่งขึ้น ๆ นั้น งานวิจัยจากทีมมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กลับพบผลตรงกันข้าม โดยเฉพาะเด็กที่เป็นหัวกะทิ จะกลัวความล้มเหลวจนปฏิเสธการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ตัวเองรู้สึกว่าจะทำได้ไม่เท่ามาตรฐานของตัวเอง อีกทั้งมีแนวโน้มจะดูถูกการลงแรงอีกด้วย
ในอีกทางหนึ่ง เด็กที่ได้รับคำชมว่าขยัน มานะพยายาม กลับมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่กว่ามาก และพร้อมจะทำโจทย์ที่ท้าทายโดยไม่กลัวความล้มเหลว
"หัวดีไม่สำคัญ ขยันสิน่ากลัว" ภาษิตเก่าของนักเรียนไทย ยังคงใช้ได้ แต่อาจได้รับความสนใจน้อยลงในสภาพสังคมปัจจุบัน
ที่น่าสนใจคือ ใน Blog ของ Russel Coker ซึ่งเป็น Debian Developer คนหนึ่ง ได้เทียบเรื่องนี้เข้ากับสังคมนักพัฒนา โดยมองว่า เราควรนิยมนักพัฒนาที่ขยันให้มากขึ้น มากกว่าจะนิยมแต่นักพัฒนาที่ฉลาด ซึ่งอาจฉลาดในการหลบเลี่ยงการทำงานหนัก เพราะยังมีงานในแวดวงโอเพนซอร์สอีกมาก ที่ต้องการแรงงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การ reverse engineer device driver สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ การดีบั๊กโปรแกรม ฯลฯ (ใน blog เขาพูดในบริบทของ kernel hacker แต่ผมคิดว่าที่เราเห็นได้ชัดเลยคืองานแปล) ซึ่งนักพัฒนาที่สนใจแต่งานที่ "เจ๋ง ๆ" ไม่ค่อยอยากจะแตะต้อง
ที่มา - New York Magazine ผ่าน Russel Coker's Blog
- 12 comments
- 1682 reads
