Announcement

จากความล่าช้าและอุปสรรคในการออกใบอนุญาต 3G ทาง Blognone เห็นว่าควรแสดงจุดยืนบางอย่างผ่านแถลงการณ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สังคมเล็งเห็นว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจาก "โครงสร้าง" ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีปัญหาเรื้อรังมายาวนาน (มิใช่เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง)

แถลงการณ์นี้ถือเป็นความเห็นของเว็บมาสเตอร์ มิใช่ความเห็นจากสมาชิกทั้งหมดของเว็บไซต์ ถ้าหากสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับแถลงการณ์ ก็สามารถลงชื่อไว้ได้ที่ช่องคอมเมนต์

แถลงการณ์เว็บไซต์ Blognone กรณีความล่าช้าในการประมูลความถี่ 3G

เทคโนโลยีการสื่อสารแบบ 3G เริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2001 และประเทศอื่นๆ ได้ทยอยเริ่มให้บริการในเวลาต่อมา สำหรับประเทศไทยถือว่าล่าช้ามาโดยตลอด และปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นประเทศท้ายๆ ในเอเชียที่ยังไม่มีบริการ 3G เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

จากความพยายามครั้งล่าสุดของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับ 3G ด้วยวิธีการประมูล แต่กลับถูกยื่นฟ้องจากบริษัท กสท. โทรคมนาคม และศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ให้หยุดการประมูลไปก่อนจนกว่าจะมีการก่อตั้ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก่อน

ทางเว็บไซต์ Blognone ขอแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้

  1. ขอแสดงความผิดหวัง ที่กระบวนการออกใบอนุญาต 3G ต้องล่าช้าอีกครั้ง หลังจากที่ล่าช้ามายาวนาน เทคโนโลยี 3G จะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้คนส่วนใหญ่ของประเทศสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้จากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยี (digital divide) ได้มาก และเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจเชิงความรู้ (knowledge economy) การที่กระบวนการออกใบอนุญาต 3G ต้องล่าช้าออกไปอีก ถือเป็นการสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญของคนไทย
  2. ขอสนับสนุน ทิศทางและนโยบายของ กทช. ในการออกใบอนุญาต 3G ด้วยการประมูล การประมูลครั้งนี้ถือเป็นการประมูลคลื่นความถี่ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมและสื่อสารมวลชนอื่นๆ ในอนาคต ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบว่ากระบวนการประมูลของ กทช. จะประสบความสำเร็จมากเพียงใด มีความยุติธรรมและโปร่งใสมากแค่ไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นบทเรียนที่ผู้เกี่ยวข้องต้องเรียนรู้ร่วมกันผ่านการประมูลซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น ถ้าหากไม่พบอุปสรรคเสียก่อน
  3. ขอเรียกร้อง ให้องค์กรของรัฐที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ ทั้งทางด้านโทรคมนาคมและกิจการกระจายเสียง เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเหนือกว่าประโยชน์ขององค์กร และให้ความร่วมมือ สนับสนุน กระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่ขององค์กรกำกับดูแลต่างๆ ทั้ง กทช. ในปัจจุบัน และ กสทช. ในอนาคต เพื่อให้กระบวนการจัดสรรคลื่นขององค์กรอิสระเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และยุติธรรม ไม่ถูกผูกขาดหรือเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของความถี่เดิมรายใดรายหนึ่ง
  4. ขอเสนอ ไปยังรัฐบาลไทย โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าของ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะผู้กำกับดูแล อดีตรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมสองแห่ง ได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการปฏิรูปองค์กรทั้งสองแห่ง เพื่อให้อยู่ภายใต้ระบบการแข่งขันของตลาดเช่นเดียวกับบริษัทเอกชนทั่วไป โดยขอเสนอให้นำบริษัททั้งสองเข้าสู่ระบบตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้ควบคุมทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยตรง และให้ถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดังเช่นบริษัทเอกชนอื่นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้พื้นฐานด้านกฎเกณฑ์การแข่งขันขององค์กรทั้งสอง เท่าเทียมกับบริษัทโทรคมนาคมภาคเอกชนในปัจจุบัน

เว็บไซต์ Blognone หวังจะเห็นการปฏิรูปโครงสร้างในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่บิดเบี้ยวมานานจากปัจจัยต่างๆ จนส่งผลให้ประเทศไทยมีความล้าหลังในเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์
วสันต์ ลิ่วลมไพศาล

เว็บมาสเตอร์ เว็บไซต์ Blognone
17 กันยายน พ.ศ. 2553

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ผมสนับสนุนแถลงการณ์นี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่ควรให้ CAT และ TOT เล่นในตลาดเดียวกับผู้เล่นรายอื่นๆ เพื่อสร้างการแข่งขันให้เกิดขึ้นในตลาด ไม่ใช่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการไม่ทำอะไรเลย

ศรวิษ เสียงแจ้ว

เค้าวัดความก้าวหน้าของประเทศกันที่ 3G หรือเนี่ย ตรรกะ ของแนวคิด บูชาวัตถุ ล้วนๆ
ผมไม่เชื่อว่า เขมรมี 3G แล้วจะเจริญกว่าไทย
แต่ผมเชื่อว่า ถ้านักการเมืองบ้านเรา ทำงานซื่อสัตย์
เห็นประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าส่วนตัวรับรอง ไม่นานแซงหน้า ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ได้สบาย
ความเจริญ ของบ้านเมือง ขึ้นอยู่กับ "คุณภาพของคน ไม่ใช่คุณภาพของวัตถุพวกนี้"

หวังว่าคงไม่เหมือนกับการแปรรูป ปตท. นะครับ.....แต่
       - ดร.นที อธิบายไม่ได้ว่า ทำไมต้องเร่งประมูลในเมื่อเดือนนี้ กทช.พ้นวาระออกจากตำแหน่งถึง 3 ท่าน
       - กทช. รีบเร่งอย่างมีพิรุธมากจริงๆ รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีอำนาจ แต่ก็ยังดึงดันจะทำ ไม่ได้คิดว่าหากผลักดันให้เกิดการประมูลไปแล้ว ภายหลังมีปัญหาขึ้น จะย่ิงสร้างความวุ่นวายขนาดไหน (หรือว่ามีเงินก้อนโตมาล่อใจ ชนิดว่าไม่สนใจใครทั้งสิ้น...อันนี้ถ้าเป็นคนไทยจริงคงรู้แน่ว่าจริงหรือไม่)
       - กทช. เอาอำนาจตรงไหนไปออกใบอนุญาตในส่วนของการแพร่ภาพกระจายเสียง ??
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่ผ่าน ที่ กทช. พยายามผลักดันให้มีการประมูลคลื่น 3 จีนั้น
มีเสียงทักท้วงมาตลอดเวลาว่า กทช.ไม่มีอำนาจ เพราะ รัฐธรรมนูญ2550 มาตรา 47
ให้เป็นอำนาจของ กสทช. ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น กทช. จะมีอำนาจก็เฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับ โทรคมนาคมเท่านั้น
แต่ คลื่น 3 จี มีคุณสมบัติสามารถสื่อสารได้ทั้งเสียงและภาพ

       รัฐธรรมนูญปี 2550 บัญญัติให้รวมกทช.กับกสช.เป็นองค์กรเดียว โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 47 บัญญัติว่า
       
       "คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ
เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง
และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม"
       ขณะนี้ กฎหมายลูก คือ ร่าง พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจารวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หริอ กสทช. ผ่านความเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎร
และวุฒิสภาไปแล้ว กำลังอยุ่ระหว่างการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อแก้ไขสาระบางส่วนตามที่ วุฒิสภามีความเห็น

อยากฝากให้คิด

       - ระหว่าง การทำทุกอย่างให้ชัดเจนถูกต้อง แม้ว่าจะล่าช้าไปบ้างกับการลักไก่ทำไปก่อน ทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยง
ต่อการถูกฟ้องร้อง เมื่อทำไปแล้ว ถูกฟ้องภายหลัง อะไรจะ กระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
มากกว่ากัน ? (ตัวอย่าง ปตท. น่าจะชัดเจนนะ ทุกวันนี้ก็เป็นบริษัทที่รวยที่สุดในประเทศไทยไปแล้ว...
..และยังติดอันดับที่รวยที่สุดในโลกด้วย..กรรมก็อยู่กับใคร.เมื่อศาลตัดสินอีกหลายปีให้หลังแล้วว่า
การแปรรูปไม่ชอบด้วยกฎหมาย...แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว...ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสาธารณะ
สามารถค้นหาได้ทั่วไป)
       - กทช. ใช้ ความเชื่อ ว่า ประเทศไทยขาด 3 จีไม่ได้ มาเป็นข้ออ้างในการผลักดันให้มีการประมูล
ทั้งๆที่ยังมีความไม่ชัดเจนว่า ตัวเองมีอำนาจหรือไม่ และอยู่ในช่วงที่ มี กทช. ถึง 3 คน ที่หมดอายุไปแล้ว
มีฐานะเพียงแค่รักษาการเท่านั้น

ปล. โปรดอย่าเชื่อผม..แต่จงใช้วิจารณญาณของท่านคิดพิจาณาเอง
       มา อนุสฺสาเวน.....อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา

ผมว่าถ้าจะเล่นเรื่องคลื่นกันจริงๆคลื่นไหนมันก็ส่งได้ทั้งภาพและเสียงอะครับ ส่วนเรื่องจำเป็นต้องมี 3G ไหมจริงๆสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจได้เยอะนะครับถ้าศึกษาดีๆตัวเลขไม่น้อย แต่ที่ไม่ค่อยเห็นประโยชน์น่าจะเพราะประเทศเรายังไม่ค่อยผลักดันส่วนมากเอามาใช้เพื่อความบันเทิงกันซะมาก

จริงๆผมว่าประเด็นอยู่ที่ว่าค่อนข้างชัดเจนเรื่องการกสท.ยึดสัมปทานไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ การล่าช้าที่บอกว่านิดเดียวนี่กสท.ได้สัมปทานไปนานแค่ไหนแล้วครับยังไม่สามารถทำระบบได้เพียงพอทั้งๆที่หลายๆเหนือกว่าทั้ง 3 บริษัท ถ้าได้สัมปทานไปแล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ดีพอมันจะไม่น่าเป็นประเด็นขนาดนี้ ได้ไปตั้งกี่ปีแล้วสัมปทานในมือก็มากแต่ดูการบริหารจัดการยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอหากเทียบกับบริษัทที่แข่งอยู่ในตลาดเหมือนกัน และประเด็นในการฟ้องชัดเจนมากครับคือรักษาผลประโยชน์ขององค์กร

+1

เท่าที่รับฟังมา ศาลตัดสินได้ถูกต้องแล้ว เพราะ กทช. ไม่มีอำนาจที่จะทำ

แต่คนที่ีมีอำนาจจะทำก็ชักช้าเหลือเกิน และขอให้คนที่จะทำให้มองผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

ศาลยังไม่ได้ตัดสินครับ

และคุณคิดว่าใครมีอำนาจเหรอครับ?
ระหว่าง
กทช ที่มีอำนาจตามกฏหมายเก่า ที่ถูกฉีกเพราะอะไรก็ไม่รู้ และยังไม่แน่ว่ากฏหมายส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กทช จะหมดอำนาจไปด้วย
กับ
กสทช ที่จะมีอำนาจจาก "พรบ.ที่ยังเขียนไม่เสร็จ"

ผลประโยชน์ของชาติ กับผลประโยชน์ของประชาชน
ในความเชื่อของคุณ เป็นอย่างเดียวกันรึเปล่า
ผมอยากทราบ

กสท. ได้รับใบอนุญาตจากกทช. หลังปี 2550 ไปอย่างน้อย 3 ใบ (1/48/002 ให้ไว้ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2552, NTC/MM/INT/ISP/I/003/2548 ให้ไว้ ณ วันที่ 4 ส.ค. 52, NTC/INT/II/002/2551 ให้ไว้ ณ วันที่ 24 มกราคม 2551) ก่อนหน้านี้กสท. คิดไม่ออกหรือครับ ว่าควรสงสัยอำนาจของกทช. เพราะกฏหมายสิ้นสุดลง??? หรืออยากให้ 3G ถูกต้อง แต่อย่างอื่นไม่เป็นไร???

เพิ่มเติมคืออำนาจการให้คลื่น "เพื่อการโทรคม" นั้นเราคุยกันไปแล้ววันก่อนนะครับ ผมคงไม่คุยในนี้ต่ออีก

ถ้าอำนาจของการจัดประมูล และจัดสรรคลื่นความถี่ 2100 MHz ของกทช. ไม่ชอบธรรม แปลว่าก่อนหน้านั้นก็ไม่ถูกต้องด้วย

เพราะฉะนั้นก่อนหมดวาระ กทช. จะ "ยึดคืนให้กลับเป็นสมบัติรัฐ" ได้หรือไม่ครับ?

กสทช. ยังไม่ฝักจากไข่เลยครับ

และ อยากที่คุณ Lew ว่า กทช. ก็อนุมัติความถี่ไปหลายอย่างแล้วด้วย

งั้นต้องไล่บี้คืนให้หมดนะครับ

ดราม่าจริงๆ

chantrai Fri, 17/09/2010 - 21:25

In reply to by theoneox

เห็นด้วยครับ และถ้าให้ดีเอาคืนพร้อมรายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดคืนเข้ารัฐแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยครับ

เหมือนกับเน็ต adsl กับ 56k สมัยก่อนล่ะครับ
พอถึงสมัย มันก็ควรเปลี่ยน ข้อมูลสมัยนี้มันเล็กๆที่ไหน
ให้เหุตผลผมหน่อยว่าทำไมเราต้องใช้เทคโนโลยีที่โลกเค้าพยามจะเปลี่ยน

เดาว่าคุณคงไม่ใช่คนที่ติดตามข่าว 3G ในไทยหรือไม่ก็เป็นฝักใฝ่รัฐบาลเต็มสูบ

ขอถามคุณเรื่องเดียวคุณรู้ไหมว่าเสา 3G ต้นแรกนั้นวางครั้งแรกเมื่อไร นี่กี่ปีแล้วครับที่มันตั้งอยู่ในประเทศทีเป็นประชาธิปไตรแห่งนี้ อย่างกับว่ามันเป็นราวตากผ้าอยู่บนดาดฟ้าของตึกที่ผมทำงานอยู่ กลัวว่าวันนึงแม่บ้านตึกผมจะเอาผ้าไปแขวนมันจัง หุหุ

เดาว่าคุณคงไม่รู้ว่า...ทำไมเราเติมนำ้มันแพงกว่าเพื่อนบ้านมาเลเซีย
เดาว่าคุณคงไม่รู้ว่า...คุณคงไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ต่อต้านการแปรรูป..รัฐวิสาหกิจอย่างไฟฟ้า
เดาว่าคุณคงไม่รู้ว่า...ข้าราชการกับนักการเมืองใครใหญ่กว่ากัน
เดาว่าคนอย่างคุณ...คงชื่นชมกับเทคโนโลยีไฮเทคมากกว่า...ความถูกต้อง
เดาว่าคนอย่างคุณ....คงไม่รู้จักรถเมล NGV ที่ไอ้บ้าซาเล้งกำลังดันแน่
และเดาว่าคุณคงเดาผิด....เพราะผมไม่ได้ฝักใฝ่รัฐบาลแต่ฝักใฝ่....ความถูกต้อง

คำว่าความถูกต้องบางครั้งต้องเข้าใจบริบทอย่างถ่องแท้
แล้วค่อยกล่าวว่าถูกต้อง เพราะบางครั้งหน้าฉากเรียกร้องความถูกต้อง
แต่เบื้องหลังมีคนคอยวางยา เพื่อให้เกิดผลอย่างที่เป็นอยู่

ผมรู้ว่า ผมสนับสนุนการแปรรูปการไฟฟ้า เพราะระบบรัฐวิสาหกิจกำลังล้าสมัย
ผมรู้ว่า ข้าราชการทหารใหญ่กว่านักการเมือง อยู่ๆขับรถถังมาปล้นอำนาจได้ ฉีกรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความผิด
ผมรู้ว่า ความถูกต้องของคุณ ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นความถูกต้องอย่างแท้จริง แต่เทคโนโลยีไฮเทค เป็นผลประโยชน์ของคนจำนวนมาก
ผมรู้ว่า รถเมล์ NGV เป็นผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม และคนบางกลุ่มที่ว่า คือพวกที่พรรคแกนนำรัฐบาลฮั้วอำนาจจึงต้องยอมให้ซื้อรถเมล์ NGV และผมเชื่อว่าคุณก็เป็นคนที่เลือกพรรคนั้นมา

และผมรู้ว่า ความถูกต้องของคุณ ทำให้คุณเคยทำอะไรผิดพลาดหลายอย่าง
เช่นการเลือกพรรคที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างแท้จริง ซ้ำยังโกงสะบัดช่อไม่ต่างกับพรรคที่คุณเคยต่อต้าน

และผมเดาว่า คุณคิดว่าคุณอยู่ฝ่ายความถูกต้อง ดังนั้นคุณไม่เคยคิดอะไรผิด
เพราะคุณเชื่อว่าคุณถูกทุกอย่าง

และผมรู้ว่า ความถูกต้องของคุณ ทำให้คุณเคยทำอะไรผิดพลาดหลายอย่าง
เช่นการเลือกพรรคที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างแท้จริง ซ้ำยังโกงสะบัดช่อไม่ต่างกับพรรคที่คุณเคยต่อต้าน
และผมเดาว่า คุณคิดว่าคุณอยู่ฝ่ายความถูกต้อง ดังนั้นคุณไม่เคยคิดอะไรผิด
เพราะคุณเชื่อว่าคุณถูกทุกอย่าง

ผมรู้ว่า...คุณคงไม่พอใจที่ทหารขับรถถังมาปล้นอำนาจ(ผมก็เช่นกัน)
ผมรู้ว่า...คุณเกลียดที่ทหารปล้นอำนาจ...แต่ไม่เคยรังเกลียดผู้มีอำนาจ(ทางการเมือง) หนีภาษี โกงภาษี(กันทั้งวงตระกูล) แก้กฏหมายเพื่อเอื้อธุรกิจตน (ไม่แน่คุณอาจชื่นชมเค้าก็ได้) อันนี้พิสูจน์แล้วในชั้นศาล
ผมรู้ว่า...พอศาลตัดสินมาคุณก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม ไม่เป็นกลาง
ผมรู้ว่า...คุณไม่ค่อยรู้หรือสนใจการเมืองเหตุเพราะว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวคุณหรือเหตุผลอะไรซักอย่างหนึ่ง(ซึ่งไม่เหมือนกับเรื่องเทคโนโลยีที่ผมต้องบอกเลยว่าคุณชำนาญและรู้มากกว่าผมเป็นร้อย(ล้าน)เท่า อันนี้ขอชมจากใจจริง)
ผมรู้ว่า...ตอนนี้ NGV ยังไม่ถูกซื้อ และพรรคที่อยากซื้อเมล์ NGV ไม่ใช่พรรคแกนนำรัฐบาล แต่เป็นพรรคร่วม...(อันนี้แสดงให้เห็นเลยว่าวิจารณ์ญาณกับข้อมูล(ที่ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี)ที่คุณมีอยู่ในหัวมันไม่สัมพันธ์กัน)
ผมรู้ว่า...ปตท. ซึ่งคุณสนับสนุนให้แปรรูปและได้แปรรูปสมใจอยาก เป็นบริษัทที่รำรวยติดอันดับโลก ส่วน กฟผ. ที่คุณพยายามอยากให้แปรรูปนั้นไม่ติดฝุ่นกับเค้า ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยเราก็ได้ใช้ในราคาที่ถูกกว่าเพื่อนบ้านซึ่งตรงข้ามกับน้ำมันลิบลับ
ผมรู้ว่า...ผมไม่มีทางสนับสนุนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือธุรกิจที่ผูกขาด อย่าง น้ำมัน ไฟฟ้า ประปา แน่นอน เหตุผลที่คนอย่างคุณไม่มีวัน(พยายามทำความ)เข้าใจ เพราะไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี.
ผมรู้ว่า...ผมได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างยิ่งที่มาทำให้คุณขุ่นเคืองใจ
และผมขอกล่าวคำว่า...ขอโทษ...จากใจจริง ครับ.

ผมรู้ว่า คุณรังเกียจ ผู้มีอำนาจทางการเมือง หนีภาษี โกงภาษี แก้กฏหมายเพื่อเอื้อธุรกิจตน
แต่ผมเดาว่า คุณก็ต่อต้านเฉพาะที่คุณรู้ ที่สื่อ(ที่คุณเชื่อถือ)ออกข่าว และที่คนกลุ่มหนึ่งที่มีคุณธรรมที่คุณเชื่อถือออกมาสร้างกระแส
และผมเดาว่า คุณก็เชื่อว่านอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีใครอีกแล้วที่โกงกิน ทำชั่ว แล้วมีอำนาจทางการเมือง และคุณก็ไม่เคยคิดสงสัย "ผู้มีคุณธรรม" "ศาล" และ "สื่อ" ที่คุณเชื่อถือ

ผมก็พึ่งรู้ว่า คุณชอบดูถูกคนอื่น ว่าไม่สนใจการเมือง เชื่อว่าคนที่คิดไม่เหมือนตนเอง มองคนละมุมกับตัวเอง เป็นพวกไม่ได้ติดตามข่าวสาร ทั้งที่เขาแค่ติดตามข่าวสารคนละด้านกับคุณ เชื่อในสิ่งที่คุณไม่เชื่อ ทั้งที่บางทีเขาอาจจะรู้ลึกกว่าคุณเสียอีก

และผมก็พึ่งรู้ว่าผมเขียนอะไรซับซ้อนไปหน่อย แต่ผมเขียนว่า "พรรคหนึ่งต้องการซื้อ" "และพรรคหนึ่งที่ฮั้วอยู่ จำใจปล่อยผ่านให้ซื้อ" และผมก็พูดว่ ผมเดาว่าคุณเลือกพรรคหลังนั้น คุณก็รีบสรรหาคำมาดูถูกผมว่า วิจารณญาณกับข้อมูลไม่สัมพันธ์กัน

ผมรู้ว่าปตท. ขายน้ำมันแพง แต่ก็มีเงินภาษีเข้ารัฐมาก ไม่เหมือนกับรัฐวิสาหกิจที่เอาแต่บอกว่า เราขายของถูก แล้วก็ไถเอาเงินภาษีไปกลบตัวแดงทุกปีๆ
และผมก็รู้ว่าการที่น้ำมันแพง ปัจจัยหนึ่งคือรัฐบาลที่บอกว่าจะเลิกเก็บภาษีกองทุนน้ำมัน 99 วันทำได้จริง แล้วก็ไม่ทำ
และถึงแม้คุณจะบ่นว่าน้ำมันแพง แต่ความจริง แกสบ้านเราถูก
ผมเดาว่า คุณก็คงเชื่อว่า ปตท ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นฝีมือรัฐบาลล้วนๆ

และผมก็รู้อยู่แล้วว่า คุณไม่มีทางสนับสนุนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือธุรกิจที่ผูกขาด เพราะคุณไม่รู้จักแม้แต่การที่ว่า แปรรูปเป็นของเอกชนแล้วจะไม่ผูกขาด ไม่รู้จักแม้แต่คำว่า รัฐที่เปิดเสรีทางการค้าในปัจจุบัน จะทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมเอกชน แทนที่รัฐจะเป็นคนบริหารรัฐวิสาหกิจโดยตรง ด้วยหลายๆสาเหตุ
และแม้ว่าคุณจะชอบหรือไม่ ไทยก็เปิดเสรีการค้าในอาเซี่ยนอยู่แล้ว

และผมขอเดาว่า คุณไม่เคยคิดเลยว่า รัฐวิสาหกิจก็โกง แล้วก็ไม่ทำงาน และไม่ทำกำไร แถมยังเป็นเสือนอนกิน มันถึงจำต้องแปรรูป
และสื่อมวลชนที่ชอบบอกว่าตัวเองเป็นคนดี ก็มีนอกมีในกับองค์กรณ์พวกนี้ ก็ช่วยเขียนอะไรก็ตามแต่ที่จะชี้นำให้คนเชื่อว่าแปรรูปไม่ดี ชอบพูดถึงอาร์เจนติน่า ทั้งที่ประเทศที่แปรรูปแล้วสำเร็จไปได้ดีมีมากกว่าเยอะัแยะ

ผมก็ไม่รู้ว่าคุณเอาเวลาและทรัพยากรของคุณไปสนใจกับอะไร ถึงได้ต่อต้านความก้าวหน้าของโลกใบนี้ทั้งทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยที่เหมือนกับว่าไม่มีข้อมูลอะไรนอกเหนือไปจากฝ่ายตัวเอง
ผมก็คงไม่อวดอ้างว่าผมเข้าใจเรื่องหลายๆเรื่อง เพราะผมก็ไม่ใช่คนที่ฉลาดนักหนา ไม่งั้นคุณคงเชื่อผมไปแล้ว
แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่า สิ่งที่คุณพูดมา มันก็มีอีกด้านที่ไม่ใช่อย่างที่คุณพูดเลย

ขอเดาอีกครั้งว่าคุณคงเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างแน่แท้
แต่ถ้าเช่นนั้น คุณก็ไม่ควรจะใช้คอมพิวเตอร์หรอกนะครับ

ถูกใจ ทุกวันนี้คงใช้ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็นไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้มันยัดเยียดให้ฟัง ให้ดู และปิดหูปิดตาไม่ให้เห็น

ผมมี Office อยู่ใน 5 ประเทศนะครับ เลยมาให้ข้อมูล
โดยเฉพาะมาเลเซีย
เราไม่ได้เติมน้ำมันแพงหรือถูกกว่ามาเลเซียดอกครับ
พอกันนั่นแหละครับ ไม่ได้ต่างอย่างมีนัยสำคัญอะไรเลยครับ
ผมบอกข้อเท็จจริงจากที่ผมบินไป/กลับมาเลเซียเป็นว่าเล่นปีละร้อยกว่าเที่ยวอยู่แล้ว ชำนาญ KL มากกว่าทุกจังหวัดในประเทศไทยยกเว้นกทม. ครับ
เรื่องเติมน้ำมันแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับมาเลเซียนั้น ผมเห็นเมืองไทยเราเอามาพูดมาเล่นเพื่อเป็น Bias ทางการเมืองมานานแล้ว
ผมเติมน้ำมัน ผมก็เทียบเคียงกันทุกทีแบบวันต่อวัน (ไปเช้ามืด Flight แรก เย็นก็กลับบ่อยๆ โดยเฉพาะหน้าฝนนี่แหละ) ไม่เห็นมันจะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเลยสักวัน (หมายถึงต่างกันเป็น 10% เด่นๆ ชัดๆ)
ผมไม่ทราบว่า พวกสื่อเอาราคาไหนไปเทียบนะครับ ผมเทียบด้วยราคาหน้าปั๊มในวันเดียวกันเลย
เทียบมา 4 ปีเศษแล้ว ตั้งแต่เริ่มได้ยินข่าวลือในไทยอย่างข้อแรกที่คุณกล่าวถึง ทำให้เติมน้ำมันทีไร จำราคามาเทียบทันทีมาตลอด เพราะข้องใจเหลือเกิน ว่าสื่อเอาราคาจากไหนไป Bias ประชาชนฟะ!!

ในความรู้สึกผม การไม่ทำอะไรเลยมีผลร้ายกว่าการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างครับ

เวลาทำงาน มันต้องเกิดปัญหาอยู่แล้วครับ เราไม่สามารถคาดเดาได้ทั้งหมดหรอกว่ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง ถ้ามัวแต่คิดๆกลัวๆ หลายๆครั้งมันก็สายเกินไป ตอนนี้เพื่อนบ้านมี 3G แล้วแต่ก็ยังไม่ได้พัฒนามากกว่าเราก็จริง แต่ผมมองว่าตอนนี้เรากำลังเดินถอยหลังในขณะที่เพื่อนเรากำลังเดินมากำลังจะทันเราแล้ว

การล่าช้าของ 3G ถึงจะบอกว่าคนหมู่มากไม่ได้ใช้ก็ตาม แต่ถ้าคนหมู่น้อยที่ใช้นั่นเป็นกลุ่มคนที่มีมีส่วนแบ่งในการสร้าง GDP และอุดหนุนภาษีของประเทศนี้ได้ล่ะ เราจะวัดความจำเป็นของมันตรงไหน

ความเห็นส่วนตัวครับ ด้วยความเคารพ

เข้าใจว่าอยากให้ถูกต้อง แต่มันสายไปเสียแล้วครับ เป็นเรื่องที่สมควรทำเมื่อ 5 ปีก่อน
แต่ไม่ทำมาจะทำอะไรป่านนี้ เห็นสมควรไล่คณะบริหารออกยกชุดครับ

+1 เอาด้วยครับ ผมขอสนับสนุนแถลงการณ์ฉบับนี้ รวมทั้งจะไม่ขอไปใช้บริการและอุตหนุนสินค้าของบริษัทนี้อีก

+1

จริงๆอยากพูดมากกว่านี้ ในหัวข้อ ขอเสนอ แต่โดนข้อหาหมิ่นประมาทเป็นแน่แท้ แต่ชาวบ้านชาวช่องเค้าก็รู้กันอยู่แก่ใจ โดยเฉพาะนักลงทุน

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาก็ยังทำเรื่องให้คนเล่นหุ้นปวดขมับอยู่เลย

+1 เหมือนด้านหนึ่งรัฐบาล (โดยเฉพาะนายกรมต.) ผลักดันให้เกิด 3G แต่อีกด้านอดีตรัฐวิสาหกิจที่ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่และกระทรวงไอซีทีที่กำกับดูแล กลับมาขัดขาการประมูลเสียเอง ... ดูเหมือนรัฐบาลไม่จริงใจที่จะให้เกิดการประมูล การเกิดการใช้งานเครือข่าย 3G และ...ทำให้ประเทศชาติพัฒนาทัดเทียมกับต่างประเทศ "หรือไง"?

ผมเห็นด้วยกับแถลงการณ์ฉบับนี้ครับ
อยากเห็น CAT และ TOT มาแข่งในตลาดกับเอกชนอย่างยุติธรรม
และหยุดเตะตัดขาคู่แข่งแบบนี้เสียทีครับ

เอกชัย วรงค์สิงหรา

เห็นด้วยกับข้อสุดท้ายครับ

ให้นำบริษัททั้งสองเข้าสู่ระบบตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้ควบคุมทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยตรง และให้ถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดังเช่นบริษัทเอกชนอื่นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้พื้นฐานด้านกฎเกณฑ์การแข่งขันขององค์กรทั้งสอง เท่าเทียมกับบริษัทโทรคมนาคมภาคเอกชนในปัจจุบัน

ozonenetwork Fri, 17/09/2010 - 09:19

+1 เห็นด้วยกับแถลงการณ์นี้เช่นเดียวกันครับ
ประเทศไทยล้าหลังมามากพอแล้ว

ผมเข้าใจว่า TOT และ CAT เป็นแค่ปลายเหตุของปัญหาเชิงโครงสร้างที่บิดเบี้ยวมานานในอุตสาหกรรมนี้
แต่พวกคุณเองเป็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ หากพวกคุณเสียสละมากพอ

แต่พวกคุณสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ

ดังนั้น ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง
ขอแสดงความเห็นใจทั้ง TOT และ CAT ถึงประโยชน์ที่พวกคุณเสียไป
แต่ก็อยากขอร้อง ให้ TOT และ CAT เห็นใจพวกเราด้วย ในฐานะที่พวกเราเองก็เสียผลประโยชน์เหมือนกันหากคุณเลือกที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพวกคุณ

มันเป็นเรื่องน่าเสียดายว่าหากว่าคุณคิดว่าพวกคุณกับพวกเราเป็น "พวกเดียวกัน" เรื่องราวนี้ก็คงไม่ลงเอยแบบที่เป็นอยู่นี้

สุดท้ายขอแสดงความเห็นด้วยกับแถลงการณ์นี้
ในฐานะผู้ใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศไทยคนหนึ่งครับ

VanGogh Fri, 17/09/2010 - 09:36

+1 เห็นด้วยกับแถลงการณ์ครับ

นิมิต เสรีวัตตนะ

+1 เห็นด้วยครับ ทำเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมเถอะ เลิกทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว อย่าดึงอย่ารั้งกันไว้อีกเลย
ทำไมชอบคิดถ่วง ทำไมไม่คิดที่จะช่วยกันพัฒนาช่วยกันทำ ถ้าช่วยๆ กันทุกคนก็ win win
พลเชษฐ์ เตปันวงศ์

ขอร่วมสนับสนุนแถลงการณ์ดังกล่าวครับ

ผมไม่ได้อะไรกับสามจีครับ (เพราะเครื่องผมไม่รองรับ) แต่ผมอยากเห็นกระบวนการดำเนินการทางโทรคมนาคมเป็นไปอย่างถูกต้องและไร้ปัญหาให้มากที่สุดครับ

ในระบบการค้าเสรี ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกสินค้าและบริการครับ

น่าผิดหวังมากครับ ผมว่าองกรค์ต่างๆตั้งมาทับซ้อนกันเกินไปครับ
ทำให้ขัดแข้งขัดขากันเอง น่าจะรวบไปเลยนะครับ

กสทช. คือความพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ครับ
เพราะจะไปปิดบริษัทเลยคงไม่ได้

แต่ยังไงก็คงต้องให้ผู้เล่นมีอำนาจต่อรองเท่ากันก่อน

fozarn Fri, 17/09/2010 - 09:55

+1 เห็นด้วยกับแถลงการณ์นี้เช่นเดียวกันครับ

lastone Fri, 17/09/2010 - 10:09

+1 ทำจดหมายเปิดผนึกเลยดีไหมครับ

resolution Fri, 17/09/2010 - 10:12

+1 ด้วยคนครับ
อยากให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ครับ จะได้ทำอะไรได้มากขึ้นกว่านี้
ส่วนตัวผมคิดว่าตอนนี้เทคโนโลยี 3G ก็เริ่มจะเก่าแล้วนะครับรีบๆเอาเข้ามาใช้กันซะทีเถอะ
ไม่อยากให้มาทะเลาะกันอยู่แบบนี้ เหมือนเด็กแย่งของเล่นกันเลยอะ

ปฏิรูปองค์กรรัฐวิสาหกิจ บางองค์กรผมก็ไม่เห็นด้วยนะ

แต่องค์กรเสือนอนกินวันๆไม่ทำอะไร แถมยังไปขัดขวางอีกซะงั้น

สมควรอย่างยิ่ง

แต่ผมสงสัยครับ ทำไมรัฐบาลถึงไม่มีปัญญาห้าม ในเมื่อเป็นของรัฐ 100%

บางอย่าง ถ้ารัฐบาลเข้าไปยุ่ง

ก็อาจถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงร่วมในนั้นได้

สรุป ยุ่งหรือไม่ยุ่งก็โดน ทั้งขึ้นทั้งร่อง อยู่ดี

ผมไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปองค์กรรัฐวิสาหกิจใดๆ ทั้งสิ้นครับ ของรัฐก็ควรเป็นของรัฐต่อไป แต่ล้างบางมันบ้างก็ได้ ยกเครื่องให้การทำงานมันดีขึ้นไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเสือนอนกินอยู่แบบนี้

หลักการของประเทศที่มีการค้าเสรี (เช่นไทย) คือรัฐบาลไม่ควรเข้าไปทำอะไร ที่เอกชนสามารถทำได้ และแข่งขันได้อย่างแข็งแรงดีครับ คงนึกออกว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องมาเปิดโชว์ห่วย ขณะที่ประเทศที่เศรษฐกิจแบบรวมศูนย์หลายประเทศ (เคย) ทำ

รัฐวิสาหกิจ เราต้องมีเพราะเรามีความเชื่อบางประการครับ เช่นว่า

  1. เอกชนไม่สามารถให้บริการอย่างทั่วถึง เพราะบางพื้นที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน
  2. ค่าลงทุนแพงมาก จนไม่มีเอกชนรายใดลงทุนได้
  3. เป็นบริการที่ไม่คุ้มทุน หรือหากจะเอาให้คุ้ม จะแพงจนประชาชนเดือดร้อน (เช่นโรงพยาบาล ที่แม้จะมีเอกชน แต่ก็ราคาแพง)
  4. ทรัพยากรที่ใช้ มีจำกัดมาก จนไม่สามารถเกิดการแข่งขันได้ เช่นทางด่วน เราคงสร้างคู่ขนานไปสี่ห้าสายไม่ได้

อุตสาหกรรมหลายอย่าง เคยเป็นเช่นนี้จริงๆ ครับ เช่นสายการบิน การสื่อสาร ฯลฯ แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ภาคเอกชนแข็งแรงขึ้น สามารถให้บริการได้ดี ทั่วถึง แถมมีกำไร มีการแข่งขันที่แข็งแรง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว รัฐบาลก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งอีกต่อไป

เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไปเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงคิดว่า "ของรัฐก็ควรเป็นของรัฐต่อไป" ล่ะครับ???

ตามหลักการแล้ว

  • รัฐให้เอกชนเช่าสัมปทาน
  • สัญญาค่าสัมปทาน มักจะมีเปอร์เซนต์รายได้ต่อปี
  • เอกชนมีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษี
  • รัฐเสียเงินค่าองค์กรณ์กำกับดูแล
    • ซึ่งทั่วไปก็มักจะถูกกว่าค่าอุดตัวแดงของรัฐวิสาหกิจ
  • สามารถปล่อยสัมปทานให้หลายเจ้า เพื่อลดความเสี่ยงที่บางเจ้าแข่งไม่ได้ ไม่มีกำไร หรือล้มละลาย
  • รัฐไม่ต้องรับความเสี่ยงขาดทุน
  • การดำเนินการของเอกชนที่ต้องเข้าตลาดหุ้น ที่มาของเงิน มักโปร่งใสตรวจสอบได้มากกว่ารัฐวิสาหกิจ ส่วนนี้ถือเป็นกำไรสังคม
  • เอกชนที่กิจการดี ส่งผลให้การลงทุนในประเทศเป็นบวก เกิดกำไรแก่ผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • เอกชนที่กำไรดี มักเจียดกำไรมาวิจัย เพิ่มการบริการ เพิ่มพื้นที่ตลาด สร้างงาน พัฒนาประเทศ ต่างกับรัฐวิสาหกิจที่นั่งกินนอนกิน เช้าชามเย็นชาม มีของราคาถูกแต่ไม่มีการพัฒนา แค่ขอคู่สายโทรศัพท์สี่ปีก็ยังไม่มี(ความแค้นส่วนตัว + บางคนก็เป็นสิบๆปี แถมพอหันไปขอเอกชน เดือนสองเดือนก็มาแล้ว) รถไฟก็ตกรางแล้วอ้างว่าไม่มีงบทั้งที่ไถงบคลังมาอุดตัวแดงได้ตลอด

เลยเถิดแล้วสิ ขอโทษครับ

กำไรอาจจะตกที่ใครอีกเรื่องครับ (เพราะบางกิจการอาจจะขาดทุน) อันนี้คงบอกภาพกว้างไม่ได้

แต่แน่คิดหลักคือเพื่อประโยชน์ (ซึ่งอาจจะไม่ใช่กำไร) เพื่อประชาชน โดยรวม เพื่อความเท่าเทียม และเพื่อความทั่วถึง

ตามหลักแล้ว กำไรจะถูกกันบางส่วนมาจ่ายเป็นโบนัสให้กับพนักงาน บางส่วนเป็นงบลงทุนในกิจการ และที่เหลือจะส่งคืนคลังครับ

มีของรัฐแข่งขันกับของเอกชนก็น่าจะได้นี่ครับ ผมไม่แน่ใจเรื่องนี้เช่นกันเพราะผมก็ไม่ได้ศึกษามาอย่างลึกซึ้งเท่าไหร่ รบกวนแนะนำด้วยนะครับ

เพราะตอนนี้ CAT กับ TOT เป็นเจ้าของสัมปทานรายอื่นต้องมาจ่ายถึงแข่งขันกันไม่ได้ครับ แต่จริงๆก็ต้องมีมุมอื่นอีกเช่น บริษัทอื่นไม่ยอมไปลงในพื้นที่ที่ไกลๆเพราะไม่คุ้ม แต่ด้วยเป็นของรัฐจึงทำหน้าที่ส่วนนี้แทน

ลงชื่อสนับสนุนครับ
จิรายุ เอกวิภพ

ปล.ผมเริ่มคิดไปเองแล้วว่าเราคงไม่มีวันพ้นยุค2G (ไม่นับที่ TOT CAT มีนะครับ คุณภาพกับบริการห่วยจนน่าหัวร่อ)

เห็นด้วยทุกกรณีครับ
พร้อมสนับสนุนการ sign petition ด้วย

ถึงแม้การล่าช้าครั้งนี้จะเกิดจาก CAT และ TOT อย่างที่เคยในครั้งก่อนๆ
แต่ถ้ายอมให้เกิดอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ทางกระทรวงฯ และรัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบไปไม่ได้เลย

สนับสนุนการแปรรูป CAT และ TOT เข้าตลาดหลักทรัพย์
ถ้าเกิดขึ้นได้จริง ต้องจับตามองการประท้วงของสหภาพ และกลุ่มการเมือง ที่จะใช้ข้ออ้างเดิมๆว่า เพื่อปกป้องสมบัติของชาติ อีกด้วย

เห็นด้วย ครับ

ถึง TOT, CAT องค์กรที่ไม่เจริญทั้งวิธีกาีีรทำงานและความคิด
กรุณาอย่าขวางความเจริญของประเืทศชาติเลย

Bugkeng Fri, 17/09/2010 - 10:32

+1 ขอสนับสนุนแถลงการณ์ฉบับนี้ครับ

ขอร่วมสนับสนุนแถลงการณ์นี้ด้วยครับ
พอจะมีช่องทางฟ้องศาลปกครองไหมครับ ว่าบอร์ดของ CAT และ TOT ซึ่งยังถือเป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติแบบนี้ :(

เห็นด้วยครับ ผมยังสนับสนุนเรื่องยื่นฟ้อง กสท ที่ทำให้การพัฒนาประเทศล้าช้าด้วยนะครับ

มงคลกิตติ์ พงษ์นริศร

F16 Fri, 17/09/2010 - 11:42

+1 เห็นด้วยและขอสนับสนุนแถลงการณ์นี้ครับ

รัฐบาลคงทำอะไรมากไม่ได้ ยิ่งอยู่ในช่วงที่ฝ่ายค้านเป็นแบบที่...ที่เห็น ๆ กันอยู่ แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ขอลงชื่อสนับสนุนด้วยครับ
วุฒิพงศ์ วงศ์กุลเดช

ฝ่ายค้านทำอะไรเหรอครับ?

เรื่องนี้ฝ่ายค้านแทบไม่ได้คัดค้านอะไรเลยนะผมว่า
มีแต่รัฐบาลไม่ทำงานทำการเอง มีหน้าที่เขียนพรบ. ทำไมไม่ทำ

เอาแค่ว่าฝ่ายรัฐบาล แค่ไม่โดดประชุม ไม่ตีรวนกันเอง ก็มีเสียงพอสำหรับการทำงานพอดีอยู่
แล้วความเป็นจริงนี่มันอะไร? ส.ส.ที่โดดประชุมบ่อยสุดมันฝ่ายไหน?
ผมอยากทราบ

อ่า ขอโทษครับ เผอิญไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับ พรบ. นี้ เห็นว่าไม่ผ่านสภา

แต่ผมก็จำได้ว่า รัฐบาลเป็นคนทูลเกล้าถวาย พรบ. ไม่ใช่หรือครับ?

jdeva Fri, 17/09/2010 - 11:56

+1 เห็นด้วอย่างยิ่งครับ
กำลังฝันหวานอยู่กับเรื่อง 3g เหมือนมีใครบางคนมาทำให้ตื่น

ราคาล่าสุด

Stock | Value('000) | Last Done | Change
------- | ------------ | ------------ | ---------
ADVANC | 3,656,614 | 90.250 | -7.750
TRUE | 2,998,125 | 5.350 | -1.450
DTAC | 1,381,617 | 40.000 | -5.500

nuntawat Fri, 17/09/2010 - 12:39

In reply to by susethailand

พอดีถึงปีหน้า ก็ต้องมาศึกษาเทคโนโลยีกันใหม่ เพราะ 4G ก็น่าจะใกล้เข้ามา ขึนไปทำ 3G อาจไม่ทันชาวบ้าน ... สรุป ไม่รู้จะช้าไปอีกกี่ปี! -"-

"หากไม่สามารถประมูล 3จี 20 ก.ย.นี้ และต้องรอกม.จัดสรรคลื่นความถี่ผ่านสภาฯในเดือน พ.ย. เป็นอย่างเร็ว อย่างช้ากม.ผ่านได้ ก.พ. – มี.ค.ปีหน้า (ถ้ายังไม่ยุบสภาฯไปก่อน) รอ สรรหาแต่งตั้งกสทช.อีก 6 เดือน ทำให้ 3 จี จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี ดังนั้นรอดูมติ กทช. วันนี้ จะยื่นอุทธรห์หรือไม่ หากอุทธรห์แล้วศาลยังยืนคำสั่งเดิม จะส่งผลลบต่อกลุ่ม Telecom และกระทบ จีดีพีปีหน้าจากเงินลงทุนที่จะหายไป 2 – 4 แสนล้านบาท"

ได้รับ forward mail มา

ขอแสดงความเห็นด้วยกับแถลงการณ์ครับ

โดยเฉพาะ การนำ กสท. และ กทช. (หรือ กสทช. ในอนาคต) ตลาดหลักทรัพย์
เนื่องจาก การเป็น บริษัทมหาชน ไม่ใช่ รัฐวิสาหกิจ แล้ว ผู้ถือหุ้นทุกคนควรได้มีส่วนร่วม
ในการกำหนดทิศทางขององค์กร ไม่ใช่ให้ผู้บริหารมาดำเนินการอะไรโดยไม่ผ่านมติผู้ถือหุ้น

นิธินัย วีริยานันท์

ผมว่ากำลังพูดถึงการนำ CAT, TOT เข้าตลาดหลักทรัพย์นะครับ ไม่ได้นำกสทช. ที่เป็นองค์กรอิสระ เข้าไปในตลาดฯ

รัฐบาลที่มาจากทหาร จะฟังเสียงนกเสียงกาหรือครับ เขาไม่เห็นประชาชนเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ ยิงทิ้งมาแล้วหลายศพ รอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ครับ

ในความคิดผมรัฐบาลไหนได้เปิดประมูลรัฐบาลนั้นได้ใจของประชาชน
ดังนั้น ตรองดูเสียใหม่ว่าใครได้ผลประโยชน์เสียผมประโยชน์

ปล.ในความคิดของผม สามารถแย้งได้เพราะไม่ได้บอกว่าผมถูก

ทุกอย่าง OK ยกเว้น ข้อเสนอ มันทำให้เสือนอนกิน กลายเป็นเสือหิวโซ เสือ 2 ตัวไม่ยอมปล่อยลูกแกะ 3G ให้ใครทั้งนั้น ทางเดียวคือ ให้รัฐบาลประกาศยกเลิกการให้สัมปทานคลื่นความถี่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยให้กระทรวง ICT เป็นเจ้าภาพแต่เพียงผู้เดียว แล้วเปลี่ยนจากคำว่า สัมปทาน เป็น ใบอนุญาต แทน

ผมว่าเราไม่ต้องใช้หรอก 3G ข้ามไป 4G เลยดีใหม เพราะกว่าจะเปิดใช้ได้มันคงล้าหลังไปแล้ว
และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแถลงการณ์นี้ครับ

อยากทราบว่าเทคโนโลยี 4G ที่มีใช้อยู่จริงๆต้องสร้างจากพื้นฐาน 3G หรือไม่
ถ้าต้องเลื่อนอีกปีนึง ก็น่าคิดอยู่

เห็นด้วยกับจุดยืนของ bolgnone

สนับสนุนครับ :)
เราน่าจะมีการทำหนังสือยื่นไปเลยนะครับ

ให้เ็ป็นลายลักษณ์อักษร

สิ่งหนึ่งที่อุบาท์ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในสังคมไทยมาก่อนก็คือ การที่ตนกลัวที่จะต้องสูญเสียรายได้จากสัมปทานเดิมจึงได้ระงับการประมูล 3g เอาไว้ เพื่อรักษารายได้ของตน ........... พอกันที แบบนี้อย่าได้หวัง 4g 5g 6g เลย ย้ำมันอยู่กับที่แค่นี้ล้ะ ก็เพราะ มีองค์เลวๆแบบนี้ ไม่ต่างจากพวกกลุ่มอื่นๆในสังคมที่หวังแต่ประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น

ขอสนับสนุนแถลงการณ์อย่างเต็มทีครับ

chon Fri, 17/09/2010 - 13:00

เห็นด้วยครับ ถ้าหน่วยงานของตัวเองไม่สามารถเข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาด ก็ปล่อยให้คนอื่นเขาเถอะครับ อย่าขัดแข้งขัดขากันเลย หวังว่าจะเห็นคนไทย ให้ความสำคัญกับประเทศมากกว่าผลประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้องเลยนะครับ ด้วยความวิงวอน จาก ผม หนึ่งในคนไทยหลายล้านคน

เห็นด้วยกับการที่ให้รีบ จัดสรรคลื่นความถีครับ
แต่ผมอยากให้มีการแข่งขันกันหลายเจ้ามากว่านี่
อยากให้แยกกันระหว่างโครงข่ายกับผู้ให้บริการ ( true AIS DTAC )ครับ
เรื่องวิธีแยกผมก็ไม่รู้เหมื่อนกันครับว่าจะทำยังไงดีแต่ไม่อยากให้เกิดการผูกขาดครับ
เบอร์โทรศัพท์ให้เป็นของผู้ใช้บริการอย่างเราซะทียืดเยื้อกันมากแล้ว
เพราะการที่ความถี่และเบอร์โทรศัพเป็นของเจ้าใดเจ้าหนึ่งจะทำให้
เกิดการผูกขาดอยู่ดีครับ ก็กลายเป็นของ 3 ค่ายใหญ่อยู่ดีคนอื่นคงไม่ได้หรอกครับ

ความอยากกับความจริงมันมีระยะห่างอยู่ครับ กทช. ใช้งบ 10 ล้านเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จครับ

ประเด็นนี้ผมสงสัยมากเลยครับ คือห้ามต่างชาติถือหุ้นเกินแล้วไปชวนมา แล้วยังไงผมงงอะครับ

รู้สึกเรื่องต่างชาติห้ามถือหุ้นเกินนี่มาทีหลังเลยนะครับ อยู่ๆก็เป็นประเด็นขึ้นมา
จำได้ว่ามีข่าวว่า กทช. ก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้

ชวนมาลงทุน 49% เท่าที่กฎหมายกำหนดไงครับ อย่าง AIS/DTAC ปัจจุบันก็ต่างชาติถือ 49% ตามเอกสาร แต่จริงๆ จะนับว่าถือเกินหรือไม่ ก็เป็นอีกประเด็นนึง

เห็นด้วยกับแถลงการณ์
ที่ไหนมีการล่ารายชื่อเพื่อยื่นต่อรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการประมูล 3G
ครั้งแรกของประเทศไทย ช่วยบอกด้วยจะรีบให้ชื่ออย่างไว

KillerNay Fri, 17/09/2010 - 13:56

CAT = Collapse All Telecommunication
TOT = Termination Other Technology

3G มีไปก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยพัฒนาหรอก.....สู้ยุบ CAT+TOT ทิ้งยังจะทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้มากกว่า (ยุบแล้วรอขึ้น 4G ไปเลย)

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ขอสักครั้งสำหรับผลประโยชน์เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่อยู่ในเฉพาะคำพูดที่สวยหรู แต่การกระทำนั้นตรงข้ามครับ ขอสักครั้งเพื่อคนไทยสักทีเถอะครับ

+1 เห็นด้วยครับ

จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นอะไร หรือเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม เจ้าของที่แท้จริงก็คือคนรุ่นหลังของประเทศไทยต่างหากที่จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้

ผมอยากจะถามเหมือนกันน่ะ คำว่า "ผลประโยชน์" นี้หมายถึงอะไร ใครได้ครับ อย่าเอาคำว่า "ของคนทั้งประเทศ" มาต่อท้าย มาบดบังกับสิ่งที่คนเพียงไม่กี่คนจะได้ จะเอาครับ "ผลประโยชน์" ที่ท่านปกป้องกันนักกันหนานี้ ถ้าเสียชีวิตไปแล้วเอาไปใช้ได้ไหมครับ? จะเอาติดตัวไปถึงโลกหน้าเลยหรือเปล่า, จะเอาไป chat คุยกับใครที่นั้นหรือครับ ?! (ใช้เป็นหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ดันมาทำกันอย่างนี้อีก)

สุดท้ายแล้วคนรุ่นต่อไปต่างหากที่จะได้ประโยชน์ครับ พอเถอะกับการแสวงหาประโยชน์ โดยคำว่า "ผลประโยชน์ของประเทศชาติ" มาเป็นข้ออ้าง

ถ้ามันบรรลุตามที่ท่าน ๆ ประสงค์ก็ขอให้ใช้สิ่งที่ท่านได้มา(ยังไงไม่รู้)ให้สนุกเถิด เพราะสุดท้ายแล้ว ก็แค่ "กว้างศอก ยาววา หนาคืบ" กันทุกคน

ถ้ามันบรรลุตามที่ท่าน ๆ ประสงค์ก็ขอให้ใช้สิ่งที่ท่านได้มา(ยังไงไม่รู้)ให้สนุกเถิด เพราะสุดท้ายแล้ว ก็แค่ "กว้างศอก ยาววา หนาคืบ" กันทุกคน

+1

พอจะส่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ว่าขาย(กิจการให้ต่าง)ชาติ

พอมีประมูลที่ทำให้ตัวเองเสียผลประโยชน์ตัวเองออกมาดิ้นพล่านๆ

มันน่าเห็นใจไหมเนี้ย

ขอระบายหน่อยแค้นมานาน CAT,TOT คิดไว้แล้วไม่ผิดตัวถั่งเดิมๆ ก็ออกมาอีก
สุดท้ายมารชั่วก็โผล่ให้เห็นชัดๆ แล้ว แต่ทำอะไรไ่ม่ได้ขอสาปแช่งก็แล้วกันอย่าให้มันได้ผุดได้เกิดอีกเลยทั้งพวก
ให้มันไปรักษาเงินปากผีมันในนรกเถอะเลว

ที่พอคิดได้คืออยากให้ยุบมัน ฟ้องมันคืน ร่วมกันด่ามัน เผื่อมันสำนึก

ถ้าประมูลไปแล้วไม่ผิดกฏหมาย
ความล่าช้า การเสียโอกาส ความเชื่อมั่นจากต่างชาติ มีใครรับผิดชอบ?

ผมไม่เคยเห็นพวกบิ๊กๆ มีตำแหน่ง ในประเทศนี้ เคยมีความรับผิดชอบอะไรซักอย่าง

ผมเองก็อยากใช้ 3G นะครับ เดี๋ยวนี้ต้องพกมือถือสองเครื่อง 3G เอาไว้ต่อเน็ต 2G เอาไว้โทรคุย (เพราะ 3G มันมีคลื่นมั่งไม่มีมั่ง) พอฟังข่าวล้มประมูลก็เซ็งๆ เมื่อไรจะได้ใช้ฟะเนี่ย

ผมเข้าใจ TOT และ CAT ในประเด็นที่ต้องฟ้องตามหน้าที่ ถ้าไม่ทำตามหน้าที่แต่องค์กรเสียประโยชน์ก็ต้องโดนพิจารณา ดังนั้นคงต้องฟ้องไปตามหน้าที่ สมมติไม่ฟ้อง ปล่อยให้ประมูลกัน แล้วอนาคตมีคนมาไล่เบี้ยว่าทำไมไม่ฟ้อง ผู้บริหารก็จะซวยเอา

ศาลท่านก็พิจารณาตามหน้าที่ ถูกไม่ถูกก็แล้วแต่กฎหมายว่ายังไง (ว่าแต่ใครล่ะที่มันร่างกฎหมาย)

ในฐานะที่ติดตามเรื่อง 3G มานาน ผมว่า TOT กับ CAT เขาก็อยากจะพัฒนา 3G ให้เต็มรูปแบบ มันติดที่ว่าเวลาของบไปพัฒนามันก็ต้องส่งเรื่องไปที่กระทรวงการคลังที่ถือหุ้นใหญ่ CAT ก็อยากซื้อ hutch ใจจะขาด เพราะถ้ายังไม่ซื้อ จะโหมการตลาดเต็มที่ก็ไม่ได้ TOT ก็อยากเพิ่ม cell site 3G ให้ทั่วประเทศใจจะขาด แต่สรุปว่าทุกอย่างมันไปติดที่รอกระทรวงฯอนุมัติ เสนอไปแล้วก็ตีกลับมาทบทวน ทบทวนแล้วทบทวนอีก .. กรรม

สรุป ไอ้ที่ประเทศมันถอยหลัง ทุกอย่างมันก็อยู่ที่นักการเมืองที่เราเลือกๆกันเข้าไปทั้งนั้นล่ะครับ

+1 ได้ยินว่า 'ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่' นี่สามารถฟ้องย้อนหลังได้ คือ ถ้าไม่ฟ้อง ภายหลังอาจจะมีคนอยากจะเล่นข้อนี้กับผ.อ. ขึ้นมาได้ง่ายๆครับ

เป็นลูกจ้างก็ต้องทำใจครับ

ผมเคยคุยกับคนใน Hutch ตอนนี้เขาก็ไม่อยากทำการตลาดหรือลงทุนอะไรมากแล้ว กะรอ CAT มาซื้อทีเดียว ส่วนคนใน CAT เองก็รอซื้อ Hutch ก็ไม่อยากลงทุนอะไรมาก ซึ่งจะซื้อไม่ซื้อก็ต้องรอคลังอนุมัติ ในมุมมองส่วนตัวของผม CDMA มันจะตันแล้วครับ ไม่มีเส้นทางไปต่อแล้ว ต่างประเทศก็จะเลิกใช้กันแล้ว หันไป WCDMA หมด ผมเลยไม่ค่อยสนใจมาก

มาดูทาง WCDMA ฝั่ง TOT เอง ตอนนี้ก็อยากขยาย 3G มากๆ ยิ่งช่วงที่ยังไม่มีการประมูล 3G ในช่องสัญญาณที่เหลือนี่ มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากในการรีบลงทุนขยายเครือข่าย ... แต่ ถ้าใครตามข่าวก็จะรู้ว่าขออนุมัติขยายเครือข่ายไปแล้วก็โดนตีกลับมาให้ทบทวนใหม่ ไม่รู้เมื่อไรจะทบทวนเสร็จ

มาดูค่าย GSM แต่ละค่าย

เริ่มที่ทรู ค่ายที่กระตือรือร้นที่สุด เขาขยันเป็นพิเศษในการเพิ่ม cell site ที่เป็น 3G เพราะถ้าเขาประมูลคลื่น 2100 ได้เมื่อไร ก็กดปุ่มเปลี่ยนจาก 850 เป็น 2100 ก็เป็นอันพร้อมใช้งาน และคลื่น 850 ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอยู่ ณ ตอนนี้ ดังนั้นก็ขยายได้เต็มที่ โชคดีจริงๆนะเนี่ย !

ค่าย AIS ไปเปิดที่หัวเมืองต่างจังหวัดด้วยคลื่น 900 เพื่อทดสอบตลาด สาเหตุที่เปิดใน กทม ได้ไม่มาก เพราะห่วงลูกค้า 2G เดิมว่าช่องสัญญาณจะไม่เพียงพอ เพราะดันใช้คลื่น 900 คลื่นเดียวกับ 2G ที่ให้บริการอยู่ ดังนั้นใน กทม ก็เลยมีแต่บางที่แถวๆสยามเท่านั้น จะขออะไรก็ลำบาก เพราะตอนนี้การเมืองก็ไม่ค่อยอำนวย น่าสงสารเนอะ

ค่าย DTAC ทดสอบกับลูกค้า 2000 คนได้ก็พอใจแล้ว เก็บเงินค่าโทร 2G ส่งเจ้าของที่ ตปท ดีกว่า ลงทุนเยอะแล้วก็ต้องเก็บกำไรกลับบ้านสิคร้าบ นโยบายการลงทุนตอนนี้ บอกคำเดียวว่า conservative สุดๆ อะไรไม่เห็นกำไรชัดๆโต้งๆ ไม่ทำหรอก !

ครับ ใครล่ะครับที่ร่างกฏหมาย "ฉบับนี้"?

ไม่ใช่ คมช. ขิงแก่ และเหล่าสภาชิกสภานิติบัญญัติที่อวยกันนักกันหนาว่าเป็น "คนดี" หรอกเหรอครับ

ไม่ใช่พวกชาวศาลชาวตุลาการ ที่ออกมาตุลาการภิวัฒน์กันเย้วๆ ไล่ทักษิณ สนับสนุนม็อบเหลือง ด่าม็อบแดงทุกวัน นั่นหรอกรึ?

ผม ไม่ ได้ เลือก คมช. และขิงแก่
ให้มาเขียนกฏหมายสั่วๆอย่าง รธน. ปี 50
ที่ต้องยัดเยียดข่มขู่ทุกวิถีทางถึงจะผ่านประชามติเสียงปริ่มน้ำ

และยังก่อปัญหาให้การประมูล 3G ในตอนนี้

และ ผม ยังจำได้ ว่า เสียงส่วนใหญ่ ของประเทศ ไม่ได้เลือก รัฐบาลชุดนี้

ขอหลักฐานเรื่องข่มขู่ทุกวิถีทางอะไรของคุณหน่อยได้ใหมครับ
ส่วนเสียงปริ่มน้ำ ห่างกันเกือบ 5 ล้านคะแนนนี่โครตปริ่มเลยเนอะ
แล้วเสียงส่วนใหญ่ของประเทศเลือกรัฐบาลไหนครับ

เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ "ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา" เลือกพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคอื่นครับ

ส่วนเรื่องข่มขู่ทุกวิถีทาง เอาง่ายๆนะครับ
ท่านประธาน คมช. ผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ณ ตอนนั้น เคยเอ่ยออกมาว่า ถ้าหากว่า รธน. ฉบับที่ร่างมา ไม่ผ่านประชามติ
คุณยังจำได้มั้ยว่า ท่านพูดว่า ท่านจะทำอย่างไรบ้าง

รวมถึง ยังจำได้หรือไม่ กับข่าวที่มีการโยกย้ายข้าราชการในเขตพื้นที่ๆไม่รับประชามติ

ผมเดาว่าคุณไม่ได้จำ และถึงมีฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลออกมาบอกว่าโดนข่มขู่ คุณก็ไม่เคยเชื่อ

ครับ เลือกพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคอื่น แต่เราไม่ได้เลือกให้เค้าเป็นรัฐบาลนี่ครับ หรือถ้ามองอีกนัยนึง หมายความว่าคนที่ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย มีมากกว่าคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยครับ

นี่คุณจำไม่ได้จริงๆเหรอครับว่า พรรคภูมิใจไทยแตกออกมาจากพรรคเพื่อไทย และในตอนนั้นพรรคเพื่อไทยมีเสียงปริ่มน้ำพอเป็นรัฐบาลได้พอดี

พรรคไหนแตกมาจากพรรคไหนไม่สำคัญครับ สำคัญแค่ว่าฝ่ายไหนมีคะแนนเสียงมากกว่า ขอยืนยันด้วยคำพูดเดิมครับ "ไม่งั้นเค้ามาเป็นรัฐบาลไม่ได้หรอก" มันไม่สำคัญว่าเสียงปริ่มน้ำหรือเสียงเกือบเท่ากันครับ ต่างกันแค่เสียงเดียวก็จบข่าวแล้ว แต่การที่มีพรรคร่วมรัฐบาลที่ปล่อยให้หนีไปไม่ได้ให้ต้องเอาใจทำให้บริหารงานไม่ง่ายนักและไม่ค่อยมีเสถียรภาพแบบที่เห็นๆ กันอยู่นี่เท่านั้นเองครับ

รัฐธรรมนูญหรือกฏหมายข้อไหนที่บอกว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดต้องเป็นรัฐบาล และการเลือกตั้งที่ผ่านมาสรุปให้เห็นแล้วว่า เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เลือกพรรคอื่นมากกว่าพรรคเพื่อไทยครับ พลังประชาชน​ ณ ตอนนั้น 233 พรรคอื่น 247 ครับ
แล้วที่บอกเรื่องเสียงปริ่มน้ำเนี่ยแสดงว่าเลือกตั้งปีล่าสุดกับคะแนนเพียวๆ 13.2ล้าน กับ 12.8ล้านนี่ก็ปริ่มน้ำด้วยสิ
ก็เหมือนที่คุณเชื่อในเรื่องที่คุณอยากเชื่อไงครับ ประธานคมช บอกว่าไงเขาข่มขู่ยังไงครับบอกให้ละเอียดหน่อย
ย้ายข้าราชการมันก็มีประจำอยู่แล้วไม่ว่าเขตที่รับหรือไม่รับประชามติ อันนี้คุณมั่วเห็นๆ

งั้นต้องขอโทษครับ ผมจำผิดเองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา คนเลือกพรรคพลังประชาชนมากที่สุด แต่ก็ยังไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่

และใช่ครับ 13.2 กับ 12.8 ก็จัดว่าปริ่มน้ำครับ

ส่วนเรียกว่า ประธานคมช. ข่มขู่ยังไง
ผมก็ถามไปก่อนแล้วว่า คุณจำได้หรือไม่ได้ ว่าตอนนั้นประธาน คมช.พูดอะไรไว้บ้าง
ตอบคำถามผมก่อนได้ใหม? หรือแกล้งลืมไปแล้ว?
การโยกย้ายข้าราชการที่ เรียกได้ว่าไม่ชอบธรรม ก็มีมากมาย และการโยกย้ายข้าราชการในเขตพื้นที่สีแดงก็มากกว่าปกติ
มีการพูดออกสื่อ ขู่ข้าราชการในเขตพื้นที่สีแดง ก็คงเป็นเรื่องประจำ?
คุณเองหรือเปล่าที่เชื่อแต่เรื่องที่อยากเชื่อ

ผมตามอ่านอย่างใจจดใจจ่อมาหลายวันแล้ว คุณก็ได้แต่ถามคนอื่นว่า "จำได้ไหม" แต่ไม่ยอมบอกสักที ตกลงคุณจำได้จริงๆปะเนี่ย?

555 นั่นน่ะสิครับ

คุณ Thaina ก็บอกๆมาซักทีสิครับ ว่าข่มขู่ว่ายังไง
ถามเค้าอยู่ได้ว่าจำได้มั้ยๆๆๆๆ แล้วถ้าคนอื่นเค้าไม่เคยฟังที่ข่มขู่ เค้าจะเอาอะไรมาจำครับ

เพราะผมเองก็ไม่เคยฟังเหมือนกัน เลยไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพยายามจะสื่อ

อ๋อ ผมจำได้แล้ว ประธานคมช. บอกว่าถ้าไม่รับประชามติอั๋วจะเอานิวเคลียร์ มาถล่มประเทศไทยให้พินาจ ราบเป็นหน้ากลอง จนผมขี้ขึ้นหัวรีบไปกาให้ผ่านนั่นเอง เฮ้อไม่น่าลืมเลยเรา เนี่ยแถมข่มขู่คุกคามจนผมไม่กล้าเดินทางไปทำงานคนเดียวกลัวทหารจับ ได้ยินเสียงตดเด็กก็นึกว่าทหารยิงปืน เวรกรรมจริงๆ แต่เอ๊ะลืมไปเราคนไทยไม่ชอบให้ใครมาขู่นี้หว่ายิ่งขู่ยิ่งต่อต้าน แถมเราไปการับหรือไม่รับก็ไม่มีใครรู้แล้วใครจะมาทำอะไรผมได้ ผมคงเข้าใจผิดไอ้smsนั่นแน่ๆ

อ้างต่างๆ นาๆ แผ่นเสียงตกร่อง 2มาตรฐาน คุณมันพวกได้ดีในยุคทักษิณ ไม่สนความถูกต้องของคนอื่น สนแต่ความถูกต้องของตัวเอง การย้ายยุคทักษิณมีมากกว่ายุคหลังๆ การขู่คุกคามยุคทักษิณก็มากกว่า คุณเป็นคนที่มีเหตุผลห่วย เรื่องเสียงปริ่มน้ำ การดูถูกคนอื่น เช่น ถามว่ารู้จัก CSR ไหมเป็นต้น คุณชอบบอกว่าผมรู้ว่าโน่นนี่นั่น คนอื่นว่าไงคุณเถียงได้เสมอ คุณคือเสื้อแดงตัวจริง
ผมขออัดคุณเพราะหมั่นใส้อย่างแรง คิดว่าหลายคนคงสะใจ rep นี้ หลายคนที่เป็นแดงอยากด่าผมก็เชิญ เราว่ากันตามเหตุผล แต่ถ้าเหตุผลมันข้างๆ คูๆ ก็ต้องมีการใช้กำลังบ้าง ผมพวกชอบใช้กำลังเมื่อจำเป็น

การย้ายยุคทักษิณมีมากกว่ายุคหลังๆ
การขู่คุกคามยุคทักษิณก็มากกว่า

  • การย้าย และการข่มขู่คุกคาม ในยุคทักษิณ มีมากกว่ายุคก่อนๆ และยุคหลังๆ จริงหรือ?
  • คุณยอมรับแล้วใช่หรือไม่ การกระทำที่เลวร้่ายของทักษิณ ไม่ใช่ว่าทักษิณทำอยู่คนเดียว มากน้อยต่างกันไป แต่คนที่ไล่ทักษิณ ก็ทำไม่ต่างกัน
  • คุณใช้ความเห็นของตัวเองตัดสินใช่หรือไม่ ว่าจะใช้กำลังที่ไหน กับใคร อยากทราบว่ามีใครทำให้คุณเชื่อว่า มีความจำเป็นที่คุณต้องใช้กำลังกับคนอื่น?

ใช่ครับ ผมคือเสื้อแดงตัวจริง และผมไม่เคยปฏิเสธ

ขอโทษครับ อย่างที่เม้นก่อนผมว่า ๕ ล้านนี่ไม่เรียกว่าเสียงปริ่มน้ำครับ

และผมยังเข้าใจว่า เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เลือกพรรคการเมืองเหล่านี้มา และเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เลือกรัฐบาลชุดนี้แน่นอนครับ ไม่งั้นเค้ามาเป็นรัฐบาลไม่ได้หรอก

ผู้ที่ออกไปลงประชามติ รวมกัน กี่ล้านครับ?
มีผู้ที่ออกเสียงไม่รับ กี่ล้านครับ?

คำว่าปริ่มน้ำ มีความหมายถึงเศษส่วนครับ
ยังจำได้หรือไ่ม่ว่า รับ:ไม่รับ กี่เปอร์เซ็นต์?

ผ่านประชามติด้วยเสียงปริ่มน้ำ ผมว่ามันก็ไม่เกินเลย
เหมือนจำนวน ส.ส. ในรัฐบาลนี้แหละ

เอ่อ ครับ แต่ถ้าคิดคนไทยทั้งประเทศเลยด้วย ถ้าคะแนนเสียงเป็น 30 ล้านต่อ 35 ล้านผมก็ไม่เรียกปริ่มน้ำครับ ยิ่งคนไปลงประชามติน้อยกว่านั้นส่วนต่างก็ยิ่งมากขึ้นๆ อยู่ดี

ถึงได้ถามไงครับ
คุณยังจำได้หรือไ่ม่ว่า จำนวน รับ:ไม่รับ กี่เปอร์เซ็นต์?

ต่อให้มีคนรับสามพันล้าน แต่ถ้าคนไม่รับมีสองพันแปดร้อยล้าน ผมว่าเขาก็เรียกว่าปริ่มน้ำนะครับ
คุณเข้าใจความหมายของคำว่าปริ่มน้ำจริงๆรึเปล่าครับ?

นั่นสิครับผมชักสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าอาจจะเข้าใจคำว่าปริ่มน้ำผิดไป รบกวนแนะนำด้วยครับผมจะได้ไม่พลาดอีก

คำว่าปริ่มน้ำ มีที่มาจากไหนผมไม่ทราบ แต่ตอนนี้มักจะใช้เรียก รัฐบาลปัจจุบัน ที่มีคะแนนเสียงในสภา ใกล้เคียงกับฝ่ายค้าน

ทั่วไปมีความหมายประมาณว่า ได้พอดี เกือบๆจะไม่ได้แล้ว

ซึ่งครั้งลงคะแนนรับรัฐธรรมนูญ ได้คะแนน รับ ไป 56%
จัดว่าปริ่มน้ำหรือไม่? อันนี้อาจจะเป็นเรื่องของเกณฑ์แต่ละบุคคล
แต่คำว่าปริ่มน้ำ ไม่เกี่ยวกับจำนวนมากหรือน้อย แต่เป็นคำเทียบอัตราส่วนครับ

คนรับร่าง 57% ครับ
ไม่รับ 42%
ห่างกัน 15% ผมไม่นับว่าปริ่มนะครับ

คุณกำลังโดนตัวเลขหลอกหรือเปล่า?
หรือหลอกตัวเองกันแน่
เราไม่ได้เทียบว่า 57 เกินครึ่งมาแค่ 7 นะครับ

แล้วแน่จริงกลับไปตอบคุณ supermanpk ข้างบนด้วยนะครับ

ผมก็ว่างั้น แต่เรื่องปริ่มน้ำมันก็แล้วแต่คนคิดครับ บางทีเค้าอาจจะเข้าใจว่า ๑๐๐% ต่อ ๐% เป็นเอกฉันท์ ๙๙% ต่อ ๑% เป็นปกติ ๙๘% ต่อ ๒% เป็นสูสี ที่เหลือเป็นปริ่มน้ำก็ได้นะครับ

ใช่ครับ ผมเทียบว่า 56% คือ เกิน 50% มาแค่ 6
และผมจัดว่าปริ่มน้ำ

ถ้าให้ผมจัดว่า ไม่ปริ่มน้ำ
ผมเห็นว่า มันคือ 60 - 66% ครับ
มากกว่า 66% หรือ 2 ใน 3 ถึงจัดว่าชนะขาดลอย

ถึงบอกว่าห่างกัน 5 ล้าน ผมเห็นว่ามันก็ไม่เกี่ยว เพราะมันเป็นเลขเปล่าๆไม่ใช่เปอร์เซ็นต์

เรา ของคุณ นี่คือ ใคร เหรอครับ
สมมุติมีคน 20 คน 11 คน เอา 9 คน ไม่เอา
55% ต่อ 45% ห่างกัน 10% ส่วนต่างสองคน
จัดว่าปริ่มน้ำหรือไม่?

ผมก็ต้องขอโทษที่ลืมไปว่านี่เป็นเกณฑ์ตัวเอง
แต่
5 ล้าน
30 ล้าน
ไม่ใช่ตัวที่จะเอามาบอกว่ามันปริ่มน้ำหรือไม่ จนกว่าจะหารกันเป็นเลขเปอร์เซ็นต์ครับ

ป.ล. ใช่ครับ เอกฉันท์คือ 100% เท่านั้น
ส่วนคำว่า สูสี ก็เป็นอีกมุมนึงของคำว่า ปริ่มน้ำ ครับ

ผมว่าโลจิคของคุณมันแปลกๆ นิดนึงนะครับ
ไอ้เรื่องที่นับเฉพาะมากกว่า 50% เนี่ย ก็อย่างนึงแล้ว
สมมติว่ามีกรณี 3 ทางเลือกแล้ว ได้ผลออกมา 40% 30% 30%
แสดงว่าฝ่ายที่ 40% ก็ไม่ใช่เสียงส่วนมากใช่ใหมครับ เพราะไม่มีทางเลือกไหนได้มากกว่า 50%
(แต่เป็นวิธีที่เราใช้เลือกตั้งทุกประเภทนะครับ)
เรื่องที่คิดแต่เปอร์เซ็นแต่ไม่ได้คิดจำนวนทั้งหมดเนี่ย มันก็ไม่สมเหตุผลนะครับ
ระดับความสำคัญของข้อมูลระหว่าง 55/45 ที่ จำนวนตัวอย่าง 20 คน
กับ 55/45 ที่ จำนวนตัวอย่าง 20 ล้านคนเนี่ย มันละคนเรื่องเลยนะครับ
ในกรณ๊ 20 คน แค่เปลี่ยนใจคนเดียว ผลตัวอย่างก็เปลี่ยนไปเยอะแล้ว
แต่ในกรณี 20 ล้านคน คนเปลี่ยนใจคนเดียว มันไม่มีผลเท่าไหร่หรอกครับ
2 คนจาก 20 กับ 2 ล้านคนจาก 20 ล้านคนเนี่ย มันไม่เหมือนกันหรอกนะครับ
แค่เปอร์เซ็นต์อย่างเดียว ไม่ใช่ absolute measurment นะครับ
ขอแค่แสดงความเห็นในเรื่องหลักการและหลักทางสถิตินะคับ ไม่อยากโยงไปเรื่องอื่น

ผมว่าโลจิคของคุณแปลกๆครับ เพราะคำว่าปริ่มน้ำ ใช้กับสองทางเลือก ใช่หรือไม่ใช่ ได้หรือไม่ได้

และผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า คำว่า ปริ่มน้ำ มีคำจำกัดความแม่นยำแค่ไหน
ถ้าหาก 55/45 ในจำนวน 100 คน จะเรียกว่า มีแค่ 5 คน หรือตั้ง 5 คน
1000 คน จะเรียกว่า แค่ 50 หรือ ตั้ง 50

ถ้าเปลี่ยนเป็น 51/49 น่าจะชัดเจนกว่า
ถ้าสมมุติว่ามีหนึ่งล้าน คนก็มักจะใช้ว่า แค่หมื่นเดียวก็ครบแล้ว มากกว่า อีกตั้งหมื่นกว่าจะครบ
รึเปล่าครับ?

ถ้าไม่มั่นใจในความหมายของคำหรือคิดว่าคำมันกำวม ก้อย่าใช้สิครับ มันจะทำให้เกิดความสับสน
แล้วผมก็ไม่ได้พูดถึงคำว่าปริ่มน้ำซักคำนะครับ
ผมแค่บอกว่าการนับจากทางเลือกสองทาง มันไม่ควรจะนับมากกว่า 50% นะครับ
มันควรเป็นการเปรียบเทียบจากสองทางมากกว่า
เช่น ถ้าเป็นกรณี 55 ต่อ45 ก็คือมันมากกว่า ((55-45)/45)*100=22.222% นะครับหรือว่าจะเอา 55 หารก็ ประมาณ 18%
ไม่งั้น ถ้าเปรียบแบบที่คุณพูด ในกรณี 75/25 เนี่ย มันก็แค่มากกว่าครึ่งเอง 25% เองฟังดูเหมือนไม่เยอะนะครับ แต่ในความเป็นจริง อัตราส่วนคือ 3/1 นะครับ มากกว่าเป็นสามเท่าตัว มากกว่ากันนับเยอะนะครับ
แค่จะบอกว่า หลักการที่คุณใช้เนี่ย มันผิดจากหลักทางสถิติที่ใช้กันทั่วไปนะครับ

แล้วคุณมั่นใจรึเปล่าครับว่าทุกคำที่คุณใช้ ถูกต้อง 100% ทั้งหมด?
ที่ผมใช้ผมก็มีความเชื่อว่ามันถูกต้อง แต่ผมก็คิดอยู่เสมอว่ามันไม่มีอะรที่เชื่อมั่นได้ว่าถูกต้อง ผมจึงบอกว่าไม่ทราบ

มากกว่าครึ่ง 25% นี่ แค่ฟังผมรู้สึกว่าเยอะมากแล้วครับ
แต่ถ้ามากกว่าครึ่งมา 1% - 5% ผมก็รู้สึกว่ามันน้อย จัดว่าปริ่มน้ำ

เอาแค่หลักการสถิติที่คุณใช้ คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าถูก?
ทำไมคุณถึงแน่ใจว่าถูก?
มีเศษความสงสัยในใจบ้างหรือไม่?

เอาเป็นว่าผมถามหน่อยว่า
ปริ่มน้ำ เป็นคำที่ใช้กับการแบ่งจำนวนด้วยสองตัวเลือก จริงหรือไม่?
เป็นคำที่ใช้เมื่อจำนวนในสองตัวเลือกนั้น ใกล้เคียงกัน จริงหรือไม่?
เป็นคำที่ใช้กับการเทีบยสัดส่วน จริงหรือไม่?

เพื่อป้องกันความสับสน ผมขอถามคำถามนี้ก่อน
หลักเกณฑ์ว่า ห่างกันกี่เปอร์เซ็นต์ หรือส่วนต่างจากตรงกลางเท่าไหร่ ใช้วิธีไหน ว่ากันอีกที

ผมไม่ได้มาเถึยงเรื่องคำว่าปริ่มน้ำอะไรของคุณเลยนะครับ อ่านให้ดี
แล้วมันไม่ได้เกี่ยวว่าในชีวิตผมต้องใช้คำพูดถูก 100% แล้ว ถึงจะมีสิทธิ์บอกคุณได้ว่าคุณใช้คำพุดทำให้ความสับสนได้
แล้วทุกอย่างที่คุณพูดเนี่ย คุณใช้ความรู้สึกคุณตัดสินเอาเองทั้งนั้น ว่ามันมากมันน้อย ซึ่งผมไม่เคยพูดนะครับ 1%หรือว่า5% มันมากหรือน้อย แค่บอกว่ามันใช้เป็นตัววัดตัวเดียวไม่ได้ ต้องดูด้วยว่ามันมาจากไหนด้วย และมาจากจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่
สิ่งที่ผมมาบอกว่า วิธีการนับความแตกต่างจากตรงกลางเนี่ย มันไม่ค่อยเมคเซ้นครับ
วิธีการคิดที่คุณใช้ผมก็เคยใช้ครับ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าความแตกต่างคืออะไร มันก็แค่ช่วยให้ดูว่าตัวเลขบางอย่างมันดูไม่เยอะจนเสียกำลังใจเท่านั้นแหละครับ จากตัวเลข 10-20% มันกลายเป็น 3-5% อย่างที่คุณเห็นอยู่ไงครับ
แล้วผมจะถามกลับเหมือนกันว่าทำไมคุณคิดว่าวิธีของคุณเท่านั้นละครับ ที่ถูกต้อง
วิธีอื่นที่ไม่เหมือนคุณมันไม่ถุกเลยใช่ใหมครับ
เคยสงสัยใหมครับว่าสิ่งที่คุณคิดอยู่มันอาจจะผิดก้ได้
ส่วนไอ้คำถามเรื่องไอ้คำว่าปริ่มน้ำเนี่ย ผมคงไม่เสียเวลามาตอบคุณหรอกนะครับ

พวกคลั่งการเมืองนี่ชอบสรรหาคำแปลกๆมาบัญญัติ นู่นนี่แฮะ
เล่นเอาคำนู่นนี่มาพูดแทน เหมือนมันจะดูดี
แต่ผมว่ามันจะทำให้กำกวม งง เข้าใจผิด กันไปใหญ่นะ ไอ้ปริ่มน้ำเนี่ย
แทนที่จะใช้คำที่ เข้าใจง่าย และถูกต้อง
และไอ้คำนิยามปริ่มน้ำของคุณนี่ ผมรู้สึกว่ามันมาจากความรู้สึกของคุณล้วนๆเลยนะ

พอๆกันเลย แดงกับเหลือง
เฮ้อ...ประเทศไทย

ผมว่านั่นเสียงส่วนใหญ่ครับ
แต่ใหญ่กว่ารึเปล่าไม่รู้

ที่จริงระบบไทยไม่ได้ให้เลือกรัฐบาลนะครับ อย่าเข้าใจผิด
แต่ให้เราเลือกตัวแทนเข้าไปเลือกรัฐบาล
ถ้า สส ของคุณไม่ยอมเลือกนายกคนที่คุณอยากได้ คราวหน้าก็ไม่ต้องเลือก

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ส.ส. ที่ไม่เลือกคนที่สัญญาว่าจะเลือกนายกครับ
แต่ปัญหาอยู่ที่ระบอบและองค์กรณ์สองมาตรฐาน ที่กวาดแต่ ส.ส. ของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับผู้มีบารมีออกไปจากสภา

เรื่องการพลิกขั้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ปัญหาอยู่ที่กลไกให้เกิดการพลิกขั้ว มันไม่ใช่กลไกธรรมดา

+1 เห็นด้วยครับ

แต่คิดในแง่ดี (ที่ผมพยายามจะคิดละ) อนาคตอะไรๆ อาจจะดีกว่านี้ก็ได้ครับสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ หวังว่าเราคงไม่ต้องรออีกปีเหมือนปีที่แล้วนะ นับย้อนไป 1 ปีนี่อารมณ์เหมือนกันเด๊ะๆ

อย่างที่เขียนตอบไปข้างบนๆ ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็น Blognone ที่เป็นคนขับเคลื่อนครับ คุณหรือใครๆ ก็ทำได้ทั้งนั้น อนาคตอยู่ในมือเรา

mangcom Fri, 17/09/2010 - 16:00

เห็นด้วย เพื่อความเจริญของประเทศ
และความเจริญก้าวหน้า ของคนไทยทุกคน
คิดว่าทำเพื่อประเทศชาติ ก็แล้วกันนะครับ

totiz Fri, 17/09/2010 - 17:48

เห็นด้วย และขอเป็นหนึ่งเสียงครับ
นัฐพล นิมากุล

ราคา ณ ตลาดปิด เป็นประวัติการณ์ของหุ้นกลุ่มสื่อสาร

ซื้อขายทั้งกระดาน มูลค่า 41,452.52 ล้านบาท เป็นของหุ้นสามตัวนี้ไปแล้วถึง 16,533.28 ล้านบาท

Stock | Value('000) | Last Done | Change | +/- %
------ | -------------- | ------------- | --------- | ----
TRUE | 6,769,918 | 5.100 | -1.700 | -25.000%
ADVANC | 6,545,376 | 89.500 | -8.500 | -8.673%
DTAC | 3,217,987 | 39.000 | -6.500 | -14.286%

วันจันทร์จะเป็นยังไง รอชมตอนต่อไป คิดว่าน่าจะท้องร่วงต่อ คงต้องนอนรอให้น้ำเกลืออย่างเดียว

kajarp Fri, 17/09/2010 - 19:49

อยากให้ คลื่นความถี่ทั้งหลายเป็นสมบัติของชาติแท้จริง
เกิดองค์กรกำกับดูแล ที่มีสิทธิ์อำนาจ ควบคุมคลื่นได้จริงๆ (และเกิดขึ้นเร็วๆ )
เพื่อที่ จะได้จัดสรร คลื่นต่างๆ ให้ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่กลายเป็นเครื่องมือทางธุรกิจให้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า สามารถนำคำว่า "ปกป้องผลประโยชน์องค์กร" มาใช้อ้างความถูกต้อง ต่อองค์กร ที่มีขนาดเล็กกว่า ประชาชนทั้งประเทศ

รวมทั้งอยากให้เกิด national broadband โดยเร็ว จัดสรรได้อย่างเท่าเทียม เช่นกัน

077023 Fri, 17/09/2010 - 19:48

+1 ครับ เห็นด้วย

และก็ผิดหวังกับ กสท.มากครับ ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้

มาเสนอเพิ่มเติม.. "อยากให้มาร์ค เอา มาร์ค เป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิทย์ฯ" ด้วยฮ่ะ.. เพราะ ไม่อยากได้ แค่ 3 จี