JD.com อีคอมเมิร์ซเบอร์สองของจีน เปิดเผยว่าบริษัทได้สร้างศูนย์จัดการคำสั่งซื้อสินค้า (Fulfillment) แห่งใหม่ขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ที่สามารถรองรับคำสั่งซื้อถึง 2 แสนคำสั่งต่อวัน และที่น่าสนใจคือศูนย์จัดการสินค้านี้มีพนักงานเพียงแค่ 4 คน โดยทั้งหมดมีหน้าที่ควบคุมหุ่นยนต์ในศูนย์
ผู้บริหารของ JD.com กล่าวว่าการใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมดเช่นนี้ จะทำให้บริษัทเป็นอีคอมเมิร์ซรายแรกที่สามารถจัดส่งสินค้าได้ทั่วทั้งประเทศจีน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดภายในวันเดียวกับคำสั่งซื้อ (same day) บนเงื่อนไขว่าคำสั่งซื้อต้องเสร็จสิ้นก่อนเวลา 11 นาฬิกา
JD.com บอกว่า การสร้างศูนย์จัดการสินค้าอัตโนมัตินี้ทำเพื่อให้ได้ความรวดเร็วและความถูกต้องในการส่งสินค้า ไม่ใช่เพื่อลดคนงาน โดยคนที่กระทบจะถูกย้ายไปฝ่ายอื่น นอกจากนี้ยังบอกว่าระบบจัดการคำสั่งซื้อของ JD.com นี้ ยังมีแผนนำไปขายให้บริษัทอื่นใช้งานด้วยในรูปแบบ Retail-as-a-service
การลงทุนด้านระบบจัดส่งนี้ทำให้ JD.com มีค่าใช้จ่ายสูงจนทำอัตรากำไรได้น้อยกว่า Alibaba แต่ผู้บริหารมองว่าการวางโครงสร้างระบบจัดส่งนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะสามารถทำกำไรได้มากขึ้นเองเหมือน Amazon ในปัจจุบัน
ที่มา: Axios

on
เยี่ยมครับ
hisoft Sat, 16/06/2018 - 20:08
เยี่ยมครับ อยากให้ในไทยมีแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บ้างโดยที่มีกฎหมายที่เหมาะสมกับยุคสมัยควบคู่ไปด้วย
คุ้นๆว่า Amazon
A4 Sat, 16/06/2018 - 21:32
คุ้นๆว่า Amazon ยังโดนทรัมป์บ่นเรื่อง ใช้ไปรษณีย์สหรัฐหนักเกินไป
จะว่าดีก็ดี มองในผู้ประกอบการ
gololo Sat, 16/06/2018 - 21:59
จะว่าดีก็ดี มองในผู้ประกอบการ คนงานทั้งเรื่องมากและปัญหาเยอะ ใช้หุ่นยนต์ดีกว่า
จะว่าไม่เหมาะ ก็มองในมุมมองลูกจ้างที่มีความรู้ไม่มาก ก็ตายแน่ ถ้าที่ต่างๆเป็นแบบนี้กันหมด
พนักงานเพียง 4 คน !
moonoiz Sun, 17/06/2018 - 00:01
In reply to จะว่าดีก็ดี มองในผู้ประกอบการ by gololo
พนักงานเพียง 4 คน !
ยกตัวอย่าง CP
gololo Sun, 17/06/2018 - 02:43
In reply to พนักงานเพียง 4 คน ! by moonoiz
ยกตัวอย่าง CP ถ้าวันหนึ่งหันมาพัฒนาหุ่นแล้วใช้หุ่นยนต์หมดหนุ่มสาวโรงงานจะไปอยู่ใหนถ้าใช้แค่4คนจะกลับไปทำนาก็ขายนาหมดแล้วจะไปที่อื่นก็มีแต่จะลดคน
จีนเองก็เป็นประเทศที่แรงงานถูกอยู่แล้วเพราะคนเยอะ อยู่ยาก เด็กๆก็ต้องไปทำงานหาเงิน เหมือนกับข่าวก่อนๆที่ออกมา ขนาดถูกใช้งานหนัก จนถึงมีการใช้แรงงานเด็กได้ก็น่าจะแสดงให้เห็นถึง การดิ้นรนเอาตัวรอดในสังคมที่ยากลำบาก
ถ้าไม่ทำก็อดตาย แต่แบบนี้เรียกว่าไม่มีอะไรให้ทำ
ต้อนรับสังคมผู้สูงอายุไงครับ
ravipon Sun, 17/06/2018 - 04:38
In reply to ยกตัวอย่าง CP by gololo
ต้อนรับสังคมผู้สูงอายุไงครับ อย่างญี่ปุ่นประมาณการว่าประชากรของตัวเองจะลดลงจาก 125ล้านคน เหลือ 80ล้านคน ภายใน40ปี
ประชากรลดลงขนาดนี้ แรงงานจะหายไปขนาดไหน? ถ้าไม่เอาหุ่นยนต์เข้ามาช่วยจะอยู่ได้หรอครับ?
ใช่ครับ
hisoft Sun, 17/06/2018 - 08:23
In reply to ต้อนรับสังคมผู้สูงอายุไงครับ by ravipon
ใช่ครับ ถ้ากฎหมายทำมาดีชีวิตของคนโดยรวมแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทก็ต้องดีตามขึ้นไปด้วยด้วยสวัสดิการจากภาครัฐที่เรียกภาษีมา
แต่แถวๆ นี้ผมคุ้นๆ ว่าจะได้เดือนละห้าร้อยบาทหรือยังไงนี่แหละ ?
ใช่ครับ
hisoft Sun, 17/06/2018 - 08:24
In reply to ต้อนรับสังคมผู้สูงอายุไงครับ by ravipon
ลบครับ เบิ้ล
ที่ญี่ปุ่นเค้าก็วางแผนไว้อีก4
gololo Sun, 17/06/2018 - 21:47
In reply to ต้อนรับสังคมผู้สูงอายุไงครับ by ravipon
ที่ญี่ปุ่นเค้าก็วางแผนไว้อีก40ปี แต่ข่าวนี้เป็นปัจจุบันถ้าตอนนี้บริษัทต่างๆเปลี่ยนกันหมดหรือเริ่มเปลี่ยนในเวลาช่วงครึ่งอายุ งานก็ไม่มีให้ทำหนุ่มสาวโรงงานจะไปทำอะไรครับ ปัญหาแบบนี้ก็เห็นมีอยู่อย่างยกตัวอย่างที่จีน
ผมคิดว่าโลกมันเป็นแบบนี้นะครั
jokerxsi Sun, 17/06/2018 - 08:59
In reply to ยกตัวอย่าง CP by gololo
ผมคิดว่าโลกมันเป็นแบบนี้นะครับ ต่อให้ตะโกนดังแค่ไหนก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
ในทางกลับกัน ถ้า CP ไม่ใช้หุ่นยนต์จะเสียเปรียบด้านต้นทุนอาจจะสู้บริษัทอาหารต่างประเทศไม่ได้
บริษัทอาจจะไปไม่รอดก็ได้นะครับ
เราต้องหาทางออกอื่นๆ ไม่ก็ลดจำนวนประชากรลงไปอีกเพื่อลดโอกาสอดตาย มีลูกเมื่อมีเงินจริงๆมั๊งครับ
ก็ต้องปรับตัวครับ
Zatang Sun, 17/06/2018 - 13:48
In reply to ยกตัวอย่าง CP by gololo
ก็ต้องปรับตัวครับ งานที่ใช้คนยังไงก็มี แต่ skill ต้องเปลี่ยนไปบ้าง อยู่เฉยๆ รอให้มีงานคงเป็นไปไม่ได้ และเรื่องนี้ก็ไม่ได้เพิ่งเกิดครับ ตั้งแต่ยุคเครื่องจักร เครื่องจักรก็แทนแรงงานคน ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ยุคคอมพิวเตอร์เข้ามา คอมพิวเตอร์ก็แทนงานที่เดิมคนทำได้ แต่คนก็ยังมีงานอยู่ตลอด
CPมีแล้วโรงงานทำอาหารไม่ใช้คน
absulation Tue, 19/06/2018 - 08:48
In reply to ยกตัวอย่าง CP by gololo
CPมีแล้วโรงงานทำอาหารไม่ใช้คน
https://youtu.be/saaE6MV2WDw
ตอนนี้ทนลำบากไปก่อนครับ
gosol Sun, 17/06/2018 - 15:49
In reply to จะว่าดีก็ดี มองในผู้ประกอบการ by gololo
ตอนนี้ทนลำบากไปก่อนครับ ต่อไปเราตัดต่อยีนเด็กก่อนเกิดได้เมื่อไหร่ผมว่าน่าจะพอสู้พวกหุ่นยนต์ได้บ้าง
ยอดเยี่ยมมาก!
zerocool Sat, 16/06/2018 - 22:10
ยอดเยี่ยมมาก!
ผมมองว่าบริษัทที่พึงหุ่นยนต์
gotobanana Sun, 17/06/2018 - 08:51
ผมมองว่าบริษัทที่พึงหุ่นยนต์ ต้องเสียภาษีมากกว่าปกติ ไม่งั้นไม่เป็นธรรมแน่ๆในอนาคต
มองไปรษณีย์ไทย ตาปริบๆ
Jessy Sun, 17/06/2018 - 09:39
มองไปรษณีย์ไทย ตาปริบๆ ขายศูนย์ไปรษณีย์ทิ้งให้หมดเหอะครับ หรือเอาไปทำอย่างอื่น แล้วไปทำศูนย์คัดแยกติดๆ สถานีรถไฟรองรับรถไฟรางคู่ พร้อมปรับปรุงระบบคัดแยกไปด้วย
มันถือว่า ตามระเบียบราชการ
waroonh Sun, 17/06/2018 - 10:17
In reply to มองไปรษณีย์ไทย ตาปริบๆ by Jessy
มันถือว่า ตามระเบียบราชการ ติดต่อประชาชนต้อง ส่งเป็นจดหมายลงทะเบียนไงครับ แค่นั้นก็อยู่ได้แล้ว สวัสดิการก็ดีเท่าราชการแบบเก่า เจ๊งก็งอแงกับรัฐบาลเอา
จุดแข็งของไปรษณีย์ไทย
akira Sun, 17/06/2018 - 11:02
In reply to มองไปรษณีย์ไทย ตาปริบๆ by Jessy
จุดแข็งของไปรษณีย์ไทย ก็ศูนย์ไปรษณีย์นี่แหล่ะ ตอนนี้ไม่ว่าขนส่งจ้าวไหน ที่ต้องส่งในพื้นที่ห่างไกล ก็ต้องจ้างไปรษณีย์ไทย เพราะไปส่งเองไม่คุ้ม เรียกว่ายิ่งเจ้าไหนรับงานต้องส่งพื้นที่ไกลๆ เยอะ ไปรษณีย์ไทยก็ได้ด้วย ถ้าคุณทำธุรกิจจะรู้ว่า บางเรื่องที่คนภายนอกคิดว่ามันล้าสมัย มันไม่คุ้ม แต่กำไรกระจายก็มีนะ เพราะไม่มีใครทำต้นทุนได้ต่ำเท่าไง เพียงแต่คงต้องห่วงการแข่งขันในเรื่องรูปแบบธุรกิจให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า E-Commerce เท่านั้นแหล่ะ อีกอย่างนึงเห็นอย่างนั้นไปรษณีย์ไทยไม่ได้ขาดทุนนะ กำไรเยอะด้วย เพียงแต่อาจดูไม่หวือหวาเหมือน AOT, ปตท. แต่ก็ไม่ได้แย่เหมือน CAT, TOT ฯลฯ ด้วยเหตุผลที่กล่าวข้างต้นนั่นแหล่ะ
http://www.investerest.co
ti.krab Sun, 17/06/2018 - 14:04
In reply to มองไปรษณีย์ไทย ตาปริบๆ by Jessy
http://www.investerest.co/business/thai-post-with-40-percent-profit-growth/
เห็นเงียบๆ กำไรเพียบอยู่นะ ไปรษณีย์ไทย
ในหลายๆ เคส ฉลาดกว่า AI
nrml Tue, 19/06/2018 - 09:19
In reply to มองไปรษณีย์ไทย ตาปริบๆ by Jessy
ในหลายๆ เคส ฉลาดกว่า AI ก็บุรุษไปรษณีย์ประจำศูนย์ในพื่นที่นี่แหละครับ
ที่ไทยเป็นไงบ้างเนี่ย
Zatang Mon, 18/06/2018 - 08:27
ที่ไทยเป็นไงบ้างเนี่ย เห็นเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการวันนี้เลย