Amazon

David Risher ชื่นชอบ และหลงใหลการอ่านหนังสือมาตั้งแต่เขาจำความได้ เพราะหนังสือเป็นช่องทางเดียวที่ทำให้เขาได้ผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆ และได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่วัยเด็ก หนังสือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มการศึกษาให้กับเขา และเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจ ย้ายชีวิตการทำงานจาก Microsoft มาที่ Amazon.com

ในระหว่างที่เขาอยู่กับ Amazon.com เขาเป็นคนสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างก้าวกระโดด จาก 16 ล้านเหรียญ สู่ 4 พันล้านเหรียญ จนได้รับตำแหน่งเป็นรองประธานอาวุโสของ Amazon.com ซึ่งเป็นตำแหน่งสุดท้ายของเขา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลาออกในปี 2545 เพื่อเข้าสู่สายอาชีพการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย และอาสาสมัครต่อไป

แม้ Risher จะลาออกไปแล้ว แต่การสร้างประวัติศาสตร์ของเขาได้รับการสรรเสริญจากทุกคนในองค์กร รวมไปถึง Jeff Bezos, CEO และผู้ก่อตั้ง Amazon.com, ถึงขนาดที่ว่า ในหน้า Site-directory ของเว็บ Amazon.com จะมีลิงค์ลับ (Easter Egg) เพื่อเข้าสู่จดหมายขอบคุณที่เขียนโดย Jeff Bezos โดยที่ระบุเอาไว้ว่า ลิงค์นี้จะเป็นลิงค์ที่จารึกเอาไว้อยู่ตลอดกาล (Perpetuity) เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำเร็จของเขา

เขาตัดสินใจเดินทางไปเป็นอาสาสมัครในประเทศต่างๆ ที่กำลังพัฒนา และเริ่มค้นพบว่า การอ่านยังไม่ได้ถูกให้ความสำคัญมากนัก อย่างเช่นที่ประเทศเอกวาดอร์, เขาพบว่าห้องสมุดที่มีหนังสือเรียงเป็นตั้งๆ ถูกปิดและล็อคไว้ในอาคารหลังหนึ่ง เมื่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนนั้น เขากลับได้รับคำตอบว่า “ใช่, มันเป็นห้องสมุดของเรา แต่ฉันคิดว่า ฉันทำกุญแจมันหายไปแล้วหละ”

มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อุปกรณ์การอ่านหนังสืออย่าง kindle เริ่มเข้าสู่ตลาด ซึ่งทำให้โครงการของเขาเริ่มตกตะกอน ด้วยราคาของเทคโนโลยีที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความสามารถที่ทำให้เด็กมีโอกาสเลือกหนังสืออ่านเองได้อย่างหลากหลาย และมีความสะดวกสบาย สิ่งเหล่านี้ จะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้คนไปทั่วโลก ณ เวลานั้นเอง องค์กร Worldreader ถือกำเนิดขึ้น

Worldreader เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ได้รับเงินจากการบริจาค และความร่วมมือของพันธมิตรต่างๆ รวมไปถึง Amazon.com โดยดำเนินงานบนพันธกิจขององค์กร ที่ก่อตั้งเพื่อเผยแพร่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไปยังกลุ่มเด็กๆ ในประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะเชื่อว่า การอ่าน จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านั้น และลดปัญหาของการขนส่งให้หมดสิ้นไป

ความไม่พร้อมของถนนหนทาง หรือ สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ทำให้การขนส่งมีต้นทุนสูง, มีความยากลำบาก และใช้เวลานาน ในการกระจายความรู้แบบดั้งเดิม ที่ต้องพึ่งพาเส้นทางคมนาคม แต่เทคโนโลยีในปัจจุบัน จะช่วยกำจัดปัญหาเหล่านี้ออกไปหมดสิ้น ดังเช่น โครงการ WiMax IT Valley ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนของบ้านเรา

วันที่ 14 มีนาคม 2553, เป็นวันที่ Risher ตัดสินใจเริ่มโครงการ และลงสนามจริงในเมือง Ayenyah ประเทศกาน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาเรื่องระบบคมนาคมอย่างมาก ตั้งแต่การเข้าถึง และการซ่อมบำรุง เพราะกระทรวงคมนาคมของประเทศกาน่า มีพนักงานเพียง 4 คน โดยใช้รถ Land Cruiser และรถกระบะอย่างละคัน เพื่อตรวจสอบและซ่อมแซมถนน 60,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศ

Risher ใช้เวลาในวันนั้น อยู่กับเด็ก 20 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ถึง 26 ปี เพื่อสอนการใช้งาน kindle เบื้องต้น และปล่อยเวลาที่เหลือ ให้เด็กเหล่านั้นอยู่กับหนังสือในเครื่องที่เตรียมไว้ เพื่อรอดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่าง เด็กในประเทศที่กำลังพัฒนา กับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของโลกในตอนนั้น

เป็นไปตามที่ Risher คาดไว้, เด็กเหล่านั้นให้การตอบรับดีมาก เขาสนใจหนังสือหลากหลายแนว ตั้งแต่หนังสือชุดเด็กอย่าง Magic Tree House ไปจนถึง หนังสือที่จัดทำโดยเฉพาะอย่างเช่นเรื่องฟุตบอลของชาวกาน่า เด็กเหล่านั้นก็เหมือนกับพวกเรา ที่ชอบอ่านในสิ่งที่เชื่อมโยงกับเราได้ หรือสนุกกับมัน จริงไหม?

ความสามารถต่างๆ ใน kindle รุ่นล่าสุดนี้ ก็เป็นที่ชื่นชอบ และมีประโยชน์กับเด็กเหล่านั้นมาก ไม่ว่าจะเป็น พจนานุกรมในเครื่อง หรือระบบ Text-to-speech ที่ช่วยทำให้เด็กๆ ฟังเสียงจากการอ่าน แทนที่จะอ่านด้วยตนเองได้

จนกระทั่งในเดือนตุลาคม ปี 2553, Risher ตัดสินใจสานโครงการต่อเต็มรูปแบบ ด้วยการแจก kindle จำนวน 600 เครื่อง ที่ได้รับการบริจาคจาก Amazon.com และหนังสืออิเล็กทรอกนิกส์ จำนวน 20,000 เล่ม ไปยังเด็ก 1,000 คน ในกาน่า โดยใช้ชื่อโครงการนี้ว่า iREAD (Impact on Reading of E-Readers And Digital content) บนจุดประสงค์หลัก 4 ข้อ ดังนี้

  1. เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงจำนวนหนังสือ และความหลากหลายของหนังสือ
  2. เพื่อเพิ่มความสามารถในการทดสอบด้านการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษ
  3. เพื่อลดระยะเวลาที่ใช้รออุปกรณ์ประกอบการเรียน
  4. เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการผลิต, แปล และกระจายของอุปกรณ์ประกอบการเรียน

Worldreader ได้ประเมินผลการศึกษาของโครงการ iREAD และสรุปออกมาเป็นรายงานเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 ซึ่งผลการศึกษาเป็นที่น่าตกใจในหลายๆ ด้าน เรื่องของการขโมยหรือสูญหายของเครื่อง มีค่าใกล้เคียงศูนย์ (มีเพียง 2 เครื่อง จาก 600 เครื่องที่หายไป) เด็กๆ สามารถเข้าถึงหนังสือได้มากขึ้น จากไม่เกิน 10 เล่ม เป็น 107 เล่ม จากผู้สนับสนุนต่างๆ ที่บริจาคหนังสือฟรีแก่โครงการ และผลการทดสอบด้านภาษาอังกฤษของกลุ่มที่ใช้ kindle ก็เพิ่มขึ้น 12.9% ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ใช้ kindle เพิ่มเพียง 8.1% เท่านั้น นอกจากนี้ kindle ยังส่งผลแฝงอื่นๆ ให้กับเด็กๆ อีกด้วย เช่น เพิ่มความกระตือรือร้นในการอ่าน หรือ เพิ่มวัตถุดิบในการสอนให้กับเหล่าอาจารย์

ปัญหาเดียวของโครงการนี้ น่าจะเป็นเรื่องความเสียหายของเครื่องจากการตก โดยตัวเลขของเครื่องที่ตกแล้วพังอยู่ที่ 40.5% ของเครื่องทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ ได้มีการดำเนินการแก้ไขไปแล้วในหลายวิธี เช่น เพิ่มหลักสูตรอาชีพในการซ่อมแซมเครื่อง kindle, การใส่เคสป้องกันเพิ่มเติม และมีการเพิ่มมาตรฐานของการผลิตจอภาพที่ได้คุณภาพมากขึ้นอีกด้วย (ล่าสุดตัวเลขของความเสียหายอยู่ที่ 19%)

เห็นแบบนี้แล้ว โครงการ OTPC (One-Tablet-Per-Child) ควรจะเปลี่ยนเป็น OKPC (One-Kindle-Per-Child) หรือไม่นะ?

ที่มา : (via https://chaintan17.com)

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าอยากให้ประเทศเราแจก E-Book Reader บ้าง

ผมยอมรับเลยว่าก่อนซื้อ Kindle มาใช้ ก็เป็นคนไม่ค่อยติดหนังสือ

พอได้ใช้แล้ว พูดตามตรง ยิ่งอ่าน ยิ่งติด ยิ่งใช้ทุกวัน

คงเป็นได้แค่ฝันละครับ ขนาด OTPC ผมยังไม่เห็นเลยว่าเด็ก ป.1 จะได้ประโยชน์อะไรจากแท็บเล็ต เผลอๆอาจทำให้เด็กเขียนหนังสือไม่เป็นมากกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ

แต่ถ้าโครงการคินเดิลมันทำในไทยได้ก็จะดีมากเลยล่ะครับ (โดยเฉพาะแถบชนบท และที่ห่างไกลจากตัวเมืองหลวงและเืมืองใหญ่ๆ) เพราะอย่างน้อยๆก็ช่วยส่งเสริมการอ่านให้เด็กๆได้ และก็เสริมสร้างทักษะทางด้านภาษาอังกฤษด้วยในตัวครับ

แต่ก็ขอขอบคุณนะครับที่เรียบเรียงมาให้ได้อ่านกันครับผม

otpc อ่านหนังสือใด้ครับ

http://www.dekthai.net/Flipbook/index.html

ปัญหา content น้อยน่าจะตามไปหลอกหลอนด้วย ไม่ว่าจะไช้ e-reader หรืออะไรก็ตาม เพราะมันเป็นโครงการใหม่

plawanja Thu, 27/09/2012 - 12:28

ไปยังเด็ก 1,000 ในกาน่า

น่าจะใส่หน่วย "คน" ด้วยหรือเปล่าครับ

ผมเองก็อยากหา kindle มาใช้เหมือนกัน แต่ติดเรื่องกำแพงภาษา ถ้ามี ebook ภาษาไทยที่ซื้อได้ง่ายจากเครื่อง kindle เองก็น่าจะทำให้คนหันมาสนใจกันมากขึ้นนะครับ

อยากให้มีหนังสือภาษาไทยดีๆ เยอะครับ
อ่านบนเครื่องแบบนี้มันสุดยอดมาก
แค่อ่านภาษา Eng นี่ก็เยี่ยมแล้ว
แม่ผมได้เครื่องเอามาอ่าน เพชรพระอุมาแล้วอ่าน 11 เล่มแล้วยังไม่วางเลยครับ

เหมาะกับทั้งเด็กและผู้สูงอายุเพราะปรับขนาดอักษรได้

ถ้าอยากจะให้ Worldwide อาจจะต้องมีการทำเกี่ยวกับการอ่านตัวอักษรของภาษาท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วยนะครับ

ซึ่ง Kindle ยังขาดความสามารถตรงนี้อยู่ (เท่าที่ผมทราบตอนนี้น่ะนะ)

ก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่รัฐจะเปิดช่องทางให้นักพัฒนาและผู้ปรารถนาดีกับโครงการtablet ได้ใส่เนื้อหา ใส่โปรแกรมเข้าไปได้บ้าง
มัวแต่ทำเรื่องจัดจ้าง กิน%กัน เจ้าภาพจัดการก็ไม่ชัดเจน

คนดีๆหนะมีเยอะ ถ้าเปิดบ้างผมว่ามันก็ต้องมีซักเจ้าบ้างแหละที่จะปล่อย ebook ให้เด็กได้อ่านฟรี
หรือระดมทุนซื้อ license ให้เด็กอ่านก็ยังได้

ในเมื่อตอนนี้รัฐยังไม่รู้จะทำเนื้อหาอะไร ก็ควรเปิดช่องให้ใส่พวก ebook reader ซักตัวไปเลย ดีกว่าเปิดเวบของโครงการที่ยังไม่เสร็จซะที

อ่านบทความแล้วนึกถึง apple จังเงินเหลือเยอะแยะ

อูว ที่มาเยอะมาก เขียนน่าอ่านดีครับยังกับอ่านนิยาย

แต่ยังไงผมก็ว่า แท็บเล็ทยังมีประโยชน์กว่าคินเดิลอ่ะนะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเด็กตาจะเสียอะไรมากมาย ยังไงอยู่หน้าคอมโตมาตาก็เสียอยู่แล้ว

เท่าที่ตามหาข้อมูลมา ไม่มีีงานวิจัยยืนยันนะครับ เป็นความเชื่ออย่างเดียวว่าจอคอมพิวเตอร์ไม่ดีต่อสุขภาพตา

ที่ยืนยันได้แน่ๆ คือตาจะล้าเมื่อมองจอคอมพิวเตอร์เร็วกว่ากระดาษและ e-ink แต่ในแง่ผลกระทบระยะยาวยังไม่มีใครเจอผลกระทบชัดเจน

ในแง่การเรียน การใช้จอ e-ink หรือ TFT ยังเป็นเรื่องถกเถียงกันมาก การใช้งานของ e-ink นั้นจำกัดมาก โดยเฉพาะ refresh rate ที่ต่ำ ทำให้ใช้งานกับพวก touch screen ที่ต้องการการแสดงว่าแตะติดแล้ว เช่น การลากเลื่อน ได้ลำบาก รวมถึงภาพเคลื่อนไหวที่จะใช้งานแทบไม่ได้เลย

เหตุผลของความจำกัดทำให้โครงการ OLPC เลือก Pixel Qi เป็น "ทางสายกลาง" การตอบสนองภาพยังเร็วอยู่ ไม่ประหยัดไฟเท่า e-ink แต่ใช้โหมดไม่ส่องแสงได้

ผมว่าจริง ๆ e-ink ไม่สมควรเรียกว่าค่า refresh rate นะครับ เพราะ refresh rate นั้นจริง ๆ คือจำนวนครั้งในการ refresh ภาพเพื่อให้ต่อเนื่องและไม่ให้ภาพหายไป ขณะที่ e-ink "ไม่จำเป็น" ต้อง refresh ภาพครับ

ถ้าให้เทียบก็คงเหมือนกับ RAM V.S. HDD ครับ RAM เก็บข้อมูลแล้วต้อง refresh data ภายในเพื่อไม่ให้มันหายไป ขณะที่ HDD เก็บแล้วไม่หายไปจึงไม่มี

เพราะฉะนั้นจอ e-ink ไม่ได้มี refresh rate ที่ต่ำ แต่มันไม่มี refresh rate (หรือมีเท่ากับแสงที่ส่องจอ เช่น เปิดหลอดฟลูออเรสเซนต์ปกติก็จะราว 50Hz) ต้องเรียกว่ามันมีความเร็วการเปลี่ยนภาพที่ต่ำหรือช้ามากกว่า เพราะถ้าจอที่มี refresh rate ต่ำจริง ๆ อันนั้นส่งผลให้ปวดหัวแน่นอนครับ

ใน technic spec ของ e-ink เองก็ไม่ได้เรียก refresh rate (หน่วย Hz??) แต่เรียกว่า Image Update Timer ที่ใช้หน่วยเวลามิลลิวินาทีแทนครับ

พอดีเมื่อเช้าไปตะลอนๆ มา ตอนนี้แก้ไขหมดแล้วครับ ขอเพิ่ม via เว็บไซต์ผมทีนะครับ แหะๆ
ปล. มีคำว่า หลงไหล พิมพ์ผิดด้วย พอดีเพื่อนผมอ่านเจอ ต้องเป็น หลงใหล อันนี้เพิ่งทราบจริงๆ 555