ถือเป็นปัญหาที่ท้าทาย Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถรายใหญ่ของจีน ที่เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์คนขับฆาตกรรมและข่มขืนผู้โดยสาร ที่สำคัญคือเกิดขึ้นถึงสองครั้งในรอบสามเดือน ล่าสุดทางบริษัทออกมาขอโทษและหยุดให้บริการแบบ Hitch ชั่วคราวเพื่อยกเครื่องความปลอดภัย และโทษความ "ไม่รู้" ของบริษัทที่ทำให้เกิดเหตุสลดนี้
Didi Chuxing เจอคำวิจารณ์อย่าล้นหลามจากชาวเน็ต มีการทำแคมเปญจะลบแอพออกด้วย แม้บริษัทจะหยุดให้บริการ Hitch ไปแล้วชั่วคราว แต่คำถามที่สังคมสนใจคือ จากนี้ไป Didi Chuxing จะดำเนินการเรื่องความปลอดภัยอย่างไรต่อจากนี้

ภาพจาก [Shutterstock By Keitma](https://www.shutterstock.com/image-photo/wuhan-china-3-november-20177-man-747965080?src=-99IDxVe8Asz0qATos1HuQ-1-5)
บริการแบบ Hitch ของ Didi Chuxing (มาจากคำว่า hitchhiking หรือการโบกรถนั่นเอง) เป็นบริการในลักษณะคาร์พูลคือแชร์รถแชร์น้ำมันกัน แบบทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ปัญหาความปลอดภัยก็ปะทุขึ้นเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Didi จึงปรับปรุงบริการ Hitch ใหม่ เช่น จำกัดเวลาการใช้งานให้อยู่ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ (รูปโปรไฟล์ก็จะไม่แสดง), ปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนผู้ขับรถใหม่, ปุ่มฉุกเฉินในแอพใหม่ที่สามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางพร้อมข้อมูลสำหรับติดต่อผู้ใช้ เป็นต้น
แต่ก็ยังเกิดเหตุฆาตกรรมรายล่าสุดขึ้นอีกจนได้ โดยผู้ต้องหาที่เป็นคนขับ ได้ถูกตรวจสอบกับทางบริษัทแล้วว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม แต่มีผู้โดยสารคนก่อนหน้าได้ฟ้องร้องคนขับคนนี้ไปแล้ว
หน่วยงานคมนาคมจีนก็กดดันให้บริษัททำแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจน ซึ่ง Didi ก็ระบุว่าจะทำระบบฉุกเฉิน เรียกตำรวจให้ และยังบอกด้วยว่าจะประเมินธุรกิจในบริการแบบ Hitch ใหม่ด้วย
บริการแบบ Hitch มีราคาถูกและได้รับความนิยมในจีนมาก บริษัทบอกว่ามีการใช้งานเป็นพันล้านเที่ยวแล้ว นอกจากนี้ Didi ก็บุกตลาดต่างประเทศแล้วด้วยเช่น เม็กซิโก ญี่ปุ่น และยังมีผู้ลงทุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลังคือ Softbank
ที่มา - BBC
on