dtac

"ฟาร์มแม่นยำ" คือแอพเพื่อเกษตรกรที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ดีแทค และ รีคัลท์ สตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและ machine learning เพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร มีฟีเจอร์สำคัญคือ พยากรณ์อากาศเฉพาะพื้นที่แบบรายชั่วโมง, อุณหภูมิ, โอกาสในการเกิดฝน และปริมาณฝนในพื้นที่ล่วงหน้าทั้งแบบรายวัน, 7 วัน, 6 สัปดาห์ และ 9 เดือนล่วงหน้า

ล่าสุดดีแทคร่วมกับ รีคัลท์ ออกมาคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ให้เกษตรกรเตรียมรับมือ ดังนี้

  • ฟาร์มแม่นยำได้คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนแบบ 9 เดือนล่วงหน้าของพื้นที่ทำนาใน อ. ชุมพวง จ. นครราชสีมา พบว่าปริมาณน้ำฝนจะต่ำกว่าช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หากไม่กักเก็บน้ำต้นข้าวจะยืนต้นตาย
  • เกษตรกร จ. อุบลราชธานี ต้องกักเก็บน้ำในเดือนกันยายน-ตุลาคม มิฉะนั้นเมล็ดข้าวจะลีบแบน
  • เกษตรกรใน อ. เมือง จ.สุรินทร์ ต้องระวังปริมาณน้ำน้อยในเดือนตุลาคม
  • ปริมาณน้ำใน เขื่อนป่าสักฯ จ. ลพบุรี และเขื่อนอุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น ลดลงอย่างมากจนถึงขั้นวิกฤติ จนอาจส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน

    การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนแบบ 9 เดือนล่วงหน้าใน เขื่อนป่าสักฯ จ. ลพบุรี

    การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนแบบ 9 เดือนล่วงหน้าใน เขื่อนอุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น

โดยฟีเจอร์คาดการณ์น้ำฝนสามารถใช้ได้ในแอพ ฟาร์มแม่นยำ

ที่มา - ข่าวประชาสัมพันธ์

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

หากไม่กักเก็บน้ำต้นข้าวจะยืนต้นตาย

Thank you captain obvious.

เขื่อน******(เซ็นเซอร์) ลดลงอย่างมากจนถึงขั้นวิกฤติ

อันนี้เป็นความอัจฉริยะที่หาได้ยากในโลกนี้ครับ ปีที่แล้วอ้างว่าฝนอาจจะถล่มหนักช่วงปลายฤดูทำให้น้ำล้นเขื่อนเลยเปิดแบบจัดเต็ม (ปลาตายบนโขดหินเพียบ เหม็นเน่ามาก) สุดท้ายแล้วไม่มีฝนสักหยด ก็...อย่างที่เห็นครับ 0%

อันสุดท้ายมันแก้ได้ง่ายๆ โดยสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่พร้อมระบบบำบัดและระบบกระจายน้ำสำหรับใช้ในพื้นที่หรือจังหวัดอื่นๆ และป้องกันภัยแล้งในตัว ไม่ต้องเสียเวลาปล่อยทิ้งลงแม่น้ำแล้วปล่อยลงทะเลแบบทิ้งๆ ขว้างๆ แถมพื้นที่ด้านล่างเขื่อนเสี่ยงน้ำท่วมด้วย ถ้าจัดการตั้งแต่แรกมันก็จบแล้ว

ปัญหาและวิธีแก้ก็มีแต่ไม่มีใครสนใจ ชอบมาวัวหายล้อมคอกกันอยู่แบบนี้ไปวันๆ เห้อ.....

ผมไม่ทราบว่าคนอื่นนี้ทำนายอย่างไร แต่ปกติเราดูการทำนายโดย ENSO ก็ค่อนข้างแม่นยำนะครับ เขาบอกตั้งกะต้นปีแล้วว่าปีนี้เราจะแล้งเพราะอิทธิพลของ el nino แล้วจะค่อยๆดีๆขึ้นช่วงปลายปี (บ้านเราเป็นเขตมรสุม รับน้ำฝนจากมรสุมมากกว่าจากป่า แบบป่าฝนในอินโดฯ)

จำได้ว่า ตอนต้นฤดูฝนต้นเดือนพ.ค.นั้นที่มีนักวิชาการออกมาพูดเตือนภัยแล้ง ก็ไม่มีใครสนใจ ยังบอกว่าพระโค ทำนายว่าน้ำท่าอุดมสมบูรณ์อยู่เลย แถมตอนหลัง รบ.ยังบอกให้เก็บผักตบชวาคนละสามต้นเพื่อให้ทางน้ำไหลได้ดี และกักเก็บน้ำในโอ่งกัน....แถมตอนหลังไปโทษจีนกับลาวอีกว่า เก็บน้ำในเขื่อนทำให้ไทยแห้งแล้ง...

จนพอช่วงนี้ฝนขาดช่วงจริงๆ ตามที่ ENSO ทำนายไว้ ก็ค่อยแตกตื่นกัน....

ไม่รู้ว่ามีคนคิดแบบผมป่าวนะตามแม่น้ำหรือเขื่อนหรืออะไรที่เก็บน้ำได้เนี่ยความลึกที่ควรจะเป็นมันเท่าไรแล้วมันสามารถเพิ่มความลึกได้อีกเท่าไร เศษดินหินทรายขยะที่ไปกองอยู่ก้นแม่น้ำต่างๆมันทำให้เก็บน้ำได้น้อยลงหรือว่าไม่มีผลต่อระดับน้ำ? ทำไมข่าวตลิ่งพังมีให้เห็นตั้งแต่ทุกปีไม่เคยมีใครไปคิดทำให้มันแข็งแรง? บ่นไปก็เท่านั้นเนอะนโยบายอะไรที่ควรจะเป็นพื้นฐานที่สุดมันก็ไม่เกิดอยู่ดี

ขุดลอกได้ครับแต่เพิ่มความลึกไปผมว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเพราะมันจะทำให้ตลิ่งพังทางน้ำเปลี่ยน

พูดไปไม่รู้จะโดนด่าไหม สุดท้ายแล้วชาวไร่ชาวนาก็เลือกที่จะไม่เชื่อ

ยอมเสี่ยงปลูกทั้งที่เค้าก็เตือนแล้ว คำนวณทางวิทยาศาสตร์ คิดวิเคราะห์มาหมดว่าปลูกไปมีปัญหาแน่ แต่ก็ยอมเสี่ยงปลูกแล้วไปหวังน้ำบ่อหน้าสุดท้ายก็ให้รัฐเยียวยา ขาดทุน เป็นหนี้ วนลูป

ส่วนไร่นายทุน เค้าคิดประเมินความเสี่ยงมาหมด แล้วก็บ่นว่าพวกนี้รวยเอาๆ

ก็ใช่ครับ แต่ถ้าไม่ให้เค้าปลูกแล้วจะให้เค้าทำอะไรกินละครับ?
คิดว่าเหมือนบางกิจการที่บางปี บางเดือนก็ทำแล้วขาดทุนแต่ก็ต้องฝืนทำต่อไปเนี่ยละครับ ต่างกันตรงรัฐบาลไม่ได้มาช่วยเหลือเหมือนเกษตรกร T_T)

จะไม่ให้เขาทำก็ได้ แต่ต้องมีทางออกให้เขา
วุฒิไม่สูง อยู่ชนบท ไม่เป็นเทคโนโลยี
การหาอาชีพใหม่ๆเลี้ยงปากท้องเป็นเรื่องยากมาก

นี่คือตัวอย่างของวิธีคิดแบบหอคอยงาช้างครับ ถ้าไม่ให้เขาปลูก ณ ตอนนั้นที่เขาต้องตัดสินใจ จะให้เขาทำอย่างไรครับ ? ไม่ได้อยู่ในจุดนั้นก็พูดเหมือนง่าย และที่สำคัญตำหนิกระทบกระเทียบอย่างเดียวแต่ไม่เห็นนำเสนอทางเลือกที่ดีกว่ามาให้เลย

พยากรณ์อากาศอย่างมากผมว่าก็รู้ล่วงหน้าแบบชัดเจนแค่ปีเดียว ไม่มีใครบอกได้แน่นอนว่าปีถัดไปจะแล้งหรือว่ามีน้ำมาก แล้วจะให้เกษตรกรเปลี่ยนไปทำอาชีพอะไรครับในระยะเวลา 1 ปีที่มีภัยแล้ง ทักษะความรู้โอกาสทางสังคมเปิดทางเลือกให้เขาไหม วิถีชีวิตของครอบครัวรวมไปถึงหนี้สินภาระต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ยอมรับความเสี่ยงไปทดลองงานใหม่ได้ไหม

ในเมื่อทางไหนก็ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยง เกษตรกรเขาผิดขนาดนั้นเลยเหรอครับที่จะเสี่ยงปลูกดูเผื่อว่าน้ำฝนจะมา ?

แล้วจะต้องเสี่ยงปลูกทั้งที่รู้ว่า % ขาดทุนยับมากกว่าได้กำไร กล้าแนะนำชาวนาแบบนี้ไหมครับ

คนเราบางทีถ้าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนไม่ใช่ทำผิดซ้ำซาก ทุกทางออกมันล้วนแล้วแต่ต้องเสี่ยงทั้งนั้นอยู่ที่ว่าจะเลือกทางไหน

ตกลงคุณจะเสนอให้เกษตรกรเปลี่ยนไปทำอะไรแทนใน "ปี" ที่ฝนแล้งนะครับ ?

หรือแค่วิจารณ์เขาอย่างเดียวว่าไม่รู้จักการเปลี่ยนแปลง ไม่เชื่อข้อมูล ดื้อรั้น ฝืน สุดท้ายก็ต้องขาดทุน

เสนอทางออกมาด้วยก็จะดีครับ ถ้าจะให้ดีกว่านั้นลองไปคลุกคลีกับวิถีชีวิตเกษตรกรดู จะได้เข้าใจว่าการเปลี่ยนอะไรเพียงชั่วคราว 1 ปีฤดูกาล (พยากรณ์อากาศทำนายอย่างแม่นยำได้อย่างมาก็แค่ 1 ปี ไม่มีอะไรการันตีว่าปีถัดไปจะแล้งต่อเนื่องหรือไม่) มันไม่ใช่เรื่องง่าย และรัฐก็ไม่ได้วางแผนหรือมาตรการทางโครงสร้างใด ๆ เอาไว้เลย รัฐก็แค่รู้ว่าฝนอาจจะแล้งแล้วก็จบ อย่าว่าไปถึงเรื่องมาตรการรองรับเลย บางทีแค่การจัดการน้ำรัฐยังวางแผนผิดพลาดเองด้วยซ้ำ

กลับมาที่คำถามของคุณ ถ้า % ขาดทุนมากกว่าได้กำไร ผมกล้าแนะนำหรือไม่ คำตอบคือกล้าครับ ถ้าหากว่าทางเลือกอื่นมี % ที่จะล้มเหลวมากกว่าหรือพอ ๆ กัน และก็ต้องประเมินต้นทุนศักยภาพเดิมที่ตัวเกษตรกรมีอยู่ก่อนด้วย ไม่ใช่ว่าถนัดทำนา สภาพดินฟ้าอากาศภูมิศาสตร์เหมาะกับการทำนา แต่ไปแนะนำเปลี่ยนให้ไปเลี้ยงไก่ ไปปลูกหมามุ่ย ไปปลูกทุเรียน มันก็คงไม่ใช่ จะแนะนำให้ไปทำงานก่อสร้าง ก็ต้องดูด้วยว่าครอบครัวยอมรับได้ไหมที่ต้องย้ายถิ่นฐานไปตาม site งานต่าง ๆ (คนงานก่อสร้างนอนที่ site งานนะครับ) สุดท้ายมันก็ต้องดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างถึงจะแนะนำอะไรไปได้

คงไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนอย่างเดียว แล้วก็ไปเหน็บเกษตรกรรายย่อยว่าไม่รู้จักเชื่อวิทยาศาสตร์ ก่อหนี้ เป็นภาระ วนลูป ผมว่าคำตำหนิพวกนี้ "ง่าย" ไป

ไม่อยากช่วยชาวไร่ชาวนานี่อยากให้เขาหนีจากบ้านมาหางานทำในเมืองหลวงกันหมดเหรอครับ แล้วอย่าบ่นละกันว่าคนเยอะขึ้นรถติดหนักขึ้น

ตอบ จขม. และทุกท่านที่ reply ด้านบนพร้อมกันนะครับ

ใช่ครับชาวนานี่ดื้อรั้นจริง ๆ ไม่ต้องไปไหนไกล บ้านผมเองครับ บอกว่าจะแล้งก็ไม่เชื่อ เชื่อปฏิทินเพาะปลูกครับ เค้าเขียนมางี้ก็ปลูกไปตามนั้น (ทั้ง ๆ ที่ตอนปลูกเนี่ยแล้วสาหัสมาก) ปฏิทินมันเขียนทำนายไว้ตั้งแต่ปีก่อน ถ้าตามพยากรณ์อากาศไปเรื่้อย ๆ ตามข่าวสารซักหน่อย เขาก็ใช้ข้อมูลอัพเดทมาคำนวณ โดยทั่วไปมันต้องแม่นยำกว่าอยู่แล้ว ตอนนี้เกือบยืนต้นตายกันหมดละ คาดว่าปีหน้าได้ซื้อข้าวกิน (เป็นแบบนี้บ่อยครับ ผมชินแล้ว)

แต่ก็นั่นแหละครับ เหมือนที่หลายท่านด้านบน Reply มาครับ ไม่ให้ทำนาจะให้ไปทำอะไร? อันนี้โทษชาวนาอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ต้องโทษรัฐด้วย ทั้งนักการเมืองและข้าราชการ นักการเมืองชอบมาสั่งอะไรประหลาด ๆ ออกนโยบายประชานิยมโง่ ๆ มา (โดยไม่สนใจผลระยะยาว) ส่วนข้าราการที่เคยสัมผัส ก็เช้าชามเย็นชาม (ส่วนนึงก็เข้าใจเค้านะ ไม่รู้จะขยันไปทำบ้าอะไร เดี๋ยวการเมืองเปลี่ยนก็โดนสั่งให้เปลี่ยนอีก เหนื่อยเปล่า ๆ) ไม่เคยมาให้ความรู้แบบสุดจริง ๆ ซักที ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ วันดีคืนดีมาสอนให้เพาะเห็ด เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงกบ ฯลฯ เยอะแยะไปหมดครับ แต่สอนแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ อะ ไม่สุดตั้งแต่ไปเอาพันธุ์มาจากไหน ช่วงแรกเลี้ยงยังไง ช่วงปลายเลี้ยงยังไง และสำคัญสุดคือ "จะเอาไปขายใคร" อันหลังนี่ไม่ค่อยมี พูดแต่ว่าลองทำดู ๆ เดี๋ยวก็ขายได้

จ้ะ.... ที่ร่ายมาทั้งหมดคือมักจะมาสอนแบบไม่ครบครับ ไม่บอกว่าตอนต้นทำไง หรือตอนปลายทำไง หรือไม่บอกว่าแล้ววัตถุดิบในการเลี้ยงหรือปลูกไอ้ของพวกนี้จะไปหามาจากไหน (ยกตัวอย่างของฮิตสุดเวลาพูดถึงน้ำหมักก็คือกากน้ำตาล....พูดจังเลย แต่แถวนั้นไม่มีโรงงานน้ำตาล จะให้ไปเอาจากไหน? ซื้อไทวัสดุขวดกระจิ๋วเดียวสามสิบกว่าบาท?)

ส่วนเรื่องนโยบายก็มีประกันความเสียหายครับ เป็นนโยบายที่งี่เง่าสุด ๆ ชาวนาไปลงทะเบียนกับ ธกส. ได้เลยครับ จ่ายค่าประกันไม่กี่ร้อย แล้งเหรอ น้ำท่วมเหรอ อ่ะ เอาเงินก้อนไป ไม่เห็นมีเงื่อนไขบ้าบออะไรเลย เป็นการเอาเงินภาษีมาผลาญเล่นแบบไม่มีใครได้ประโยชน์ในระยะยาวเลย เพราะชาวนาก็มองตรงนี้ว่าต่อให้เจ๊ง ข้าวตายหมดก็ยังไมีเงินประกันพอยาไส้อยู๋บ้าง จะไปมีแรงผลักอะไรให้เขาดิ้นรนไปเสี่ยงกับพืชหรืออาชีพอื่นล่ะครับ? อันนี้เรื่องจริง เจอมากะตัวกับคนที่บ้านและแถวบ้าน (อย่าลืมช่วงนี้มีบัตรคนจนด้วย ใครที่ลูกหลานโตหมดแล้ว เขาทำนาไปงั้นแหละ รอเอาประกัน)

ไม่ใช่ว่าบอกไม่ให้ปลูก ให้นั่งเฉยๆ ไม่มีทางเลือกให้นะครับ เพราะเท่าที่ผมเคยได้ยินจากข่าวในทีวีมาบ้าง ก็จะมีบอกว่าปีนี้น้ำน้อย บางพื้นที่จะมีการแนะนำให้เกษตรกรเลี่ยงการปลูกพืชชนิดเดิมๆที่เคยปลูกกัน ให้เปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อย ทนแล้งได้ดีแทนนะครับ หรือบางทีก็มีบอกให้ปรับรอบการปลูกเป็นช่วงอื่นแทนก็มี รายละเอียดลึกๆไม่ทราบเหมือนกัน แต่เข้าใจว่าแต่ละพื้นที่จะมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่ดูแลเรื่องนี้คอยให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรได้ครับ

ปลูกอย่างอื่นทดแทนนี่ทำได้ยากมากครับ โดยเฉพาะถ้า characteristic ของพืชแตกต่างกันมากๆ เช่นปกติปลูกข้าว ปีนี้แล้ง ให้ไปปลูกผลไม้แทน?!?!?!

มันทำไม่ได้ง่ายๆไงครับ การปรับเปลี่ยนมีต้นทุน และองค์ความรู้ที่ต้องใช้ ขนาดสวนผลไม้เจ้าใหญ่ๆ ยังเปลี่ยนไม่ง่าย ทำได้แค่หาตลาดใหม่ๆ

ภาครัฐต้องมีทางออก หรือกำหนดระดับนโยบาย เช่นช่วงนี้น้ำแล้ง ห้ามปลูกข้าว แต่หางานอย่างอื่นมาทดแทนชั่วคราวให้ ไม่ใช่พูดลอยๆ ว่าให้งดปลูก หรือให้ปลูกอย่างอื่น มันเป็นไปไม่ได้ในทางปฎิบัติ

คือฝั่งนึงมองว่าให้ข้อมูลไปพิจารณาแล้ว จะทำอะไรยังไงก็คิดกันต่อ ส่วนอีกฝั่งได้ข้อมูลมาแล้วก็คิดไม่ออกว่าจะต้องทำยังไงต่อ มันก็เลยดูเหมือนไม่มีประโยชน์อะไร

ครั้นจะให้บอกให้ทำอะไรเป็นสเตปต่อๆ ไปเช่น ปลูกอะไรแทน และเอาไปขายได้ที่ไหนบ้าง รัฐเป็นคนคิดและวางแผนการปลูกการขายให้หมด ก็ดูเหมือนเป็นการบังคับ ทำเหมือนคิดว่าชาวนาไม่มีหัวคิด

แต่ถ้าไม่คิดและวางแผนให้ ชาวนาบางคนก็คิดไม่ได้อีก ถึงจะรู้ว่าน้ำน้อยแล้วยังไงล่ะ ยังไงก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างอื่นทำอะไรอยู่ดี ปลูกอย่างอื่นเอาไปขายที่ไหนล่ะ และถ้าราคามันต่ำกว่าราคาข้าวอีกล่ะ เสี่ยงปลูกข้าวจะดีกว่าหรือเปล่า อะไรงี้

ก็คงต้องหาเงินแล้วใชีวิธีพึ่งพาตนเอง และเรียนรู้วิธีเอาครับ ถ้าไม่เรียนรู้ ปัญหาเดิมก็มาไม่รู้จักจบ อย่างเก็บกักน้ำทำนา ซื้อแทงค์น้ำ เปลี่ยนวิธีการปลูก หรือหาผลผลิตทดแทนหากปลูกไม่ได้ ยังไงก็ต้องทำครับ ไม่งั้นก็ลูปเดิมแบบที่คุณว่ามา

ส่วนรัฐก็มีส่วนผิดด้วยที่ไม่แจ้งหรือให้ความรู้ที่ดีพอ ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือแนะนำการแก้ปัญหาให้คนกลุ่มนี้เข้าใจและเรียนรู้ ระบุทางเลือกแต่ไม่มีวิธีหรือการเตรียมตัวอะไรเลย แถมบางที่ยังเดินหน้าตามคำทำนายทั้งๆ ที่มีข้อมูลและคำเตือนหลายแหล่งออกมาก็เยอะ

เอาง่ายๆ ว่า ผิดทุกภาคส่วนครับ ไม่ต้องทะเลาะกัน แล้วกลับไปแก้ซะ อย่าโทษคนอื่นนอกจากตัวเองเป็นพอ

ผมมองว่า ถ้าการเปลี่ยนแปลงต้องการองค์ความรู้ หรือการสนับสนุนจำนวนมาก ภาครัฐต้องเป็นคนช่วยเหลือครับ

ลองนึกถึง ถ้ามีโรงงานนึงเจ๊ง คนงานหลายพันคนตกงานทันที หลายคนอาจจะหางานใหม่ได้ไม่ง่าย เพราะทำมาหลายสิบปี ภาครัฐก็ต้องมีระบบจัดหางาน ฝึกวิชาชีพทดแทนให้ด้วยครับ เพราะมันอยู่เหนือจากการปรับตัวของตัวบุคคล

ภาครัฐมีไว้เพื่อสร้างกระบวนการ ที่คนเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้ครับ

ถ้าจะช่วยเหลือควรจะเน้นไปที่กลุ่มที่พร้อมหรืออยากปรับตัวดีกว่า เพราะพอกลุ่มนี้ทำแล้วได้ดีเดี๋ยวกลุ่มหัวรั้น ไม่ยอมปรับตัวจะเริ่มคิดได้ว่าต้องปรับตัว แต่จะมีกลุ่มนึงที่ยังไงก็ช่วยไม่ได้เพราะหัวรั้นจัดจนคนช่วยไม่อยากจะช่วย แถวเวลามีคนยื่นมือเข้าไปช่วยก็บอกให้ทำให้เลยครับ

ส่วนเรื่องกรณีโรงงานปิด เท่าที่รู้กรมการจัดหางานจะเข้าไปช่วยหางานให้อยู่ เพียงแต่อาจจะต้องย้ายไกลหน่อยครับ

เห็นด้วยเลย
สุดท้ายคนที่เดือดร้อนมันก็คือตัวเอง ยังไงนี่ก็ชีวิตตัวเอง ทำอะไรได้ก็ต้องทำแหละ ถ้ามัวแต่อ้างองค์ความรู้ อ้างฟ้าฝน สุดท้ายคนเดือดร้อนมันก็เข้าตัวเองอยู่ดี สู้ไปลองผิดลองถูก หาช่องทางทำเงินใหม่ๆ ผมว่ายังไงก็ไม่อดตายหรอก

ก็เป็นการพูดโดยไม่พูดพื้นฐานข้อเท็จจริงไงครับ

ลองไปถามชาวนา บอกปีนี้แล้ง ให้เลิกปลูกข้าวไปปลูกผลไม้แทนแล้วกันครับ....

สู้บอกให้เลิกทำนาไปทำงานโรงงานยังเป็นไปได้จริงมากกว่า

ชีวิตทุกคนต้องดิ้นรน แต่หลายคนพูดเหมือนทำอย่างอื่นง่ายๆ แล้วก็ด่าเขาโง่...

อีกหนึ่งตัวอย่างที่หยิบข้อมูลมาจากตำราแล้วหวังว่ามันจะดี แต่ไม่เข้าใจ domain process และข้อจำกัดด้านอื่น เทคโนโลยีมันดีครับ แต่เอามาใช้เป็นแล้วมันก่อเกิด value จริงหรือเปล่านั้นอีกเรื่อง ลำพังแค่พูดว่าให้ไปดู​ app แล้วทำตาม มันไม่ได้หรอกครับ เกษตกรรมมันไม่เหมืนกับซื้อมาขายไป มันต้องมีหน่วยงานมา buffer สักหน่อย เพื่อปรับ momentum และช่วยเกษตรกรวางแผน อันที่จริงข้อมูลเหล่านี้ end user ควรเป็นระดับทีมวางแผนของแต่ละจังหวัดนะ ไม่ใช่เกษตรกร คนทำแอพถ้าคุณหวังว่าแอพคุณจะถูกเกษตรกรเอาไปใช้ในวงกว้าง คุณคิดผิดแล้ว มันเหมือนเป็นแค่ของเล่น ไปคุยกับหน่วยงานภาครัฐด้วยแอพนี้ ผมเดาว่าน่าจะ effective กว่าเยอะ
ml ทำให้มันแม่นคือดีครับในเชิงวิจัย แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณมาแตะที่ real world use case แล้วมันไม่ได้สร้าง value คือจบเลยนะ เหมือนส่ง bible มาจากหอคอยงาช้างแล้วไม่ได้ส่งทีมมาช่วย implement 555+

ถ้าไม่เสี่ยงปลูก แล้วคนอื่นเค้าปลูก ถ้ารอด ปีนั้นราคาผลผลิตจะดีมากๆเลยครับ สุดท้ายก็ลองเสี่ยงปลูกอยู่ดี

ไม่แน่ใจว่าคนทำแอพมาอ่านด้วยรึเปล่า แต่อยากบอกว่าแอพคุณปัญหาเยอะนะ คอมเมนต์ใน Play Store ไม่รู้เข้าไปอ่านบ้างมั้ย เรื่องต้องใช้ดีแทคเท่านั้น เห็นคนด่ากันกระจายก็ยังไม่เห็นปรับปรุง (ไม่ได้ให้ปรับปรุงให้ใช้กับค่ายอื่นได้ เพราะเข้าใจว่ารับเงินดีแทคมา แต่ให้ปรับปรุงให้เขียนชัด ๆ ว่าต้องใช้ดีแทคเท่านั้น)

ส่วนตัวผมเอง เจอกับตัวคือเข้าไปใช้ มีข้อความขึ้นมาบอกว่า ให้ใช้ฟรีสามเดือน หลังจากนั้นจะหักเป็นรายเดือน แต่ไม่ยักบอกว่าอ้าว แล้วจะเลิกใช้ให้ทำยังไง? ผมลบแอพทิ้งไปละ (ก่อนครบสามเดือน) นี่ก็ลุ้น ๆ ว่าพอครบสามเดือนจะมีการเก็บค่าแอพมั้ย ถ้ามีการเก็บเกิดขึ้น ก็คงบ๊ายบายละดีแทค (ผมตั้งกระทู้จะย้ายออกจากดีแทคเอง และสุดท้ายก็ให้โอกาสไปก่อนอีกนิด ถ้าเกิดเหตุการณ์เก็บเงินขึ้นมาก็คงไม่ให้ละโอกาส)