เรื่องมีอยู่ว่า Galen Hunt วิศวกรรมซอฟต์แวร์ผู้ทรงคุณวุฒิของไมโครซอฟท์ ได้โพสต์เนื้อหาบน LinkedIn เกี่ยวกับการรับสมัครทีมงานเพื่อร่วมกันบรรลุเป้าหมายสำคัญ คือแก้ไขโค้ดทั้งหมดของ Windows จาก C และ C++ ไปเป็น Rust ภายในปี 2030 แถมยังระบุว่าทีมงานที่เขาต้องการต้องเก่งในระดับ 1 วิศวกร 1 เดือน กับโค้ด 1 ล้านบรรทัด เพราะทีมวิจัยนี้จะต้องมีทักษะทั้งอัลกอริทึมและการใช้ AI เพื่อจัดการโค้ดขนาดใหญ่ของไมโครซอฟท์
โพสต์นี้กลายเป็นประเด็นในเวลาต่อมา เพราะดูเหมือนเป็นการบอกใบ้ยุทธศาสตร์ถัดไปของไมโครซอฟท์ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ภาษา Rust เป็นพื้นฐานของระบบหลัก
อย่างไรก็ตามตัวแทนของไมโครซอฟท์ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ บอกว่าบริษัทไม่มีแผนและเป้าหมายดังกล่าว ส่วน Galen Hunt ก็แก้ไขโพสต์ต้นเรื่อง อธิบายเพิ่มว่าสิ่งที่เขาเขียนถูกตีความไปไกลมาก โดยเขายืนยันเองว่า Windows ไม่ได้มีแผนเขียนโค้ดใหม่ด้วย Rust ผสมกับเครื่องมือ AI โครงการที่เขาทำเป็นการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีย้ายโค้ดจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาให้ได้มากที่สุด เขาจึงมองหาทีมงานที่ต้องการร่วมสร้างสิ่งนี้ ซึ่งอาจใช้เวลาต่อเนื่องหลายปี ที่โพสต์เช่นนั้นเพื่อให้เห็นภาพของงาน แต่ไม่ได้แปลว่าจะรื้อโค้ด Windows ไปเป็น Rust
ที่มา: Windows Latest
on
แหก
Mr.EYE Thu, 25/12/2025 - 17:51
แหก
ใช้ AI กับทีมวิศวกรจัดการกับ…
Neroroms Thu, 25/12/2025 - 18:13
ใช้ AI กับทีมวิศวกรจัดการกับ code คือดี
แต่อย่าเอา code ที่ AI เขียนเพียว ๆ ไม่ผ่าน dev มาอัพเดทเด็ดขาด
รื้อโค้ด Windows ง่าย ๆ…
tontan Thu, 25/12/2025 - 18:16
รื้อโค้ด Windows ง่าย ๆ แค่ตัด bloatware ที่ใส่มาทั้งหมดทิ้ง เพียงเท่านี้ก็ดีเทียบเท่า Windows 10 แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ Rust :D
จริง ๆ ถ้าตัดพวก component…
mr_tawan Thu, 25/12/2025 - 19:59
In reply to รื้อโค้ด Windows ง่าย ๆ… by tontan
จริง ๆ ถ้าตัดพวก component เสริมไปก็ยังใหญ่อยู่นะครับ 555
ตัดพวกนั้นออกจะกลายเป็น…
tontan Thu, 25/12/2025 - 22:06
In reply to จริง ๆ ถ้าตัดพวก component… by mr_tawan
ตัดพวกนั้นออกจะกลายเป็น windows 7 safe mode สิครับ แต่ผมชอบแบบนั้น
หลายคนชอบลืมไปว่าที่ Windows…
big50000 Fri, 26/12/2025 - 10:07
In reply to จริง ๆ ถ้าตัดพวก component… by mr_tawan
หลายคนชอบลืมไปว่าที่ Windows มันบวมก็เพราะพวก Win32 กับของเก่าคร่ำครึที่แปะเข้าด้วยกันด้วยเทปกาว โปรแกรมตัวนึงที่ที่ทำงานผมใช้ก็ยังต้องเปิดด้วย IE อยู่เลย ตอนเปิดต้องใช้ VBScript เรียกขึ้นมา (เพราะถ้าเรียกด้วยวิธีอื่น ๆ จะโดนยัด IE on Edge เข้ามาแทน ซึ่งทำงานกับโปรแกรมที่ต้องใช้ IE เพียว ๆ ไม่ได้บางตัว) ตลกมาก
ปล. Linux เองก็ใช่ว่าจะลีนอะไร ถ้าไม่ยอมเสี่ยงระบบพังกับการลงเฉพาะ Distro Package ล้วน ๆ ตอนติดตั้งโปรแกรมไปตามปกติบางทีนี่บวมหนักกว่า Windows อีกเพราะต้องแยกร่าง Platform Module ไว้หลาย ๆ เวอร์ชัน ต่อให้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ติ๊ดเดียวก็ตาม อย่าง Flatpak นี่จัดการ Back-compat ได้บวมกว่า Windows สุด ๆ
Linux ยังพอเอาออกถาวรได้ แต่…
tontan Fri, 26/12/2025 - 11:19
In reply to หลายคนชอบลืมไปว่าที่ Windows… by big50000
Linux ยังพอเอาออกถาวรได้ แต่ Windows ทำไม่ได้นะครับ เดี๋ยว Windows update มันก็จะกลับมาเองแบบที่ไม่ได้ร้องขอ
Linux ก็เอาออกไม่ได้ Dynlib…
big50000 Fri, 26/12/2025 - 16:31
In reply to Linux ยังพอเอาออกถาวรได้ แต่… by tontan
Linux ก็เอาออกไม่ได้ Dynlib หลายตัวที่ไม่ใช่ Libc / ไม่เน้น Back-compat ใช้ข้ามกันแล้วพัง แค่ขนาดมันเล็กกว่าเลยไม่ทันได้สังเกตกันว่ามัน Depend กันอยู่ ยิ่งกับ Flatpak ยิ่งบวม บวมหนักกว่าสั่ง Static Link อีก มันสั่ง Depend กับ Platform ก้อนเดียว (ประหนึ่งแทบจะเป็น OS ทั้งตัวในก้อนขนาด 500 MB กว่า ๆ แค่ไม่มี Linux Kernel ข้างใน) Windows ก็เช่นกัน จะทำให้มันลีนก็ทำได้ แต่ที่ห้ามทำ/Windows ติดตั้งกลับก็เพราะมันจะไปพัง Back-compat และกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ Depend กับของที่เอาออกไป
E.g., เครื่องของผมที่ใช้ Flatpak ลงแอปไม่กี่ตัว ที่เหลือเป็น AppImage หมด (ที่ค่อนข้างบวมเช่นกัน)
ยังไม่นับรวมกรณี Edge Case อื่น ๆ ที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ควรทำอย่างการเลือก Compile เฉพาะ Module ที่ใช้ ซึ่งโคตรจะไม่ Practical สำหรับ Average Use โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Cooperate-signed Trust Platform ที่เราไม่มีทางจะมา Sign เองได้ นอกจากหาเครื่องที่ใส่ Self-signed Cert ได้
อย่างที่บอกไป ผมตัดกรณีที่เป็น Distro/System Package ออก เพราะผมใช้แล้วโคตรปวดประสาทตอน Maintainer พัง Repo หรือตอนที่ผม Config Source Tree ผิด แล้วต้องมานั่งซ่อม
เรื่อง Windows Update แบบไม่ถามมันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกันกับเรื่องนี้ อนึ่งนั่นเป็นปัญหาของ Microsoft ที่ผลักดันนโยบายความปลอดภัยที่หนักข้อกับอยากขายของใหม่ที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ ถ้ารู้วิธีสั่งปิด Policy พวกนี้หรือทริกในการสั่งไม่ให้มัน Update มันก็ Update On-demand ได้เหมือนกัน จนตอนนี้ผมยังไม่ได้ Update Patch เดือนตุลาคมเพราะไปตั้ง S4 Hibernate แล้ว Windows สั่งเปิด Update เครื่องเองไม่ได้
ผมยังใช้ deb อยู่กับ snap,…
tontan Fri, 26/12/2025 - 17:06
In reply to Linux ก็เอาออกไม่ได้ Dynlib… by big50000
ผมยังใช้ deb อยู่กับ snap, appimage บ้าง เป็นสาย debian/ubuntu ไม่ได้ใช้ดิสโทรอื่น เพราะถนัดสาย debian ใช้มานาน ใช้สาย LTS (ubuntu) ยาว ๆ และสำคัญ ไม่ค่อยลงอะไรที่เป็น Repo นอก (ลงแค่ google chrome) ไม่ได้ใช้ Flatpak ยังคุมเรื่องบวมได้อยู่ครับ สาเหตุที่ไม่ใช้ Flatpak ก็เพราะเหตุเดียวกันกับที่คุณเจอครับ ทุกอย่างใน linux ที่ใช้ยังคุมได้อยู่ และเคยเจอ os ที่ใช้พังมาก่อนหลายครั้งเลยระวังเรื่องพวกนี้พอควรครับ ส่วน Windows ถึงปิด Policy เดี๋ยวมันก็มาครับ จากที่อยู่กับมันมาตั้งแต่ Windows XP ที่ปิดได้จริง ๆ ครั้งสุดท้ายเท่าที่จำได้คือตอน Windows 7 ที่ปิด UI สวย ๆ กลับไปใช้เมนูแบบโบราณยังได้ จริง ๆ ไม่อัพเดตยาว ๆ ได้
Windows Update ตั้งแต่ 8…
big50000 Fri, 26/12/2025 - 20:29
In reply to ผมยังใช้ deb อยู่กับ snap,… by tontan
Windows Update ตั้งแต่ 8 ไม่ว่ายังไงมันก็มา เราไปหยุดมันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะถูกบังคับติดตั้งทันที เป็นที่มาว่าทำไมผมถึงสามารถหยุด Update ได้แม้มันจะโหลด Update ไว้ ทำเสร็จผมเปลี่ยนจาก Shutdown ปกติเป็น Hibernate จนตอนนี้ผมยังไม่ได้ Update ระบบเลยเพราะเครื่องสั่งเปิดตัวเองไม่ได้เลย นี่แหละจุดอ่อนของ Microsoft ทำอะไรไม่เคยคงเส้นคงวา เรา Exploit หาวิธีหยุดใหม่ ๆ เรื่อย ๆ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้
ประเด็นคือ Linux ถ้าให้มันทำงาน General Purpose จริง ๆ ยังไง ๆ มันก็กลับไปบวม และ Shared Dependency (แบบที่คุณใช้) ก็เปราะบางเกินกว่าที่จะเอามาใช้กับการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงความต้องการตลอดเวลา (e.g., คุณต้องใช้ฟีเจอร์ใหม่ที่อยู่ใน Latest/Nightly แต่ Root Repo คุณยังอยู่กับ Stable/LTS) คุณต้องมีความรู้มากพอที่จะจัดการดูแลระบบ ขณะที่ Flatpak, Snap, AppImage, DistroBox พยายามขจัดปัญหาเหล่านี้ออกไปให้ User ลงอะไรก็ได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ แลกมากับความบวมกลับไปเหมือน Windows แค่จะบวมมากกว่าน้อยกว่าแล้วแต่การใช้งานและสถานการณ์ เหตุผลที่ว่าทำไมพวกระบบลีน ๆ เอานั่นนี่เข้าออกได้ถึงต้องการคนที่มีความรู้ตรงนี้เข้ามาจัดการ ไม่ว่าจะเป็นจาก User เอง หรือความรู้ของ Maintainer เป็นอะไรที่เหนื่อยและยุ่งยากเมื่อมันพังสักวันหนึ่ง พื้นที่คอม SSD สมัยนี้มีเป็นเทราไบต์แล้ว เสียไป 100 - 200 GB แลกกับการลดใช้ยาแอสไพรินย่อมเป็นผลดีกว่า ส่วน Linux แบบลีน ๆ เอาไว้ใช้เฉพาะกับเครื่องที่ไม่มีพื้นที่และ Upgrade ไม่ได้จริง ๆ (ซึ่งเอาตามตรงหลายเครื่องพวกนี้น่าเอาโยนลงแหล่งฝังกลบตั้งแต่แรกแล้ว) และคนที่ใช้มีความรู้มากพอ หรือมีความต้องการใช้เครื่องน้อยกว่าการใช้งานของคนทั่ว ๆ ไป
ก็เค้าขายความเข้ากับของเก่าไ…
mr_tawan Fri, 26/12/2025 - 16:50
In reply to หลายคนชอบลืมไปว่าที่ Windows… by big50000
ก็เค้าขายความเข้ากับของเก่าได้ ถ้าไปเอาของเก่าพวกนั้นออกคนก็ด่าครับ
คราวก่อนขนาด Nvidia ไม่รองรับ PhysX runtime 32-bit ใน RTX-5000 ออกยังโดนเหวี่ยงเลยครับ รีวิวทุกสำนักบอกว่า เฟรมเรทบน Mirror Edge เกมเก่าสิบกว่าปี ยังรันบน GTX570 ได้ดีกว่า RTX5070 อ่ะครับ (อันนี้ผมจำรุ่นตรง ๆ ไม่ได้แต่ประมาณนี้ล่ะ)
สุดท้ายก็ต้องใส่กลับมาแบบ ใส่ให้เล่นได้เฉพาะบางเกม อะไรงี้แหละ
ส่วน MacOS นี่ อัพเกรดแค่ข้ามไมเนอร์รีลีสก็ทำแอปพังได้ แอปใหม่ๆ นี่ล่ะ แต่คนใช้ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเค้าลงของเก่าแทนได้ครับ
ตามนั้นครับ…
IDCET Thu, 25/12/2025 - 20:10
In reply to รื้อโค้ด Windows ง่าย ๆ… by tontan
ตามนั้นครับ เอาแอพอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ใช้ หนักเครื่อง ออกจาก Windows 11 ให้คนใช้เลือกติดตั้งแอพเอง คนก็กลับมาแล้วครับ เหมือน Windows 98 และ XP
ถ้าทำมาเป็น Lite Version…
BoBoBo Thu, 25/12/2025 - 23:52
In reply to รื้อโค้ด Windows ง่าย ๆ… by tontan
ถ้าทำมาเป็น Lite Version ที่ไม่ต้องมีอะไรแถมมาเลย โดยเฉพาะ Co-pilot ตัดทิ้งหมดเลย น่าจะขายดี
ชาวสนิมก็อย่าเพิ่งเศร้าไป…
mr_tawan Fri, 26/12/2025 - 01:36
ชาวสนิมก็อย่าเพิ่งเศร้าไป ว่างๆ ก็ไปช่วยกันทำ Redox OS กันไปพลาง ๆ ก่อน
ก็นะ ถ้าย้าย code ไป Rust…
btoy Fri, 26/12/2025 - 09:47
ก็นะ ถ้าย้าย code ไป Rust หมดจริง งานช้างแมมมอธแน่นอน