Apple

Jay Sullivan รองประธาน Mozilla กล่าวกับผู้ฟังในงาน SXSW ว่า Firefox จะไม่ลงในแพลตฟอร์มของ Apple จนกว่า Apple จะอนุญาตให้เว็บเบราว์เซอร์ภายนอกสามารถใช้ตัวเรนเดอร์เว็บของตนเองได้

ปัจจุบัน เว็บเบราว์เซอร์จากนักพัฒนาภายนอกที่ไม่ใช่ Safari จะต้องเรนเดอร์เว็บไซต์โดยใช้คอมโพเนนต์ Apple’s UIWebView เท่านั้น แต่ในขณะที่ Apple เองกลับใช้เอนจิ้น JavaScript ของตนเองที่มีชื่อว่า Nitro ซึ่งเร็วกว่าได้

Apple ไม่เปิดให้นักพัฒนาภายนอกสามารถใช้ตัวเอนจิ้นนี้และไม่อนุญาตให้เขียนขึ้นมาเองด้วย ทำให้แอพ Safari นั้นเร็วกว่าเว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่น ๆ ใน iOS (เช่น Chrome)

โดย Mozilla กล่าวว่าตนต้องการใช้โค้ดของตนเองซึ่งก็คือเอนจิ้น IonMonkey ที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้ใน Firefox รุ่น Desktop และ Android

ส่วนอีกแพลตฟอร์มหนึ่งซึ่ง Mozilla กำลังประสบปัญหาในขณะนี้คือ Windows RT (Windows 8 รุ่นแท็บเล็ตที่ใช้ CPU สถาปัตยกรรม ARM) ซึ่งไม่อนุญาตให้เว็บเบราว์เซอร์จากนักพัฒนาภายนอกสามารถเข้าถึง Win32 APIs ได้ ทำให้ไม่สามารถสร้างตัวเรนเดอร์ JavaScript ของตนเองซึ่งเร็วกว่าได้เหมือนกับใน Windows 8 รุ่นธรรมดา

ที่มา: The Verge

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เท่าที่ผมเข้าใจคือ Apple มีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่มากพอที่จะฟ้องได้ครับ (ลอง Android ทำแบบเดียวกันรับรองเละ)

iOS ส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยเลยในตลาด smartphone + tablet มันก็ duopoly ดีๆนั่นแหล่ะ หรือว่าต้องรอให้ monopoly ก่อนก็ไม่รู้

ปล. Search engine monopoly (de facto, not de jure) แบบ Google ก็ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา เว้นแต่ว่า EU หน้ามืดหมดเงินอยากได้เงิน apple กับ google ก็อีกเรื่องหนึ่ง

put4558350 Mon, 11/03/2013 - 02:56

In reply to by StatusQuo

google คงไม่โดนเพราะเปิดให้เขียนใด้ และมี firefox android ออกมาแล้ว

แต่ ios / wp8 / wrt อาจเข้าข่าย Anti-competitive อยู่

ส่วน chrome os ... ไม่รู้เหมือนกัน

hisoft Mon, 11/03/2013 - 07:58

In reply to by put4558350

google คงไม่โดนเพราะเปิดให้เขียนใด้ และมี firefox android ออกมาแล้ว

ประเด็นคือ Windows เปิดให้เขียนได้ และมีเจ้าอื่นออกมาเช่นกัน แต่ที่โดนคือตั้งมาเป็นตัวหลัก และไม่แนะนำตัวอื่นนะครับ ถ้านับเรื่องนี้ก็โดนกันทุก OS แล้วหล่ะครับ

ถ้าบอกว่าสามารถเขียนกรอบของ browser ใด้แต่ต้องไช้ render engine ที่กำหนด ก็อาจบอกใด้ว่า กีดกัน render engine ใด้นิครับ

จริงๆ ios ก็เปิดให้เขียน browser ได้และมีเจ้าอื่นออกมาเช่นกัน

... แต่ข้อกำหนดเช่นให้ไช้ render engine ที่คุณภาพต่ำ พร้อมกันก็ไม่สามารถกำหนดให้ link จากที่อื่น มาไช้ browser ของตน อาจเข้าข่าย Anti-competitive ใด้นะครับ

ผมหมายถึง Windows Desktop น่ะครับ เปิดให้ทำได้ทุกอย่าง และ Android เองก็เหมือน Windows Desktop ตรงจุดนี้เลย จึงคิดว่า Android เองถ้าส่วนแบ่งตลาดสูงไปกว่านี้ก็ไม่สมควรรอดเช่นเดียวกัน

Microsoft ยังโดนเลยครับ OS ก็ของ Microsoft ... ขนาดกรณี Microsoft ผู้ใช้สามารถติดตั้งเพิ่มได้ แค่ติดตั้ง IE มาให้เป็นมาตรฐานเท่านั้น

นี่ iOS กีดกันไม่ให้คนอื่นทำตัว Render เลย นอกจากตัวเอง แต่ส่วนแบ่งการตลาดไม่ขนาด Windows ที่กินไป 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เลยยังไม่โดน

คนเลือกซื้อเครื่องของ Apple ดังนั้น Apple เลยมีสิทธิ์ลง OS และ Browser มาให้

คนเลือกซื้อ OS ของ Microsoft ดังนั้น Microsoft เลย "ไม่" มีสิทธิ์ลง Browser มาให้

มันก็จะกลายเป็นขัด ๆ กันนะครับ

คือ Hardware ก็เป็นของ Apple อ่ะครับ ส่วน Windows ไม่ได้มี Hardware ของ MS เลย

เหมือนซื้อรถยี่ห้อนึง เราจะไปบอกว่าเขากีดกันไม่ยอมให้ใช้ระบบควบคุมความปลอดภัยของอีกยี่ห้อนึงได้รึ

เลิกแถดีกว่ามั้งครับ?

มันไม่เกี่ยวกันเลยจริงๆว่าใครเป็นคนผลิตฮาร์ดแวร์แต่จุดประสงค์ผลิตมาเพื่ออะไร แล้วกฏหมายต้องการควบคุมอะไรมากกว่า

แถตรงไหนหว่า ผู้ผลิต Hardware ควรมีสิทธิ์ควบคุม System ที่ใช้บน Hardware ที่ตัวเองผลิต ยังไงผมก็ว่ามันไม่ถูกที่ไปหาว่าเขากีดกัน และผมก็ยืนยันแต่แรกว่านี่มันเครื่องของ Apple ที่ทำงานได้กับ iOS เท่านั้น มันไม่เหมือน Windows ที่เอาไปลงกับเครื่ิองยี่ห้ออะไรก็ได้

กรณีนี้ถ้าผมบอกว่าคุณสีข้างถลอกแล้วจริงๆ จะโกรธไหมครับ คุณอาจกำลังเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่แค่ยังไม่รู้ตัว เพราะยังมีกรอบความคิดที่ว่า "เครื่องของ apple ดังนั้น apple จะทำอะไรก็ได้" ครอบไว้อยู่

กฏหมายผูกขาดจะมีผลกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง ดังนั้นถ้า iOS มันเข้าข่าย ยังไงก็มีสิทธิ์ที่จะโดนได้

เขาไม่สนว่าใครจะเป็นผู้ผลิต ใครจะควบคุม system อะไรยังไง แต่เขาดูผลที่เกิดขึ้น ผลที่จะเกิดกับการแข่งขันตลาดและผลประโยชน์ของลูกค้าโดยตรง เรื่องนโยบายและผลประโยชน์ของผู้ผลิตนี่เป็นเรื่องรองไปเลย

ตอนนี้เราไม่ต้องพูดถึงฮาร์ดแวร์ เรากำลังพูดถึง OS ตัวนึงในตลาดที่ "มีส่วนแบ่งการตลาดสูง" และกำลัง "กีดกันการแข่งขันจากนักพัฒนารายอื่น" คุณว่ามีสิทธิ์เข้าข่ายไหมครับ

ผมเข้าใจว่าคุณกำลังบอกว่า ก็มันเป็นผลิตภัณฑ์ของ apple ตัวเองก็มีสิทธิ์ควบคุมได้ทุกอย่างสิ ..อันนี้น่าจะจริงครึ่งนึง เพราะถ้าแอปเปิลไม่ใช่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ก็มีสิทธิ์ทำเช่นนั้นได้ แต่เมื่อใดที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง มีอิทธิพลต่อตลาดสูง มันก็เข้าข่ายกรณีดังกล่าวล่ะครับ

ผมมองแบบประโยคสุดท้ายนั่นแหล่ะ และคิดว่ามันมีสินค้าอีกหลายประเภทที่เป็นแบบนี้ เช่น รถยนต์ เครื่องเล่นเกมส์ ส่วนกฎหมาย EU อะไรนั่น ผมยังไม่ได้ศึกษา แค่รู้สึกว่าถ้าผมทำสินค้าเองตั้งแต่ Hardware ยัน Software แล้วโดนหาว่ากีดกัน มันดูไม่ค่อยสมเหตุผล

ปล.แล้วทำไมมองต่าง = แถ ไม่เข้าใจจริงๆ

ก่อนอื่นขออภัยที่ไปกล่าวหาคุณว่า "แถ" ผมเข้าใจผิดไปเอง

แต่ส่วนที่จะแย้งคุณคือเรื่องมุมมอง ที่ว่าตัว Apple ไม่ได้ผิดที่บังคับให้ อุปกรณ์(Hardware)ของตัวเองใช้ iOS(Software) ของตัวเอง

กรณีนี้เราจะมองไปที่ตัว App Store ที่เป็นตลาด Software ซึ่ง Apple ทำการกั๊กคุณสมบัติบางอย่างไว้สำหรับ software ของตนเองถึงจะมีสิทธิที่จะเข้าถึงและใช้งานได้ซึ่งมันดูไม่แฟร์เลย ทั้งยัง"อาจจะ"เข้าข่ายการกีดกันการผูกขาด(antitrust rule) เนื่องจากผู้อื่นไม่สามารถเข้าใช้งานคุณสมบัตินั้นได้เนื่องจากไม่มีสิทธิในการเข้าถึง ทำให้ไม่สามารถทำการแข่งขันกับ software ของ Apple ได้

ซึ่งผลเสียจะเกิดกับผู้เขียนโปรแกรม เนื่องจากไม่สามารถขาย application ของตัวเองได้ทั้งที่เสียเงินค่าพัฒนาและอุปกรณ์ลงไป และกับผู้บริโภค ที่ไม่สามารถเลือกทางเลือกอื่นที่ศักยภาพพอๆกันหรือเหนือกว่าอันเดิมได้

ป.ล.กฏหมายมันแล้วแต่การตีความครับ

แอบเปิ้ล มีสิทธิ์ทำอะไรกับเครื่องของตัวเองก็ได้ แต่เมื่อใดที่ แอบเปิ้ลกลายเป็นเจ้าตลาด
หากมีการกระทำใดทำให้
ผู้บริโภค ได้รับผลประโยชน์ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น นั่นคือความผิดของแอบเปิ้ลครับ

ผมอ้างจากคำพูดของคุณ illusion นะครับ

ผมเข้าใจว่าคุณกำลังบอกว่า ก็มันเป็นผลิตภัณฑ์ของ apple ตัวเองก็มีสิทธิ์ควบคุมได้ทุกอย่างสิ

ถ้าแบบนั้นผมก็จะบอกเหมือนกันครับว่า มัมันเป็นผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ตัวเองก็มีสิทธิ์ควบคุมทุกอย่างได้สิเช่นกันครับ

ผมให้ระดับสูงเป็นผู้ใช้ ต่ำลงอีกก็ Hardware ต่ำไปเรื่อย ๆ คือส่วนควบคุมการทำงานของระดับสูงไล่ลงไป มุมมองของคุณคือระดับที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ จะถูกคุมโดยระดับที่สูงกว่าได้ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะซื้อเครื่องของเจ้าไหน ถ้าผู้ใช้เลือก Apple ดังนั้น Apple มีสิทธิ์บังคับลง OS X ติดไปกับเครื่องได้ทันที OS X บังคับลง Safari ได้ทันที เนื่องจากผู้ใช้เลือกแล้วที่จะซื้อเครื่องจาก Apple

ที่ผมไม่เข้าใจคือ Microsoft ต่างกันแค่จุดเดียวครับ ผู้ใช้ เลือกซื้อเครื่องตามใจชอบ และ "เลือก" ที่จะซื้อ Windows จาก Microsoft ถ้าใช้เหตุและผลตามแบบด้านบน Microsoft ก็ต้องมีสิทธิ์ติดตั้ง Internet Explorer ไปกับ Windows ได้ทันทีครับ เพราะเป็นความตั้งใจของผู้ใช้เช่นกันที่เลือกที่จะซื้อระบบปฏิบัติการจาก Microsoft

เรื่องมองมุมต่าง จึงต้องแสดงจุดยืนของตัวเอง กับแถ ต่างกันตรงที่อย่างแรกใช้เหตุและผลถูกต้อง ส่วนอย่างหลังคือเหตุไม่ค่อยเข้ากับผลครับ กรณีนี้ผมขอข้ามแล้วกันว่าคุณเป็นประเภทไหนเพราะผมมองว่าเหตุและผลที่คุณให้ก็สมกันอยู่บ้างถ้าใช้ความเข้าใจแบบที่คุณคิด (ซึ่งก็ไม่ผิดซะทีเดียวนะ)

ผมชักงง ในความคิดผมระบบปิดแบบแอปเปิลที่ควบคุม Hardware ยัน Software มันต่างกับ Windows มากเลยนะ ไม่น่าจะต่างแค่จุดเดียว แล้วเหตุผลที่ผมเสนอมันไม่สมเหตุผลกับระปิดตรงไหนหว่า? เอาเป็นว่าถึงเป็นระบบปิดมันก็คงผิด EU ได้เหมือนกันถ้าคนใช้เยอะมากๆ (ทั้งๆ ที่คนใช้เลือกใช้ระบบปิด)

ทำใจกับความยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย ที่ทำงานผมโดนมาแล้ว ทีมการตลาดกับทีมขายเก่งมากจนขายสินค้าตัวนึงได้ดีมาก สุดท้ายรัฐบาลออกกฎหมายการบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตร คือทุกคนสามารถละเมิดสิทธิบัตรนี้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และมีการนำเข้าสินค้าเลียนแบบมาขายมากมาย

กฏหมายในบางกรณีมันก็คือการเอาเปรียบคนกลุ่มนึง เพื่อให้คนอีกกลุ่มนึงได้ผลประโยชน์ครับ

กฏหมายที่ดีผู้ได้ผลประโยชน์คือคนหมู่มาก(ประชาชน) และไม่เอาเปรียบคนกลุ่มน้อยนั้นเกินไปแต่อุดมคติก็คืออุดมคติยิ่งหันกลับมามองบ้านเราแล้ว... ถัมเพื่อใคร

แต่ในกรณีผมมองว่าไม่ได้เป็นการเอาเปรียบนะครับ Apple เปิดตลาดให้คนเข้ามาค้าขายนอกจากจะเก็บค่าหัวคิวแล้ว แล้วคุณยังโกงผลการแข่งขันอีกซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเอาเปรียบ

ผมคิดว่าพอถึงจุดนั้น โดนฟ้อง EU แอปเปิลก็คงให้คนอื่นใช้ Nitro ได้ แต่ระหว่างนี้คงจะใช้สิทธิ์ความเป็นเจ้าบ้านไปก่อน

มุมมองของคุณมันมองแบบนายทุนนะครับ
ของที่นิยมมากๆในต่างประเทศบางครั้งเค้าจะมองเป็น "กึ่งสาธารณะ"ครับ
การที่ Apple ทำแบบนี้ ตัวเองจะได้แต่ผลประโยขน์ แต่ผู้ใช้(ที่ไม่คิดจะใช้ Safari)เสียผลประโยชน์

กฏหมายเค้าเข้าข้างผู้ใช้มากกว่านายทุนครับ

ถ้า iOS ถัดๆ ไป ยอมให้นักพัฒนาเข้าถึง Nitro ได้ แต่ไม่อนุญาติให้ทำ Engine กันเอง เพื่อความเสถียรและปลอดภัยต่อระบบปิดของแอปเปิล ยังถือว่ากีดกันคู่แข่งอีกหรือเปล่าครับ?

แล้วเขียนแบบ Native App ที่ไม่ได้ใช้ภาษา Objective-C เหมือนเขียนเกม แทนไม่ได้หรอครับ

รวมถึงวินโดส์ด้วย เห็นบอกเขียนแบบ Native ได้

ว่าจะถามนานแหละ จังหวะที่โดนปัดตกที่ไอ้คนตรวจAppนี้...
คือappleมันแงะcodeเราดูได้เลยหรอครับว่าประกอบด้วยอะไร ใช้libอะไร บลาๆ งง

เพราะคุณไช้ ipad ครับ คุณจะค่อยๆถูก apple บีบให้ไช้สินค้าจากผู้ให้บริการอื่นไม่สดวก ยกเว้นสินค้าของ apple เองซึ่งก็มักจะลงท้ายด้วยการจ่ายแพงกว่าเจ้าอื่น

เห็นว่าจะลง MS office 2013 ลงทุก platform เลยครับ ทั้ง Android และ IOS (mac osx ด้วย) กำลังพัฒนาอยู่ครับ

แต่ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่คาดการณ์เดือน11ปีนี้ แต่คงคาดหวังไม่ได้เรื่องเวลา ไส้เลื่อนได้เสมอ

แต่ Mac osx คงมีชัวร์ตามธรรมเนียมเดิม

ผมว่าไม่เห็นเกี่ยวเลย ผมมองกลับกัน คือ คงไม่มีใครทำของดีที่สุดให้คนอื่นมากกว่าของๆตัวเองหรอกครับ เหมือนทำไมMS ไม่ทำ MS Office ลง Platform อื่นนอกจาก WP นั่นแหละครับ

ใช้ ML สินะครับ เห็นว่า Safari มีปัญหาเลยล่ะครับตัวนั้น จนคนใช้ต้องไปเอา safari version เก่ามาใช้ก่อน (แต่ Lion ปกติดี)

แต่ผมใช้ Firefox เท่านั้นครับ ชินมือและสะดวกที่สุดกับผมล่ะ

grit Tue, 12/03/2013 - 07:57

In reply to by xenatt

ใช่ ฟีเจอร์อย่างปาดขอบจอเพื่อเปลี่ยนแท็บก็ไม่มี จะเปลี่ยนแท็บทีลำบากชิบ แต่ก่อนยังไม่มีโครมชีวิตลำบากมาก

allinsense Sun, 10/03/2013 - 23:23

ว้ากก ios/rt กากจุงเบยไม่กล้าหละดี้ กิ้วๆ (ปล.ขออภัยครับ ตั้งใจเกรียน)

อาจจะประมาณนั้นก็ได้ครับ แต่กรณี Flash นั้น Apple ไม่ได้ห้ามนะ แต่สิทธิที่ให้ App ปกติใช้ได้มันไม่พอนะสิ

langisser Mon, 11/03/2013 - 01:51

จะบอกว่า apple กีดกันก็ไม่ค่อยถูกนะ เพราะเค้าก็ให้ทำ browser อื่นมาลงได้นี่

PR0GAM3 Mon, 11/03/2013 - 03:05

Safari ขนาดแฮกเกอร์ยังไม่มองเลย ถ้าทําออกมาดีจริงก็ว่าไปอย่าง เห็นทําการตลาดก็ไม่เหมือนแต่สมัยก่อน ยุคเปลี่ยนก็น่าจะเปิดๆใจกันนะพี่แอพ ถ้าไม่เห็นแก่ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ก็เห็นแก่ ไอแซก นิวตัน บ้างเถอะ

nrml Mon, 11/03/2013 - 10:00

In reply to by PR0GAM3

ถ้าบอกว่า ขนาดแฮกเกอร์ยังไม่มองเลย ผมว่านั่นเป็นเรื่องดีเป็นจุดแข็งเลยนะ ล่าสุดน่าจะมาจากเหตุการณ์แอพใน Android ที่ทำให้มีอีเมลจากหลายธนาคารพร้อมใจกันส่งมาเตือนซึ่งนั่นก็เป็นสัญญานที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

Firefox ไม่มีอะไรใหม่ตั้งแต่ 3.0 จะบอกได้ว่า 3.0 เป็นยุคที่ดีที่สุดเลยนอกจากนั้น Chrome พัฒนาเรื่อยๆ โดยเฉพาะระบบ Sync ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นหนึ่งเดียว (ระบบ Sync ของ Firefox เน่ามาก) และทำมันทุกระบบ ผมว่ากลยุทธ์ของ Firefox กำลังแย่หนักเลยออกข่าวนี้มาพูดดูเหมือนจะอยากให้ iOS ได้รับผลประโยชน์แต่จริงๆ ตัวเองกำลังอยากได้ประโยชน์ซะมากกว่า

คาดว่าอนาคต Firefox จะแย่ลงเรื่อยๆ เพราะ Chrome จะครองโลกด้วย Ecosystem ที่สุดยอดจากทุกๆ อุปกรณ์

ที่ออกมาบอกก็เป็นการอธิบายว่าทำไมถึงมี Firefox browser บน ios ซึ่งก็เข้าใจใด้ เพราะ Firefox เน็นเรื่อง Engine ของตัวเองค่อนข้างชัดเจน

และบนมือถือ Mozilla มี ทั้ง browser บน Android และ Firefox OS

แต่ยอมรับว่าระบบ Sync ของ Firefox เน่าจริง จนผมกลับไปไช้ xmark

ทำไมผมถึงรู้สึกว่า Chrome มันเร็วและง่ายแต่ก็กลวง

Firefox ถึงจะสู้ไม่ได้ด้านความเร็ว แต่นอกเหนือจากนั้นมันให้ประสบการณ์การใช้ที่ดีมากๆ โดยเฉพาะฟีเจอร์หลายอย่างที่ออกแบบมาตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ ซึ่งของอย่างนี้ใช้สองตัวคู่กันไปจะสัมผัสได้ชัดเจน

ล่าสุดที่เพิ่งสาบแช่งโครมไป คือเปิดแทปเว็บไว้มากมายเพราะค้นคว้าข้อมูลอยู่ ทั้ง firefox และ chrome อยู่ดีๆ เผลอไปกดให้มัน restart เพราะ windows update กลับมาอีกที firefox เก็บข้อมูลแทบไว้ให้ครบ พร้อมช้อความที่พิมพ์ไว้ข้างใน และทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ หมาไฟก็รักษาแทปไว้ให้ทุกครั้ง ในขณะที่ chrome มาหน้าว่างเปล่า (ทั้งๆ ที่ใน settings ก็สั่งให้มัน restore last session แล้ว แสดงว่าไม่เสถียรเลย)

มีอีกเยอะครับ ที่ใช้ๆ ไปแล้วรู้เลยว่า chrome ยังกลวงกว่า firefox เยอะ มีโอกาสจะไล่รายการให้ดู

แต่เรื่อง sync นี่ดีจริง บนมือถือผมก็ใช้ chrome sync กับบน PC อันนี้เวิร์คจริงๆ

เครื่องใคร Jailbreak มันมี app ตัวนึงชื่อ Nitrous ครับ ทำให้รัน javascript ในทุกแอปใน iOS ได้เร็วขึ้นเทียบเท่า Safari (เช่น Chrome และ Cydia)

อ้างอิงจากที่นี่นะครับ
http://www.idownloadblog.com/2012/07/30/nitrous/

มีวิดีโอแสดงผลทดสอบด้วยครับ ว่ามันรัน javascript เร็วขึ้นจริง ๆ

tg-thaigamer Mon, 11/03/2013 - 13:59

เวลาใช้ safari ลูกเล่นบางอย่างสะดวกดี ส่วน firefox เหมาะสำหรับนักพัฒนาแต่เสียอย่างเดียวมันใช้ฟิเจอร์แบบ safari ไม่ได้ เลยต้องใช้ควบคู่กัน

คาดว่าน่าจะไม่มีทางปล่อยเว็บบราวเซอร์ค่ายอื่นได้ส่วนไปแน่ จนกว่าส่วนครองตลาดของระบบจะเข้าใกล้ผูกขาด ซึ่งอาจจะอีกนานหรือตลอดไป จุดเป็นตายมันอยู่ที่เว็บบราวเซอร์นะ