Patrick B. Gibson อดีตพนักงานของแอปเปิลที่เคยร่วมทีม iPad เขียนบล็อกแนะนำให้แอปเปิลซื้อกิจการทวิตเตอร์เพื่อแก้ปัญหาเรื่องบริการออนไลน์ที่แอปเปิลไม่ค่อยเก่งนัก
เขาบอกว่าปัญหาใหญ่ของแอปเปิลตอนนี้คือ "คู่แข่งสำคัญ" อย่างกูเกิลสามารถพัฒนาตัวเองเรื่องดีไซน์ได้รวดเร็วกว่าที่แอปเปิลเองจะแก้ปัญหาเรื่องบริการออนไลน์
เขายกกรณีอย่าง .Mac, MobileMe, iCloud ว่าแอปเปิลไม่ประสบความสำเร็จมากนัก บริการอย่าง Ping ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และเทคโนโลยีด้านเว็บของแอปเปิลที่ใช้ WebObjects ก็เก่าและล้าสมัยแล้ว ทำให้แอปเปิลไม่สามารถปรับปรุงหน้าร้านออนไลน์ของตัวเองโดยไม่ต้องปิดเว็บได้
ส่วนกูเกิลและแอนดรอยด์กลับแก้ปัญหาเรื่องดีไซน์ได้อย่างรวดเร็วมาก ถึงแม้แอนดรอยด์จะยังไม่ดูดีเท่ากับ iOS แต่มันดีขึ้นมากในรุ่นหลังๆ ส่วนเรื่องบริการออนไลน์ของกูเกิลแทบไม่มีปัญหาอะไรเลย
แอคเคาต์ลับในทวิตเตอร์นั้นจะมีการปกป้องความเป็นส่วนตัวหลายประการเช่น ต้องกดขอตามและเจ้าของต้องอนุญาตก่อนถึงจะตามได้, คนที่ไม่ได้ตามแอคเคาต์ลับ นอกจากจะไม่สามารถเห็นทวีตของเจ้าตัวได้แล้ว ก็จะไม่สามารถเห็นว่าแอคเคาต์เหล่านี้กดตามหรือยอมให้ใครตามบ้าง รวมถึงไม่สามารถเห็นว่าแอคเคาต์ลับเหล่านี้กดรีทวีตหรือติดดาวทวีตใดไว้บ้างเช่นกัน แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าความสามารถหลังจะถูกทวิตเตอร์เอาออกแล้ว (ก็คือตอนนี้ถ้ากดดูทวีตที่มีคนรีทวีตหรือติดดาวไว้ว่ามีใครบ้าง ระบบจะแสดงผลคนทั้งหมด รวมถึงคนที่เป็นแอคเคาต์ลับด้วย)
ไม่รู้ว่าเป็นความจงใจของทวิตเตอร์หรือเปล่า แต่ ณ ตอนนี้ถ้าอยากรักษาความเป็นส่วนตัว ก็พึงอย่ารีทวีตหรือกดติดดาวทวีตไหนไปก่อนละกัน :P
ทวิตเตอร์ประกาศเพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ อีก 2 อย่าง
อย่างแรกคือการแชร์ทวีตทางอีเมล โดยหน้าเว็บทวิตเตอร์จะมีปุ่ม ... More อยู่ใกล้ๆ กับปุ่ม Reply/Retweet เดิม กดแล้วจะมีคำสั่ง Email Tweet เพิ่มมา
อย่างที่สองคือหน้า Search ของทวิตเตอร์ จะเน้นผลการค้นหาที่เป็นรูปภาพและวิดีโอมากกว่าเดิม โดยมีผลทั้งเวอร์ชันเว็บและแอพ นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลเพิ่มเติมในหน้าผลการค้นหา ว่าทำไมทวิตเตอร์จึงเลือกข้อความนั้นๆ มาแสดงให้เราเห็น เช่น เป็นข้อความที่เพื่อนของเรา retweet/favourite เป็นต้น
ที่มา - Twitter (1), Twitter (2)
ที่ผ่านมาทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการรายงานสถานการณ์ทั่วโลก เช่นเมื่อครั้งที่สหรัฐฯ บุกจับบิน ลาดิน ก็มีการรายงานจากคนภายนอกผ่านทวิตเตอร์มาก่อนที่จะเป็นข่าว แต่กองทัพอิสราเอล (Israel Defense Forces - IDF) กำลังใช้แนวทางใหม่ คือรายงานปฎิบัติการสดด้วยตัวเองผ่านทวิตเตอร์ @IDFSpokesperson
ปฎิบัติการ #PillarOfDefence เป็นการยิงมิสไซล์เข้าไปยังเขตฉนวนกาซากว่า 100 จุด โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าเป็นการป้องกันตัวเอง หลังจากที่อิสราเอลตกเป็นเป้าของการโจมตีจากกลุ่มฮามาสมาตลอดปีที่ผ่านมา โดยมีจรวดจากกลุ่มฮามาสยิงเข้ามากว่า 700 ลูก เพียงสามวันที่ผ่านมามีมากกว่า 120 ลูก
จากการปรับนโยบายจำกัดผู้ใช้ Twitter ของนักพัฒนาภายนอกผ่าน API ให้อยู่ราวๆ 100,000 คนต่อแอพที่ประกาศไปเมื่อสามเดือนก่อน ตอนนี้มีเหยื่อรายใหม่ที่ถูกจำกัดการใช้งานแล้ว
เหยื่อรายที่ว่าก็คือ Tweetro แอพเล่น Twitter บน Windows 8 คู่แข่งของ MetroTwit ที่มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการเปิดตัว Windows 8 อย่างเป็นทางการ และจากยอดดาวน์โหลดที่สูงขึ้นนั่นเอง ทำให้ token API ที่มีอยู่จำกัดเพียง 100,000 คนถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ใครที่เพิ่งใช้งาน Tweetro อาจไม่สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของ Twitter ในขั้นตอน OAuth ได้
ส่วนอนาคตของ Tweetro เองก็ยังไม่แน่นอน และคาดว่าจะถูกเอาออกจาก Windows Store จนกว่าจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อีกด้วย
ส่วนวิธีการแก้ไขเบื้องต้นสำหรับคนที่เคยใช้แอพนี้ (และตอนนี้ไม่ใช้แล้ว) ก่อนลบออกจากเครื่อง ก็ revoke access ก่อน ตัวแอพจะได้ token เพิ่มขึ้นครับ
ที่มา - WindowsObserver
เมื่อวานนี้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์จำนวนหนึ่งได้เกิดปัญหาเมื่อพวกเขาได้รับเมลแจ้งเตือนว่าบัญชีเหล่านี้ถูกเข้าถึงโดยบริการที่ไม่ใช่ของทวิตเตอร์หรือไม่เกี่ยวข้องกับทวิตเตอร์ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อผู้ใช้ว่าบัญชีของพวกเขานั้นได้ถูกแฮกหรือไม่
ต่อมาทางทวิตเตอร์ได้ออกมาขอโทษผู้ใช้งานพร้อมทั้งกล่าวถึงปัญหาตรงจุดนี้ว่า สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งได้รับการแจ้งเตือนในรูปแบบนี้เกิดจากการที่ทางทวิตเตอร์ "เผลอ" รีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้เหล่านี้ไป ไม่ได้เกิดจากการถูกโจมตีหรือแฮกใดๆ แน่นอน โดยผู้ใช้งานที่พบปัญหานี้ก็ได้รับคำแนะนำในการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่แล้ว
มีกลุ่มของผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งเรียกร้องให้ทางทวิตเตอร์เริ่มใช้ two-factor authentication ด้วย
ผลการเลือกตั้งในสหรัฐครั้งนี้ นอกจากจะมีการใช้สื่อผ่าน Social Media มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาแล้ว ยังสร้างสถิติต่างๆ มากมาย โดยล่าสุดการทวีตประกาศชัยชนะของบารัก โอบามาได้รับการ Retweet มากกว่า 400,000 ครั้ง (ณ เวลาที่เขียนข่าว) จนเป็นทวีตที่มียอด Retweet สูงที่สุดตลอดกาลไปแล้ว
การทำนายเทรนด์ต่างๆ อาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ก็จริง แต่ในวันนี้คณาจารย์และนักศึกษาจาก MIT ทำสำเร็จแล้ว โดยการใช้อัลกอริทึมในการทำนายเทรนด์ของ Twitter ใน 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีต่อมาโดยมีอัตราความแม่นยำถึง 95 เปอร์เซนต์ และยังพบว่าสามารถทำนายเทรนด์ได้ถึง 4-5 ชั่วโมงต่อมาโดยที่มีอัตราความแม่นยำใกล้เคียงกัน
ประโยชน์การใช้งานของอัลกอริทึมนี้ อาจไม่ได้มีแค่เอาไว้อวดเพื่อนเท่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นประโยชน์กับทาง Twitter ในด้านของการโฆษณา คือ โฆษณาให้ตรงกับเทรนด์ของทวิตเตอร์ในเวลานั้นๆ อีกด้วย โดยอัลกอริทึมนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ณ Workshop ที่เกี่ยวกับ Social Network ของทาง MIT ครับ
ที่มา : Engadget
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานข่าวว่า Twitter เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ "ฟิลเตอร์" สำหรับตกแต่งภาพถ่าย ลักษณะเดียวกับ Instagram ลงในแอพของตัวเอง
เป้าหมายของ Twitter นั้นชัดเจนว่าต้องการดึงให้คนกลับมาใช้แอพ Twitter แชร์ภาพถ่าย แทนการโพสต์ด้วย Instagram (หรือแอพลักษณะเดียวกัน) ลง Twitter อีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า Twitter เตรียมทำฟีเจอร์แบบเดียวกันสำหรับวิดีโอ เพื่อลดอิทธิพลของ YouTube ลงด้วยเช่นกัน
The New York Times รายงานว่าหลังจากที่ Twitter ซื้อ Instagram แข่งกับ Facebook ไม่สำเร็จ บริษัทก็ตัดสินใจว่าต้องมีฟีเจอร์ลักษณะนี้ และช่วงแรกก็พยายามเสนอซื้อบริษัทคู่แข่งของ Instagram หลายราย แต่สุดท้ายพบว่าไม่สามารถตกลงเรื่องราคากันได้ ก่อนจะตัดสินใจสร้างฟีเจอร์นี้ขึ้นเองในที่สุด
Twitter ยังไม่ยืนยันข่าวนี้อย่างเป็นทางการนะครับ
ที่มา - The New York Times
ทวิตเตอร์ประกาศอัพเดต TweetDeck ใหม่ในเวอร์ชั่น 2.0 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโดยรวมคือเน้นการปรับปรุงหน้าตาใหม่ให้อ่านทวีตได้ง่ายขึ้น โดยส่วนแรกก็คือการเพิ่มสีใหม่เข้ามาในตัวไคลเอนต์ (ซะที) นั่นก็คือแบบ light สไตล์โทนสีขาวสลับกับฟ้าอ่อน อ่านสบายตา (หรือเปล่า) ซึ่งผู้ใช้สามารถกดปุ่มเดียวเพื่อเปลี่ยนสีได้ สะดวกอย่างมาก
นอกจากนี้ TweetDeck ปรับแถบการอ่านใหม่ให้อ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น และตัวอักษรที่ไม่เล็กเกินไป ทำให้ผู้ใช้รู้สึกดีกว่าเวอร์ชั่นก่อน ๆ (ตรงนี้ควรทำตั้งนานแล้ว) และที่สำคัญคือ บอกได้ด้วยว่าใช้ไคลเอนต์อะไร (ซึ่งหลายท่านก็ทราบดีว่าทวิตเตอร์นำฟีเจอร์นี้ออกไปนานแล้ว) และมันก็กลับมาใน TweetDeck เท่านั้น แต่ข่าวร้ายคือ TweetDeck จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Facebook ได้อีกต่อไป ซึ่งผู้ใช้เดิม (อย่างผม) ก็น่าจะเซ็งไปตาม ๆ กัน
สำหรับผู้ใช้ Mac อัพเดตได้แล้ววันนี้ที่ Mac App Store, บน PC เช็กอัพเดต หรือถ้าใครยังไม่ได้ดาวน์โหลดมาใช้ ก็กดได้ที่นี่ครับ, ส่วนบนหน้าเว็บและ Chrome Extension ไม่ต้องอัพเดตอะไร เข้าไปเล่นได้เลย
ที่มา : TweetDeck Blog
มีข่าวออกมาจากทาง @TwitterMobile ซึ่งเป็นฝ่ายที่รับผิดชอบในการทำ Official Client ของทวิตเตอร์ครับว่า ในขณะนี้พวกเขากำลังแอพฯ ให้ Windows 8 อยู่ เนื่องจากตัว Windows 8 ในขณะนี้ กำลังต้องการแอพฯ ทวิตเตอร์ที่ดีที่สุดอยู่
ทั้งนี้แอพฯ ทวิตเตอร์บน Windows 8 ในขณะนี้ยังมีอยู่น้อยมาก อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะโดนตัดท่อน้ำเลี้ยงออกในตอนไหน ดังนั้นการรอใช้งาน Official Application ถือเป็นทางเลือกสำรองที่ดีที่สุดในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม เราต้องรอกันคร่าวๆ เป็นเดือนครับ
ที่มา - @TwitterMobile ผ่าน The Next Web
ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ชอบแชร์รูปจากอินสตาแกรมขึ้นทวิตเตอร์ และชอบเมนชันหาเพื่อนตัวเองด้วย แต่ถ้าในกรณีที่เพื่อนในอินสตาแกรมใช้ username คนละชื่อกับในทวิตเตอร์ล่ะ? ก็อาจจะเกิดความสับสนแก่ผู้ยึดครอง username นั้นในทวิตเตอร์ก็เป็นได้
ปัญหานี้กำลังจะหมดไปเพราะหลังจากนี้ถ้าภาพที่ถูกแชร์ขึ้นทวิตเตอร์มีการเมนชันหาผู้ใช้ที่ทำการเชื่อมต่ออินสตาแกรมกับทวิตเตอร์แล้ว ในอินสตาแกรมจะโชว์ชื่อในคำอธิบายรูปตามปกติ แต่ชื่อในทวีตจะถูกแปลงเป็น username ที่ใช้ในทวิตเตอร์โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าหากผู้ใช้ที่ถูกเมนชันหาไม่ได้เชื่อมต่อบัญชีอินสตาแกรมกับทวิตเตอร์เอาไว้ ภาพที่ถูกแชร์ขึ้นทวิตเตอร์จะถูกตัดเครื่องหมาย @ หน้า username โดยอัตโนมัติเช่นกัน สุดท้ายหากมีการเมนชันอะไรก็ตามที่ไม่ได้เป็นชื่อของผู้ใช้ในอินสตาแกรม เครื่องหมาย @ ก็จะคงอยู่หากมีการแชร์ขึ้นทวิตเตอร์
ที่มา - Instagram
เพิ่งมีข่าวว่าปล่อยตัวทดสอบบน Android ได้ไม่กี่วัน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา (วันเดียวกับที่ปล่อยบน Android เลย) ทาง naan Studio ได้ประกาศว่าจะยกเลิกทำ Echofon Desktop ทุกตัวแล้วครับ
โดยทาง naan Studio ได้ให้เหตุผลว่า พวกเขาต้องการเวลาที่จะทำ Mobile App ให้ดีกว่านี้ (ทั้งบน iOS และ Android) และขออภัยที่ไม่สามารถให้ประสบการณ์ในการเล่นทวิตเตอร์ได้ดีพอครับ
ก็เท่ากับว่า Echofon Desktop ที่อัพเดตไปล่าสุดคือ 1.6.2 (Mac)/1.1 (Windows)/2.5.2 (Firefox) จะเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายแล้ว และหลังจากนี้จะไม่มีอัพเดตเข้ามาอีกครับ คนที่มีอยู่สามารถเล่นได้ตามปกติไม่มีปัญหา ใครที่เพิ่งกดซื้อไปก็ไปทำเรื่องขอ Refund คืนกับ Apple ได้ ส่วนตัวเวอร์ชั่นมือถือยังคงทำตามปกติไม่เปลี่ยนแปลงครับ
ที่มา - Echofon Blog
หลังจากปล่อยรุ่น alpha มาได้สามเดือน ในที่สุด Tweetbot for Mac ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว
ฟีเจอร์หลักๆ ของ Tweetbot for Mac ไม่ต่างจากตอน alpha มาก ดังนี้ครับ
- รองรับหลายไทม์ไลน์พร้อมกัน และแสดงผลพร้อมกันหลายบัญชีได้
- รองรับ Retina Display และ Notification Center
- ซิงก์ทวีตที่อ่านจากบนอุปกรณ์อื่น (iPhone, iPad)
สามารถซื้อ Tweetbot for Mac ได้แล้วตอนนี้จาก Mac App Store ด้วยค่าตัว 19.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ครับ
ที่มา - iTunes Store
ทวิตเตอร์ประกาศบล็อค @hannoverticker แอคเคานท์ของ Besseres Hannover กลุ่มนาซีใหม่จากประเทศเยอรมัน หลังจากที่ตำรวจสั่งแบนกลุ่มนี้และยึดทรัพย์สินทั้งหมด
สมาชิกของกลุ่ม Besseres Hannover จำนวนหนึ่งถูกตั้งข้อหาเหยียดเชื้อชาติ และตั้งหน่วยงานผิดกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้มีการกล่าวโทษว่ากลุ่มนี้แสดงท่าทีเป็นภัยต่อคนเข้าเมืองและแจกใบปลิวเหยียดเชื้อชาติ
การบล็อคจะจำกัดเฉพาะคนเยอรมันเท่านั้น ผู้ใช้จากชาติอื่นๆ ยังคงสามารถเข้าดูได้แม้จะไม่มีการโพสต์ข้อความใหม่มาเกือบเดือนแล้วก็ตาม
ทนายความของทวิตเตอร์ Alex Macgillivrayแสดงท่าทีไม่พอใจต่อการร้องขอให้บล็อคครั้งนี้ และโพสเอกสารสั่งบล็อคจากกรมตำรวจเยอรมัน
ประเทศไทยเองเคยแสดงความยินดีต่อนโยบายบล็อครายประเทศของทวิตเตอร์ แต่ถ้าร้องขอไปจริงๆ ก็คงต้องระวังว่าจะเป็นข่าวไปทั่วโลกแบบนี้
ที่มา - BBC
แอพทวิตเตอร์ชื่อดังอีกตัวอย่าง Echofon ออกรุ่นสำหรับ Android แล้ว โดยยังมีสถานะเป็น alpha และยังไม่ได้ขึ้น Play Store
Echofon Android ออกแบบให้ใช้สไตล์ Holo มีทั้งแบบสีเข้มและสีอ่อน ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ก็ตามมาตรฐานของแอพทวิตเตอร์ทั่วไปครับ
ใครสนใจก็ดาวน์โหลดกันได้จาก Echofon for Android ต้นทางไม่ระบุว่าใช้ได้กับ Android เวอร์ชันไหนบ้างครับ
ที่มา - @echofonbeta via Android Police
All Things D รายงานว่า Twitter เตรียมรุกเข้าสู่การบริการแชร์วิดีโอ โดยได้เข้าซื้อสตาร์ทอัพเพื่อซื้อตัวพนักงาน (acqhire) ในบริษัท Vine ซึ่งให้บริการแชร์วิดีโอสำหรับผู้ใช้ iPhone
ถ้าคุณไม่คุ้นชื่อบริการ Vine มาก่อนก็อย่าแปลกใจ เพราะบริการนี้เพิ่งก่อตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนและยังไม่เปิดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปด้วยซ้ำ โดย Vine นั้นแตกต่างจากผู้ให้บริการแชร์วิดีโอรายอื่น คือให้ผู้ใช้งานถ่ายวิดีโอและแชร์โดยระบบจะตัดต่อวิดีโอให้เองในความยาวประมาณ 6 วินาที (อาจจะบอกว่ามันคือ GifBoom ที่ภาพชัดกว่าและมีเสียงก็ได้) ลองดูตัวอย่างตามนี้ครับ [1], [2]
หากข่าวนี้ถูกยืนยันว่าเป็นความจริง ก็ทำให้เห็นยุทธศาสตร์ของ Twitter ที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะรุกไปในการแชร์สื่อให้รอบด้านมากที่สุด หลังจากปีที่แล้วร่วมมือกับ Photobucket ทำบริการแชร์ภาพของตนเองไปแล้ว
ที่มา: All Things D
แท็บ Discover ถือเป็นฟีเจอร์ที่ Twitter หมายมั่นปั้นมือไว้มากว่าจะสามารถนำข้อความทวีตจำนวนมหาศาล มาสกัดออกเป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ได้ (แม้ที่ผ่านมาจะยังทำได้ไม่ดีเท่าที่คาด)
ล่าสุด Twitter ออกมาประกาศว่าข้อความที่แสดงในแท็บ Discover จะถูกแสดงแบบ expanded mode คือขยายทวีตแสดงพรีวิวของภาพ-บทความ-วิดีโอ เพื่อให้เตะตาผู้ใช้มากขึ้นครับ
(ส่วนตัวแล้วผมว่าจะแสดงแบบไหนคงไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องไปปรับปรุงอัลกอริทึมการเลือกข้อความให้มันตรงกับที่เราต้องการมากกว่านี้อีกเยอะ)
ที่มา - Twitter Blog
รายงานสถิติการใช้มือถือในสหรัฐ โดยบริษัท comScore ระบุว่า Instagram มีผู้ใช้เฉลี่ยต่อวัน (daily active users หรือ DAU) จำนวน 7.3 ล้านราย แซงหน้า Twitter ที่มี DAU 6.9 ล้านรายไปเรียบร้อยแล้ว (นับทั้งเว็บบนมือถือและการใช้จากแอพ ไม่นับรวมผู้ใช้บนเดสก์ท็อป)
นอกจากนี้รายงานของ comScore ยังให้ข้อมูลว่าผู้ใช้ Instagram ใช้เวลาอยู่กับมันเฉลี่ย 257 นาทีต่อเดือน (ข้อมูลเดือนสิงหาคม) ส่วนผู้ใช้ Twitter ใช้เวลา 170 นาทีต่อเดือน
แต่ถ้าดูสถิติในภาพรวม Twitter ยังมีผู้ใช้งานต่อเดือนสูงกว่าคือ 29 ล้านราย ส่วน Instagram มี 22 ล้านราย พอสรุปได้ว่า Instagram มีผู้ใช้ที่เหนียวแน่นกว่ามาก
ข้อมูลที่ comScore เปิดเผยมีแค่ 2 รายนี้ ยังไม่มีข้อมูลของ Facebook หรือ Google+ มาให้เทียบนะครับ
ที่มา - AllThingsD
ในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์คกลายเป็นเครื่องมือแจ้งเตือนภัยชั้นเยี่ยม และยังคงพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก โดย Twitter เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับประเทศญี่ปุ่น เพื่อรับมือกับภัยพิบัติโดยเฉพาะ
ฟีเจอร์ใหม่นี้มีชื่อว่า Lifeline ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติได้ง่ายขึ้น โดยสามารถหาว่าอยู่ในเขตประสบภัยหรือไม่ง่ายๆ ด้วยการค้นหาด้วยรหัสไปรษณีย์ และยังใช้หาข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ แบ่งตามเวลาได้ละเอียดขึ้น และยังตั้งให้ส่งข้อความเตือนมายังอุปกรณ์ของเราได้อีกด้วย โดยข้อมูลเหล่านี้ Twitter ระบุว่าได้มาจากการร่วมมือกับรัฐบาล และการปกครองส่วนภูมิภาคของญี่ปุ่น
ตอนนี้ Lifeline ยังใช้ได้ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และมีแผนจะขยายเพิ่มในอนาคตครับ (เชื่อว่าชั่วโมงนี้คนไทยคงอยากได้กันบ้างแล้ว)
ที่มา - Twitter Blog












