นอกเหนือจาก Stranger Than Heaven, Persona 4 Revival, Final Fantasy VII Revelation, และ Atelier Karia ที่เขียนถึงไปแล้วในข่าวก่อนหน้า ปีนี้ผมยังมีโอกาสได้ไปลองเล่นเกมอื่น ๆ มาอีกหลายเกมมาก ๆ ครับ ขอเขียนสรุปรวมกันไว้ในข่าวสุดท้ายในซีรีส์ Tokyo Game Show 2026 นี้เลยแล้วกันนะครับ
Wo Long 2
มาแบบยิ่งใหญ่เกือบครึ่งพื้นที่บูท Koei Tecmo ทั้งหมดครับ แต่คนไปทดลองเล่นน้อยมาก เข้าใจว่าเป็นเพราะมี Alpha Demo แบบจำกัดเวลา (ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้) อยู่แล้วบนทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง PlayStation 5, XBOX Series X|S, และ Steam ครับ
Demo ที่มีให้ลองเล่นในงานนั้นต่างจาก Alpha Demo เล็กน้อย โดยจะสั้นกว่า Alpha Demo ค่อนข้างมาก (ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา) และถ้าผมเข้าใจไม่ผิด บอส Cao Cao ตอนท้าย Demo ในงานนั้น ไม่มีใน Alpha Demo ด้วยครับ ซึ่งถ้าเราเอาชนะบอสได้ภายในงาน จะได้เสื้อยืดที่ระลึกอีกด้วย เสียดายที่ผมมือไม่ถึง
Gundam Rogue Orbit
เกมที่เหมือนจะเป็น Gundam แค่ชื่อ เกมนี้ผมสงสัยมากว่าจะออกมาเป็นยังไง พอได้มาลองเล่นในงานแล้ว สนุกกว่าที่คิดมากครับ เกมออกแนว Character Action (แบบ Devil May Cry) มากกว่า Mecha (แบบ Armored Core) Combat Loop หลัก ๆ คือกด Combo โจมตีศัตรูไปเรื่อย ๆ แล้วก็กด Skill แล้วรอ Cooldown ครับ ฟังดูธรรมดา แต่พอได้ลองเล่นจริง ๆ แล้วรู้สึกว่าระบบทำมาได้ต่อเนื่องลื่นไหล ผิดวิสัยเกม Action จาก Bandai Namco มาก ฮา
Star Wars: Galactic Racer
ใครที่ยังจำ Star Wars Episode I: Racer เมื่อ 27 ปีก่อนได้ ในที่สุดเราก็มีเกมรถแข่งในโลก Star Wars เกมใหม่แล้วครับ ผมคิดว่าเกมนี้เป็น Arcade Racer ที่งานภาพตระการตา เล่นได้เพลิน ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรมากครับ
Monster Hunter Wilds Ascendance
เกมนี้ต้องยอมรับว่าผมไปทดลองเล่นแบบไม่พร้อมจริง ๆ ครับ เนื่องจากร้างลาจากวงการนักล่าไปหลายเดือนแล้ว เดโมให้ทดลองเล่น 20 นาที แต่กว่าผมจะรื้อฟื้นความทรงจำได้ก็เกือบ 10 นาทีแล้วครับ กิมมิคใหม่ใน DLC คือ Boosted Action โดยอาวุธที่ผมได้ทดลองเล่นคือ Light Bowgun และ Long Sword โดยรวมรู้สึกเหมือนแค่มี Resource ใหม่ และมีท่าใหม่ให้กดใช้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน (เหมือนตอน Clutch Claw จาก Monster Hunter World Iceborne) สักเท่าไหร่ แต่น่าจะเป็นเพราะผมยังเข้าไม่ถึงความลึกซึ้งของระบบเองครับ
Astrae Oratio
เกมใหม่จากอดีตทีมผู้สร้าง Blue Archive ครับ ระบบต่อสู้สนุกกว่าที่คิดมาก เป็น Active Turn-based โดยเราจะได้ Action Points มาใช้กดสกิลเป็นระยะ ๆ มีระบบ Parry (แบบ Clair Obscur: Expedition 33) ตามสมัยนิยม และที่ประทับใจคือ Demo ที่ได้ลองเล่นมีภาษาอังกฤษด้วย
Fareidolia
เกมใหม่จาก Studio ผู้สร้าง Blue Archive (แต่ทีมงานส่วนหนึ่งลาออกไปทำ Astrae Oratio) ครับ ใน Demo ที่ผมได้ทดลองเล่นนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกจะได้ลุย Dungeon แบบ Anime RPG ทั่วไป (ประมาณ Honkai: Star Rail) ระบบต่อสู้ชวนให้นึกถึงเกมตระกูล Trails ครับ โดยเมื่อถึง Turn ของเรา เราจะต้องเลือกสกิล และขยับตัวละคร จัดวางมุม ให้ท่าโดนศัตรูหลาย ๆ ตัว แต่ศัตรูจะเดินไปเดินมาระหว่างนั้น ให้เราเล็งยากขึ้นหน่อยด้วย
อีกส่วนคือ Gameplay ในบ้านพัก (เข้าใจว่าเป็นเมนูหลักของเกม) โดยเราจะสามารถสลับไปยังห้องต่าง ๆ ในบ้าน และส่องชีวิตประจำวันของสาว ๆ ในเกมได้ครับ
MABINOGI
Online Mobile MMORPG ทั่วไปเลยครับ ที่แอบประทับใจคือเล่นบน Mobile Device ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ เกมนี้เปิดให้บริการในเกาหลีตั้งแต่เมือปีที่แล้ว และมีกำหนดเปิดตัวในญี่ปุ่นไตรมาศที่ 4 ปีนี้ครับ
Miresi
อีกหนึ่ง Gacha RPG ทั่ว ๆ ไปครับ ระบบต่อสู้เป็นแบบ Turn-based มีกิมมิคระบบย้อนเวลาไปเทิร์นก่อนหน้าเผื่อแก้ไขข้อผิดพลาดได้ โดยรวม Graphics และ Gameplay บอกตามตรงว่าผมยังไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ แต่จุดขายจริง ๆ เหมือนจะอยู่ที่ความลามกตัวละคร ตามสไตล์ Gacha จากเกาหลีครับ
ลองเล่นเกมเสร็จแล้วโดนต้อนเข้าไปห้องมืดทีละคน โดยข้างในจะมีจอ Touch Screen ฉายตัวละครในเกมให้เราจิ้มเล่น ไม่ต้องเกรงใจชาวบ้านชาวช่องครับ ชัดเจนมากว่าเกมนี้พี่ขายอะไร
Melty Blood Twi-Lumina
ภาคต่อจาก Melty Blood Type Lumina ครับ ภาคนี้เราจะสามารถเล่นเป็นตัวละครที่ (ผมทึกทักเอาเองว่า) ดังที่สุดในซีรีส์ Melty Blood อย่าง Len ได้สักที แน่นอนว่าใน Demo ผมก็ต้องเลือกเล่น Len ครับ สารภาพว่าผมเล่น Fighting Game ไม่ค่อยเป็นกับเขาสักเท่าไหร่ ได้แต่กด Auto-combo เอาครับ
ส่งท้าย
ผมต้องขอขอบคุณ Blognone ที่ให้โอกาสผม (และทีมงาน) เป็นตัวแทนไปร่วมงาน Tokyo Game Show อีกครั้ง แล้วพบกันใหม่ปีหน้า สวัสดีครับ
















