Kasikorn Bank

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวแอพใหม่ K PLUS Beacon บริการธนาคารผ่านมือถือสำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น (visually impaired) ไม่ว่าจะเป็นตาบอดหรือมีปัญหาด้านการมองเห็นประเภทอื่นๆ หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป ก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้นมาก

K PLUS Beacon เป็นการต่อยอดจาก Beacon Interface แอพต้นแบบที่เคยไปชนะงาน Singapore FinTech Festival เมื่อปี 2016 หลังจากนั้นทีมงานพัฒนาก็ไปทำงานร่วมกับคนพิการทางสายตา และสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อปรับปรุงแอพให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

หลักการของ K PLUS Beacon คือการปรับอินเทอร์เฟสให้เหมาะกับผู้พิการทางสายตา โดยใช้ gesture 4 ทิศทาง (ปัดขึ้น ลง ซ้าย ขวา) เพื่อสั่งงาน โดยจะมีเสียงพูดกำกับทุกสถานการณ์ว่าขณะนั้นหน้าจอกำลังแสดงข้อมูลอะไรอยู่

ในแอพ Beacon Interface เวอร์ชันแรกๆ ใช้การนำทางหลายทิศทาง ทำให้ผู้ใช้สับสน พอมาถึง K PLUS Beacon ก็ปรับให้ตัวเลือกในทุกหน้าจอมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยปัดขึ้นคือถอยหลัง ปัดลงคือยืนยัน ปัดซ้าย-ขวาคือเปลี่ยนตัวเลือกในหน้านั้นๆ

อินเทอร์เฟสของ K PLUS Beacon ก็ถูกปรับปรุงไปจากเดิมหลายอย่าง โดยใช้รูปทรง (shape) ช่วยให้ไอคอนของแต่ละหน้าจอดูแตกต่างกัน (เช่น สามเหลี่ยม วงกลม) เพื่อให้คนที่มองเห็นไม่ชัด ตาไม่ได้บอดสนิท สามารถดูจากรูปทรงได้ว่ากำลังอยู่ในหน้าจอไหน หรือใช้สีเข้าช่วยเพื่อแยกแยะแต่ละโหมดออกจากกัน

ตอนนี้ K PLUS Beacon มีทั้งหมด 6 หน้าจอ ทำธุรกรรมพื้นฐานได้ครบถ้วน ตั้งแต่เช็คยอดเงิน (Balance) โอนเงิน (Transfer) เติมเงิน (Top Up) จ่ายบิล (Pay Bills) โดยรองรับการสแกนบาร์โค้ดด้วย ทางทีมงานบอกว่าในอนาคตจะเพิ่มความสามารถด้านธุรกรรมออนไลน์อื่นๆ เช่น การลงทุน เข้ามา

ในงานแถลงข่าว ธนาคารกสิกรไทยได้เชิญคนตาบอดมาทดสอบแอพด้วย หลายคนไม่เคยลองใช้มาก่อน และมาลองใช้งานให้สื่อมวลชนดูเป็นครั้งแรก พบว่าช่วงแรกมีการเรียนรู้เรื่องอินเทอร์เฟสอยู่บ้าง จุดที่ยากคือการป้อนตัวเลข (เช่น โอนเงิน 987.50 บาท จะยากกว่าการโอนเงิน 500 บาทที่มีปุ่มลัดอยู่แล้วค่อนข้างมาก) แต่พอคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟสแล้วก็ใช้งานได้คล่องแคล่วในเวลาเพียงไม่กี่นาที

เพื่อให้เห็นภาพว่าแอพนี้ใช้งานอย่างไร เราก็มีวิดีโอแสดงการใช้งานมาด้วย (แอพยังเป็นเวอร์ชันเดโม ข้อมูลทุกอย่างบนจอเป็นข้อมูลปลอม)

จากการสัมภาษณ์คนตาบอดที่มาร่วมทดสอบแอพ ปัจจุบันประเทศไทยมีคนตาบอดที่ลงทะเบียนประมาณ 2 แสนคน และคนตาบอดจำนวนหนึ่งใช้สมาร์ทโฟนอยู่แล้วผ่านฟีเจอร์ accessibility ของระบบปฏิบัติการ โดยให้อ่านออกเสียงปุ่มและข้อความต่างๆ บนแอพ แต่แอพบางตัวยังเขียนมาไม่ดีพอ ทำให้บางปุ่มหรือบางเมนูไม่มีข้อความ (label) กำกับ ไม่รู้ว่าเป็นปุ่มอะไร ต้องใช้วิธีจำตำแหน่งปุ่มแทน และไม่สะดวกเท่าไรนัก

การมีแอพที่ใส่ใจเรื่อง accessibility มาตั้งแต่แรกจึงเป็นประโยชน์มาก และช่วยลดความจำเป็นในการต้องไปทำธุรกรรมที่สาขาหรือตู้ ATM ลงได้มาก (คนตาบอดไปที่ตู้ ATM ใช้วิธีจำปุ่มของตู้แต่ละรุ่น/ยี่ห้อ แต่จะกังวลตอนกด PIN ว่ามีใครแอบมองหรือไม่)

ธนาคารกสิกรไทย จะเริ่มทดสอบแอพ K PLUS Beacon ในวงกว้างมากขึ้น โดยจะเปิดรับ Beta Tester จำนวน 300 ราย ทั้งกลุ่มที่เป็นคนตาบอด สายตาเลือนราง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มบุคคลทั่วไป

ขั้นตอนคือวันที่ 16-24 พฤศจิกายน 2560 จะเป็นช่วงรับสมัครผู้ทดสอบ ผ่าน 3 ช่องทางคือ

หมายเหตุ: ผู้ทดสอบไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกสิกรไทย และแอพ K PLUS มาก่อน ตัวแอพ K PLUS Beacon รองรับทั้ง iOS และ Android

<img src="https://i.imgur.com/oSmYHRO.jpg"/ >

จากนั้นในวันที่ 5-28 ธันวาคม 2560 จะเป็นช่วงเริ่มทดสอบ โดยธนาคารจะจัดเจ้าหน้าที่ช่วยสอนการติดตั้งและใช้งานแอพ ที่ธนาคาร 5 สาขา ได้แก่ สาขามาบุญครองเซ็นเตอร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บางขุนเทียน ดาวคนอง ปิ่นเกล้า

แอพ K PLUS Beacon จะเริ่มเปิดให้ใช้งานทั่วไปในปี 2561 และทีมงานบอกว่าแผนการในระยะยาวคือผนวกฟีเจอร์ด้าน accessibility เหล่านี้เข้ามาในแอพ K PLUS ตัวหลัก เพื่อให้ใช้งานได้ทั่วถึงโดยไม่ต้องมีแอพแยก

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

และคนตาบอดจำนวนหนึ่งใช้สมาร์ทโฟนอยู่แล้วผ่านฟีเจอร์ accessibility ของระบบปฏิบัติการ

คนตาบอดที่ใช้สมาร์ตโฟนโดยที่ไม่ใช้ Accessibility Features นี่ต้องเทพขนาดไหนครับ ประโยคนี้ ผมเห็นว่าคำว่า "จำนวนนึง" เขียนดูให้น้อยเกินความเป็นจริงไปมากครับ เพราะมันควรจะเป็น "ทั้งหมด" หรือ "เกือบทั้งหมด" มากกว่า

แต่แอพบางตัวยังเขียนมาไม่ดีพอ ทำให้บางปุ่มหรือบางเมนูไม่มีข้อความ (label) กำกับ ไม่รู้ว่าเป็นปุ่มอะไร
ต้องใช้วิธีจำตำแหน่งปุ่มแทน

นี่แหละครับ คือประเด็นสำคัญ ในเมื่อรู้แบบนี้ แล้วทำไมไม่แค่ใส่ Label ให้ปุ่มบนแอพตัวหลักของคุณล่ะครับ (รวมถึงบนหน้าเว็บของ KBank เองด้วยแหละ) จะมาพัฒนาแอพแยกทำไหม?

และทีมงานบอกว่าแผนการในระยะยาวคือผนวกฟีเจอร์ด้าน accessibility เหล่านี้เข้ามาในแอพ K PLUS ตัวหลัก เพื่อให้ใช้งานได้ทั่วถึงโดยไม่ต้องมีแอพแยก

สรุปคือ คนตาบอดต้อง "ทำความคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟซ" เพื่อใช้งานแอพนี้ขั้นเวลาแค่นั้นสินะครับ แล้วพอทำแอพหลักให้ access แล้วก็กลับไป "ทำความคุ้นเคย" กับหน้าตาของแอพตัวหลักกันใหม่อีกทีนึง #ดีครับดี

อันนี้เป็นความเห็นจากการฟังคลิปตัวอย่างนะครับ ไม่ได้ไปใช้จริงด้วยตนเองแต่อย่างใด

  • ประเด็นแรกคือเรื่อง "เสียงพูด" ในที่นี้ก็คือ TTS (Text-to-Speech) อะนะครับ ซึ่งในการใช้งานสมาร์ตโฟนโดย "ปกติ" ของคนตาบอด เราต้องเปิดการใช้งาน mobile screen reader ซึ่งก็จะใช้ TTS เพื่ออ่านให้คนตาบอดฟังได้อยู่แล้ว ทีนี้เมื่อแอพนี้ไม่ได้ใช้การเข้าถึงจาก Mobile screen reader ตามปกติ เลือกที่จะใช้ gesture ของตัวเอง ใช้เสียง TTS ของตัวเอง มันก็จะทำให้เกิดปัญหาสำหรับผู้ใช้ตามมาหลายอย่างอยู่ครับ
    • การใช้แอพตัวนี้จำเป็นต้องปิดการทำงานของ mobile screen reader ก่อนใช่หรือไม่ เท่าที่เคยเห็นมานะครับ ถ้าแอพตัวไหนที่ "หวังดี" ใช้ TTS ของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือทำให้แอพพูดได้โดยไม่ต้องเพิ่ง mobile screen reader ของเครื่องนั่นแหละ เมื่อเราเข้าไปใช้งานแอพนั้นแล้ว เราต้องปิดการทำงานของ mobile screen reader ก่อนครับ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่า "มันตีกัน" ซึ่งส่วนตัวคือไม่ปลื้มแอพแบบนี้มาก เพราะการเปิดๆ ปิดๆ ตัว mobile screen reader นี่ไม่ใช่เรื่องสนุกสนานแต่อย่างใด
    • เรื่องการปรับ profile ของเสียง TTS ในเมื่อเราไม่ได้ใช้ตัว mobile Screen reader ตามปกติที่เราใช้ เราก็ต้องมาจัดการปรับระดับ speed, volume, pitch ของเสียง TTS แยกต่างหากในแอพตัวนี้อีก เท่าที่เข้าใจที่มีคำถามอยู่ในคลิปที่ 3 ตัวแอพก็มีปุ่ม settings มาไว้ให้ปรับตรงนี้แล้วแหละนะครับ แต่มันก็จะกลายเป็นว่า การใช้งานแอพตัวนี้ ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม จากการใช้งานปกติเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแอพ (ใช้ง่าย?)
  • ประเด็นเรื่อง learning curve ที่ดูจะสูงกว่าแอพทั่วไป คือต้องบอกก่อนว่า ผู้ทดสอบจากสองคลิปแรก ถือว่าเป็นคนตาบอดที่ใช้สมาร์ตโฟนได้อย่าง จะเรียกว่าเชี่ยวชาญก็ว่าได้ คือใช้ได้ในระดับที่สามารถสอนคนอื่นใช้งานต่อได้แล้วอะนะครับ แต่จากในคลิป เราจะเห็นว่า การจะใช้แอพตัวนี้ ยังต้องให้ตัวแทนจากธนาคารเป็นผู้สอนใช้ gesture "พิเศษ" ของแอพอยู่ ซึ่งถ้าเป็นแอพโดยทั่วไปที่เขียนมาให้ access ได้ตามปกติ การใช้งาน ผู้ใช้ควรสามารถศึกษา "ได้ด้วยตนเอง"
  • เรื่องการลาก gesture จากในคลิปจะเห็นว่า มี gesture ที่ใช้สำหรับการยืนยันการทำรายการ = ลากลงแล้วค้างไว้ 3 วินาที ซึ่งเท่าที่เข้าใจคือผู้ใช้จำเป็นต้องลากลงและลากจากตำแหน่งกลางๆ หน้าจอ ผมเลยเดาว่า น่าจะมี virtual button ที่อยู่ในตำแหน่งประมาณ 6 นาฬิกา ที่ต้องแตะไปให้โดน และแตะค้างไว้เพื่อ activate ไม่ได้ใช้การวัดทิศทางของการลากนิ้วเพื่อใช้คำสั่งนี้ โดยส่วนตัวก็รู้สึกว่ามันยังแปลกๆ อยู่ ดูขาดความยืดหยุ่นยังไงไม่รู้ ถ้าจะบอกว่าออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้ง่ายอะนะครับ
  • เรื่องความปลอดภัย เราจะเห็นว่าอินเทอร์เฟซตัวนี้ ใช้การ "ลากและแตะค้าง" เพื่อทำให้มั่นใจว่าเป็นการยืนยันการทำธุรกรรมรายการนั้นจริงๆ อันนี้โดยส่วนตัว ผมเห็นว่า การมีหน้าให้กดยืนยันการทำรายการอีกครั้ง น่าจะเพิ่มความมั่นใจให้ได้มากกว่า (แต่ไม่ได้บอกว่าวิธีตามแอพนี้ดีหรือไม่ดีอะนะครับ) และมีข้อสังเกต ซึ่งอาจจะหมายถึงแอพของ KBank โดยรวม ไม่ได้เฉพาะแอพพิเศษตัวนี้ คือทำไม แอพของ KBank ถึงไม่มีให้ยืนยันการทำรายการด้วย OTP อีกชั้นนึง ผมว่าการกรอก OTP นี่แหละเป็นการยืนยัน และรวมถึงเพื่อความปลอดภัย ที่ดูโอเคมากกว่า

ที่เค้าบอกว่าคนตาบอดจำนวนนึงใช้ smartphone ผ่าน accessibility เค้าหมายถึงว่าที่เหลือไม่ได้ใช้ smartphone เพราะมันยากครับ ไม่ใช่ใช้ได้โดยไม่ต้องมี accessibility

ผมเห็นด้วยว่า app ของ KBank ชอบทำให้ยุ่งยากโดยไม่จำเป็น ชอบทำอะไรที่มันไม่มาตรฐานเหมือนพยายามจะแตกต่าง ใช้มานานแล้วแต่ทุกครั้งที่เปิดก็ด่าอยู่ในใจ

ส่วนเรื่องที่ไม่ต้องขอ OTP เวลายืนยันเพราะเค้ามั่นใจอยู่แล้วว่าเป็นเบอร์ที่ถูกต้อง เปลี่ยนซิมหรือเปลี่ยนเครื่องทุกครั้ง app มันจะโวยวายตลอด ถือว่ายืนยันครั้งแรกแล้วที่เหลือเปลี่ยนไม่ได้อีก

ครับ จริงๆ เรื่อง wording "จำนวนนึง" ในประโยคนั้น ผมว่ามันก็ตีความได้ทั้งแบบที่ผมบอกและแบบที่คุณบอกครับ

แต่ที่ผมเลือกที่จะตีความตามที่บอกไป เพราะจากบริบทที่เขาทำออกมาให้เห็นครับ ตัวแอพนี้เหมือนจะบอกกลายๆ ว่า accessibility ของระบบปฏิบัติการมัน "ใช้ยาก" เราทำใหม่ให้ใช้ง่ายๆ ดีกว่า

ส่วนการตีความตามที่คุณบอก อันนี้ผมก็ไม่มีข้อมูลอ้างอิงนะครับ แต่ผมว่าการใช้ iOS / Android ไม่ใช่เรื่องยากแล้วครับ และประกอบกับโทรศัพท์ที่ไม่ใช่สมาร์ตโฟนเอง ก็แทบจะหมดไปจากตลาดแล้ว ดังนั้นต่อให้เป็นการตีความแบบนี้ ผมก็ยังคิดว่า ไม่น่าใช่แค่คนตาบอดส่วนน้อยหรอกครับที่ใช้สมาตร์โฟน

ยินดี ที่ K PLUS Beacon
เข้ามาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้มีปัญหาทางสายตา
อย่างไรก็ตาม
ผมอยากให้ทำแอพ K+
ที่มีอยู่เดิม
ให้รองรับระบบ accessibility ของระบบปฏิบัติการให้เร็วที่สุดด้วยครับ
คงทำไม่ยาก IOS Android ได้เปิดทางไว้หมดแล้ว
คนตาบอดเองก็จะสามารถใช้งานได้ทันที
และสามารถเข้าถึงบางเมนู
ที่ยังไม่มีใน K PLUS Beacon ได้ด้วยครับ

อันนี้ทางทีมของ KBank บอกว่าช่วงแรกจะยังแยกกันไปก่อน เพื่อให้การพัฒนารวดเร็วครับ พอลงตัวแล้วจะทยอยเอาเข้า K Plus ตัวหลักต่อไป

ความผิดปรกติทางสายตามีหลายระดับครับ ตั้งแต่บอดสนิทไปจนถึงมองไม่ชัด เช่น สายตาสั้นมาก

Beacon ทำมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ที่ไม่สามารถใช้การบริการทางการเงินบนมือถือ เหมือนคนปรกติทั่วไปได้

Beacon ทำมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ที่ไม่สามารถใช้การบริการทางการเงินบนมือถือ เหมือนคนปรกติทั่วไปได้

ปัญหามันอยู่ที่แอปปกติทำไมถึงไม่ทำให้ใช้งานได้มากกว่านะครับ