GDPR

หลังจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรปที่รู้จักกันในนาม GDPR (General Data Protection Regulation) ประกาศใช้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลายบริษัทยังคงประเมินอยู่ว่าจำเป็นที่จะต้องทำหรือไม่ (อ่านข้อมูลสรุปและทำความเข้าใจได้ที่นี่) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ที่ครอบคลุมไปถึงสถานพยาบาลต่างๆ ด้วย

วันนี้ที่งานประชุมวิชาการประจำปี บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประจำปี พ.ศ.2561 (BDMS Academic Annual Meetings 2018) มีการบรรยายในประเด็นของ GDPR ที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลในอุตสาหกรรม โดยคุณวรรณวิทย์ อาขุบุตร อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงผู้ก่อตั้งบริษัท Privy Consulting ผมจึงขอนำเสนอสรุปการบรรยายดังกล่าวให้ทุกท่านครับ


คุณวรรณวิทย์ อาขุบุตร

##GDPR และความยุ่งเหยิงในการใช้งาน##

คุณวรรณวิทย์อธิบายว่า GDPR จริงๆ เกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลหลักเพียง 2 ประการ คือ

  1. ทำให้เกิดระบบของข้อมูลและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่สอดรับกับระบบตลาดเดียวของสหภาพยุโรป (EU Single Market)
  2. เป็นหนึ่งในความพยายามป้องกันความลำเอียงทางอัลกอริทึม (algorithmic bias) ผ่านการจัดการข้อมูล

หลักการของกฎหมายนี้มีความแตกต่างจากกฎหมายตัวอื่นตรงที่เน้นการห้ามทำทุกอย่าง ยกเว้นจะกระทำในสิ่งที่อนุญาตในกฎหมาย ซึ่งคุณวรรณวิทย์ตั้งข้อสังเกตว่า ปกติแล้วในยุโรปจะไม่มีการออกกฎหมายลักษณะนี้ผิดกับในประเทศแถบเอเชียที่เน้นออกกฎหมายลักษณะนี้

นอกจากนั้นแล้ว กฎหมาย GDPR ยังเป็นกฎหมายที่มีลักษณะเสียผลประโยชนทุกฝ่าย (mutually disadvantage) คือไม่มีใครในระบบที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้ ทุกอย่างสร้างภาระและความซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูล เจ้าของข้อมูล หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งหน่วยงานทางกฎหมายของรัฐ

ในทางธุรกิจ GDPR นำมาสู่ความเสี่ยงในเรื่องชื่อเสียง (reputational risk) ซึ่งส่งผลไปถึงความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์ด้วย หลายบริษัทในต่างประเทศเริ่มเขียนงบการเงินตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วเพื่อประเมินความเสี่ยงจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของ GDPR และมีบางกรณีที่เริ่มถูกปรับไปบ้างแล้ว ตามกฎหมายแล้วยอดสูงสุดคือ 20 ล้านยูโร หรือ 4% ของรายได้ทั้งปี (แล้วแต่ว่าอันไหนสูงกว่า)

ไม่ใช่แต่เพียงความเสี่ยงอย่างเดียว แต่กฎหมายฉบับดังกล่าวมีลักษณะเหนือเขตแดน (extra-territorial) หรือถ้ากล่าวให้ชัดคือมีลักษณะเป็น "สิทธิสภาพนอกอาณาเขต" ที่บังคับใช้กับคนที่อยู่ในยุโรป (a person in EU) นั่นก็แปลว่าหากตีความอย่างเคร่งครัด คนที่ถือสัญชาติไทย แต่ไปเรียนหรือใช้ชีวิตในยุโรป ก็ถือว่าครอบคลุมและอยู่ในบังคับใช้ของกฎหมายนี้ด้วย

สำหรับโรงพยาบาล สถานประกอบการในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ แม้กฎหมายฉบับนี้จะดูไกลตัว แต่อันที่จริงแล้วก็มีเรื่องที่คาบเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ในเชิงสถานที่ตั้งของบริษัท ก็มีผลกับการถูกบังคับใช้ของกฎหมายหากมีการประมวลผลข้อมูล มีการเก็บชุดข้อมูล (dataset) มากกว่า 5 พันรายการ และเก็บข้อมูลนานกว่า 12 เดือน ล้วนแล้วแต่เข้าเกณฑ์นี้หมด

นอกจากนั้นแล้ว การประมวลผลข้อมูลบัตรเครดิตและประกันสุขภาพต่างๆ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมและธุรกรรมที่ GDPR มีส่วนและบทบาทอยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นแล้วสถานพยาบาลต่างๆ เหล่านี้ จึงไม่สามารถหลีกหนีไปจากกฎหมายดังกล่าวของสหภาพยุโรปได้อย่างแน่นอน

สาเหตุที่กล่าวเช่นนี้ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก มักจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลคนไข้ผู้ป่วย ถึงแม้ว่าในเชิงการรักษาผู้ป่วยจำเป็นจะต้องยินยอมให้แพทย์และพยาบาล เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อการรักษา แต่การจัดเก็บและวิธีการจัดการข้อมูลเหล่านี้ คือสิ่งที่กฎหมายฉบับนี้จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะขอบเขตของข้อมูลตามกฎหมายนี้ ไม่ใช่แค่เลขรหัสประจำตัวประชาชน บัตรเครดิต หรือเลขเวชระเบียนแต่เพียงอย่างเดียว ยังครอบคลุมไปถึงข้อมูลในแบบอื่นๆ ด้วย

GDPR ยังกำหนดเรื่องของการส่งข้อมูลออกไปนอกสหภาพยุโรปและเขตเศรษฐกิจยุโรปด้วย โดยห้ามส่งออก (ตามมาตรา 44 ของกฎหมาย) ยกเว้นประเทศปลายทางจะพิสูจน์ได้ว่ามีมาตรการป้องกันข้อมูลที่เพียงพอ โดยในปัจจุบันมีประเทศและเขตการปกครองที่อยู่ในรายชื่อนี้ (whitelisted jurisdiction) จำนวนหนึ่ง คือ Canada, Andorra, Jersey, Guernsey, Faeroe Islands, the Isle of Man, Andorra, Switzerland, Uruguay, Argentina, Israel และ New Zealand โดยในปีหน้าจะมีการประกาศให้ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศและเขตการปกครองเหล่านี้ด้วย

การกำหนดเหล่านี้สร้างความปวดหัวและวุ่นวายกับหลายบริษัท ที่ยังไม่เข้าใจกับ GDPR อย่างถ่องแท้ และทำให้มีปัญหาในการปรับตัวกับกฎหมาย นำมาสู่ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงโดยทางอ้อมนั่นเอง

##กฎหมาย GDPR ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานพยาบาล##

คุณวรรณวิทย์ ชี้ให้เห็นว่า GDPR (หรือ Regulation (EU) 2016/679) มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายประการของสหภาพยุโรป โดยทั่วไปสิ่งที่เราจะเห็นคือในส่วนบทนำ (Recital) ที่ 35 ซึ่งกำหนดกฎหมายโดยตรงเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพ, 53 ที่กำหนดเรื่องของการประมวลผลข้อมูลละเอียดอ่อน (sensitive data) ในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ, 54 กำหนดเรื่องของการประมวลผลข้อมูลละเอียดอ่อนในด้านสาธารณสุข และ 96 เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลในด้านสุขภาพ

นอกจากกฎหมายด้านบนเหล่านั้นแล้ว ยังมีกฎหมายอื่นๆ ที่อยู่ลึกลงไปอีกและเกี่ยวพันกับ GDPR ไม่ว่าจะเป็นกรอบของการตีความ (Framework of interpretation) หรือข้อกำหนดและบ่งชี้ (Directive) อื่นๆ ของสหภาพยุโรป ล้วนแล้วแต่มีส่วนเกี่ยวพันกับกฎหมายฉบับนี้ทั้งสิ้น ความซับซ้อนของกฎหมายฉบับนี้ทำให้การทำงานทั้งในเชิงนโยบายและระดับปฏิบัติมีปัญหาทั้งสิ้น


กฎหมายและข้อกำหนด รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ GDPR

##แนวทางในการปรับตัวขององค์กร##

เมื่อกฎหมาย GDPR มีผลกระทบเช่นนี้ ในฝั่งขององค์กรจะปรับตัวอย่างไรได้บ้าง? คุณวรรณวิทย์เสนอว่าในฝั่งองค์กรเอง จะต้องมีตัวเล่นที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ฝ่าย คือ

  1. ฝ่ายกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนะนำด้านความเป็นส่วนตัว (privacy)
  2. ฝ่ายกฎหมาย
  3. ฝ่ายไอทีและที่ปรึกษาด้านข้อมูล

สามฝ่ายนี้จะนำมาสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไปตามความชำนาญของแต่ละฝ่าย นำมาสู่ปัญหาภายในองค์กรเวลาต้องการกำหนดแนวทางและนโยบาย (การมานั่งเปิดแต่กฎหมายแล้วนั่งเช็ค compliance list คงไม่ดีแน่นอน) ซึ่งหนทางหนึ่งคือการตั้งคณะกรรมการทำงานร่วม (working group) ภายในองค์กรเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวนี้

ในกระบวนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขั้นตอนเริ่มต้นจะต้องเป็นการปรับเปลี่ยนในเชิงองค์กร (organization measures) สูงถึง 80% ส่วนเรื่องทางเทคนิคจะมีเพียง 20% แต่พอเข้าถึงช่วงเริ่มใช้งานจริง สัดส่วนนี้จะกลับด้านกัน และจะกลับสู่สภาพสมดุลที่ฝั่งละ 50% เมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้ว

##มองอนาคตถึง GDPR และผลกระทบ##

ท้ายที่สุด คุณวรรณวิทย์ทิ้งท้ายว่า สำหรับประเทศไทยเอง ความพยายามในการทำให้กฎหมายและระเบียบสอดคล้องกับ GDPR เป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังคงมีงานอื่นๆ ที่ท้ายทายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะในฝั่งภาครัฐเองที่ต้องออกกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับต่างประเทศ หรือภาคเอกชนที่จะต้องเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงนี้

ในธุรกิจการแพทย์และสุภาพ ทุกวันนี้หลายคนยังมุ่งเน้นการทำตามมาตรฐาน HIPAA (Health Insurance Portability and Accountability Act) ซึ่งเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้พิจารณาถึงเรื่องของการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน

หากอนาคตทุกธุรกรรมหรือการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลผู้ป่วย จะต้องไปดำเนินการที่ต่างประเทศ แทนที่จะเป็นในประเทศไทย ย่อมเสียบเปรียบของโอกาสในเชิงธุรกิจแน่นอน ยังไม่นับถึงความเสี่ยงจำนวนมากที่จะตามมา การปรับองค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมาย GDPR จึงสำคัญ และนั่นย่อมแปลว่าองค์กรที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากพอสมควรอย่างอุตสาหกรรมแพทย์และสุขภาพ จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายฉบับนี้ไปในเวลาเดียวกัน

ขอขอบคุณคณะทำงานการประชุมวิชาการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และโรงพยาบาลสมิติเวช ที่ได้อำนวยความสะดวกให้เข้าฟังการบรรยายในครั้งนี้

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand