เกือบหนึ่งเดือนหลัง ออราเคิลฟ้องกูเกิลฐานละเมิดสิทธิบัตรจาวาจำนวน 7 ชิ้น กูเกิลก็ได้ยื่นเอกสารตอบโต้ข้อกล่าวหาของออราเคิลแล้ว
ในส่วนของสิทธิบัตรนั้นกูเกิลโต้ตามมาตรฐาน คือ Android ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรใดๆ ของจาวา เรื่องก็จบแค่นี้ ไปว่ากันในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป
แต่ที่เพิ่มจากสิทธิบัตรคือกูเกิลได้ตอบโต้ออราเคิลเรื่องความเป็นโอเพนซอร์ส กับความ "เปิด" ของจาวาอีกยาว ซึ่งจะกลายเป็นสงครามระหว่างทั้งสองบริษัท และรอยแยกในวงการจาวาแน่นอน
เมื่อปี 2008 แอปเปิลถูกบริษัท Mirror Worlds ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเยล ฟ้องว่าผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลหลายตัว โดยเฉพาะ Cover Flow, Time Machine และ Spotlight ละเมิดสิทธิบัตรเรื่อง document streaming หรือการแสดงเอกสารหลายๆ ชนิดเรียงตามลำดับเวลา และแสดงผลเป็นกองเอกสารทับกัน (รายละเอียดของสิทธิบัตร) จำนวนทั้งหมด 3 ชิ้น
ล่าสุดคณะลูกขุนของคดีนี้ลงมติว่าแอปเปิลละเมิดสิทธิบัตรจริงทั้ง 3 ชิ้น แต่ลำดับถัดไปต้องรอการตัดสินจากผู้พิพากษาอีกครั้ง
Mirror Worlds ฟ้องค่าเสียหายจากแอปเปิล 208.5 ล้านดอลลาร์ต่อชิ้น รวมเป็นเงิน 625.5 ล้านดอลลาร์ ทนายของแอปเปิลให้ความเห็นว่าค่าเสียหายของสิทธิบัตรไม่ได้มากขนาดนั้น
ที่มา - Bloomberg, Ars Technica
บริษัท Acacia Research Corporation เป็นบริษัทที่รวมเอาสิทธิบัตรไว้ในมือจำนวนหนึ่งเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือไม่ก็ฟ้องเอาค่าเสียหายจากบริษัทไอทีต่างๆ ทั่วโลกล่าสุดได้ทำความตกลงกับ Red Hat เพื่อยุติคดีการละเมิดสิทธิบัตรโดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดความตกลงแต่อย่างใด
ในโลกโอเพนซอร์สการสู้คดีที่ชุมชนอยากให้เป็นคือการสู้เพื่อชุมชนรวม ไม่ว่าจะเป็นการสู้คดีจนจบเพื่อสร้างบรรทัดฐานว่าโค้ดส่วนใดละเมิดสิทธิบัตรใด หรือหากจะเป็นการทำความตกลงนอกศาล ก็ควรจะให้ความตกลงนั้นมีผลต่อชุมชนโดยรวมไปด้วย ไม่ใช่การตกลงเป็นรายๆ ไป โดยสัญญาอนุญาตแบบ GPL เองก็มีการห้ามไม่ให้ทำความตกลงแบบนี้
ก่อนหน้านี้ Red Hat กับ Novell เคยมีคดีกับ Acacia มาก่อน และคดีจบลงด้วยการชนะคดีที่กินเวลายาวนานถึงสามปี
การทำความตกลงเป็นพิเศษกับบริษัทของตัวเองเท่านั้นเคยทำให้ Novell แปลกแยกออกจากชุมชนจนกระทั่งมีปัญหากับทีม Samba และ OpenSUSE
ที่มา - Internet News
มีข่าวกันอยู่เรื่อยๆ สำหรับข่าวการละเมิดสิทธิบัตร ล่าสุดไมโครซอฟท์ยื่นเอกสารต่อ ITC เพื่อฟ้องโมโตโรลาเนื่องจากผลิตโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่ละเมิดสิทธิบัตรของไมโครซอฟท์จำนวน 9 รายการรวมถึง "การซิงค์อีเมล ปฎิทิน รายชื่อ การนัดหมายประชุมและ โปรแกรมแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณและปริมาณแบตเตอรี่"
เชื่อว่าในครั้งนี้อาจจะมีการตกลงยอมความกันนอกศาลและคงจะมีการประกาศเปิดตัว Windows Phone 7 จากฝั่งโมโตโรลาตามมา
ที่มา - Mashable
ศึกระหว่างแอปเปิลกับโนเกียในเรื่องสิทธิบัตรมือถือ (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2, ข่าวเก่า 3) ยังไม่ทันได้ข้อยุติ แอปเปิลก็ข้ามทะเลไปฟ้องโนเกียต่อในอังกฤษแล้ว
โฆษกของโนเกียให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โนเกียกำลังพิจารณาเอกสารอยู่ แต่ในเบื้องต้นเป็นสิทธิบัตรชุดเดียวกับที่แอปเปิลฟ้องโนเกียในสหรัฐ
ที่มา - รอยเตอร์
CFO ของไมโครซอฟท์ออกมาเปิดศึกกับ Android ในแง่ที่กูเกิลโฆษณาว่า "Android เป็นระบบปฏิบัติการฟรี ที่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ไม่ต้องเสียเงิน" ซึ่งฉกลูกค้าของ Windows Phone ไปได้ไม่น้อย
ไมโครซอฟท์ให้ความเห็นว่า Android นั้นฟรีไม่จริง แม้ว่าจะไม่ต้องเสียเงินเพื่อใช้งาน แต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ก็มีต้นทุนทางความเสี่ยงที่จะถูกฟ้อง เนื่องจาก Android ไปละเมิดสิทธิบัตรของคนอื่นจำนวนมาก หลายคนอาจคิดถึงข่าว Oracle ฟ้องกูเกิลฐานละเมิดสิทธิบัตร Java แต่มันก็มีกรณีที่ แอปเปิลฟ้อง HTC ด้วยเช่นกัน
ที่มา - Marketwatch
Paul Allen เศรษฐีอันดับ 37 ของโลก และคู่หูผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์กับบิล เกตส์ (เพิ่งมีข่าว Paul Allen ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ จะบริจาคทรัพย์สินเกือบทั้งหมดเป็นการกุศล) เดินหน้าฟ้องบริษัทไฮเทคหลายแห่งในข้อหา "ละเมิดสิทธิบัตร"
บริษัทที่ถูกฟ้องได้แก่ Google, Facebook, eBay, Apple, Yahoo, AOL, Netflix, Office Depot, OfficeMax, Staples รวมถึง YouTube (สังเกตว่าไม่มีไมโครซอฟท์)
สิทธิบัตรที่กล่าวอ้างมีอยู่ 4 ชิ้น ซึ่งเป็นสิทธิบัตรที่เกิดจากบริษัทไอทียุค 2000s ที่ Paul Allen เคยไปลงทุนเอาไว้ (ก่อนฟองสบู่ดอตคอมจะแตก) รายละเอียดดูได้จาก Wall Street Journal มีสิทธิบัตรที่ใกล้เคียงกับ news aggregator อยู่หนึ่งอัน
แน่นอนว่าบริษัทที่โดนฟ้องต่างออกมาปฏิเสธข้อหากันถ้วนหน้า เรื่องนี้ต้องดูกันต่อไปยาวๆ ครับ
ที่มา - Wall Street Journal, TechCrunch
สงครามสิทธิบัตรระหว่างกูเกิลและ MPEG LA ผู้ถือสิทธิ์ในสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสวีดีโอจำนวนมากกำลังทำให้สมรภูมิวีดีโอบนอินเทอร์เน็ตอาจจะเป็นตัวตัดสินอนาคตของอัลกอลิทึมการเข้ารหัสภาพเคลื่อนไหว เพื่อหยุดกระแสการย้ายค่ายของเว็บวีดีโอต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ทาง MPEG LA ก็ประกาศว่าวีดีโอที่เปิดให้เข้าชมฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต จะไม่ต้องเสียค่าสิทธิบัตรให้กับ MPEG LA อีกต่อไป โดยไม่มีกำหนดหมดอายุ
ก่อนหน้านี้ MPEG LA ประกาศให้ใช้งาน H.264 ฟรีเช่นกันแต่กำหนดเวลาไว้ที่ปี 2015 เท่านั้น
ประกาศนี้ไม่มีผลต่อผู้ผลิตเครื่องเล่นทั้งหลายที่ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรอยู่แล้ว และยังไม่รวมถึงบริการเสียเงินเช่น iTunes และ Hulu เป็นต้น
กลยุทธ์นี้เป็นการยื่นไม้อ่อนให้กับเว็บต่างๆ โดยที่เว็บที่ยังไม่เชื่อฟังและยังใช้ WebM ก็มีแนวโน้มจะถูกเรียกเก็บเงินอย่างที่มีการแถลงไปก่อนหน้านี้
ที่มา - ArsTechnica
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแอปเปิลได้พัฒนา iPhone ให้มี UI จอสัมผัสที่มีความแม่นยำและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีจอสัมผัสดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะผ่านมาถึงสี่ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครล้มตำแหน่งนี้ได้
ล่าสุดแอปเปิลได้จดสิทธิบัตรกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) โดยรายละเอียดเป็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้จอสัมผัสกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (ซึ่งเราพอจะคาดการณ์กันได้ว่าเครื่องนั้นน่าจะเป็น iMac) เป็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนการใช้ UI แบบละเอียด (OS X) ไปเป็นการใช้ UI แบบหยาบ (iOS) ด้วยเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับได้ว่ามีการขยับจอ และเมื่อมีการเปลี่ยน UI เคอร์เซอร์และสกรอลบาร์จะเลื่อนออกจากจอ เหลือไว้เพียง UI สำหรับจอสัมผัส
นับว่าเป็นอีกครั้งที่แอปเปิลพยายามปฏิวัติการใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่เราคงไม่ได้เห็น MacBook หรือ iMac รุ่นใหม่ที่มีการใช้จอแบบใหม่นี้ในเร็วๆ นี้จนกว่า Steve Jobs จะออกมาเปิดตัวผ่าน keynote อย่างเป็นทางการ
ที่มา: Engadget
แม้ว่า การ Jailbreak, Unlock และไรท์แผ่น DRM จะไม่ผิดกฏหมายอีกต่อไปในสหรัฐ แต่แอปเปิลยังเดินหน้าขอจดสิทธิบัตรชื่อ "Systems and Methods for Identifying Unauthorized Users of an Electronic Device" ซึ่งอธิบายง่ายๆ ว่าเอาไว้ตรวจจับคนที่ jailbreak/unlock/ถอดซิม นั่นเอง
วิธีการตรวจก็มีหลายวิธี เช่น ตรวจรูปแบบของหน่วยความจำที่ใช้ ถ้าหากจู่ๆ หน่วยความจำถูกใช้เพิ่มขึ้นผิดสังเกต อาจแปลว่ามีโปรแกรมที่ใช้แฮกเครื่องรันอยู่, ตรวจจับเสียงของผู้ใช้ว่าแปลกปลอมหรือไม่ ฯลฯ
ประโยชน์ของสิทธิบัตรชิ้นนี้ (ตามข้อมูลของแอปเปิล) คือช่วยคุ้มครองเจ้าของเครื่องจากผู้บุกรุกภายนอก โดยสามารถสั่งลบข้อมูลทางไกล, สั่งให้กล้องทำงาน ฯลฯ แต่ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตคนที่ jailbreak อาจโดนแอปเปิลสั่งปิดเครื่องให้ใช้งานไม่ได้เช่นกัน
ที่มา - The Register
อินเตอร์เฟส “Slide to Unlock” และ “Keyboard Letter Pop” ที่แอปเปิลได้คิดค้นขึ้นมา และนำมาใช้ครั้งแรกบน iPhone เมื่อปี 2007 นั้นสร้างความฮือฮา และถูกลอกเลียนไปใช้โดยผู้ผลิตรายอื่นๆ หลายราย แต่ต่อไปนี้เราอาจจะได้เห็นมัน (ในสินค้าที่ไม่ใช่ของแอปเปิล) น้อยลงแล้ว
ใน วันที่ 17 สิงหาคม 2010 สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกา (United States Patent and Trademark Office) ได้อนุมัติให้แอปเปิลเป็นเจ้าของสิทธิบัตรอินเตอร์เฟสดังกล่าว (D621849 และ D621848) หลังจากการยื่นขอมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน นั่นหมายถึงว่าต่อไปนี้ ถ้าใครอยากลอกเลียนดีไซน์เหล่านี้แบบ "เหมือนเป๊ะ" หรือ "ค่อนข้างเหมือนอย่างมีนัย" ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้แอปเปิล หรือไม่ก็ไปสู้กันตามกระบวนการกฎหมาย
ต่อจาก ออราเคิลฟ้องกูเกิลฐานละเมิดสิทธิบัตร Java แล้ว ซึ่ง Jame Gosling บิดาแห่ง Java เล่าว่า ออราเคิลเตรียมฟ้องกูเกิลตั้งแต่เจรจาขอซื้อซัน
Gosling ได้เขียนบล็อกตอนต่อชื่อ Quite the firestorm ซึ่งเล่าประวัติศาสตร์และวิธีคิดบางอย่างที่น่าสนใจหลายจุด
หลังจากข่าว ออราเคิลฟ้องกูเกิลฐานละเมิดสิทธิบัตร Java แล้ว เผยแพร่ออกมา ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอีกมากมาย รวมถึงข้อมูลวงในของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ที่ชัดเจนที่สุดไม่ใช่ใครอื่น เพราะ James Gosling บิดาแห่ง Java (ปัจจุบันลาออกจากออราเคิลแล้ว และยังไม่ได้ทำงานที่ไหน) เขียนเล่าลงในบล็อกว่า ระหว่างการพบปะของผู้บริหารช่วงที่เจรจาซื้อบริษัทกันนั้น เมื่อหัวข้อพูดถึงการฟ้องกูเกิล เขาเห็นแววตาเป็นประกายจากฝ่ายกฎหมายของออราเคิล...
Gosling บอกด้วยว่าการฟ้องสิทธิบัตรไม่เคยอยู่ในสายเลือดของซัน และเขารู้สึกดีอยู่บ้างที่อย่างน้อยมีสิทธิบัตรของเขาเพียงฉบับเดียว ที่อยู่ในคดีนี้
ที่มา - James Gosling, OSNews
เมื่อครั้งที่กูเกิลออก Android ใหม่ๆ นั้นคำถามสำคัญคือ Dalvik VM นั้นจะไปทับกับสิทธิบัตรของซันมากน้อยแค่ไหน เพราะซันเองก็ทำเงินจากสิทธิบัตรเหล่านี้ผ่านทาง J2ME อยู่ บทวิเคราะห์หลายบทความก็แสดงถึงความกังวลและทางรอดที่เป็นไปได้ของกูเกิล แต่แล้ววันนี้ออราเคิลที่ได้รับสิทธิบัตรต่อมาจากซันก็เดินหน้าฟ้องกูเกิลทั้งประเด็นสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์
ซัมซุงได้จดสิทธิบัตรใหม่ โดยการเพิ่ม touch panel ด้านหลังเครื่อง ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นคาดว่าจะรองรับมัลติทัชจากทั้งหน้าจอและ touch panel หลังเครื่องพร้อมกันได้ด้วย
คาดว่าแท็บเล็ตในรูป (ดูรูปในสิทธิบัตรได้ท้ายข่าว) คงไม่ใช่ Galaxy Tab ที่คาดว่าจะเปิดตัวในวันที่ 11 ส.ค. นี้ และก็ไม่รู้ด้วยว่าจะผลิตออกสู่ตลาดจริงๆ หรือไม่ และหากอุปกรณ์นี้จะใช้กับระบบปฏิบัติการ Android จริงก็คงจะต้องปรับแต่งอีกมากโขทีเดียวเพื่อให้รองรับการสัมผัสรูปแบบนี้
ที่มา: USPTO ผ่าน UnwiredView ผ่าน Electronista
ประเด็นเรื่อง "สิทธิบัตรซอฟต์แวร์" (ไม่ใช่ "ลิขสิทธิ์" นะครับ คนละเรื่องกัน) เป็นประเด็นร้อนอันหนึ่งของโลกทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก สหรัฐอเมริกาอนุญาตให้จดสิทธิบัตรของซอฟต์แวร์ได้ ทำให้เกิดปัญหาซอฟต์แวร์ละเมิดสิทธิบัตรกันอยู่บ่อยครั้ง (ที่เห็นชัดๆ คือ GIF/PNG และ MP3) ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงไทย ส่วนมากไม่ได้ระบุว่าสามารถจดสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ได้หรือไม่
ล่าสุดรัฐบาลนิวซีแลนด์เตรียมยื่นกฎหมายสิทธิบัตรฉบับใหม่เข้ากระบวนการของสภา โดยกฎหมายฉบับนี้ระบุชัดว่าซอฟต์แวร์จดสิทธิบัตรในนิวซีแลนด์ไม่ได้ ถ้ากฎหมายผ่านโหวตก็แปลว่านิวซีแลนด์จะไม่มีสิทธิบัตรซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน
บริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ของนิวซีแลนด์สองรายคือ Orion Healthcare กับ Jade Corporation ต่างประกาศตัวชัดว่าไม่สนับสนุนสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ ส่วนผู้ที่สนับสนุนสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ก็มีเหมือนกัน และส่วนมากเป็นตัวแทนของบริษัทซอฟต์แวร์จากอเมริกา
ที่มา - เว็บไซต์รัฐบาลนิวซีแลนด์, NZCS
Amazon ได้รับสิทธิบัตร "เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบจอคู่" เรียบร้อยแล้ว
สิทธิบัตรชิ้นนี้ Amazon ยื่นจดกับทางสำนักสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2006 และเพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อเร็วๆ นี้
Amazon เลือกจดสิทธิบัตรชิ้นนี้เฉพาะในสหรัฐ ซึ่งทำให้ไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดของสิทธิบัตรต่อสาธารณะ (อันนี้ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน) จึงเป็นไปได้สูงว่าเราจะได้เห็น Kindle จอคู่ เพราะดูไม่ใช่การจดสิทธิบัตรเพื่อกันไว้ก่อนเสียแล้ว
เว็บไซต์ Engadget บอกว่าเนื้อหาแบบคร่าวๆ ของสิทธิบัตร อาจทำให้ Nook ซึ่งมีสองจอ มีความเสี่ยงจะโดน Amazon ฟ้องข้อหาละเมิดสิทธิบัตรได้ด้วย
ที่มา - Engadget
ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งแบตเตอรี่โดยไม่ต้องสนใจขั้วบวกหรือขั้วลบของแบตฯ เรียก InstaLoad ซึ่งการนำไปใช้นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย ใช้แบตเตอรี่หลายก้อน เป็นต้น
InstaLoad นั้นใช้การปรับเปลี่ยนบริเวณขั้วสัมผัสของแบตเตอรี่ สำหรับขนาดแบตเตอรี่ที่รองรับคือ CR123, AA, AAA, C หรือ D ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งกับแบบชาร์จไฟซ้ำได้
เทคโนโลยีนี้ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว และ Duracell กับ AE Light จะใช้ไลเซนส์ดังกล่าวในการผลิตสินค้าของตน
ที่มา: Electronista
เมื่อเดือนมีนาคม แอปเปิลฟ้อง HTC ละเมิดสิทธิบัตรโทรศัพท์ 20 รายการ เป็นผลให้ HTC ฟ้องกลับเอาคืน ข้อหาละเมิดสิทธิบัตร 4 รายการ
เมื่อวานนี้ แอปเปิลได้ยื่นฟ้อง HTC ข้อหาละเมิดสิทธิบัตรอีกคดีหนึ่ง โดยประกอบด้วยสิทธิบัตร 4 รายการ เป็นของเดิม 2 และของใหม่อีก 2 ครับ
ข่าวสิทธิบัตรทั้งหมดดูได้จากแท็ก Patent เผื่อมีคนงง เพราะฟ้องกันไปมาเยอะมาก
ที่มา - Boy Genius Report
ข่าวนี้เป็นข่าวต่อจาก แอปเปิลอาจถูกสอบสวนจากกรณีห้ามนักพัฒนาใช้เครื่องมือพัฒนาอื่น และ แอปเปิลอาจยอมให้ใช้เครื่องมือพัฒนาภายนอก เพื่อเลี่ยงข้อหาผูกขาด
ล่าสุดหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข้อมูลวงในว่า FTC หรือคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ จะเข้าสอบสวนแอปเปิลในกรณีผูกขาดซอฟต์แวร์บนมือถือแล้ว ประเด็นที่คาดว่าจะโดนคงเป็นเรื่องห้ามใช้เครื่องมือพัฒนาอื่น, กรณีของ Flash และล่าสุดคือ กรณีของ AdMob บน iPhone










