Tags:
Node Thumbnail

แม้ว่าสตีฟ จ็อบส์จะเป็นคนที่เปลี่ยนวงการดนตรีให้หันมาขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต และวางเครื่องเล่นดนตรีแบบดิจิตอล (ไอพ็อด) แต่จริง ๆ แล้วสตีฟ จ็อบส์ชอบที่จะฟังเพลงจากแผ่นเสียงแบบไวนิล (vinyl) มากกว่าการฟังเพลงผ่านไอพ็อดของเขาเอง

จากการสัมภาษณ์ที่งาน D: Dive into Media นักดนตรีชื่อดัง Neil Young บอกว่าสื่อดิจิตอลนั้นทำให้คุณภาพของดนตรีต่ำลง และเทคโนโลยีทุกวันนี้ไม่ดีพอที่จะให้คุณภาพเสียงเทียบเท่ากับแผ่นเสียง

Young ยังเปิดเผยอีกว่าเขาเคยร่วมกันกับจ็อบส์เพื่อที่จะให้บริการดนตรีคุณภาพสูง (high-fidelity music service) แต่หลังจากเริ่มไปได้ไม่นาน แอปเปิลก็ล้มโครงการทิ้ง

ที่มา - 9to5Mac

Get latest news from Blognone

Comments

By: AlninlA
ContributorAndroidUbuntu
on 1 February 2012 - 14:58 #379138
AlninlA's picture

วินนิล -> ไวนิล

ดีกว่ารึเปล่าครับ

By: AdmOd
iPhoneWindows
on 1 February 2012 - 14:59 #379139
AdmOd's picture

ไวนิล?

By: soginal
AndroidIn Love
on 1 February 2012 - 15:07 #379142
soginal's picture

ไม่เพียงแต่เป็นศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ ยังหูทองอีกด้วย
แล้วจ๊อบจะชอบดูหนังจากแผ่น bluray มากกว่า ดูผ่านเน็ตรึเปล่านะ

By: natthavat28
iPhoneWindows PhoneAndroidIn Love
on 1 February 2012 - 15:48 #379172 Reply to:379142

ผิดแล้วครับ ศาสดาท่านต้องชอบดูผ่านฟิล์ม 8mm มากกว่าดูแผ่นสิ !!!!!

By: soginal
AndroidIn Love
on 1 February 2012 - 15:52 #379174 Reply to:379172
soginal's picture

(0.o)!!

By: John
iPhoneWindows PhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:53 #379294 Reply to:379142
John's picture

นึกว่า BlueRay ไม่จำเป็น ดูผ่าน YouTubeHD แทน

By: doctorking
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 1 February 2012 - 15:08 #379143

เสียดายโครงการนี้แฮะ น่าจะทำต่อนะ

By: buzdesign on 1 February 2012 - 15:09 #379145

เหมือนผมเลยยยย ใครบ้างไม่ชอบ - -"

By: nant
ContributorWindows PhoneRed HatUbuntu
on 1 February 2012 - 15:14 #379150

สิ่งเดียวที่จะทำให้เสียงจากแผ่นเสียงคุณภาพดีกว่าดิจิตอล sampling สูงๆ คือการคิดไปเอง

By: dangsystem
iPhoneAndroidBlackberryWindows
on 1 February 2012 - 15:29 #379160 Reply to:379150
dangsystem's picture

+1 นั่นสิทำจากดิจิตอล

By: Architec
ContributorWindows PhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 15:31 #379164 Reply to:379150

สายชุบทองด้วย

By: toandthen
WriterMEconomics
on 1 February 2012 - 15:33 #379165 Reply to:379150
toandthen's picture

สาย HDMI ราคาแพงด้วย


ton.is.my.name | @TonsTweetings

By: Perl
ContributoriPhoneUbuntu
on 1 February 2012 - 15:36 #379166 Reply to:379150
Perl's picture

เราก็คิดกลับอีกทีว่าไอพอดของเรานั้นเสียงเทพแล้ว XD

By: buzdesign on 1 February 2012 - 19:30 #379287 Reply to:379150

จริงครับ 555

แต่มนุษย์เรามีสัมผัสที่ล้ำลึกเกินกว่าสิ่งใดๆจะหยั่งถึง

คลาสสิค อ๊ะ

By: nolykk
ContributoriPhoneAndroidUbuntu
on 1 February 2012 - 15:31 #379163
nolykk's picture

เพลงใหม่ๆบนแผ่นเสียงทุกวันนี้ ก็มาจากดิจิตอลอีกทีหนึงอยู่ดี แต่ฟังจากไวนิลแล้ว มันเท่ห์กว่าเยอะนะ 555


twitter.com/djnoly

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 15:38 #379167
McKay's picture

Generation Gap จริงๆ


there are 2 types of salim. one is donkey and another one is asshole.

By: Bizard
iPhoneWindows
on 1 February 2012 - 15:42 #379168

แน่นอนครับแผ่น CD เสียงดีกว่าไฟล์ MP3 แน่นอน เคยอ่านมาว่าไฟล์ MP3 เป็นไฟล์ที่ถูกบีบอัดแล้วก็ตัดคลื่นเสียงบางช่วงที่มนุษย์ไม่ได้ยินออกไป เพลงที่เราฟังๆใน iPod ส่วนใหญ่ก็มาจาก MP3 ทั้งนั้น

จริงๆผมก็ชอบเสียงจากแผ่น CD นะ บางทีอาจจะแพงหน่อยแต่เราได้อุดหนุนผลงานศิลปิน ถึงแม้จะมีขายเพลงออนไลน์อย่างถูกกำหมายแต่ว่ามันไม่มีแพคเกจสวยๆนี่สิ

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 15:46 #379170 Reply to:379168
McKay's picture

CD Audio ก็เป็น Digital ครับ

เค้าพูดถึงแผ่นเสียง(ใหญ่ๆ)แบบเก่าหน่ะครับ


there are 2 types of salim. one is donkey and another one is asshole.

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:03 #379274 Reply to:379168
iStyle's picture

คุณถูกครับ แต่คนละเรื่องกับข่าว


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: bankkung
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
on 2 February 2012 - 01:02 #379400 Reply to:379168

อ่านข่าวหรือเปล่าครับ? พูดถึง Vinyl ไม่ใช่ Compact Disc นะครับ อีกอย่าง MP3 ตัดช่วงที่มนุษย์ได้ยินออกไปนิดหน่อยด้วยครับ อีกอย่าง iPod ผมเพลงส่วนใหญ่มาจาก ALAC ครับ ไม่ใช่ mp3 อย่าเหมารวมว่าส่วนใหญ่เป็น mp3 สิครับ บางคนเขาก็ไม่ได้ฟังไฟล์ lossy นะ

By: altimate
ContributoriPhone
on 1 February 2012 - 15:55 #379176
altimate's picture

สิ่งเดียวที่ได้จากแผ่นเสียงคือความขลังหรือความรู้สึกสุนทรีย์กับความคลาสสิก แค่นั้นจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับคุณภาพของเสียงเลย

By: nekocrazy on 1 February 2012 - 18:55 #379266 Reply to:379176

+1 ตอบได้ดีมากครับ
หรือผมมันพวกหูตะกั่วหว่า

By: buzdesign on 1 February 2012 - 19:34 #379289 Reply to:379176

+1 ผมกำลังคิดอยู่ว่าสิ่งไหนที่ทำให้ก้าวข้ามความเป็นเครื่องยนต์กลไกไปสู่ศิลปะได้

By: Eka-X
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 1 February 2012 - 16:06 #379181

เกิดมาก็เทป ก็ CD เลย ไม่เคยฟังไวนิล ที่แน่ๆ แม้มันจะเสียงดีกว่า (มั้ง) แต่เก็บยากกว่า ใช้เนื้อที่เยอะกว่า

ปล. ผมยังแยกเสียงระหว่างแผ่น CD กับ m4a 192 kbps ไม่ออกเลย

By: wiennat
Writer
on 1 February 2012 - 16:11 #379183

แน่นอนครับ ถ้าฟังจาก thumbdrive เสียงจะแห้งๆ ด้วย


onedd.net

By: Ready2go
ContributoriPhoneWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 17:16 #379211 Reply to:379183

ถ้าเปิดกับเพลงที่เซฟไว้ใน SSD เสียงจะแห้งๆด้วยเช่นกัน

และถ้าเปิดกับเพลงที่เซฟไว้ใน HDD ก็จะมีคลื่นแม่เหล็กมาจาก HDD ทำให้มีเสียงรบกวนเช่นกัน


Technology is so fast!

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 17:37 #379223 Reply to:379211
PaPaSEK's picture

เล่นกันแต่มุกลึกลับนะครับ ดีว่าผมเคยผ่านตามาบ้าง

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 2 February 2012 - 10:02 #379480 Reply to:379223
panurat2000's picture

ทำไมช่วงนี้เค้าฮิตเล่นมุก "กึ่งยิงกึ่งผ่าน" กันจัง

ป.ล. ไม่ว่าต้นฉบับจะเป็น digital หรือ analog

แต่ท้ายที่สุดก็ต้องแปลงให้เป็น analog อยู่ดีนะคะ

เพราะหูของมนุษย์ในปัจจุบันยังเป็น analog อยู่ ^^

By: Go-Kung
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 1 February 2012 - 19:00 #379273 Reply to:379211

ต้องคว่ำรีโมทเวลากดด้วยนะครับ

ทำให้เสียงอิ่มขึ้น

By: aomnaruk
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 1 February 2012 - 20:11 #379303 Reply to:379273

+1 นั่นมันสุดยอดเคล็ดลับเลยนะเนี่ย o_0


~ความกลัวทำให้เสื่อม~

By: tunnnnnn
iPhoneSymbian
on 2 February 2012 - 00:23 #379387 Reply to:379273
tunnnnnn's picture
ต้อง แก้ผ้า ฟังด้วยครับ จะได้ รับรู้สัมผัส ของเสียงทางผิวหนังและรูขุมขนด้วย...

)

By: jirayu
ContributorWindows PhoneBlackberrySymbian
on 2 February 2012 - 05:59 #379454 Reply to:379273

ผมสงสัยว่าพวกหูแพลตตินัม เค้าต้องล็อคองศาของศีรษะกับมุมของดอกลำโพง รวมถึงควบคุมความกดอากาศและความชื้นสัมพัทธ์ในห้องฟังเพลงของเขาด้วยหรือเปล่า


By: Lightwave
iPhoneAndroidWindows
on 2 February 2012 - 10:03 #379481 Reply to:379454

ผมหูไม่ทองแต่ถ้าลำโพงองศาไม่หันมาตรงหูนี่ก็ฟังเพลงไม่เพราะเหมือนกันนะ

By: cartier
iPhoneAndroid
on 2 February 2012 - 14:47 #379636 Reply to:379454
cartier's picture

5555555 พวกหูแพลทตินัม นี่นอกจากต้องมีเครื่องเสียงแพงแล้วยัง ต้องสร้างห้องที่มี ระบบควบคุมความกดอากาศกับความชื้น และก็เครื่องล๊อกคอด้วยหรอครับ ผมว่า Option อย่างหลัง น่าจะแพงกว่าเครื่องเสียงนะ >,<

By: errin on 1 February 2012 - 20:16 #379306 Reply to:379211

ถ้า Stream ผ่น Cloud ต้องระวังอึนกด้วยมั้ยครับ :P

By: angel13th
Android
on 2 February 2012 - 11:14 #379502 Reply to:379211
angel13th's picture

ต้องฟังช่วงเช้าๆด้วยนะครับ ไฟมันสะอาดกว่าช่วงบ่ายๆเย็นๆ

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 1 February 2012 - 17:57 #379234 Reply to:379183
panurat2000's picture

Audiophile ตัวจริงเค้าไม่ฟัง digital ค่ะ

ต้อง analog เท่านั้น =w=

By: kswisit
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 1 February 2012 - 18:15 #379243 Reply to:379234

เทป :o


^
^
that's just my two cents.

By: wichate
Android
on 1 February 2012 - 18:18 #379247 Reply to:379243

yes การบันทึกน่ะสุดยอด แต่มันจะมาห่วยเอาก็ตรงหัวอ่านนี่แหละ เสียงโคตรเพี้ยนเลย (มันจูนตำแหน่งหัวอ่านให้เสียงต่ำ-เสียงสูงก็ได้)

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:05 #379276 Reply to:379243
iStyle's picture

งั้นเดี๋ยวผมเปิดเพลงอัดใส่เทปก่อน หวังว่าจะดีขึ้น :P


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: buzdesign on 1 February 2012 - 19:35 #379290 Reply to:379276

อย่าลืมแช่ตู้เย็นนะ

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 1 February 2012 - 21:22 #379325 Reply to:379243
panurat2000's picture

จริงด้วยค่ะ =[]="

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 20:43 #379313 Reply to:379234
mr_tawan's picture

ฟังดนตรีสดเท่านั้นครับ 555


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: Go-Kung
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 1 February 2012 - 18:59 #379272 Reply to:379183

ต่อสายจากเครื่องเสียงเข้า AVR ต้องใช้ Coaxial เท่านั้นนะ

ใช้สาย Optical หรือ HDMI เสียงมันแห้ง เบสไม่อิ่ม Sound stage ไม่กว้าง

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 1 February 2012 - 21:17 #379324 Reply to:379272
panurat2000's picture

จริง ๆ แล้วสาย optical ที่เสียงเทพ ๆ กว่า coaxial ก็มีนะคะ

แต่ราคามันจะกระโดดขึ้นไปเยอะจนไม่น่าซื้อ

ดังนั้นถ้าเทียบราคาที่ระดับเดียวกันแล้วสาย coaxial มักจะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า optical เสมอ

ป.ล. หนูไม่ได้พูดเองนะแต่จำมาจากรายการโลกเครื่องเสียงของอาจารย์วิจิตร บุญชูน่ะค่ะ ^^

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 21:28 #379329 Reply to:379324
McKay's picture

อืมมมมมม


there are 2 types of salim. one is donkey and another one is asshole.

By: Go-Kung
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 1 February 2012 - 21:38 #379334 Reply to:379324

ฮ่าๆ

มันเป็นมุขแซวน่ะครับ

ส่วนตัวผมเชื่อว่า Optical ไม่ว่าจะดีแพง คุณภาพมันเท่าเทียมกันครับ ยกเว้นลากไกลๆจนสายธรรมดาเกิด lost และมีเสียง Jitter ออกมา

แต่ไม่มีทางที่จะเสียงแห้ง เสียงแบน ไม่อิ่ม เด็ดขาดครับ

ส่วน Coaxial นี่ถ้าใช้ส่ง Digital ก็คงไม่ต่างกันครับ

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 2 February 2012 - 01:04 #379402 Reply to:379334
PaPaSEK's picture

ก็บอกแล้วว่าอย่าเล่นมุกลึกลับเฉพาะกลุ่ม

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 2 February 2012 - 01:49 #379422 Reply to:379402
hisoft's picture

ฮา

By: chollathee
AndroidSymbianWindows
on 2 February 2012 - 02:27 #379433 Reply to:379334

อาจจะไม่เกี่ยวกับกระทู้นะครับ

จริงๆ จะบอกว่า เสียงจาก Fiber Optic กับ Coaxial ต่างกันจริงๆ ครับ
ไม่ต้องถึงกับหูทองหรอก ขนาดแฟนผมยังฟังออกเลย

เรื่องของเรื่องมันไม่ได้เป็นอุดมคติเสมอไปครับ

Fiber Optic ถูกๆ กับแพงๆ ก็ต่างกันอีก
ถูกๆ ใช้พลาสติก สายเอ็น อะไรพวกนั้น แพงๆ ก็ใช้แก้วจริงๆ แต่...แก้วก็แก้วเถอะ ยังมีเรื่องของคุณภาพอีก ดูอย่างเลนส์กล้องถ่ายรูปก็ได้ นั่นแหละแก้วที่ดีกว่า Fiber Optic อีก ยังมีความเพี้ยนได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

อีกอย่าง พวกวงจร Digital อย่าง Fiber Optic กับ Coaxial นี่ เป็นการส่งข้อมูลทางเดียว (One Way Communication) ผิดแล้วผิดเลย ไม่มี Handshake กันแบบ HDMI หรือการส่งข้อมูลภายในระบบ BUS ของคอมพิวเตอร์ ส่งไม่ครบ ข้อมูลขาดหาย เสียงกระตุก หยุด ขาดๆ หายๆ ส่งแล้วเพี้ยน เกิด Jitter ขึ้นมากมาย

เพราะฉะนั้นผมมองว่า ที่ Fiber Optic ต่างกับ Coaxial นั้น มันมาจากเรื่องการเดินทางของข้อมูลด้วย

Fiber Optic สัญญาณจริงๆ ก็คือสัญญาณ Digital ที่ Modulate แล้ว ไม่ว่าจะเป็น PCM หรือ Bitstream ก็ตาม ก่อนจะมาเป็น Optic ถ้าให้เทียบเรื่องของสื่อนำสัญญาณ มันเป็น Coaxial มาก่อน เอาแบบง่ายๆ นะครับ

สัญญาณ Digital Out ที่ออกมาจากวงจรภาค Buffer แล้วนั้น สามารถส่งไปยังขั้วต่อ RCA/BNC 75 Ohms เพื่อใช้เป็นสัญญาณ Digital Out สำหรับสาย Coaxial ได้เลย แต่อีกทางหนึ่ง มันจะส่งไปเข้าวงจร Fiber Optic Transmitter อีกที ซึ่งก็ง่ายๆ เลยครับ อาจจะผ่านวงจร Buffer หรือ Driver หรือตรงได้เลย เข้า Photo Transmitter Module (Diode) เลย ในนั้นก็จะเป็นหลอด LED ธรรมด๊า ธรรมดานี่แหละครับ (รุ่นแพงมากๆ อาจจะเป็น Laser) นี่แหละครับ ตัวแปรแรกที่ทำให้ Optic ไม่เหมือนกับ Coax แล้ว ในกรณีที่ต้องแปลงสัญญาณ อาจจะมีการสูญเสียหรือผิดเพี้ยนเกิดขึ้นได้

ทีนี้ก็ผ่านสาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ทั้ง Optic และ Coax

เข้าภาครับซึ่งอาจจะเป็น Receiver หรือ DAC Module เลยก็ได้
แน่นอนครับ Coax ต่อตรงๆ เข้าตรงๆ เลย แต่ Optic ไม่ ต้องเข้าวงจรรับแสงด้วย Photo Receiver Module (Diode) เพื่อแปลงแสงกลับไปเป็นไฟฟ้าเหมือนเดิม เข้าวงจรขยายสัญญาณก่อน หรือไม่ก็เข้าชิป I/O หรือเข้า DSP ตรงๆ เลย

ข้อต่างของมันก็คือ Optic ต้องผ่านการแปลง Coax เข้าตรงๆ
ถ้าใช้งานทั่วไป ค่าใช้จ่ายจากภาครับ-ส่ง Optic ก็เกิดขึ้นแล้ว ทีนี้ตัวนำ ก็มีค่าใช้จ่ายอีกเช่นกัน แต่โดยมากแล้วไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ระหว่าง Optic กับ Coax ที่ราคาปานกลางขึ้นไป จะมีก็แต่ระดับสูงๆ ที่ Optic จะแพงกว่า Coax มาก

เค้าใช้ Fiber Optic เพราะมันส่งข้อมูลได้มากกว่า และได้ดีกว่าในกรณีต้องเดินสายยาวๆ เกิน 5-10 ขึ้นไปก็เห็นผลต่างระหว่าง Optic กับ Coax แล้ว อีกอย่างระบบ Fiber Optic ยังเป็นแบบ Isolate ด้วย คือแยกวงจรของทั้ง 2 ฝั่งออกจากกัน ตัดปัญหาเครื่องสัญญาณรบกวน และปัญหาทางไฟฟ้าต่างๆ นานา ออกไป

ในวงการบันทึกเสียงปกติเค้าใช้ Optic นะครับ แต่ไม่ใช่โหมด S/PDIF เป็นโหมด ADAT ที่ส่งข้อมูลได้มากกว่า อย่าง S/PDIF จะส่งได้แค่ Stereo แต่ ADAT มัน Multi-Channel (มากสุดรู้สึกจะ 8-CH ต่อ 1 ADAT นะครับ)

วงการเครื่องเสียงบ้าน ส่วนใหญ่ Fiber Optic เค้าไม่ค่อยนิยมใช้กัน นอกจากจะเดินสายไกลๆ อย่างว่า
เพราะด้วยราคาที่ใกล้เคียงกัน ตัวอย่าง สายระดับราคา 3-5 พัน Coax เสียงดีกว่า Optic เสมอ ต้องระดับหมื่นบาทต่อเส้นขึ้นไป เสียงถึงได้ใกล้เคียงกัน

พูดถึงงานบางอย่างและคนบางกลุ่ม (รวมถึงตัวผมเองด้วย)
ถ้าพูดถึงดูหนังพวกหนัง Action / Sifi หรือแนวๆ นั้น ผมว่าเสียงจากสาย Fiber Optic ให้อรรถรสในการรับชม รับฟังมากกว่าสาย Coaxial พูดง่ายๆ ว่าดูหนังประเภทนี้ได้เสียงสดจัดจ้านกว่าสาย Coaxial ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น (อาจจะเป็นเรื่องความผิดเพี้ยน หรือผิดพลาดของสัญญาณอย่างที่เคยบอกไป) แต่ถ้าหนังที่เน้นบรรยากาศพวกแนวหนังรัก เพลง หรือคอนเสิร์ท กลับพบว่าเสียงจากสาย Coaxial เสียงที่ได้น่าฟังกว่า

ที่กล่าวมานี้ก็กึ่งวิชาการและกึ่งประสบการณ์ที่ได้ลองใช้งานมานะครับ
ผมก็ไม่ได้มีเครื่องเสียงเทพๆ แบบเซียนหูทองหรอก แค่เป็นคนชอบดูหนังและฟังเพลง และมีเครื่องเสียงอยู่ในระดับที่พออ้างอิงได้ สายก็ไม่ได้แพงเกินไป ไม่เกินเส้นละ 5 พัน สายไฟก็เดิมๆ ไม่ได้ใช้สายเทพ กลัวลองจับแล้ววางไม่ลงจะเดือดร้อนกระเป๋า แต่กับสาย Coaxial กับ HDMI นี่ฟังไม่ค่อยออกนะสำหรับผม บางทีเครื่องที่ใช้อยู่อาจจะไม่สามารถแสดงความแตกต่างได้ถึงขนาดนั้นก็ได้ (ไม่กล้าไปลอง กลัวนอนไม่หลับ ใช้เท่าที่มีอยู่ก็พอแล้ว) อิ อิ

ที่จริงจะบอกว่า ทุกๆ อุปกรณ์ในระบบนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพ และสภาพแวดล้อม

ใครจะรู้เล่นๆ เพลงหรือดูหนังอยู่ เกิดอาการสั่นสะเทือนจาก ลำโพง, ลำโพง Subwoofer, เครื่องเล่นดิสก์ หรือแม้แต่อาการสั่นสะเทือนจากการอ่านข้อมูลบน Harddisk อาจจะทำให้วงจรบางอย่างทำงานผิดพลาดก็ได้ สาย Fiber Optic ที่ต่ออยู่แสงที่ส่งไปเกิดอาการสั่นๆ ตามตัวเครื่องทำให้แสงไม่เสถียร เสียงแย่ไปเลยก็ได ใครจะรู้

เรื่องแบบนี้มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ครับ

กลับเข้าหัวข้อ
เรื่องแผ่นเสียงไวนิล กับคอมแพ็คดิสก์
ถ้าให้อธิบายคงจะยาวกว่านี้ แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล อารมณ์เพลง บรรยากาศ และลักษณะเพลงที่บันทึกมา มีผลต่อการรับฟังของโสตประสาทมนุษย์แน่นอน

เอาง่ายๆ เปิดเพลงจากแผ่นเสียงไวนิล และปรีแอมป์หลอด เมนแอมป์ซิงเกิลเอนด์หลอด ที่มีความเพี้ยนถึง 20-30% ลำโพงฟูลเรนจ์ อาจให้เสียงที่ดีกว่ากว่าฟังจาก คอมแพ็คดิสก์ DAC ระดับเทพ และแอมป์แบบไฮไฟ ที่มีความเพี้ยน THD เพียง 0.001% ลำโพงสมัยใหม่ ก็เป็นได้

ขึ้นอยู่กับลักษณะเพลง สังเกตุได้ง่ายๆ เพลงบนแผ่นเสียงไวนิล มักจะเป็นเพลงร้อง เพลงบรรเลง ที่มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้นซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่เหมือนเพลงสมัยนี้ที่อัดเอฟเฟ็กต์เครื่องดนตรีกันกระจายเลย

อธิบายไปเดี๋ยวยาวมากกว่านี้อีก จบดีกว่า อิ อิ
ไว้ให้คอเดียวกันค่อยคุยกันหลังไมค์เอาดีกว่า

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 2 February 2012 - 04:39 #379449 Reply to:379433
zerocool's picture

+1


That is the way things are.

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 2 February 2012 - 10:04 #379482 Reply to:379433
panurat2000's picture

ละเอียดชัดเจนทุกแง่มุม

สุดยอดจริง ๆ ค่ะ ^^

By: LuvStry
ContributorAndroid
on 9 February 2012 - 10:55 #381847 Reply to:379183
LuvStry's picture

ตอนกดปุ่ม Play ต้องใช้นิ้วโป้งนะครับ ถ้าใช้นิวชี้เสียงจะแห้ง สายต้องหาอะไรมารองไม่ให้แกว่งได้ไม่งั้นเสียงจะแบนนะครับ


Blognone = 138.1 news/w เยอะมากๆ

By: ป้ากบ
ContributoriPhoneAndroid
on 1 February 2012 - 16:27 #379190
ป้ากบ's picture

ไว้มีเครื่องเล่นแผ่นติดมากับ iPhone แล้วค่อยเจอกันนะ


/กด enter รัวๆ 99 ครั้ง

By: nrml
ContributorIn Love
on 1 February 2012 - 16:29 #379192
nrml's picture

ผมว่ามันก็น่าจะมีพวกหูทองจริงๆ ซึ่งได้ยินสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถได้ยิน บางคนยังสามารถฟังเสียงออกมาเป็นสีหรือเป็นกลิ่นได้เลย

By: azezel
AndroidUbuntuWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 16:38 #379195 Reply to:379192

น่าจะเรียกว่า หูเทพ/หูทิพย์ เพราะได้ยินเสียงที่คนธรรมดาเค้าไม่ได้ยินกันนะ 555

By: geumatee
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 16:56 #379204 Reply to:379192

คนเหล่านี้มีบาปติดตัวครับ ต้องซื้อของดีๆถึงจะสมบูรณ์ ฟังธรรมดาแล้วคันหู เอ้ย ระคายหู 555

By: wonderkid
iPhoneBlackberrySymbian
on 1 February 2012 - 17:34 #379220 Reply to:379204

เห็นด้วยมากๆ ชีวิตจะโคตรลำบาก

ญาติทำ custom made amp ระดับหูทองเล่าว่า กลุ่มลูกค้าหูเทพจะนั่งฟังหลับตาแล้วจินตนาการถึง เวที แล้วนักร้อง นักดนตรี ก็เดินไป แล้วเดินมา บนเวที แต่ในแง่ของคนทำเรื่องเหล่านั้นมันเป็นเรื่องของอารมณ์มันวัดกันไม่ได้ และสิ่งที่คนทำยึดถือเป็นมาตรฐานคือผลกราฟจากออสซิลโลสโคปเป็นหลัก

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:07 #379277 Reply to:379204
iStyle's picture

คิดเหมือนกัน ทั้งหูทั้งลิ้นนั่นแหละ


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: Architec
ContributorWindows PhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 17:20 #379213 Reply to:379192

คุณภาพของ DAC เกี่ยวด้วยไหมครับ?

By: Go-Kung
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 1 February 2012 - 20:50 #379319 Reply to:379192

มีครับ

แต่เป็นความสามารถที่เรียกว่า Perfect Pitch คือสามารถจำแนกความถี่ได้ดี เวลาฟังเสียงต่างๆสามารถบอกได้ว่าเป็นโน๊ตเสียงอะไร และเพี้ยนสูง/ต่ำหรือตรงคีย์ไหม หรือบางเสียงที่ความถี่อยู่ในช่วงคาบเกี่ยวของหูคนที่เป็น Perfect Pitch ก็จะแยกแยะได้ดีกว่า

นักดนตรีที่เล่นแบบจริงจังส่วนใหญ่จะมีความสามารถนี้ครับ (ส่วนนึงเปิดโดยธรรมชาติ ส่วนนึงเป็นโดยการฝึก)

ซึ่งตอบคำถามที่ว่าหลายๆคนทำไมถึงแยกแยะเพลง mp3 128, 190, 320 Kbps หรือแม้แต่ Lossless ได้

แต่ประเภทฟังแล้วเห็นภาพเลยว่าเครื่องดนตรีไม่ทับกัน คนร้องไม่ขี่คอนักกีตาร์ (ผมเคยได้ยินคนเล่น Audiophile บางคนวิจารณ์แบบนี้) อันนั้นเป็นจินตนาการประกอบส่วนหนึ่งครับ ไม่ใช่เรื่องของหูอย่างเดียว

By: xxa
Android
on 1 February 2012 - 23:22 #379365 Reply to:379319

ย่อหน้าสุดท้าย มันอยู่ที่การ Pan การ Balance ไม่ต้องใช้จินตนาการก็ฟังออกครับ

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 23:33 #379371 Reply to:379319
mr_tawan's picture

ส่วนใหญ่จะเป็น Relative Pitch ครับ ส่วน Perfect Pitch นี่หายากกว่าเยอะ ผมว่า


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: orpheous
AndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 16:32 #379194
orpheous's picture

แผ่นเสียงเวลาปั๊มไม่มี error correction นะจ๊ะ
ในความคิดผมว่ามันคลาสสิคมากกว่านะ

By: nidlittle
iPhoneWindows
on 1 February 2012 - 16:51 #379201

เอ้อ หลายคนบอกว่าไม่ต่าง แต่ผมแยก 192 kbps กับ 320 kbps ออกนะ(เพลงเดียวกัน เครื่องเล่นเดียวกัน หูฟังเดัยวกัน)

แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นหูฟังราคา 2000++ ผมก็แยก 320 kbps กับ lostless ออกด้วยนะ

ไม่ได้อุปาทานเองด้วยนะ เคยเอาใส่ playlist ไว้พร้อมกัน 2 ไฟล์ แล้วมันแรนด้อมขึ้นมาไม่เห็นชื่อไฟล์ก็ยังแยกออกด้วยนะ

By: rukia
iPhone
on 1 February 2012 - 16:54 #379203 Reply to:379201
rukia's picture

มันเป็นแบบคุณว่าแหละ ผมก็ฟังออกว่ามันต่างกันจริงๆ

By: nidlittle
iPhoneWindows
on 1 February 2012 - 17:01 #379206 Reply to:379203

คือผมเห็นหลานความเห็นข้างบนบอกเหมือนว่ามันไม่ต่างอะครับ คือถ้าบอกว่า lostless กับ cd ไม่ต่างกัน อันนี้ผมเห็นด้วย แต่เพลงใน iPod มันไม่ใช่ lostless แน่ๆ เพราะงั้นที่ข่าวบอกว่าแผ่นเสียงคุณภาพเสียงดีกว่า iPod มันก็น่าจะถูกแล้วนี่นา

By: Pinery
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 1 February 2012 - 17:27 #379217 Reply to:379206

สงสัยครับว่า ถ้าเป็น lostless ใน iPod มันไม่น่าจะต่างจากแผ่นเสียงคุณภาพมากใช่มั้ยครับ (รึเปล่า?)

By: nidlittle
iPhoneWindows
on 1 February 2012 - 17:39 #379224 Reply to:379217

ผมก็คิดว่างั้นนะ ถ้าใช้ app ดีๆ คู่กับหูฟังเทพๆ เล่น lostless บน iPod เสียงมันก็น่าจะเหมือนแผ่นเสียง(รึเปล่า?) แต่ไม่เคยทดลองด้วยตัวเองด้วยเหตุผล 2 ประการ หนึ่งคือหูฟังผมเทพไม่มาก สองผมไม่มีแผ่นเสียงหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง :P

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 17:45 #379229 Reply to:379217
mr_tawan's picture

ทุกอย่างใน Signal Path มีผลหมดครับ :-)

แค่ iPod คนละรุ่นก็เสียงไม่เหมือนกันแหล่ว


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: lancaster
Contributor
on 1 February 2012 - 21:27 #379326 Reply to:379206

ปกติเพลงใน iPod ผมก็ rip แบบ Lossless มาจาก CD นะครับ ไม่แน่ใจว่าคนอื่นเค้าทำแบบผมป่าว แต่ถ้าทำแบบผมรับรองคุณภาพเสียงออกมาใกล้เคียง CD ในระดับที่ทำ blind test แล้วคนส่วนใหญ่จะแยกไม่ออกครับ

แต่กรณีไฟล์ 128 192 320 lossless ที่ว่ามา พวกนี้ยังไงก็แยกออกครับ ใช้แค่ลำโพงธรรมดาตัวแปดร้อยยังแยกออกเลยครับ

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 1 February 2012 - 23:45 #379376 Reply to:379326

ลำโพงธรรมดา คุ่ร้อยยี่สิบฮะ.. ตัวแปดร้อยนี่แพงละ :p


iPAtS

By: deargerous
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 3 February 2012 - 00:44 #379932 Reply to:379326
deargerous's picture

ผมลองแบบ blind test วิธี abx test plugin ของ foobar แปลงเป็น mp3 โดยใช้ lame 3.99
แปลงเป็น 130 190 245 vbr, 320 cbr และ lossless ลองหลายๆ เพลง ใช้หูฟังราคาสองพันกว่า แยกไม่ออกครับ

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 17:13 #379208 Reply to:379201
mr_tawan's picture

ผมก็แยกออกนะ (ใช้หูฟังพันกว่าบาท 555)

Bitrate ต่ำ ๆ มันจะมีเสียงวิ้ง ๆ ชัดเจน แต่ 192 กับ 320 นี่อาจจะแยกยากสักนิด แต่สังเกตดี ๆ มันก็ยังแตกต่างครับ

ทุกวันนี้ฟัง Flac ครับ คือเก็บเป็น FLAC หมด เหตุผลไม่ใช่เพราะหูทอง (ผมหูตะกั่วอ่ะ) แต่ว่าเวลาที่มีคนมาก๊อปมันบ่นครับ 555


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 17:40 #379227 Reply to:379208
PaPaSEK's picture

พี่ชายผมเคยสอนให้ฟัง รายนั้นฟังปุ๊บบอกได้เลยว่า Bitrate ประมาณเท่าไร

ผมฟังแล้ว .... เหมือนกันหมด :D

ยินดีกับตัวเองจริงๆ ใช้หูฟังกากๆ ก็รู้สึกว่าคุณภาพเท่ากับ Sennheiser

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:10 #379279 Reply to:379227
iStyle's picture

Sennheiser กากๆ นั่นน่ะนะ?

ล้อเล่นนะครับ ผมก็ใช้ Sennheiser เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร :P


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 20:03 #379299 Reply to:379279
PaPaSEK's picture

ไม่รู้ครับว่ากากรึเปล่า รู้แต่ว่าฟังอะไรก็เหมือนกันหมด

ยกเว้นหูฟัง iPod Shuffle Nano นะ เสียงกากแบบรู้สึกได้แม้ไม่เทพ

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 20:44 #379315 Reply to:379299
mr_tawan's picture

หูฟัง iPod คุ้น ๆ ว่าเหมือนกันหมดนะ


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 2 February 2012 - 11:03 #379498 Reply to:379315
PaPaSEK's picture

ผมมีอยู่ตัวเดียวคือ iPod ตัวจิ๋วนี่แหละครับ ซื้อเพราะรู้สึกว่าถูกใจที่สุดแล้ว

By: xxa
Android
on 1 February 2012 - 23:24 #379367 Reply to:379227

Sennheiser ก็มีหลายระดับ

By: illusion
ContributorAndroid
on 2 February 2012 - 00:06 #379380 Reply to:379367
illusion's picture

ใช่ครับมีหลายระดับจริงๆ ผมก็ใช้ Sennheiser แต่เป็นแบบถูกๆ เสียงก็มาแบบถูกๆ ตาม T.T (แต่ของแท้นะ) คือเบสดีมากๆ แต่เสียงใสมันไปไม่สุด ฟังแล้วรู้เลยแม้หูจะไม่เทพ

พอไปฟัง Sennheiser ตัวราคาสิบเท่าของที่ผมมี...อือหือ ราวฟ้ากับอวกาศเลย

By: angel13th
Android
on 2 February 2012 - 11:17 #379503 Reply to:379227
angel13th's picture

มีคนเขาแซวว่า เอาหูฟังอะไรมาก็ได้ แปะตรา Sennheiser อัพราคาก็ขายออกแล้ว 555

By: Perl
ContributoriPhoneUbuntu
on 1 February 2012 - 17:29 #379215 Reply to:379201
Perl's picture

ผมก็แยกออก โดยเฉพาะย่านเสียงที่ความถี่สูงๆ และต่ำๆ จะต่างกันชัดเจนครับ

(อย่างเช่น ความใส และความแตกพร่าของเบส)

ถ้าฟังกับลำโพงตู้อาจจะไม่ค่อยรู้สึกมากนัก (ต้องไปฟังกับตู้ที่เป็น Rear/Surround ถึงจะพอรู้สึกได้) แต่ถ้าเป็นหูฟังที่เก็บรายละเอียดดีๆ เช่น Inear จะได้ยินชัดเจนครับ

แต่ส่วนใหญ่ก็ฟัง 192-320 หล่ะครับ เพราะ Source มันมีมาให้แค่นั้น XD

128 รับไม่ค่อยไหว เบสบวมแตก ย่านสูงเสียงสั่น ซึ่งถ้าฟังเพลงประเภท Hip-Hop อาจจะไม่ค่อยรู้สึกมากนัก เพราะเสียงมันมีไม่เยอะ มีแต่เบส แต่ถ้าฟังพวกแนว House/Electro อันนี้จะได้ยินอะไรชัดเจนมาก

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:12 #379280 Reply to:379201
iStyle's picture

ผมแยกออกแต่ผมบอกไม่ได้อะครับว่าอันไหนดีกว่า

ข้างบนที่แขวะกันนั่นคือจะมีระดับหูทองมากๆ ที่บอกว่าสายต้องชุบทองสิ บลาๆ มันเวอร์เกินไปจริงๆ


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: rukia
iPhone
on 1 February 2012 - 16:52 #379202
rukia's picture

เสียงคุณภาพสูงไปก็เท่านั้น เพราะคนส่วนมากขอแค่มีเสียงก็พอใจแล้ว 128Kbps

By: pookman
Windows PhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 18:39 #379260 Reply to:379202
pookman's picture

+1 ยกเว้นพวกหูทองทั้งหลาย

By: saimon_xcite
iPhoneAndroidBlackberryWindows
on 1 February 2012 - 23:14 #379362 Reply to:379260

ถ้าเทียบกับการกินข้าว

บางครั้งก็อยากขึ้นเหลา เคล้าเสียงดนตรี

ฟังเพลง บางครั้ง บางอารมณ์ ก็อยากจะสัมผัสอะไรที่พิเศษกว่าปกติเช่นกันครับ

By: nolykk
ContributoriPhoneAndroidUbuntu
on 1 February 2012 - 17:18 #379212
nolykk's picture

192 เป็นอย่างน้อย 320 เป็นมาตรฐาน สำหรับ playlist ผม

เรื่องสายเคเบิลดีๆกับห่วยๆนี่ถ้าคุณลองเปรียบเทียบกันตรงนั้นเลย ไม่ต้องเป็นเป็นคนที่ฟังเพลงมานานก็แยกออกครับ


twitter.com/djnoly

By: ZeaBiscuit
iPhoneAndroidUbuntuWindows
on 2 February 2012 - 01:22 #379408 Reply to:379212
ZeaBiscuit's picture

+1 ครับเรื่องสาย

สายจาก Player มา Amp ผมเคยลองทำ Blind Test แล้ว ผมแยกสายเงินกับสายทองแดง OFC ได้ครับ ทองคำยังไม่มีบุญได้ลอง

By: mementototem
ContributorJusci&#039;s WriterAndroidWindows
on 1 February 2012 - 17:51 #379231
mementototem's picture

ผมพอแยกออกว่ามันต่างกัน แต่รายละเอียดลึก ๆ ผมไม่รู้เรื่อง แต่ฟังจากวิทยุผมก็พอใจคุณภาพเสียงแล้ว ^^"

ป.ล. เคยฟังจากแผ่นเสียงแล้วรู้สึกถึงความขลังของมัน มีเสียงแกลก ๆ ด้วยล่ะ...


Jusci - Google Plus - Twitter

By: ismile
iPhoneWindows Phone
on 1 February 2012 - 18:08 #379238

http://flac.sourceforge.net/

ผมฟังแบบนี้แทน MP3 ให้คุณภาพเสียงเท่า CD Audio
ต้องใช้ Speaker ที่ดีรองรับทุกความถี่ด้วย

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 1 February 2012 - 18:08 #379239

ผมว่า technology ปัจจุบัน มันก้าวข้าม sampling/bitrate ไปแล้วนะ เพราะ storage cost มันต่ำลงมาก จะเหลือก็แต่ DAC กะ Amp นี่แหละครับ (ภาค analog ล้วนๆ ที่ทำให้เสียงเพี้ยน)


iPAtS

By: 7
Android
on 1 February 2012 - 18:17 #379245
7's picture

ความขลังของแผ่นเสียงคือเสียงรบกวนระหว่างเล่น

By: John
iPhoneWindows PhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 19:57 #379296 Reply to:379245
John's picture

แผ่นเสียงตกร่องหรือเปล่า คลาสสิคกว่า ??

By: Jessy
Red HatUbuntuWindows
on 1 February 2012 - 18:22 #379250

ตอนนี้ผมก็หันมาใช้ไฟล์ตระกูล Flac นะครับ ฟังดีกว่า MP3 เยอะ

By: Zatang
ContributoriPhoneAndroid
on 1 February 2012 - 18:26 #379255

ที่นี่หูเทพ หูทองเยอะแหะ โชคดีของคนหูไม่เทพ ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ก็ฟังเพลงมีความสุขได้ ฮ่าๆ


อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว

By: UltimaWeapon
Windows PhoneRed HatWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 22:10 #379342 Reply to:379255
UltimaWeapon's picture

ถ้าเป็นคนชอบฟังเพลง ต้องลองหาหูฟังดีๆสักตัว (2,000 บาทขึ้นไป) กับ DAC ดีๆสักตัว กับ MP3 320 Kbps หรือ FLAC มาฟังดู อาจจะติดใจโดยอัตโนมัติ เพราะตอนแรกผมก็ฟังอะไรก็ได้เหมือนกัน แต่พอลองเปลี่ยนหูฟังเป็นแบบดีๆ ติดใจทันที

By: Zatang
ContributoriPhoneAndroid
on 2 February 2012 - 11:51 #379509 Reply to:379342

เข้าใจว่าดีกว่าจริงๆ ครับ แค่จะบอกว่าความสุขของคนฟัง ที่แยกคุณภาพออก แล้วฟัง FLAC กับคนที่แยกไม่ออก แล้วฟัง 128 Kbps ไม่ต่างกันหรอกครับ

บางคนเค้าฟังเพลงออนไลน์ 64 Kbps ยังมีความสุขดีเลย ผมฟังด้วยแล้วฟังไปได้ยังไงเนี่ย พอมานั่งนึกแล้ว คนแยกไม่ออกกลับเป็นคนที่มีความสุขกว่า เพลง หรือสิ่งบันเทิง ผู้ชมบันเทิงก็คือประสบความสำเร็จครับ ไม่ได้อยู่ที่ต้นทาง หรือตัวกลางดีหรือเทพแค่ไหน หรือไปถึงผู้ชมดีแค่ไหน แต่ผมว่ามันอยู่ที่ผู้ชมรู้สึกอย่างไรมากกว่า


อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว

By: BlackMiracle
WriterAndroidUbuntuWindows
on 1 February 2012 - 19:55 #379295

อยากรู้ว่า Jobs จะคิดยังไงกับหูฟังที่แถมมากับไอพ็อด


Pitawat's Blog :: บล็อกผมเองครับ

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 23:35 #379372 Reply to:379295
mr_tawan's picture

ก็หรูเข้าขั้นนะครับ (ใช้แม่เหล็ก neodynium) ให้เสียงสูงโปร่งใส ฟังเพลงเบา ๆ ก็เพราะดี

แต่ฟังเมทัลแล้วอาจจะหงุดหงิด


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: BlackMiracle
WriterAndroidUbuntuWindows
on 2 February 2012 - 00:57 #379399 Reply to:379372

ใช่ครับ เสียงโปร่งๆโอเค แต่เบสมาเหมือนลมผ่าน 5555


Pitawat's Blog :: บล็อกผมเองครับ

By: nrml
ContributorIn Love
on 2 February 2012 - 00:57 #379397 Reply to:379295
nrml's picture

ผมเป็นคนส่วนน้อยมั๊งเนี่ยที่ชอบหูฟังแถมของไอพ็อดไอโฟนมากๆ เพราะฟังแล้วมันไม่ล้าหูดีฟังได้เรื่อยๆ แล้วก็กระชับหูมากกว่ายี่ห้ออื่นที่เคยใช้ ตอนทำงานส่วนของไอโฟนก็ยิ่งชอบตรงที่่มันมีคอนโทรลควบคุมการเล่นเพลงได้ค่อนข้างดี

By: Thaitop_BN
Windows PhoneUbuntuWindows
on 1 February 2012 - 20:07 #379302
Thaitop_BN's picture

ผมก็ชอบฟังเพลงที่คุณภาพเสียงดี ๆ นะ แต่บางเพลง บางเวลา หรือบางอารมณ์จะชอบฟังที่คุณภาพต่ำ ๆ มากกว่า เพราะฟังแล้วรู้สึก"เพลิน,สบายหู"ดี

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 February 2012 - 20:23 #379308 Reply to:379302
McKay's picture

ไม่ชอบเสียงสูงรึเปล่าครับ


there are 2 types of salim. one is donkey and another one is asshole.

By: Thaitop_BN
Windows PhoneUbuntuWindows
on 1 February 2012 - 21:26 #379328 Reply to:379308
Thaitop_BN's picture

นิดหน่อยครับ ถ้าไม่สูงมากก็พอฟังได้นะ แต่แบบลำโพงติดรถดอกเล็ก ๆ นี่ไม่ไหวจริง ๆ - -"

By: porple on 1 February 2012 - 20:39 #379311

ถ้าพูดให้ถูกก็คือ Jobs เกิดมาในเจนที่ยังฟังอะนาลอกอยู่

เคยมีการทดลอง เอาคนป่วย มาฟังเสียงอะนาลอกกะดิจิตอล เค้าจะแยกออก

ส่วนเจนใหม่ๆ ที่เกิดมาก็ฟัง mp3 เลย ก็จะไม่สามารถแยกอะนาลอกกะดิจิตอลออก

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 20:45 #379318
mr_tawan's picture

จริง ๆ ผมว่า ... ไอ้ Analog เนี่ยมันผ่านการปรุงแต่ง ผ่านการบิดเพี้ยนของสัญญาณ (Distortion) มามากครับ โดยเฉพาะไอ้คนที่ชอบใช้แอมป์หลอด (ที่ว่าอิ่ม นวล นุ่ม อะไรเนี่ย) เสียงมันเพี้ยนจากความเป็นจริงไปเยอะเหมือนกัน

ส่วนไอ้เสียงที่มันควรจะเป็นหลาย ๆ คนกลับดันไม่ชอบ (ไม่เชื่อลองไปซื้อลำโพงมอนิเตอร์มาฟังสิ)

สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นกับรสนิยมครับ


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: aga2405
Windows PhoneAndroidSymbian
on 1 February 2012 - 21:43 #379336

หูเทพ หูทอง ตามใจ พี่จ๊อบจะฟัง
หูควายให้หลบไป

ใครอยากฟังตามใจซิครับ
เรื่องฟังเพลงการเล่นเครื่องเสียง
มันก้าวข้ามยุคมาไกลแล้ว เลือกตามเสียงที่ชอบแล้วกัน
เพี้ยนสูงแต่ชอบหวาน เสียงตรงแท้แต่แข็งๆ (ดิจิตอล ไม่มีความผิดเพี้ยนหรือครับไปเรียนใหม่เลยครับ)

ชอบตามแบบไหนฟังแล้วไม่เดือดร้อนใครตามใจเขาเถอะ

By: saimon_xcite
iPhoneAndroidBlackberryWindows
on 1 February 2012 - 23:17 #379363 Reply to:379336

ถ้าดิจิตอลไม่มีความผิดเพี้ยน ทำไมจะต้องคิดค้น Error correction ขึ้นมาด้วยนะ

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 1 February 2012 - 23:36 #379373 Reply to:379363
mr_tawan's picture

อันนั้นเป็นการแก้ที่ต้นทาง ที่ทำมาไม่ดีครับ ก็เลยต้องมี ECC

แต่อัตราการสูญเสียใน Analog Signal Path สูงกว่ามาก


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: TeamKiller
ContributoriPhone
on 1 February 2012 - 23:45 #379375 Reply to:379373
TeamKiller's picture

ถ้าเรามาแปลงดิจิตอลให้เป็น Analog ที่ข้างหูเราเลยเราก็ได้ยินเสียงที่ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุดเลยเปล่าครับ

By: bankkung
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
on 2 February 2012 - 01:07 #379404 Reply to:379375

มันหายไปตอน analog -> digital รอบแรกหมดแล้ว

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 2 February 2012 - 02:00 #379424 Reply to:379375
McKay's picture

เรื่อง Analog > Digital // Digital > Analog นี่ต้องดูค่า SNR(ของตัวแปลง ไม่ใช่สาย) รวมถึงคุณภาพและวิธีการแปลงครับ เพราะเสียงที่เราได้ยินผ่านลำโพงหรือหูฟังนั้น เกิดจากการแปลงข้อมูลจาก digital เป็น analog อีกทีครับ

ส่วนสาย digital ไม่ว่าจะเป็น coax หรือ optical ถ้าสั้นๆมันไม่เกิด jitter อยู่แล้วครับ นอกจากจะห่วยจริงๆ อีกอย่าง jitter ไม่ใช่เสียงแคบ เสียงไม่สุด ตามที่พวกหู'แอบ'ทอง ว่าไว้ครับ อันนั้นคงเป็น placebo effect มากกว่า อย่างที่บอกคือคุณภาพอยู่ที่ตัวแปลง/AMP/ลำโพง-หูฟัง ส่วนสายถ้ามันสั้นมันก็จะไม่เกิด jitter/loss ถ้าจะใช้ยาวหน่อยก็ควรใช้สายคุณภาพดีหน่อย แต่ไม่ใช่ไม่ดีแล้วเสียงเปลี่ยน มันคนละเรื่อง

แผ่นเสียงแบบ vinyl ในปัจจุบันตอนบันทึกมันก็บันทึกแบบ digital นี่แหละครับ ข้อดีของมันคือมันบันทึกเสียงที่มนุษย์เกือบทุกคนไม่ได้ยินลงไปด้วย (>20,000Hz) ซึ่ง digital ส่วนใหญ่จะมีแค่ความถี่ไม่เกิน 2Hz-22050Hz แต่ข้อเสียมันก็มีคือความถี่ต่ำได้ถึงแค่ 20Hz จะลงเบสลึกมากไม่ได้(แต่มนุษย์ก็ไม่ได้ยินอยู่ดี)

ในปัจจุบันเสียงแบบ digital ได้มีการบันทึกเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยินไปบ้างแล้วใน sample rate สูงๆ เช่น 48000Hz/96000Hz/192000Hz นอกจากนี้การเปลี่ยนจาก 16 bit มาเป็น 24bit ก็ช่วยให้เสียงดีขึ้นมากกว่าแผ่นเสียงแบบ Analog มากครับ

นอกจากนี้การบันทึกแบบ Analog ยังมีผลเสียคือ การเสื่อมของสื่อและอุปกรณ์ต่างๆ แม้จะใช้หัวอ่านแบบเลเซอร์ แต่ฝุ่นที่เกาะอยู่ก็มีผลต่อคุณภาพเสียงครับ


there are 2 types of salim. one is donkey and another one is asshole.

By: TeamKiller
ContributoriPhone
on 1 February 2012 - 21:43 #379337
TeamKiller's picture

สำหรับผม ดิจิตอลให้หมดยิ่งใกล้ปลายทางเท่าไรยิ่งดี ถ้าแปลงเป็น analog โดนอะไรกวนเราก็ไม่รู้ แล้วก็มาชม ว่าเสียงดีกัน

By: eol
Android
on 1 February 2012 - 22:11 #379343
eol's picture

ยกมืออีก 1 คน ที่ยังพอแยก MP3 128 กะ 192 Kbps ออก ..... ตอนนี้ ขอ 18+ เอ้ย 192+ อย่างเดียวละครับ ถ้ามี flac ก็ flac ไปเลย (เปลืองที่ดี -_-!)

By: lew.★ on 1 February 2012 - 22:35 #379351
lew.★'s picture

เรื่องของแผ่นเสียงคงเป็นเรื่องของรสนิยม เหมือนรสชาติอาหารที่คนแต่ละท้องถิ่นนิยมรสชาติไม่เหมือนกัน เพราะการเรียนรู้ต่างกันมาตั้งแต่เกิด

By: lexurous on 1 February 2012 - 23:00 #379356
lexurous's picture

นึกถึงเว็บ behindextreme ขึ้นมาเลย

By: Tennn on 1 February 2012 - 23:21 #379364
Tennn's picture

128 192 320 นี่ผมฟังออกนะ เพลงไหนหาได้แต่ 128 แล้วพาลไม่อยากจะฟังเลย

ส่วน 320 > FLAC นี่ถ้าหูฟังไม่ดีจริงๆ ก็ยังแยกไม่ออก

By: xnone
AndroidWindows
on 2 February 2012 - 00:54 #379396

บทสัมภาษณ์นี้ มองดีๆ ไม่ได้บอกซักนิดว่าศาสดาบอกว่าแผนเสียง เสียงดีกว่า
แค่บอกว่าชอบกว่า

แต่คนที่บอกว่า ดีกว่าคือ Neil Young ต่างหาก

By: zotix
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 2 February 2012 - 01:30 #379411

เอาแบบให้เห็นชัดๆ ลองมองไปที่จอโทรศัพท์มือถือ สมัยจอที่ความละเอียดน้อยๆ 320x240 ถ้าเทียบกับจอ iPhone สมัยนี้ในขนาดหน้าจอเดียวกัน ถ้าคุณไม่เคยใช้หรือสัมผัสมัน คุณจะไม่รู้เลยว่ามันแตกต่างแค่ไหน แต่สำหรับผมขอใช้ mp3 320 bit ไปก่อนละกัน

By: chollathee
AndroidSymbianWindows
on 2 February 2012 - 02:44 #379435 Reply to:379411

ผมก็เริ่มเก็บเป็น MP3 320kbps แล้วเหมือนกันครับ ให้เสียงที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับแล้ว (สำหรับเครื่องเสียงที่ใช้อยู่)
อาจจะไม่ได้ดีเหมือน FLAC ที่เป็น Lossless หรือ Apple Lossless ก็ตาม แต่ MP3 มันเล่นง่ายกว่า รองรับกันทุกอุปกรณ์เลย

ทำให้จัดเก็บง่ายและสะดวกกว่า

จริงๆ แผ่น CD ที่มีอยู่ ผมก็เริ่ม Rip มาเป็น MP3 320kbps กันค่อนข้างมากแล้ว
แม้เมื่อก่อนจะ Rip เป็น PCM Wave ไว้ก็ตาม (ขนาดต่างจาก MP3 320kbps อยู่ประมาณ 5-6 เท่า)
แต่ PCM Wave มันเก็บ Tag ไม่ได้ ทำให้ไม่สะดวกหลายอย่าง บางครั้งเห็นมันไม่โชว์ Tag แล้วก็ขัดใจ กลายเป็นไม่มีความสุขทางใจกันไปเลย

ยอมลดคุณภาพลงนิดหน่อยมาเล่นเป็น MP3 192-320kpbs เลยดีกว่า
จริงๆ MP3 เทียบกับ WMA แล้ว WMA ให้เสียงที่ดีกว่าอีกนะ แต่เล่นกับเครื่อง HD-BOX ผมแล้วมันกระตุก เลยเลิกใช้ไป

ตอนนี้ก็มีความสุขกับเครือข่ายการฟังเพลงแบบสบายๆ จากโน้ตบุ๊ค มือถือ แท็ปเล็ต ส่งผ่าน DLNA (Wifi) ไปเล่นที่ HD-BOX ง่ายและสะดวกกว่าเยอะเลย

มันทำให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้จริงๆ ทั้งยังสะดวกสะบายขึ้นเป็นกอง ไม่ต้องลุกไปเปลี่ยนแผ่น หาเพลง หรืออะไรให้หงุดหงิด อยากฟังอะไรก็แค่หยิบรีโมท กับมือถือขึ้นมา ก็สุนทรีย์แล้ว

เหมาะกับเทรนด์ในยุคนี้จริงๆ

By: botansk128
iPhoneSymbian
on 2 February 2012 - 01:42 #379418

ใครแยกไม่ออกลองไปหาหูฟังดีๆ(2000up)+file Losslessฟังเทียบกับfile mp3 128bitดูครับแล้วจะแยกออกเอง+อาจจะติดใจเลิกฟังMP3ไปเลย

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 2 February 2012 - 01:48 #379421
hisoft's picture

ผมแยกออกนะ แต่ผมก็ฟังแค่ 128, 192 kbps นี่แหละ เวลาฟังจริง ๆ ผมไม่ได้ฟังอย่างเดียว ได้ยินทำนองได้ยินเนื้อก็โอเคแล้ว (ตามประสาเครื่อง HDD 100GB)

By: SnowBEE
AndroidWindows
on 2 February 2012 - 10:54 #379496

เพลงไม่ได้บอกแค่เสียงดีๆไม่ดีนะครับ มันบอกถึงอดีต สถานที่ ที่เคยทำให้มีความสุข บางเพลงสามารถระบุได้เลยว่าเพลงนี้เราเคยฟังอยู่ที่ไหนตรงไหน มีใครบ้าง

การที่จอบส์ชอบฟังแผ่นเสียง ก็คงเพราะมันสามารถนำความสุขจากอดีตกลับมาได้ง่าย (คงเหมือน MindMap)

เพลงเก่า ๆ เริ่มต้นก็มาจากอนาล็อกไม่ได้มาจากดิจิตอลเหมือนทุกวันนี้ ก็คงไม่แปลกที่จอบส์ชอบฟัง