สัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานเกี่ยวกับสองบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่คือ Amazon และกูเกิล เกี่ยวกับการซื้อข้อมูลจากแหล่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งคาดว่าเพื่อนำไปฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์
กรณีของ Amazon นั้นไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เกิดจากการสอบสวนของสำนักข่าว 404 Media ที่ได้ข้อมูลน่าสงสัยว่าคำสั่งซื้อหนังสือหายากที่เลิกพิมพ์ไปแล้วผ่านแพลตฟอร์ม Biblio จำนวนหลายพันเล่ม แบบไม่ระบุชื่อผู้ซื้อ น่าจะมีปลายทางที่บริษัทเทคโนโลยีสักแห่ง พวกเขาจึงซ่อน AirTag ไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งจนได้พบกับคลังสินค้าของ Amazon ซึ่งที่นั่นพนักงานมีหน้าที่ฉีกสันหนังสือที่ซื้อมา เพื่อสแกนหนังสือนั้นทีละหน้า เมื่อจบขั้นตอนหนังสือก็จะถูกทำลายทิ้ง
ตัวแทนของ Amazon ไม่ได้ให้เหตุผลชัดเจน แต่บอกว่ากระบวนการซื้อหนังสือผ่านช่องทางอื่นที่มีการจัดจำหน่ายตามปกติ เป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์-บริการสำหรับลูกค้า ทั้งนี้ 404 Media ให้ข้อสังเกตว่าขั้นตอนหนึ่งในการสแกนหนังสือคือการบันทึกเลข ISBN ไว้ จึงคาดว่า Amazon เลือกซื้อหนังสือหายากแบบเจาะจงเลข ISBN ที่ยังไม่มีข้อมูล เพื่อเติมเต็มคลังความรู้สำหรับ AI ให้ครบถ้วนที่สุด
ส่วนกรณีของกูเกิล เกี่ยวข้องกับการล้มละลายและขายสินทรัพย์ของสายการบินสหรัฐอเมริกา Spirit Airlines ซึ่งสินทรัพย์หนึ่งที่ศาลนำมาเปิดประมูลคือข้อมูลการดำเนินงานของบริษัท ประกอบด้วย Wiki ภายใน, อีเมล, ซอร์สโค้ด, ตารางข้อมูลเอกสาร และอื่น ๆ ซึ่งผู้ชนะการประมูลคือกูเกิลด้วยมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทชี้แจงว่าจะนำข้อมูลนี้ไปใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์รวมถึงฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์
ทั้งนี้ศาลได้กำหนดว่าข้อมูลทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินการโดยบริษัทภายนอกก่อน เพื่อล้างข้อมูลที่สามารถระบุถึงบุคคลได้ก่อนส่งมอบให้กูเกิล
อย่างไรก็ตามดีลของกูเกิลนี้ยังเจออุปสรรคเนื่องจากสหภาพแรงงานด้านการบิน ได้ประท้วงห้ามการซื้อขายข้อมูลนี้ โดยบอกว่าแม้ลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลไว้ แต่ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องก็ยังมีความสำคัญและละเมิดความเป็นส่วนตัวได้ หากเชื่อมโยงชุดข้อมูลเข้าด้วยกัน ขณะที่กูเกิลก็ชี้แจงประเด็นนี้ว่า บริษัทต้องการข้อมูลในแง่วิธีการสื่อสารภายในองค์กร เวิร์กโฟลว์การทำงาน กระบวนการตัดสินใจ จากข้อมูลจริงของสายการบิน และมีนโยบายการจัดการข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลไว้ด้วยเช่นกัน
on