Android

อันนี้เป็นภาคต่อของ "ทำไม ผมเปลี่ยนจาก iPhone เป็น Android" หลังจากบล็อกต้นฉบับถูกเผยแพร่ออกมา ก็มีคนเขียนตอบหลายคน ผมคัดมาเฉพาะอันที่น่าสนใจคือ Robert Scoble บล็อกเกอร์ชื่อดังอีกคนหนึ่ง

Scoble บอกว่าเขาเห็นด้วยในหลักการกับ Louis Gray แต่เขายังไม่สามารถย้ายจาก iPhone ไปใช้ Android ได้ แม้ว่าจะลองมาหลายเครื่องแล้วก็ตาม

เหตุผลของ Scoble คือ

  1. เขาทำงานบน iPhone ได้เร็วกว่าและสะดวกกว่า
  2. ฮาร์ดแวร์ของ iPhone ดีกว่า จับแล้วให้ความรู้สึกที่ดีกว่า จอ iPhone 4 ชัดกว่า (หมายเหตุ เขายังไม่ได้ลอง Galaxy S)
  3. โปรแกรมบน iPhone มีจำนวนมากกว่า และมีคุณภาพดีกว่า
  4. เขาพบว่าสัญญาณของ AT&T ไม่ดี แต่ไม่ถึงขนาดต้องเปลี่ยนค่าย และเขาใช้มือถือคุยโทรศัพท์น้อยมาก
  5. คนใช้ iPhone นิยมดาวน์โหลดโปรแกรมใหม่ๆ มาลองมากกว่า ทำให้เขาได้รู้จักโปรแกรมที่หลากหลายมากขึ้นจากการพูดคุยกับคนใช้ iPhone ด้วยกัน
  6. แบตเตอรี่ของ iPhone 4 ใช้ได้นานกว่า (เทียบกับ EVO 4G)
  7. กล้องของ iPhone ใช้งานได้ดี และ FaceTime ใช้ง่าย

Scoble บอกว่าถ้าเป็นบริษัท เขานิยมกูเกิลมากกว่าแอปเปิล แต่สำหรับมือถือแล้วแอปเปิลทำได้ดีกว่า ณ ขณะนี้

บล็อกค่อนข้างยาวและมีเหตุผลประกอบอย่างละเอียดทุกข้อ ควรอ่านต้นฉบับประกอบอีกครั้ง

ที่มา - Scobleizer

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ยากที่จะบอกหรือดูจากที่เค้าถ่ายวิดิโอมาให้ดูเหมือนกันครับ ยกตัวอย่าง engadget ที่เคยเทียบจอของ iphone4 กับ gallaxy s ที่เล่นใช้กล้องถ่ายความละเอียดสูง (เข้าใจว่าถ่าย macro ได้ด้วย) มาจับภาพหน้าจอตอนเปิดเครื่องของทั้ง 2 เครื่อง ซึ่งดูในวิดิโอแล้ว gallaxy ดูแย่กว่า iphone4 แต่ก็มีคนตั้งข้อสังเกตุว่าตอนใช้งานจริงไม่มีใครมัวแต่เอากล้องจุลทรรศ์มาส่องหน้าจอมือถือหรอกเห้ย แถมการถ่ายหน้าจอด้วยกล้องวิดิโอมันจะเห็นเป้นลายๆ (เพราะ refresh rate ของหน้าจอกับ fps มันไม่ sync กันรึเปล่าไม่แน่ใจแต่สามารถทดลองได้ครับจะเห็นเหมือนกันเมื่อมาถ่ายวิดิโอพวกหน้าจอคอม) แต่พอไปดูของจริง เทียบกันจริงๆแบบตาต่อตา ภาพที่เรามองเห็นจะดูสวยคมชัดดูดีกว่าที่วิดิโอมันถ่ายมาเยอะแยะเลย ตรงนี้ผมว่าคงต้องดูกันที่ตัวจริงกันเลยมั้งครับเราถึงจะแน่ใจกันได้ว่าอันไหนดีกว่า สวยกว่า เหมาะกว่า บางทีไอ้ที่สีซีดๆ เพราะกล้องมันตั้ง contrast มาต่ำรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ หรือที่ว่าความละเอียดที่ตามดเท่านั้นจะแยกออก (ตาคนแยกไม่ออก a.k.a retina display) แต่ดูของจริงผมก็ดูไม่ออกหรอกครับว่าอันไหนมันจะละเอียดกว่ากันระหว่าง iphone4 กับ gallaxy s

ผมไม่ได้ดูแค่เวบเดียวคับ แค่ใน youtube หลายๆ อัน ถือไปถือมาก็ดูรู้ว่า จอซัมซุงเวิคกว่าสีสดกว่า

งั้นอันนี้คงอยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลแล้วล่ะ

ไม่งั้นหลายๆคน คงไม่อยากเปลี่ยนจอ TV จาก LCD เป็น LED กันหรอก

+1 ถูกครับ กำลังพยายามชี้ให้เห็นว่า เรื่องสีสันนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนจริงๆ
เหมือนสีของ Nikon vs Canon vs Sony อ่ะครับ
บางคนชอบ Nikon บางคนบอก Canon ในขณะที่บางคนชอบ Contrast จัดจ้านแบบ Sony เป็นต้น

+1 ครับ

ที่เราเห็นแล้วมีความรู้สึกว่ามันสดเกินจริง แท้จริงแล้วอาจเป็นการสดแบบธรรมชาติมากขึ้น ทีนี้เราเคยใช้ LCD แบบธรรมดาที่สีซีดๆ มานาน พอมาเจออะไรที่แปลกออกไปก็เลยรู้สึกว่ามันเกินจริงครับ

boatboat001 Mon, 12/07/2010 - 18:36

In reply to by illusion

ลองดู Retina display vs Super Amoled กับ Gallery ที่เปรียบเทียบระหว่างจอทั้ง 2 แบบครับ

ท้ายที่สุดแล้ว ผมว่าก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนอ่ะครับ คงว่ากันไม่ได้หรอก

LED TV ที่ขายปัจจุบันไม่ใช่ จอ LED ครับ เป็นจอ LCD ที่ใช้ LED เป็น backlight เท่านั้น (จอ notebook หลายตัวก็เป็น LED backlight อยู่แล้ว บางกว่า ประหยัดไฟกว่า สีดำดีขึ้น แต่ไม่ใช่ OLED อยู่ดี)

แบตเตอรี่ของ iPhone 4 ใช้ได้นานกว่า (เทียบกับ EVO 4G)

แสดงว่า แบตน่าจะอึดจริง

ปล.แบต 3GS รับไม่ได้จริงๆ
ปล2. Opera font ตัวเล็กได้ใจจริง

errin Mon, 12/07/2010 - 15:48

iPhone 4 แบตมันอึดตรงไหนอะครับ ผมใช้หมดวันต่อวันเลย แค่ฟังเพลงกับเข้า Safari เอง แถมปรับความสว่างที่ 40%

ฟังเพลงราวๆ 1-2 ชม. ต่อวัน เล่นเน็ตสัก 3 ชม.ได้ครับ แต่ผมใช้ 3G ด้วย ไม่ใช่ Wi-Fi

ผมไม่เคยใช้ยี่ห้ออื่นอย่างจริงๆจังๆด้วยครับ เลยไม่รู้ว่า iPhone 4 นี่เรียกว่าแบตอึดแล้ว

boatboat001 Mon, 12/07/2010 - 18:41

In reply to by errin

Talk time:
Up to 7 hours on 3G
Up to 14 hours on 2G

Standby time:
Up to 300 hours

Internet use:
Up to 6 hours on 3G
Up to 10 hours on Wi-Fi

Video playback:
Up to 10 hours

Audio playback:
Up to 40 hours

ถ้าเล่นเนทไปด้วย ยังไงก็วันต่อวันครับ แต่ก็อึดกว่าเจ้าอื่นอยู่ดี

ที่มา - iPhone 4 Technical Specifications

ผมว่าสำหรับคนที่ซื้อ App ไปเยอะแล้วอย่างผมนี่เปลี่ยนยากครับ เหมือนกับการทำสัญญากับแอปเปิลตลอดไปเลยประมาณนั้น เฮ้อ คือเวลาซื้อทีละ App มันดูเหมือนเงินน้อยนะ แต่ถ้าบวก ๆ ๆ ๆ ไปแล้วมันเกิน $200 แล้ว (บาง App โหลดมาเล่นตอนเบื่อรอเพื่อนครั้งเดียว)

และไอ้ iPod นี่ก็ตัดขาดจากมันยากจริง ๆ

นอกจากนั้นแล้วผมว่า Android ก็ทำได้ดีแล้วครับ ทั้ง BB และ Android การ Integrate ระบบ Notifications กับ Messages ทั้งหลายทำได้ดีกว่ามาก ๆ แต่ BB นี่บางครั้งเมื่อใช้ไอโฟนแล้วอยากโยนทิ้งจริง ๆ (ตอนนี้ใช้ Storm อยู่ โดนสถานการณ์บังคับ) โหลดก็ช้า Facebook ก็ค้าง ปุ่มให้กดบนจออย่างเล็กเลย นิ้วเราก็ควายใช่เล่น

ใช่ครับ ถ้าซื้อ app มาเยอะๆ แล้ว ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยน platform ยากขึ้นไปอีก หมดเงินไปเยอะกับ OS X app แล้วก็ iOS app เลยผม ^^'
เพราะพอย้ายไปปุ๊บ ทุกอย่างนับหนึ่งใหม่หมด ไหนจะต้องซื้อ app ใหม่ ไหนจะต้องทำความคุ้นเคยกันใหม่อีก

อารมณ์เหมือน เล่นเกมออนไลน์เกมนึง แล้วเติมเงินซื้อของไปเยอะ
มีเกมใหม่มาจะย้ายก็เสียดายที่จ่ายไป :3

ต่างจากคนจ่ายน้อย เปลี่ยนทีไม่เสียดาย เผลอๆ ขายเครื่องเก่าซื้อเครื่องใหม่เอา

ตอนแรกผมก็คิดงี้ล่ะครับ bb เป็นมือถือที่ OS และ UI ห่วยมากๆๆๆๆๆ แต่ถ้าเรื่อง Social น่าจะดีที่สุดกว่าเพื่อนเลย(เพราะ qwerty แท้ๆ)
ตอนนี้เลยเปลี่ยนจาก Android เป็น bb+ iPodTouch แทน

แต่ bb มันห่วยจริงๆน่ะล่ะ นอกจาก fb chat ห่วยเกือบหมด pushmail บางทียังมีปัญหาภาษาไทยด้วย

ผมว่า marketing ที่ดีที่สุดคือ ต้องโปรโมตให้สาวๆ หันมาใช้ android ครับ เดี๋ยวก็จะมาหนุ่มๆ ตามมาเพียบ แทบเรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นัด2ตัวเลยครับ เพราะผมคิดว่าผู้ชายหลายๆคนใช้ bb เพราะติด ญ ^0^

สำหรับผม..

  1. คุณภาพของ Apps

  2. Firmware ที่มั่วซั่วกันไปหมด (ซื้อมาแล้วผมจะอัพไป 2.2 3.0 ได้มั้ย ? ยังไง)
    2.1 ความยากง่ายในการอัพเกรด Firmware + Compatibility

  3. ความเป็นมาตรฐานของ Android
    สำหรับผม ไม่ชอบเลยที่มี UI ของแต่ละค่าย
    ช่วยกันสร้างเป็น Add-on ให้ Android จะดีกว่าไหม
    หรือจะเอาแต่สร้างเพื่อดึงดูดลูกค้าให้ยี่ห้อตัวเอง
    (Pre-installation UI ได้ก็ดีนะครับ) ไม่อยากยืนมอง Android 10 เครื่องแล้ว UI หน้าตาต่างกันไปหมด

  4. ภาษาไทย มีคนถามผมว่า จะทำยังไงให้ใช้ภา๋ษาไทยได้
    เขาใช้ Android 2.1 ซื้อมาเครื่องมันไม่มีภาษาไทย ผมมองไปที่เว็บ Official
    ผมรู้สึกว่าเว็บ Official ให้ข้อมูลผู้ใช้น้อยไป (เน้นผู้พัฒนามาเกินไป ไหม ??)

  • อยากใช้ Android ใจจะขาดแต่ใจก็กลัวว่า่ เครื่องเราจะรองรับ Firmware ไปได้สักกี่รุ่นกันเชียว
  • Firmware ออกบ่อยๆ แบบนี้ ผู้ใช้รู้สึกไม่มั่นคงเอาเลย

ผมไปดูวิดิโอเกี่ยวกับแนวคิดของ HTC Sense มาแล้ว รู้สึกว่าเค้าคิดมาดีนะครับ แล้วก็ทำมาดีด้วย (ไม่เหมือน MOTO Blur)

แล้วผมก็กลับคิดว่า ถ้าแอนดรอยด์ออกมาหน้าตาเหมือนกันหมด มันคงน่าเบื่อน่าดูครับ

ปล. บริษัททำของมาขายเอาเงินนะฮะ ไม่ได้ทำเครื่องมาเชิดชูระบบปฏิบัติการ ดังนั้นเค้าจะไม่ช่วยกันก็ไม่แปลกหรอก ถ้าไม่ทำให้แตกต่างสิแปลก

2.2 มีภาษาไทยแล้ว เย่ แต่ห่วยสู้ที่เคยๆ ใช้ไม่ได้อ่ะ

การเชิดชูระบบปฏิบัติการน่ะมันเป็นเรื่องสำคัญมากถ้าเน้นขายเอาเงินจริงมองข้ามจุดนี้แล้วไม่ช่วยกัน อยู่ได้ไม่นานหรอกครับ บริษัทหลายบริษัทต่างก็ต้องการระบบปฏิบัติการที่ดีเข้าถึงผู้ใช้ง่ายอยู่แล้ว แต่ความสามารถในการพัฒนาระบบปฏิบัติการมันแตกต่างครับ บริษัทส่วนใหญ่เลือกใช้ระบบปฏิบัติการสำเร็จรูป อย่างเช่น android ให้นักพัฒนาอิสระเป็นเสมือนผู้กำหนดทิศทางของแอปเพราะมีการ screen app น้อยหรือแทบไม่มีเลย แตกต่างกับบริษัทแอปเปิลที่เน้นในส่วนการพัฒนาระบบปฏิบัติการอย่างมากและตัวนักพัฒนาที่มีส่วนร่วม ก็ไม่ได้กำหนดทิศทางของ app เลยแต่เป็น apple เอง

เรื่องคุณภาพของ Apps เห็นด้วย ทาง Google ควรออกกลยุทธ์แล้วล่ะ ให้แอพมีคุณภาพและสวยมากกว่านี้ ใช่ว่ามีเยอะๆ แล้วคุณภาพจะตามมา เพราะผมเชื่อว่าถ้าน้อยแล้วเราควบคุมทิศทางบ้าง พอเยอะๆ จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยที่หลังในการทำ

เรื่อง Firmware UI และการควบคุม มันก็เป็นกระบวนตามของโอเพนซอส แน่นอนกูเกิลก็ต้องมีการควบควมอยู่บ้างแต่คงไม่ทั้งหมด ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะจะได้มีความหลากหลายของตัวสินค้าและแพร่กระจายได้ง่าย
เอาง่ายๆ เรื่อง UI ท่านไม่เคยเบื่อธีมหรือ wallpaper อันเดิมเหลือหรือครับ
ตอนแรกผมไม่ชอบ UI ของมันมากๆ พอ HTC ทำ Sony ทำ มันทำให้ผมกลับติสถ์แตกหันมามอง Android ขึ้นมาทันที

เรื่องอับเกรด Rom มันก็เป็นตามอายุขัยไม่ใช่หรอซื้อมามันจะอับรอมได้ตลอดคงไม่ใช้ iPhone รุ่นแรกอับ iOS4 ได้หรือปล่าวครับ ฉันใดก็ฉันนั้นนั้น

เรื่องภาษาไทยอันนี้ต้องทำใจคนไทยคนกลุ่มน้อย แม้แต่ iPhone มันก็เพิ่งมีรุ่นหลังๆ ไม่ใช่หรือครับ

ผมกลับมองว่า Android เดินมาทางนี้ดีแล้วนะ ในเรื่องความหลากหลายของ ROM (แค่อย่าให้มันถี่ไป หรือหลากหลายจนเกิดปัญหา)

ถ้าลองไปอ่านบทความเกี่ยวกับ Windows Phone 7 จะเห็นเลยว่า...สาวก Windows Phone ด่ากันกระจาย (Windows Phone เปลี่ยนไป แทบจะเหมือน iPhone)

คือลดความหลากหลาย customize ไม่ได้... จนมีคำพูดที่ว่า.. "This is not Windows Phone 7, this is Zune Phone 1.0"

ผมว่า..ความสามารถในการ Customize ของ Android มันเป็นเสน่ห์ของ Windows Mobile ที่กำลังจะหายไปใน Windows Phone 7

ผมก็เป็นคนนึงที่เล่น WinMo อยู่ แต่ก็คงไม่ตามไป WP7 แล้ว เพราะมันดูเหมือน iPhone จนเกินไป (มีสาวก WinMo พูดอีกว่า "If I want an iPhone, I will buy an iPhone") เครื่องต่อไปผมก็คงจะไป Android

ในมุมมองของผม

ยอมรับว่า iphone กล้าให้ hardware ที่ แปลกใหม่ มีคุณภาพค่อนข้างสูง(ความละเอียดของ touch screen, สารพัด sensor ในเครื่อง) ในยุคที่ wm ยังวนเวียนอยู่กับ hardware แบบเดิมๆ ไม่มีอะไรที่พูดได้เต็มปากว่า "นวัตกรรม"

ทำให้ผู้ผลิตหลายเจ้า ต้องหันมามองโครงสร้างของ wm ว่าจะพัฒนาอะไรให้ดึงดูดได้มากกว่าแค่ "ขายเครื่องที่เร็วขึ้นกว่าเดิม" ก็มองไม่เห็นหนทางอันใกล้ (wm7 เลื่อนแล้วเลื่อนอีก, kin เจ๊ง) จึงหันมามอง "กระป๋องเขียว" ที่มีความสดใหม่กว่า น่าจะรองรับ ลักษณะการใช้งานในยุคใหม่ๆได้ดีกว่า ก็เริ่มเบนเข็มมาทางนี้ไม่น้อยเลยในระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียว

แต่ iphone ทั้งหมดมีคนขายคนเดียวคือ apple ผิดกับ android ที่มีผู้ผลิตหลายเจ้า การแข่งขันย่อมสูงกว่าแน่นอน

ผมเชื่อว่า หลังจาก 3.0 ออกมา ui ก็คงจะไม่หนีกันเท่าไหร่ในแต่ละยี่ห้อ การ uprom ก็น่าจะรวดเร็วไม่ต้องรอแต่ละยี่ห้อทำของตัวเองออกมานะ