เบราว์เซอร์ Vivaldi ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะไม่รวมฟีเจอร์ที่ใช้ Generative AI เช่น แชทบอท สรุปเนื้อหาอัตโนมัติ หรือระบบกรอกฟอร์มอัจฉริยะ เข้าไปในตัวเบราว์เซอร์ แม้กระแสอุตสาหกรรมจะกำลังเร่งดันเทคโนโลยีนี้เข้าสู่การท่องเว็บก็ตาม
เหตุผลหลักที่ยกขึ้นมา คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models หรือ LLMs) ที่ใช้ใน AI ทั่วไป ไม่ได้ “เข้าใจ” ข้อมูล แต่เป็นเพียงแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่คาดเดาว่าคำใดควรตามหลังคำก่อนหน้า โดยเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วสุ่มผลลัพธ์ ซึ่งถูกกรองด้วยโมเดลที่ถูกฝึกจากความชอบของมนุษย์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้อาจ “ฟังดูดี” แต่ไม่จริง
สิ่งนี้ส่งผลให้ AI มีแนวโน้มจะพูดเท็จอย่างมั่นใจ ลอกงานผู้อื่นโดยไม่ให้เครดิต หรือแม้แต่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ ขณะเดียวกันยังกินทรัพยากรพลังงานและ GPU จำนวนมาก จนถูกเปรียบเทียบกับปัญหาการขุดคริปโตเคอร์เรนซี
นอกจากนี้ การที่เบราว์เซอร์หลายตัวเริ่มเปลี่ยนแถบที่อยู่ (address bar) ให้กลายเป็นช่องพิมพ์คำถามกับ AI เพื่อให้สรุปเนื้อหาหรือค้นหาข้อมูลแทนผู้ใช้ โดยแสดงผลก่อนลิงก์ต้นฉบับ ทำให้ผู้ใช้คลิกเข้าเว็บไซต์จริงลดลงอย่างมาก
งานวิจัยจาก Pew Research พบว่า ผู้ใช้คลิกผลลัพธ์แบบดั้งเดิมลดลงเกือบครึ่งเมื่อมี AI สรุปข้อมูลปรากฏอยู่ ส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ ผู้สร้างเนื้อหา และชุมชนต่างๆ ที่สูญเสียทราฟิกและรายได้
Vivaldi มองว่า การเปลี่ยนการท่องเว็บจาก “การสำรวจ” ให้กลายเป็น “การนั่งดูเฉยๆ” ทำลายความหลากหลายของอินเทอร์เน็ต และทำให้ผู้ใช้กลายเป็นผู้บริโภคแบบพาสซีฟ แทนที่จะได้คิดเปรียบเทียบและตัดสินใจเอง
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ต่อต้าน AI ทุกประเภท โดยยังใช้เทคโนโลยี machine learning อยู่แล้วในฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การแปลภาษาในเบราว์เซอร์ ซึ่งทำงานแบบพรีโหลดและไม่ส่งข้อมูลผู้ใช้ออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
จุดยืนของ Vivaldi คือ การให้ผู้ใช้มีอำนาจควบคุมประสบการณ์ของตัวเอง หากใครต้องการใช้ AI ก็สามารถทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดเข้ามาในเบราว์เซอร์ ซึ่งมักมาพร้อมกับการเก็บข้อมูลผู้ใช้
Vivaldi ยืนยันว่า จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเบราว์เซอร์สำหรับคนที่ยังอยาก “สำรวจ” เว็บด้วยตนเอง ไม่ใช่กลายเป็นผู้บริโภคที่ถูกคัดกรองข้อมูลไว้ล่วงหน้า และจะไม่เปลี่ยนการท่องเว็บให้กลายเป็น “การแสดงผลจากบอท”
ที่มา:
on
คนใช้ Vivaldi จุดหลักคือ…
specimen Sun, 31/08/2025 - 16:58
คนใช้ Vivaldi จุดหลักคือ Privacy, No track
การที่เค้าไม่ได้สนับสนุน Ai อย่างเป็นทางการก็ถูกต้องแล้ว
เพราะผู้ใช้ ถ้าอยากใช้เมื่อไหร่ ก้เปิดเว็บเอา ไม่ต้องฝังตัวมาใน browser ให้เกะกะ
เช่น ผมใช้ Edge แต่ผมไม่ใช้งาน Co-Pilot เลย ผมใช้แต่ Gemini, ChatGPT ผมก็เข้าเว็บไปใช้เองได้
กลายเป็น Copilot รกเครื่องผมเปล่า ๆ
อันนี้ผมเห็นด้วยกับ Vivaldi…
suriyan2538 Sun, 31/08/2025 - 18:01
อันนี้ผมเห็นด้วยกับ Vivaldi ครับ
ความสนุกของการใช้อินเทอร์เน็ตหรือการท่องเว็บ มันคือการค้นหาและสำรวจไปตามเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยตัวเองจริงๆ
อารมณ์เหมือนเราไปเที่ยวนั่นแหละครับ การค้นหาแล้วเข้าไปที่เว็บไซต์ต่างๆ ก็เสมือนว่าเราไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง ได้รับประสบการณ์ตรง ได้ไปสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น
แต่การใช้ AI ก็คือการดูผ่าน Youtube หรือการอ่านบทความจากประสบการณ์ของคนอื่น ซึ่งแม้ว่าจะสะดวกสบาย แต่ได้แค่ข้อมูล แถมข้อมูลที่ได้ ก็อาจไม่ถูกต้องอีกด้วย
เหมือนคนที่เข้าอ่านข่าวใน BN โดยตรง ก็จะได้อ่านสำนวนข่าวของคนเขียน ได้อ่านคอมเมนต์ ได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน
แต่คนที่ให้ AI เรียกข้อมูลมาให้เลย แม้จะเร็ว สะดวก แต่ก็ไม่ได้อ่านสำนวนต้นฉบับ ไม่ได้อ่านคอมเมนต์ของคนอื่นๆ ทำให้หลายครั้งพลาดความคิดหรือมุมมองที่น่าสนใจไปอย่างน่าเสียดาย
ย่อหน้าสุดท้ายนี่แอบตรงใจผม…
raindrop Sun, 31/08/2025 - 19:43
In reply to อันนี้ผมเห็นด้วยกับ Vivaldi… by suriyan2538
ย่อหน้าสุดท้ายนี่แอบตรงใจผม เห็นในอีกข่าวนึงมีคนถาม 😅
ไม่ได้ต่อต้าน AI ในการแปลหรือเรียบเรียง เพราะมันก็ใช้กันทุกคนนี่แหละ แต่บางทีใช้เยอะไปมันก็อดรู้สึกแหม่งๆ ไม่ได้ หรืออาจด้วย BN มันคือเว็บข่าวสั้นทันโลกมาแต่ไหนแต่ไร พอมี article ที่ดูเป็น editorial จริงจังมามันเลยแปลกๆ
งานเขียนมันคือสำนวนของคนๆ นั้น มันมีทั้ง art & science เรายังเข้าเว็บเชยๆ แบบ BN เพราะก็อยากอ่านงานเขียนห้วนๆ บ้านๆ แบบมนุษย์ เพราะถ้าอยากอ่านสรุปด้วยเอไอ สำนวนคมคายเพอร์เฟค เราก็ไปอ่านที่อื่นนานแล้ว
เชิงลอจิกไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มนุษย์มันมี part อารมณ์ด้วย...แต่บางคนเค้าก็เฉยๆ แล้วแต่ชอบละ
เห็นด้วย…
0xwgxk8w2 Sun, 31/08/2025 - 23:25
เห็นด้วย
ถ้าอยากใช้เดี๋ยวไปหาเข้าเว็บ AI เองได้ ไม่ต้องยัดเข้ามาใน browser หรอก
โอ้ บราวเซอร์ดีๆ…
aeksael Mon, 01/09/2025 - 19:05
โอ้ บราวเซอร์ดีๆ แถมมีในลินุกซ์ด้วยแฮะ