Tags:
Node Thumbnail

หลังแอปเปิลแถลงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึง Apple One รวมบริการสมาชิกรายเดือน ราคาเดียวใช้งานได้ทั้ง Apple Music, Apple TV+, Apple Arcade, iCloud, Apple News+, Apple Fitness+ นั้น Spotify ก็ออกแถลงการณ์ถึงแอปเปิล แสดงความผิดหวัง ว่าแอปเปิลมีท่าทีต่อต้านการแข่งขันในตลาด

ในข้อความแถลงการณ์ระบุว่า เป็นอีกครั้งที่ แอปเปิลใช้อำนาจครอบครองตลาดของตัวเองที่มีอยู่ ที่ส่งผลให้คู่แข่งเสียเปรียบและยังกีดกันผู้บริโภค ทางบริษัทขอให้หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อ จำกัดพฤติกรรมผูกขาดของแอปเปิล เพราะหากปล่อยไว้ จะส่งผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนาและนักสร้างสรรค์ รวมถึงคุกคามเสรีภาพในการรับสื่อ และการเรียนรู้สิ่งใหม่

อย่างไรก็ตาม Spotify ไม่ได้ระบุอย่างแน่ชัดว่า บริการไหนของแอปเปิลที่ทำให้ Spotify ต้องออกแถลงการณ์นี้ออกมา แต่คาดว่าเป็นบริการ Apple One ที่อาจกระทบบริการสตรีมมิ่งเพลงของ Spotify โดยตรง

Spotify เคลือบแคลงใจในอำนาจการควบคุม App Store ของแอปเปิลมานานแล้ว ในเดือนมีนาคม 2019 Spotify ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเรื่องการเก็บภาษี App Store 30% ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกับไมโครซอฟท์และ Epic Games ที่กำลังวิจารณ์แอปเปิลอย่างหนักในตอนนี้ อ่านบทความย้อนหลังได้ ที่นี่

No Description

ที่มา - Engadget

Get latest news from Blognone

Comments

By: low_budget_photo on 16 September 2020 - 10:02 #1175966

อ้างเสรีภาพอีกละ เขาก็ไม่ได้บังคับให้คนใช้ Mac ต้องใช้ไม่ใช่รึ
มีเยอะจริงสมัยนี้ ทาสของเสรีภาพ อิสรภาพ

By: checkmate95
Android
on 16 September 2020 - 10:27 #1175987 Reply to:1175966
checkmate95's picture

ถือหุ้นอยู่เยอะสินะครับ ถึงยอมแลกกับเสรีภาพของตัวเองขนากนี้ ถถถถถถถถถ

By: itpcc
ContributoriPhoneRed HatUbuntu
on 16 September 2020 - 11:19 #1176033 Reply to:1175966
itpcc's picture

พูดแบบนี้แสดงว่าอยู่ในดงตลาดผูกขาดจนไม่รู้จักคำว่าการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมสินะ


บล็อกส่วนตัวที่อัพเดตตามอารมณ์และความขยัน :P

By: forl on 16 September 2020 - 11:32 #1176038 Reply to:1176033

เท่าที่สังเกตการคอมเมนท์ของเหล่าสาวก ส่วนใหญ่จะประมาณนี้ล่ะ คือยินดีที่จะถูกผูกขาด

By: CrazyPower
iPhoneBlackberryRed HatIn Love
on 16 September 2020 - 15:00 #1176112 Reply to:1176038
CrazyPower's picture

ใช่หรอครับ ไปสังเกตเว็บไหนมา

By: devilblaze
iPhoneAndroidWindows
on 16 September 2020 - 11:45 #1176043 Reply to:1175966
devilblaze's picture

คนเรามักตกเป็นทาสของบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว พอไม่รู้ตัวความรู้สึกและสามัญที่เคยมีเหมือนจะหายไป ตราชั่งก็เริ่มเอียง

เหมือนแมวอ่ะ ไม่รู้ทำไมรักแมวมากกว่าหมา ทั้งๆที่หมามันรักเรามากกว่าแมว

By: jibbies
iPhone
on 17 September 2020 - 16:58 #1176396 Reply to:1176043

จริงคับ เช่นคนที่ติดใช้ Google, Facebook ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าตัวเองถูกใช้เป็นสินค้า แต่ก็ตกเป็นทาสของสิ่งที่ Google, Facebook มอบให้เลยยอมทั้งๆ ที่ต้องแลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวของตนเอง

By: checkmate95
Android
on 17 September 2020 - 17:40 #1176425 Reply to:1176396
checkmate95's picture

ทุกอย่างมีมูลค่าและราคา Google มีบริการดีๆให้ใช้แลกกับการขอข้อมูลส่วนตัว และผมก็อยู่ใน Ecosystem ของ google เต็มตัวใช้เกือบทุกบริการ และยินดีจะให้ข้อมูลถ้าเค้าสามารถเอาไปปรับปรุงให้มันดียิ่งขึ้นได้ ถือเป็นความไว้ใจที่ผมมีต่อบริษัทและเป็นราคาที่ผมรับได้ แต่กลับกันผมไม่ชอบขี้หน้า facebook ก็ไม่ใช้บริการเลยอ่ะนะ แค่จะให้ชื่อยังรู้สึกแขยงเลยครับ แบบนี้เรียกว่าเป็นทาสหรือครับ ?

By: jibbies
iPhone
on 17 September 2020 - 19:55 #1176458 Reply to:1176425

นี่ไงๆ ผมก็ใช้ๆ ใจเย็นๆ
แต่ถ้ามี service อื่นที่มาทดแทน google/facebook โดยไม่แลกความเป็นส่วนตัว (อาจจะต้องเสียเงินนิดหน่อย) ผมก็ย้ายไปใช้นะ แต่ก็คงยาก

By: i3i4i5
ContributoriPhoneWindows
on 17 September 2020 - 20:45 #1176461 Reply to:1176458
i3i4i5's picture

facebook คงทดแทนไม่ได้ถ้าคุณต้องใช้ทำพวกเพจ ถ้าไม่จำเป็นพวกนั้นลบออกก็ดีครับสุขภาพจิตดีขึ้นด้วย

google นอกจาก youtube ก็มีบ้างตามนี้ ส่วน youtube ก็ใช้ "front-end" เอาถ้าอยากจะลดข้อมูลที่มันเก็บให้มากที่สุด (แต่จะสนับสนุนช่องยูทูปที่ชอบผ่าน Ad ไม่ได้)

ส่วนโปรแกรมอื่นๆก็ privacytools.io หรือถ้าคุณฮาดคอร์หน่อย prism-break.org

By: checkmate95
Android
on 18 September 2020 - 00:33 #1176488 Reply to:1176458
checkmate95's picture

โอ้ อาจจะสื่อสารผิดขออภัยครับ จะบอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่ถูกหลอกให้ใช้ของฟรีโดยยอมขายข้อมูล แต่คนที่เต็มใจก็มีครับอย่างผมถึงต่อให้ต้องเสียเงินเพื่อใช้ google ก็ยอมจ่ายครับ ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัวก็ไม่ใช่ไม่สำคัญ แต่อย่างที่บอกว่าผมเลือกที่จะให้กับบริษัทที่ผมเชื่อใจและอยู่ในระดับที่รับได้ ผมเห็นหลายคนชอบเขียนบทความ how to exit google อะไรทำนองนั้น ซึ่งก็แล้วแต่จะพิจารณาเลยครับ แต่สำหรับผมคงไม่ไหวชีวิตคงยากขึ้นหลายขุม

By: big50000
AndroidSUSEUbuntu
on 18 September 2020 - 07:20 #1176497 Reply to:1176458
big50000's picture

4chan

By: tom789
Windows Phone
on 17 September 2020 - 18:38 #1176442 Reply to:1176396

ใช้ของเอเปิล แต่ก้ยังใช้ กุเกิล เฟส เพื่อแลกกับความส่วนตัว

By: GyG on 16 September 2020 - 13:31 #1176079 Reply to:1175966
GyG's picture

อ่านข่าวนี้ทำให้ผมเห็นตัวอย่างของ "ทาสที่ปล่อยไม่ไป" ได้ชัดเจนขึ้นมากทีเดียว

By: Fzo
ContributorAndroid
on 16 September 2020 - 10:04 #1175969
Fzo's picture

รอดูท่าที netflix


WE ARE THE 99%

By: arth
iPhoneWindows PhoneWindows
on 16 September 2020 - 10:20 #1175982 Reply to:1175969

Netflix ไม่น่าจะมีผลกระทบกับบริการนี้ครับ Apple TV+ จะมีแต่หนังของ Apple เท่านั้น (ณ ตอนนี้) ไม่มีส่วนคาบเกี่ยวกัน

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 16 September 2020 - 10:11 #1175977
mr_tawan's picture

อันนี้น่าจะเข้าข่ายขายพ่วงล่ะมั้ง?


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: ravipon
iPhoneWindows
on 16 September 2020 - 10:32 #1175994 Reply to:1175977
ravipon's picture

ขายพ่วงคือบังคับถ้าจะซื้อ. A ต้องซื้อ B ด้วยไม่ใช่หรอครับ อันนี้เหมืือนเป็นแค่ตัวแพ็กเกจบัลเดิ้ลหลาย ๆ บริการ แต่ถ้าอยากเลือกซื้อแค่บริการใดบริการหนึ่งอย่างเดียวก็ยังได้อยู่นี่ครับ หรือเมื่อคืนแอปเปิ้ลบอกจะไม่ให้ซื้อแค่บริการเดียวแล้ว?

By: xyz123 on 16 September 2020 - 10:15 #1175978

Spotify เคยออก bundle ร่วมกับ Hulu: https://www.blognone.com/node/101456
(ตอนนี้ยังมีอยู่ไหม ผมไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ใช้ spotify เลย) รวมไปถึงถ้าเป็นนักเรียนก็มีพ่วงกับ Showtime ด้วย (ใน us): https://newsroom.spotify.com/2018-08-29/spotify-premium-for-students-now-with-hulu-and-showtime/

แล้วการที่ Apple ทำแบบนี้ในเครือ service ของตัวเอง มันผิดยังไงเหรอครับ อันนี้อยากทำความเข้าใจเหมือนกัน

By: Orion
Windows PhoneAndroidWindows
on 16 September 2020 - 10:28 #1175990 Reply to:1175978
Orion's picture

เพราะ Apple ไม่ต้องเสียส่วนแบ่งทำให้เปิดบริการพ่วงเยอะๆแบบนี้ได้โดยที่ยังมีกำไรอยู่ หรืออาจจะขาดทุนแต่ก็สามารถเอาส่วนอื่นมาชดเชยได้อยู่ดีเพราะเป็นระบบของตัวเองทั้งหมด ทำให้เจ้าอื่นๆแข่งขันไม่ได้เพราะต้นทุนสูงกว่า

By: ravipon
iPhoneWindows
on 16 September 2020 - 10:34 #1175995 Reply to:1175990
ravipon's picture

งี้บัลเดิ้ล microsoft 365 หรือ adobe creative ละครับ?

By: Ford AntiTrust
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 16 September 2020 - 10:47 #1176007 Reply to:1175995
Ford AntiTrust's picture

Spotify/Netflix หรือบริการอื่นๆ ที่ขายบน App Store จะมีการจ่ายส่วนแบ่ง หรือ Apple Tax 30% ครับ และไม่สามารถใช้ช่องทางอื่นในการชำระเงินได้

ส่วน Microsoft 365 หรือ Adobe CC ไม่มีการบังคับจ่ายช่องทางเดียวแบบ Apple และโดนขอส่วนแบ่ง 30% แม้จะซื้อแล้วติดตั้งบน Windows ครับ

By: ravipon
iPhoneWindows
on 16 September 2020 - 10:50 #1176009 Reply to:1176007
ravipon's picture

Spotify/Netflix ปัจจุบันถอดตัวจ่ายเงินที่โดนหัก Apple tax ให้ผู้ใช้ที่สมัครใช้ใหม่ไปจ่ายเงินข้างนอกแล้วนะครับ แต่ก็ยังเอา id มาเปิดใช้งานแอปบน iOS ได้อยู่นี่ครับ

By: Orion
Windows PhoneAndroidWindows
on 16 September 2020 - 11:02 #1176020 Reply to:1176009
Orion's picture

ตามกฎปัจจุบันแอปประเภท Spotify/Netflix ทำได้ครับ แต่สมมุติ Spotify พ่วง xCloud ของ MS มาก็จะโดนเก็บทันที(แถมปัจจุบันยังเอาขึ้น Store ไม่ได้ด้วยซ้ำ)

By: Ford AntiTrust
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 16 September 2020 - 11:02 #1176021 Reply to:1176009
Ford AntiTrust's picture

ก็นั่นแหละครับ ปัญหาของ Spotify/Netflix หรือบริหารอื่นๆ ที่เค้าเรียกร้องกัน

ซึ่งมันทำให้เค้าแข่งขันกับเจ้าของ platform ที่ทำบริการรูปแบบเดียวกันลงมาแข่งกับพวกเค้า แค่ความสะดวกในการจ่ายเงินต่างกัน ก็ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมได้แล้วครับ

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 16 September 2020 - 11:49 #1176045 Reply to:1176021
zerocool's picture

แล้วถ้าอยากให้เป็นธรรมต้องเป็นรูปแบบไหนครับ ?


That is the way things are.

By: Ford AntiTrust
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 16 September 2020 - 11:53 #1176046 Reply to:1176045
Ford AntiTrust's picture

ยกเลิกการบังคับจ่ายผ่าน App Store ช่องทางเดียว เมื่อยกเลิกการบังคับจ่าย จะเกิดกาาแข่งขันค่า fee ระหว่าง App Store กับผูกให้บริการด้านการเงินเจ้าอื่นๆ

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 16 September 2020 - 12:07 #1176048 Reply to:1176046
zerocool's picture

คุณ Ford พูดว่าการบังคับจ่ายนอก store ทำให้ไม่สะดวกและเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม แต่ comment นี้กลับบอกว่าต้องการให้ app สามารถรับชำระเงินช่องทางอื่นได้ ซึ่งตอนนี้ Spotify ก็รับชำระเงินค่าบริการนอก store ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 30% ให้ Apple แต่อย่างใดนี่ครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากรู้

ตอนนี้ Android อนุญาตให้ลง alternative store ได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หลาย ๆ คนต้องการให้ Apple ทำ แล้วตอนนี้ราคาค่า subscription Netflix / Spotify บน Android นี่ถูกกว่าบน Apple ไหมครับ ?

ถ้าไม่ แล้วการเสนอให้ Apple มี alternative store เป็นการแก้ปัญหาด้านราคาได้อย่างครับ ? ในเมื่ออีกเจ้าหนึ่งก็ใช้ model นี้แต่ก็ราคาเท่ากัน


That is the way things are.

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 16 September 2020 - 12:13 #1176056 Reply to:1176048
hisoft's picture
  • ตอนนี้ Android อนุญาตให้ลง alternative store ได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หลาย ๆ คนต้องการให้ Apple ทำ แล้วตอนนี้ราคาค่า subscription Netflix / Spotify บน Android นี่ถูกกว่าบน Apple ไหมครับ ?

  • ถ้าไม่ แล้วการเสนอให้ Apple มี alternative store เป็นการแก้ปัญหาด้านราคาได้อย่างครับ ? ในเมื่ออีกเจ้าหนึ่งก็ใช้ model นี้แต่ก็ราคาเท่ากัน

  1. แต่ทำให้ผู้ให้บริการได้เงินเยอะขึ้นครับ
  2. แก้ได้ครับ เพราะทำให้ผู้ให้บริการและผู้พัฒนาได้เงินเยอะขึ้นครับ
By: big50000
AndroidSUSEUbuntu
on 16 September 2020 - 12:48 #1176068 Reply to:1176048
big50000's picture

เริ่มงงแล้วว่าตกลงเรากำลังคุยเรื่องผลประโยชน์ของผู้พัฒนาหรือผู้บริโภคกันแน่

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 16 September 2020 - 13:17 #1176071 Reply to:1176068
zerocool's picture

ผมเองก็งงเหมือนกันครับว่าความเป็นธรรมที่หลายคนต้องการมันอยู่ในรูปแบบไหนกันแน่

เป็นธรรมต่อใครบ้าง Apple, ลูกค้า, ผู้ให้บริการของตัวเองบน platform อื่น เช่น website เกม, และนักพัฒนาที่ทำ smartphone application เป็นหลัก

ผมว่าเส้นแบ่งมันทับซ้อนกันอยู่เหมือนกัน และผมก็ยอมรับว่ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพียงแต่ผมเห็นหลายคนออกมาต่อว่า Apple ว่าไม่เป็นธรรม แต่ไม่เคยนำเสนอว่ารูปแบบความเป็นธรรมที่ควรมันเป็นอย่างไร ผมก็เลยค่อนข้างขัดใจว่าแล้วแบบนี้มันจะคุยกันต่อได้อย่างไร จะพัฒนา solution ไปในทางไหน

ส่วนตัวผมไม่เชื่อใน alternative store เลย เพราะผมมองว่าการมี alternative store ก็สามารถนำไปสู่ปัญหารูปแบบอื่นได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดปัญหา รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการค้นหาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น


That is the way things are.

By: big50000
AndroidSUSEUbuntu
on 17 September 2020 - 07:17 #1176215 Reply to:1176071
big50000's picture

ไม่มีความเป็นธรรมใด ๆ ให้กับเจ้าตลาด

By: mossila
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 16 September 2020 - 13:53 #1176087 Reply to:1176048
mossila's picture

สมมุติอย่างงี้ครับ
1. ใน App เขียนไว้เลยว่าถ้าซื้อตอนนี้ได้ราคา 100 บาท(เพราะเสียค่าธรรมเนียมให้ Apple)
2. ถ้าซื้อผ่านเว็บไซต์ ราคา 70 บาท (ไม่มีค่าใช้จาก Apple เพิ่มเติม)
ตอนนี้ Apple ห้ามใส่ข้อความแบบข้อที่ 2. ใน App ข้อความแบบในวงเว็บก็เช่นกัน

By: checkmate95
Android
on 16 September 2020 - 14:04 #1176088 Reply to:1176048
checkmate95's picture

อย่างกรณีของ Android ถ้า Alternative store ไม่เกิดหรือไม่มีคนใช้ก็ไม่เป็นไรครับแต่ระบบยอมให้ผู้ใช้งานสามารถติดตั้ง apk ได้ ก็คือถ้า install จาก playstore จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตามปกติ มีกฏห้ามไม่ให้เสนอลิงค์ไปจ่ายเงินข้างนอกอันนี้ผมเห็นด้วย แต่ถ้าผู้ใช้งานเข้าไปหน้าเว็บแล้วโหลด apk มาลงถึงราคาจะไม่ถูกลงแต่ยังไงผู้พัฒนาก็ได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับแลกกับการต้องหาฐานลูกค้าเอง ซึ่งมันก็แฟร์ๆครับถึงจะเรียกว่า ใช้ platform ของเค้าก็ต้องจ่ายเงินให้เค้าได้ แต่กับ Apple ที่ปิดทุกทางแล้วบังคับให้ต้อง install แล้วจ่ายส่วนแบ่งเท่านั้น อ้างแต่กระทบความปลอดภัยหรือประสบการณ์ผู้ใช้งานอันนี้ดูแถครับ คนที่เลือกวิธี alternative ก็ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรแล้วยอมรับความเสี่ยงไปในตัวแล้วไม่ต้องคิดแทนผู้ใช้ขนาดนั้น ถ้ากลัวกำไรจาก store จะหายขนาดนั้นจะทำ iphone model ที่ปลดล็อคให้ลงสโตร์อื่น หรือแอพอื่นขายในราคาที่แพงกว่าก็ได้ครับ ยังไงผู้ใช้งานก็ควรมีสิทธิ์เลือกครับ

By: impascetic
Android
on 16 September 2020 - 15:39 #1176121 Reply to:1176048

จริงๆมันไม่ได้ "แก้ปัญหาด้านราคา" หรือเปล่าครับ มันมีในมุมการแข่งขันทางธุรกิจด้วย อย่างเงินที่จะเอาไปลงกับ Marketing ก็สัดส่วนต่างกัน คือถ้ามองในมุมลูกค้าผมว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก แต่ถ้ามันเกิดเคสที่เคยมีเรื่องราวกันที่ Apple Music ลงราคาแพคเกจได้ถูกกว่า Spotify อันนี้มันก็ชัดละว่าไม่เป็นธรรมเพราะ Spotify ไม่สามารถจะลดราคาลงขนาดนั้นโดยไม่กระเทือนในส่วนอื่นๆได้เพราะติดค่าธรรมเนียม ถ้าตามที่ Spotify อ้างอ่ะนะ

By: aechanexe
iPhone
on 16 September 2020 - 13:32 #1176081 Reply to:1176045

เท่าที่อ่านมาหลายๆโพสข่าว น่าจะเป็นผลประโยชน์ของ dev ที่ต่างคนต่างก็อยากได้ผลประโยชน์สูงสุด
(ซึ่งมักจะปล่อยเบลอผู้บริโภค)
จริงๆมันก็มีทางออก ลด operating cost / เพิ่มความ premium ให้คนซื้อรู้สึกว่าได้มากกว่า
อย่างพวก house brand ในพวกโมเดิร์นเทรด ซันไลแท้กับซันช่าย คนที่ price sensitive ก็คงไปซื้อซันช่าย คนติดแบรนด์ก็คงซื้อซันไลเหมือนเดิม

ซึ่งวาทะกรรมที่เคยบอกว่า ถ้า apple ลดภาษี หรือมี alternate store แล้วราคาจะลดลงผมไม่เชื่อเท่าไหร่

By: deaknaew on 16 September 2020 - 13:26 #1176075 Reply to:1176021

ปัจจุบัน Youtube bundle Youtube premium กับ music แล้วก็ขาย ทั้งใน app store และ ข้างนอกโดยราคาไม่เท่ากันด้วย

สงสัยที่มีปัญหาน่าจะ Spotify มากกว่า ดู Google ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 16 September 2020 - 10:48 #1176008 Reply to:1175995

Windows ไม่ได้บังคับลงแอปผ่าน Microsoft Store ครับ

ถ้าคุณไปซื้อ Affinity Photo หรือ WordPerfect มาใช้ ทางผู้พัฒนาเค้าก็ไม่โดนหักค่าหัวคิว Corel สามารถทำบันเดิ้ลราคาถูกมาขายแข่งกับ Adobe ได้ เพราะทั้งคู่อยู่ในสถานะเดียวกันในตลาด

พอจะเก็ตไหมฮะ


iPAtS

By: ravipon
iPhoneWindows
on 16 September 2020 - 10:50 #1176010 Reply to:1176008
ravipon's picture

Spotify/Netflix ปัจจุบันถอดตัวจ่ายเงินที่โดนหัก Apple tax ให้ผู้ใช้ที่สมัครใช้ใหม่ไปจ่ายเงินข้างนอกแล้วนะครับ แต่ก็ยังเอา id มาเปิดใช้งานแอปบน iOS ได้อยู่นี่ครับ

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 16 September 2020 - 10:57 #1176016 Reply to:1176010

แปลว่า มันทำให้ผู้ใช้จ่ายเงินผ่าน apple device ไม่ได้ไงครับ มันก็ไม่เท่าเทียมกันไง
ถ้า Product นึงมีเจ้าของตลาดสนับสนุนเต็มที่ จ่ายเงินง่าย ถึงจะโดนหักค่าหัวคิว แต่ก็เจ้าของเดียวกัน เงินย้ายกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา แล้วคนอื่นจะมาแข่งด้วยยังไงให้มันยุติธรรมครับ


iPAtS

By: hail_to_the_thief
iPhone
on 16 September 2020 - 16:33 #1176132 Reply to:1176008

MacOS ไม่ได้บังคับลงแอปผ่าน Mac App Store ครับ
ถ้าคุณไปซื้อ Affinity Photo หรือ WordImperfect มาใช้ ทางผู้พัฒนาเค้าก็ไม่โดนหักค่าหัวคิว Serif สามารถทำบันเดิ้ลราคาถูกมาขายแข่งกับ Adobe ได้ เพราะทั้งคู่อยู่ในสถานะเดียวกันในตลาด

อันนี้บอกไว้ เพราะคนไม่เคยใช้แมคมาก่อนในชีวิตมีเยอะ
พอจะเก็ตไหมฮะ

By: i3i4i5
ContributoriPhoneWindows
on 16 September 2020 - 17:05 #1176142 Reply to:1176132
i3i4i5's picture

iOS บังคับลงแอปผ่าน App Store ครับ
(ที่เหลือแก้กันเอาเองครับ ผมไม่รู้จะแก้อะไร)

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 16 September 2020 - 17:15 #1176144 Reply to:1176132

ผมใช้แมคครับ


iPAtS

By: Zebubz
Android
on 16 September 2020 - 10:31 #1175993 Reply to:1175978

เพราะ Apple Tax 30% ทำให้ Apple สามารถตั้งราคาได้ถูกกว่าเจ้าอื่นครับ ซึ่งทำให้เจ้าอื่นไม่สามารถแข่งขันกับ Apple ได้อย่างยุติธรรมเพราะมีกำแพงภาษีจาก Apple (หลักการเดียวกับการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเพื่อให้สินค้าจากต่างประเทศแข่งขันกับสินค้าในประเทศได้ยากขึ้น)

By: PandaBaka
iPhoneAndroidWindows
on 16 September 2020 - 10:46 #1176005 Reply to:1175993
PandaBaka's picture

เจ้าอื่นถ้าไปให้จ่ายเงินทางอื่นก็ไม่โดน 30% ครับ แบบพวก netflix

By: Ford AntiTrust
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 16 September 2020 - 11:03 #1176023 Reply to:1176005
Ford AntiTrust's picture

แค่ความสะดวกในการจ่ายเงินต่างกัน ก็ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมได้แล้วครับ

By: PandaBaka
iPhoneAndroidWindows
on 16 September 2020 - 14:02 #1176091 Reply to:1176023
PandaBaka's picture

การแข่งขันแบบนี้ไม่มีใครเป็นธรรมหรอกครับ มีแต่ได้ประโยชน์มากกว่า
ถ้าไม่มี tax 30% แล้ว payment gateway ใช้ได้ฟรีก็ไม่เป็นธรรมกับ apple แทน

หรือถ้าปล่อยจับฉ่าย แล้วมีปัญหาตัดบัตร support ที่ต้องรับเรื่อง การรับ support ก็เป็นเจ้าของ store ไม่ใช่ spotify อยู่ดี

By: mossila
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 16 September 2020 - 12:05 #1176051 Reply to:1175978
mossila's picture

เหมือนโดน 7-eleven ทำสินค้าเดียวกันราคาถูกกว่าวางข้างๆ โดยสินค้าของ 7-eleven ไม่ต้องเสียค่าวาง ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแยกตะหากโฆษณารวมๆ เพราะมัดรวมมาแล้ว

ถ้ามองว่า 7-eleven ไม่ผิดเคสนี้ Apple ก็ไม่ผิดครับ ถ้ามองว่า 7-eleven ผิดยังไง Apple ก็ผิดทำนองเดียวกัน

Spotify กับ Hulu จับคู่กัน ก็เหมือนจับคู่ น้ำกับขนม แต่ยังขายใน 7-eleven อยู่ดีทำนองนั้น

By: A_Hawkins on 16 September 2020 - 14:55 #1176107 Reply to:1176051

ถ้าไม่มุมผู้บริโภค ผมว่า 7-eleven ไม่ผิดครับ ตราบใดที่สินค้านั้นขายในราคาและคุณภาพที่เหมาะสม

ผมก็เป็น Dev เจอความยากลำบากกับ Apple หลายประการ (มันไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน เรื่องเทคนิคอื่นๆร้อยแปดที่ Apple จุกจิก) แต่มองในมุมผู้บริโภคก็คือเขาได้สินค้าราคาถูกและบริการที่ดี ผมก็มองแค่นี้

ส่วนเรื่องอนุญาตให้จ่ายเงินนอก App Store ได้ Apple ก็อนุญาตตั้งนานแล้ว แค่มีกฎว่าห้ามกล่าวถึงแค่นั้นเอง เกมไทยแทบทุกเกมจ่ายเงินข่องทางอื่นได้หมดแถมถูกกว่าตั้งครึ่ง มีแต่ Epic ที่ทำแหกกฎเต็มๆ เหมือนผมเปิด Foodcourt เขาให้ใช้คูปอง ห้ามลูกค้าจ่ายเงินสด มีร้านนึงมาถึงบอกซื้อเงินสดได้แถมได้ส่วนลด ถ้าผมเป็นเจ้าของ Foodcourt ก็คงถีบร้านนี้ไปไกลๆเหมือนกัน

ถ้า Spotify ดีกว่า Apple Music จริง (เช่นอาจจะมีบริการ Streaming แบบ Lossless อะไรแบบนี้) ต่อให้แพงกว่ากี่เท่าคนก็ซื้ออยู่ดี

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 16 September 2020 - 15:29 #1176117 Reply to:1176107
hisoft's picture

ถ้า Spotify ดีกว่า Apple Music จริง (เช่นอาจจะมีบริการ Streaming แบบ Lossless อะไรแบบนี้) ต่อให้แพงกว่ากี่เท่าคนก็ซื้ออยู่ดี

มีคนซื้อแต่มีคนที่ไม่ซื้ออีกเท่าไหร่นี่อีกเรื่องนะครับ

By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 16 September 2020 - 20:55 #1176168 Reply to:1176107

เรื่องเกมที่จ่ายนอกแอพได้นี้ ผมไม่รู้ว่าได้แค่ที่ไทยที่เดียวในโลกรึปล่าวนะ แต่ถ้าในญี่ปุ่นไม่มีเกมไหนทำได้นะครับ แม้แต่เงินในเกมที่ซื้อจาก android ก็้เอามาใช้ใน ios ไม่ได้ แล้วผมก็ทำงานในบ.เกม มันมีข้อบังคับว่าห้าชัดเจนด้วยนะครับ หรือที่ไทยมีกฏแยกนี้ผมก็ไม่รู้

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 16 September 2020 - 21:45 #1176176 Reply to:1176168

นั่นซิครับขนาดเหรียญในไลน์ที่ไว้ซื้อสติกเกอร์ยังใช้ข้าม ios/android ไม่ได้เลย 5555


iPAtS

By: big50000
AndroidSUSEUbuntu
on 17 September 2020 - 06:37 #1176209 Reply to:1176168
big50000's picture

Granblue Fantasy

By: jibbies
iPhone
on 17 September 2020 - 20:02 #1176459 Reply to:1176051

ผมก็เห็นทุกห้างมีสินค้า House Brand วางหมดนะ เอาจริงๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะเซเว่น // ในกรณีของ Apple นี่แตกต่างด้วยตรงใน ตอนแรกเค้าเป็นห้างที่มีแต่ของ House brand ตอนหลังค่อยปล่อยให้คนนอกเอาของเข้ามาขาย

By: Jeratang
iPhoneAndroidIn Love
on 16 September 2020 - 11:30 #1176037
Jeratang's picture

แข่งขันไม่เป็นธรรม แต่รายได้ก็สุดปังนะคะ

By: HoMm
AndroidWindows
on 16 September 2020 - 11:41 #1176041
HoMm's picture

ปัญหาคือ apple บังคับให้ต้องลงทุก app ผ่าน App Store มันเลยผูกขาด

By: tom789
Windows Phone
on 16 September 2020 - 12:21 #1176060

พวกแอพที่เสียรายเดือน โดนแบบนี้ น่าจะมีหนาวร้อนๆกันบ้างละ ราคารวมถุกว่าอีก

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 16 September 2020 - 12:25 #1176061
hisoft's picture

ช่วงนี้ดื้อครับ หาข้ออ้างไม่ซื้อของ Apple ไปเรื่อย ผูกรวบทุกอย่างไว้กับตัว

ในแง่การพัฒนามันทำให้ไปได้เร็วแหละ แต่การที่รวบทั้งหมดตั้งแต่ผลิตชิปไปจนทำซอฟต์แวร์แล้วไม่แชร์ใช้กับใครเลยนี่ก็อีกเรื่อง มีพาร์ทเนอร์อยู่ดีๆ จะเปลี่ยนเป็นทำเองหรือซื้อพาร์ทเนอร์แล้วเลิกขายให้คนอื่นก็ทำ (แบบตอนเทคบริษัทที่ทำเทคโนใช้ใน Kinect หรือสมัยตัวสแกนนิ้วมือที่ทำระบบสแกนนิ้วบน laptop ลงหลุมดำไปหลายปี จากใช้สแกนกันอยู่ดีๆ ก็ห่วยไปเลย https://www.blognone.com/node/36383 ) ทำตัวชี้เป็นชี้ตายของได้โดยไม่มีทางเลือกให้ แบบ app ไหนหรือกระทั่ง app ประเภทไหนที่ไม่ชอบก็ตัดแบบใช้ทางอื่นไม่ได้แม้จะต้องการทำ ปลอดภัยกับผู้ใช้ ปลอดภัยกับ Apple แต่ก็ปิดทางนวัตกรรมไปอีกระดับนึง ตัวเองทำเงินจากฝั่งนึงแล้วเอามาโปะอีกฝั่งนึงได้ทำให้ราคามันดูไม่ make sense เท่าไหร่ในหลายบริการส่งผลให้คู่แข่งเองก็สู้ด้วยยาก (เหมือนจะเรียกอะไรแบบนี้ว่าการทุ่มตลาด?)

นโยบายที่ว่าบริษัทใหญ่เกินไปควรถูกบังคับแยกเป็นบริษัทย่อยๆ ก็น่าจะเหมาะสมกับกรณีนี้ แต่ถ้าบังคับใช้จริงๆ ก็จะสู้กับบริษัทที่อยู่นอกนโยบายนี้ได้ยากอีก (เช่น บริษัทในจีน)

ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ดีแบบไม่มีทางเลือกอื่นใดๆ เอาแค่ Safari ก็สาหัสแล้ว

Apple ไม่ผิดครับ (เพราะ Apple ก็เคยเจ็บกับการไม่ทำแบบนี้ และถ้าไม่ทำขนาดนี้ของของ Apple ก็ดีมาถึงจุดนี้ไม่ได้) แต่ไม่อยากสนับสนุนแนวทางแบบนี้ ก็ได้แค่ดื้อฝืนเหนื่อยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหนีไม่พ้นก็ค่อยยอมใช้ 😩

By: A_Hawkins on 16 September 2020 - 14:10 #1176096 Reply to:1176061

ผมซื้อแต่ Apple ไม่ซื้ออย่างอื่นเลย เพราะเหตุผลที่ว่ามาเลยครับ คือมันมี Peace of Mind ผมไม่สนว่า Dev จะเป็นอย่างไร หรือคนอื่นจะได้ใช้ฟีเจอร์ว้าวแค่ไหน ผมสนอย่างเดียวคือใช้ทำงานได้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เข้าเว็บได้ ก็จบ อย่าง Safari กับ Chrome กับ Edge ผมก็มีหมดทั้งสามอัน ก็ไม่เห็นต่างกันตรงไหนในตอนที่ผมใช้งานตามปกติในชีวิตประจำวัน

มีแค่อย่างเดียวคือ Apple Pay ไม่เข้าไทยกับไม่เปิดให้ใช้ NFC API สักทีแค่นั้นเอง ที่เหลือผมยังไม่เห็นความที่ Walled Garden ของ Apple จะทำให้เกิดความด้อยกว่าชาวบ้าน และผมก็ไม่ใช่สาวกที่หลับหูหลับตาด้วย เพราะผมก็ทำงานบริษัทพัฒนา Mobile App ได้ใช้ ได้ทดสอบทั้งหมด ทั้ง iPhone Android Windows เพียงแต่ถ้าเป็นของส่วนตัวผมซื้อเฉพาะ Apple เพราะเหตุที่ว่ามานี้

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 16 September 2020 - 14:53 #1176105 Reply to:1176096
hisoft's picture

อย่าง Safari กับ Chrome กับ Edge ผมก็มีหมดทั้งสามอัน ก็ไม่เห็นต่างกันตรงไหนในตอนที่ผมใช้งานตามปกติในชีวิตประจำวัน

มันไม่ต่างเพราะทั้งสามอันมันทำงานด้วย Safari engine ไงครับ Apple ไม่ยอมให้ใครทำอะไรกับเอนจินสำหรับเปิดเว็บเลย

ผมไม่สนว่า Dev จะเป็นอย่างไร หรือคนอื่นจะได้ใช้ฟีเจอร์ว้าวแค่ไหน ผมสนอย่างเดียวคือใช้ทำงานได้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เข้าเว็บได้ ก็จบ

คุณไม่สนแต่มีคนที่สนไงครับ

มีแค่อย่างเดียวคือ Apple Pay ไม่เข้าไทยกับไม่เปิดให้ใช้ NFC API สักทีแค่นั้นเอง

คุณแค่เจอส่วนของ NFC API ครับ คนอื่นก็เจอส่วนอื่นๆ อย่างผมเจอเรื่อง Safari ไปผมก็โดนหนักเหมือนกัน

มีแค่อย่างเดียวคือ Apple Pay ไม่เข้าไทยกับไม่เปิดให้ใช้ NFC API สักทีแค่นั้นเอง ที่เหลือผมยังไม่เห็นความที่ Walled Garden ของ Apple จะทำให้เกิดความด้อยกว่าชาวบ้าน

อันนี้ว่ากันตรงๆ มันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ Apple มีความสามารถมันเลยออกมาดีได้ หลังจากนั้นของดีทั้งหมดก็จะยิ่งไปกองอยู่กับ Apple เรื่อยๆ สุดท้ายถ้าไม่มีใครทำอะไรก็จะอยู่ข้างนอก Apple ได้ลำบากแล้ว

ผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ก็ทำได้แค่ชะลอออกไปได้อีกเศษเสี้ยว สุดท้ายถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผมก็ต้องเลือกระหว่างเข้าไปอยู่ในนั้นดีๆ หรือฝืนลำบากชีวิตอยู่ข้างนอกไปเรื่อยๆ

ด้วยกำลังของ Apple แล้วผมเชื่อว่าทำให้มันเปิดกว่านี้แบบปลอดภัยกว่าเจ้าอื่นได้ครับ ยิ่งเป็นเจ้าใหญ่ยิ่งมีพลังในการเปลี่ยนแปลงได้ ทาง Apple เองมีกำลังทุ่มเทเรื่องที่ดีต่อโลกอื่นๆ อีกมากด้วยซ้ำ (อย่างพวกออกแบบเครื่องให้ไม่ใช้สารอันตราย ลดการใช้แร่ธาตุที่ว่าใช้แรงงานคนแบบไม่ดี การรีไซเคิล ฯลฯ) แต่เค้าไม่ทำ แล้วเค้าก็จะมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายไอเดียไปได้เรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ไอเดียไม่ดีแล้ว Apple ไม่ใช้แต่เป็น Apple ไม่ยอมให้ใครได้ใช้ด้วยซ้ำ หรือกระทั่งไอเดียที่ดีและคนอยากทำ Apple ก็ไม่ยอมแล้วสุดท้ายเอาไปทำเอง ซึ่งผมไม่ชอบตรงนั้นครับ (ซึ่งว่าเค้าไม่ได้ เค้าก็ทำหน้าที่ของบริษัทเค้าตามแนวทางของเค้า)

ไม่ใช่ไม่เข้าใจคุณนะครับ ผมคิดจะยอมเข้าไปอยู่ให้จบๆ มาหลายครั้งแล้วด้วยซ้ำ 😂 ของส่วนมากดีแบบปฏิเสธไม่ได้ด้วยซ้ำว่าดีที่สุดแล้วและไม่ได้ต้องจ่ายแพงแบบเอื้อมไม่ถึง ข้ออ้างในการไม่ใช้ผมตอนนี้เลยเป็นเรื่องที่ว่ามานั่นแหละครับ

By: itpcc
ContributoriPhoneRed HatUbuntu
on 16 September 2020 - 15:01 #1176114 Reply to:1176061
itpcc's picture

ผมเพิ่มเรื่องการต่อต้านวัฒนธรรม Right to repair ด้วยอีกเรื่องครับ การกีดกันไม่ให้ 3rd party เข้าถึงอะไหล่ (ถึงกับไปให้ศุลกากรให้ยึด part ทดแทนก็มีมาแล้ว)หรือการจงใจให้การซ่อมเป็นไปได้ยากกว่าที่ควร ถึงจะบอกว่าจะป้องกันการซ่อมให้มีคุณภาพ แต่วิธีการอื่นมันก็มีเยอะแยะ (แถมหลายครั้งพวกซ่อมห่วยกว่าช่างข้างนอกอีก) มันยิ่งส่งเสริมการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้นโดยไม่จำเป็น ดูๆ ไป Apple เป็นพวกมือถือสากปากถือศีลไงไม่รู้


บล็อกส่วนตัวที่อัพเดตตามอารมณ์และความขยัน :P

By: i3i4i5
ContributoriPhoneWindows
on 17 September 2020 - 15:44 #1176378 Reply to:1176114
i3i4i5's picture

อันนี้นอกเรื่องจากหัวข้อ แต่ล่าสุดบริษัทรถออกมาต่อต้านกฏหมายเกี่ยวกับ right to repair บอกจะทำให้ข้อมูลในรถอาจตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีและทำให้คดีเกี่ยวกับคุกคามเพิ่มขึ้น(?)
https://www.youtube.com/watch?v=NYp2_oiwtIg
(Question 1 เกี่ยวกับให้เปิดข้อมูลที่รถเก็บ ให้เป็น Open Standard ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถเข้าถึงได้คนเดียว)

By: A_Hawkins on 16 September 2020 - 14:03 #1176092

เรื่อง 30% กับให้ชำระผ่านช่องทางอื่นได้นั้นอันนี้แล้วแต่ศาลจะตัดสิน
แต่ถ้าบอกว่าให้ลง App อะไรก็ได้นี่ผมไม่เอาด้วยเด็ดขาด เพราะความเชื่อมั่นและความปลอดภัยจะหายไปในทันที
ลองคิดดูว่ารัฐบาลสามารถเขียน App อะไรก็ได้ขึ้นมา Track ประชาชน แล้วบังคับให้ประชาชนลงได้ โดยไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไปว่าไม่ผ่านข้อกำหนดของ Apple ไวรัสต่างๆจ้องตาเป็นมันแน่นอน เหมือนที่ Windows, Android หรือแม้แต่อ Mac โดนอยู่ทุกวันนี้

By: tom789
Windows Phone
on 16 September 2020 - 14:10 #1176095 Reply to:1176092

ไอโฟน ปลอดภัยจากไว้รัส และโดนแฮ้ก ?

By: A_Hawkins on 16 September 2020 - 14:13 #1176098 Reply to:1176095

ปลอดภัยจากไวรัสที่มาจาก App ที่ Download จาก App Store แต่ถ้าผู้ใช้ไปลง Profile นู่นนี่นั่นเอง (ซึ่งมันเตือนประมาณ 3-4 รอบก่อนลง ก็ช่งยไม่ได้

และไม่ปลอดภัยจากการโดน ​Hack แบบ Phishing คือผู้ใช้หลงกลใส่ข้อมูลหรืออนุญาตให้อาชญากรทำสิ่งนั้นๆเอง แต่ถ้าอยู่ๆบอกว่าจะไปแฮค iPhone ของใครสักคน FBI ยังทำไม่ได้เลยครับ ถ้าทำได้เขาไม่นั่งมาฟ้อง Apple แหลกลาญให้เปิด Backdoor หรือปลด Encryption แบบนี้หรอก

By: tom789
Windows Phone
on 16 September 2020 - 14:16 #1176099 Reply to:1176098

แอนดรอย วินโดว ลงผ่านสโตส์ นี้มันโดนแฮ็ก และมีไวรัสด้วยเหรอ เพิ่งรุ้

By: A_Hawkins on 16 September 2020 - 14:46 #1176104 Reply to:1176099

ผมพูดถึงอันที่ไม่ได้ลงผ่าน Play Store ไงครับ
App ที่ลงผ่าน Store อื่นๆ Virus เพียบ
และถ้า Apple ทำแบบนี้ (คือเปิดให้มี Store อื่นได้) ก็จะมี Virus
ผมพูดไม่เคลียร์ตรงไหน

By: Airyx on 16 September 2020 - 14:56 #1176108 Reply to:1176099
Airyx's picture

อย่างล่าสุด App Shopee เห็นมีการแอบก็อปรูปจากเครื่องไปใส่ Share ไว้ส่วนใหญ่แอพนี้ก็โหลดจาก Store กัน

ในทางกลับกันฝั่ง Apple ผมจงใจเปิด Location ให้ Google Map ใช้ได้ตลอดเวลา ตัว OS ยังแจ้งขึ้นมาเลยว่า Google Map เรียก Location ใน Background ไป xx ครั้งใน 2 วันนะ มันดูผิดปกตินะจะให้บล็อคให้เรียกใช้แค่ตอนเปิดแอพอย่างเดียวมั้ย อะไรประมาณนี้ แล้วเรื่องกระบวนการความเข้มรีวิวแอพที่จะขึ้นได้ก็ต่างกัน

เวลาเล่นเกมมือถือออนไลน์ส่วนใหญ่ฝั่งโกงๆก็มาจากฝั่งแอนดรอยทั้งนั้น บางทีก็เซ็งอยากให้ Dev แยกเซิฟ iOS กับ Android ไปเลยจะได้ไม่ต้องเจอพวกขี้โกงลง APK Mod มาเล่น

By: tfctaf
Windows PhoneUbuntuWindows
on 16 September 2020 - 14:52 #1176106 Reply to:1176098

คุณก็พูดไปเรื่อยเลย FBI แฮ็กไอโฟนได้ครับ ทำไปหลายครั้งแล้ว แต่ต้นทุนแพงหลักล้านเหรียญ แล้วทำยากแล้วใช้เวลา เขาเลยอยากให้มันง่ายๆ เลยพยายามผลักดันให้มันมีช่องทางเข้าถึงที่ถูกกฎหมาย

By: A_Hawkins on 16 September 2020 - 15:00 #1176113 Reply to:1176106

FBI อาจจะแฮ็กได้จริงและใช้ต้นทุนหลายล้านเหรียญตามที่ว่ามา ก็ลองนึกว่าแฮ็กเกอร์อื่นๆเขาจะยอมทุ่มทุนแบบนี้ไหมครับ และเทียบกับระบบอื่นๆที่แฮ็คง่ายกว่า แค่ทำ App โง่ๆแล้วเอาขึ้น Store ที่ไม่ใช่ Official คิดว่าระบบแบบไหนจะใช้แล้วสบายใจกว่า

ผมไม่ได้บอกว่า Apple เก่งกว่าที่ทำให้ระบบ Hack ไม่ได้ แต่ Apple เลือกใช้วิธีการคือดำเนินการทุกอย่างเอง มันเลยแฮ็กไม่ได้ (หรือได้ยาก) แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ Apple ทำเหมือนกับคนอื่นทำคืออนุญาตให้มี App ที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบให้ลูกค้าโหลดได้อิสระ เมื่อนั้นมันก็จะไม่ต่างกับ Android หรือ Windows อันนั้นคือประเด็นสำคัญครับ ถ้าจะแย้งก็กรุณาแย้งตรงจุดนี้

By: tfctaf
Windows PhoneUbuntuWindows
on 16 September 2020 - 18:16 #1176153 Reply to:1176113

ผมแย้งว่าคุณพูดจริงบ้างไม่จริงบ้างปนๆใส่สีใส่ไข่ มันเชื่อยาก คุณจะมาบอกให้ผมโฟกัสตรงนู้นตรงนี้อะไรล่ะครับ
อย่างเรื่องการโหลดแอ็พอิสระ ในแอนดรอยด์อันนั้นลูกค้าก็ต้อง enable เอง store ไม่ออฟฟิชเชียลเราก็ต้องไปลงเองอีก แอปเปิลมีเรื่อง legitimate ที่จะชอบเยอะแยะไม่เห็นต้องมาใส่สีใส่ไข่เลยครับยิ่งดูเหมือนใช้อารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริงมาถกกัน

By: big50000
AndroidSUSEUbuntu
on 18 September 2020 - 07:21 #1176498 Reply to:1176092
big50000's picture

เอ่อ ถ้าผู้ใช้ไม่อนุญาต มันก็ไม่ลงให้หรือเปล่า

By: i3i4i5
ContributoriPhoneWindows
on 16 September 2020 - 15:58 #1176127
i3i4i5's picture

มีหลายคนเขาทดลองกัน บางครั้งการที่มีตัวเลือกน้อยหรือไม่มีเลยทำให้เรามีความสุขกว่า เทียบกับการที่มีตัวเลือกมากๆที่อาจเสียเวลาเปรียบเทียบ หรือเสียดายว่าน่าจะเลือกตัวเลือกอื่น

แต่สุดท้ายแล้วเราอยากจะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีตัวเลือกเลยจริงๆเหรอ?

By: tfctaf
Windows PhoneUbuntuWindows
on 16 September 2020 - 18:19 #1176154 Reply to:1176127

กว่าจะคลิกขวาได้ก็เกือบตาย แต่ผมรู้จักบางคนใช้คลิกขวาไม่เป็นนะ ขนาดแม็คให้ทำได้แล้ว แกก็กดคอนโทรลอยู่นั่นอะ
ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าบางทีเราไม่รู้ว่ามีอะไรดีกว่านี้ เราก็อาจจะแฮปปี้กับสิ่งที่มีอยู่

By: doodeewa
Android
on 16 September 2020 - 18:42 #1176156

อ่านหลายๆความเห็นแล้วดูไม่ค่อยเก็ต บ้างก็เอาตัวเอาเป็นบันทึกฐาน เอาง่ายๆ อะไรที่ได้เงิน ได้ส่วนแบ่งมา กลายเป็นเจ้าอำนาจนั้นมันจะสาวได้สาวเอา เพราะงั้นถึงจุดๆหนึ่ง มันต้องมีการควบคุมให้ระบบมันแฟต่อผู้เล่นหน้าใหม่ ต่อให้ผู้เล่นมาเล่นในสนามบ้านคุณ (อย่าติดกรอบความคิดเรื่องเค้าทำเค้าต้องได้ กติกาเค้า คุณต้องเคราพ เค้ารวยมาก และอำนาจต่อรองมากจนมากๆไป มันก็ควรมีระบบมาจัดการ พูดง่ายๆอย่าโตแค่คนเดียว)

By: orboontharaksa
iPhoneWindows PhoneWindows
on 16 September 2020 - 23:53 #1176197

รอ spotify จับมือกับ Netflix อยู่นะครับ :D

By: PH41
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 17 September 2020 - 08:08 #1176224
PH41's picture

Medium + Spotify + Dropbox + Netflix + ...