เว็บไซต์เกม IGN มีบทวิเคราะห์ "ขาลง" ของแบรนด์ PlayStation จากเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจาก นโยบายยกเลิกขายแผ่นเกม ที่โดนวิจารณ์อย่างหนัก ตามมาด้วยอีก 2 เหตุการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ การยกเลิกโครงการ Physint ของ Kojima Productions และ เกม Marvel's Wolverine ได้คะแนนรีวิวไม่ดีนัก (เฉลี่ย 77/100 บน Metacritic แต่สื่อใหญ่ทั้ง IGN, Gamespot, Eurogamer, GamesRadar, VGC ให้แค่ 6/10)
บทวิเคราะห์ของ IGN บอกว่าความสำเร็จของ PlayStation ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เกิดจาก "เกมเล่นคนเดียวที่มีคุณภาพสูงมาก" (elite-tier single-player games) ซึ่งเกมจำนวนมากพัฒนาโดยโซนี่เอง เป็นเอ็กซ์คลูซีฟที่ดึงให้คนต้องมาเล่น PlayStation โดยเฉพาะในยุค PS3 และ PS4
แต่ในยุคของ PS5 สูตรสำเร็จนี้เริ่มถึงทางตัน หากเราดูเกม 1st party ของยุค PS5 ที่มีจำนวน 4 เกม คือ Ghost of Yotei, Marvel’s Spider-Man 2, God of War Ragnarok, Horizon Forbidden West จะเห็นว่าเกมเพลย์มันเริ่มซ้ำกับภาคก่อนหน้าบน PS4 แล้ว เหตุผลที่ดึงให้คนมาเล่น PS5 เริ่มมีน้อยลง ส่วนเกม Marvel's Wolverine ที่ได้คะแนนรีวิวแย่ (ระดับเกมฟอร์มยักษ์แบบนี้) ถือเป็นสัญญาณว่า แม้แต่สตูดิโอ Insomniac ที่ประสบความสำเร็จมาต่อเนื่องใน 10 ปีหลัง ก็มีโอกาสพลาดได้
โซนี่เองก็ดูไม่มีไอเดียแล้วว่าจะผลักดัน PlayStation ไปต่อในทางไหน ครั้นจะไปเกมแนว live service ก็ หายนะกับ Concord, The Last of Us Online ถูกยกเลิก, Destiny 2 หยุดอัพเดต, Marathon ไม่มีคนเล่น
หากโซนี่จะหันกลับมาโฟกัสกับเกมเล่นคนเดียว โอกาสดีที่สุดที่จะยกระดับเกมแนวนี้ไปอีกขั้นคือ Physint เพราะ Hideo Kojima มีผลงานมาตั้งแต่ Metal Gear Solid 1 ที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ PS1 และมีชื่อเสียงเรื่องการกล้าลองทำอะไรใหม่ๆ มาตลอด
แม้ไม่มีอะไรการันตีว่า Physint จะประสบความสำเร็จอีก (ดังที่ Death Stranding 2 ยอดขายไม่ผ่านมาตรฐานโซนี่ แม้มีตัวเลขประเมินว่าขายได้ 2.5 ล้านชุด) แต่ถ้าไม่เสี่ยงกับเกมใหม่ของ Kojima แล้วจะไปเสี่ยงกับอะไรแทน? เรายังไม่เห็นคำตอบที่ชัดเจนนักจากโซนี่
IGN บอกว่าอนาคตในระยะสั้นของ PS5 จะยังไปต่อได้ด้วยพลังของ GTA 6 ที่โซนี่ลงทุนการค่าตลาดอย่างหนัก เพื่อให้คนมีภาพจำว่าถ้าอยากเล่น GTA 6 ต้องเล่นบน PS5 ส่วนระยะไกลกว่านั้น ความกดดันจะไปอยู่ที่ เกม Intergalactic ของ Naughty Dog ที่จะต้องแบกรับอนาคตของเกมแบบเล่นคนเดียวของโซนี่
ที่มา - IGN
on