Camera+ เจ้าของแอพถ่ายภาพที่ใช้ชื่อเดียวกัน ได้โพสต์รูปเปรียบเทียบคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ ตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก (ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า iPhone classic) มาจนถึงรุ่นล่าสุด iPhone 5
จากในภาพ จะสังเกตได้ว่าคุณภาพกล้องดีขึ้นมากอย่างก้าวกระโดด ก็คือช่วงจาก iPhone 3G มา iPhone 3GS ซึ่งตอนนั้นแอปเปิลเริ่มเอากล้องถ่ายรูปบนมือถือมาเป็นจุดขายอย่างจริงจัง และได้ใส่คุณสมบัติในการโฟกัสรูปเข้ามา และทั้งหมดนี้อาจจะต้องชมการแข่งขันในตลาด
กดอ่านต่อเพื่อเข้ามาดูภาพครับ
รายงานล่าสุดจาก iSuppli บอกว่าต้นทุนชิ้นส่วน Galaxy S4 ของซัมซุงอยู่ที่เครื่องละ 237 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,970 บาทต่อเครื่อง โดยข้อมูลนี้มาจากการวิเคราะห์ชิ้นส่วนทีละชิ้น และไม่รวมต้นทุนเรื่องการวิจัยและพัฒนา
ราคาต้นทุนนี้ เป็นราคาของเครื่อง Galaxy S4 รุ่นที่ 32GB ที่วางขายในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่รุ่นที่วางขายนอกสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงกว่าเล็กน้อยที่เครื่องละ 245 ดอลลาร์เพราะชิปที่ซัมซุงทำเองมีต้นทุนสูงกว่าชิปจาก Qualcomm
เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ ต้นทุน iPhone 5 รุ่น 32GB อยู่ที่ 209 ดอลลาร์สหรัฐ (อ่านข่าวเก่า) แม้ว่าตัวเครื่องจะไม่ได้ทำจากพลาสติกก็ตาม
ที่มา - AllThingsD, Business Insider
หลังจากโนเกียปล่อยโฆษณา Lumia 928 ลงบิลบอร์ด นิตยสาร และเว็บไซต์ ล่าสุดบริษัทได้อัพเดตหน้าเว็บใหม่ โดยโพสต์ภาพตัวเครื่องและคลิปโชว์การถ่ายวิดีโอในเวลากลางคืน
จากภาพ (ดูได้ที่ท้ายข่าว) จะเห็นได้ว่าตัวเครื่องต่างจาก Lumia 920 พอสมควร อาทิ ทรงเครื่องมีเหลี่ยมมุมมากกว่า ตัวเครื่องบางกว่า (ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้) ส่วนคลิปนั้นเน้นการโชว์การถ่ายวิดีโอในเวลากลางคืนบนรถไฟเหาะในสภาพที่มีแสงน้อย ในคลิปนั้นระบุว่าเมื่อเทียบกับ iPhone 5 แล้วพบว่า Lumia 928 ภาพจะคมชัดกว่าและสีมีความอิ่มตัวกว่า และเมื่อเทียบกับ Galaxy S III แล้วพบว่า Lumia 928 มีการรบกวนที่น้อยกว่าและการจับโฟกัสภาพที่ชัดกว่า
ที่มา: โนเกีย ผ่าน WMPoweruser
ซัมซุงเปิดตัวโฆษณา Galaxy S4 ใหม่ โดยเน้นไปที่ซอฟต์แวร์เพิ่มเติมที่นำมาเป็นจุดขาย สำหรับครั้งนี้เนื้อเรื่องว่าด้วยงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษา แต่ก็ยังแอบพาดพิงถึง iPhone อยู่เล็กน้อยเหมือนโฆษณา ตัวที่หนึ่ง สอง สาม ก่อนหน้านี้
ซอฟต์แวร์ที่นำมาเล่าในโฆษณา มีทั้ง Air Gesture ใช้รับโทรศัพท์ขณะรับประทานซี่โครงย่างที่เลอะมือ, S Beam ที่ส่งภาพถ่ายให้อีกเครื่องได้ทันที, Drama Shot ถ่ายภาพรัวมารวมในภาพเดียวกัน และ Home Sync สั่งงานอุปกรณ์อื่นภายในบ้าน โดยมีฉากที่เปรียบเทียบว่าสมาร์ทโฟนของคนรุ่นคุณพ่อและคุณแม่ (ซึ่งก็คือ iPhone) ไม่สามารถทำอะไรเจ๋งๆ แบบนี้ได้
ประโยคที่เสียดสีแรงที่สุดในโฆษณานี้คงไม่พ้น "So some smartphones are smarter than other smartphones"
ที่มา: CNET
แอปเปิลออกอัพเดต iOS 6.1.4 สำหรับ iPhone 5 เพื่อปรับปรุงลำโพงสนทนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อัพเดตนี้มีขนาด 11.5 MB สามารถอัพเดตกันได้แล้วผ่านทาง Software Update บน iPhone หรือผ่านสาย USB บน iTunes ครับ
ที่มา - Apple Support
DisplayMate บริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องการประมวลผลและเปรียบเทียบคุณภาพของจอภาพได้ออกมาประกาศว่าหลังจากเปรียบเทียบความแม่นยำการแสดงผลของสี, ความสว่าง, color gamut, ความประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพการทำงานในที่แสงจ้าพบว่าจอภาพ LCD ของ iPhone 5 มีคะแนนเท่ากับจอภาพ OLED ของ Galaxy S4
ทาง DisplayMate บอกว่า iPhone 5 มีหน้าจอที่มีคุณภาพมาก แม้ว่าจะมีอายุครึ่งหนึ่งของ product cycle แล้ว ต่างจากซัมซุงที่เพิ่งปล่อยสินค้าออกมา อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแอปเปิลจะไม่เปลี่ยนไปใช้หน้าจอที่แตกต่างในมือถือรุ่นต่อไป
จอภาพของ iPhone 5 สว่างกว่าของ Galaxy S4 มาก หน้าจอ iPhone 5 ได้ถูก calibrate มาดีกว่า S4 แต่สีขาวสู้ S4 ไม่ได้ ในส่วนของ S4 เองมีจอภาพที่ใหญ่กว่า มีความละเอียดสูงกว่า มีสีดำที่ดำสนิทกว่า แต่ถ้าดูจากการเปรียบเทียบทั้งหมดแล้ว สามารถบอกได้ว่าจอภาพจากมือถือทั้งสองรุ่นมีคุณภาพสูงทัดเทียมกัน (ดูตารางเปรียบเทียบในข่าว)
ที่มา - 9to5Mac
วันนี้แอปเปิลได้ปล่อยโฆษณาตัวใหม่ออกมาในชื่อ "Photos Every Day" โดยโฆษณาตัวนี้อาจจะแตกต่างจากโฆษณาแอปเปิลอื่น ๆ ที่เราเคยเห็นมากอยู่พอสมควรตรงที่มันให้ความสำคัญกับผู้คนที่ใช้ไอโฟน มากกว่าตัวไอโฟนเอง
ในตัวโฆษณายังบอกอีกว่า "ทุกวันนี้ มีภาพที่ถูกถ่ายด้วยไอโฟน มากกว่ากล้องอื่นใด" (Everyday, more photos are taken with the iPhone than any other camera) ซึ่งชัดเจนว่าแอปเปิลพยายามกล่าวถึงสถิติจาก Flickr ที่ชี้ให้เห็นว่าไอโฟน กลายเป็นกล้องถูกใช้ถ่ายรูปที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปบน Flickr มากที่สุด
กดอ่านต่อเพื่อเข้ามาชมโฆษณาครับ
ที่มา - MacRumors
Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าววงในว่าแอปเปิลจะเริ่มเดินสายผลิต iPhone รุ่นใหม่ (คาดว่าเป็น iPhone 5S) โดยมีขนาดและหน้าตาเหมือนกับ iPhone 5 ทุกประการ
นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าแอปเปิลเตรียมผลิต iPhone ราคาถูกที่จะเปิดตัวช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ตามข่าวบอกว่ามันจะใช้หน้าจอขนาด 4 นิ้ว แต่รูปร่างไม่เหมือนกับ iPhone รุ่นปกติและใช้เคสร่วมกันไม่ได้ ส่วนเรื่องสีก็ตามข่าวเก่าคือมีหลายสีให้เลือก
นักวิเคราะห์ของ Strategy Analytics ประเมินว่าตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มมีความแตกต่างกันน้อย และแอปเปิลควรดำเนินรอยตามซัมซุงโดยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้บ่อยขึ้น
ที่มา - Wall Street Journal
มีความคืบหน้าจากเหตุ iPhone 5 ที่ระเบิดในไทยเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา (ข่าวเก่าจาก MacThai)
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้กล่าวว่าเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมาบริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย ในฐานะผู้นำเข้า ได้ร่วมหารือ และมีข้อสรุปว่าจะนำเครื่องที่เกิดระเบิดดังกล่าวไปตรวจสอบที่สหรัฐอเมริกา
สำหรับทางผู้เสียหาย กสทช. จะเชิญมาร่วมหารือกับทางผู้ผลิตเพื่อพิจารณาแนวทางการเยียวยาความเสียหายร่วมกัน และให้เป็นมาตรฐานในการใช้เยียวยาผู้เสียหายรายอื่นในอนาคต
ที่มา - Thai PBS
นักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญเรื่องสายการผลิตสินค้าของแอปเปิล นาย Ming-Chi Kuo จาก KGI Securities อ้างว่า iPhone 5 รุ่นราคาต่ำจะมาพร้อมกับหน้าจอ 4 นิ้วเท่ากับ iPhone 5 ที่วางขายอยู่ปัจจุบัน และจะมีฝาหลังทำจากพลาสติกผสมไฟเบอร์กลาสที่หนาเพียงแค่ 0.4 ถึง 0.6 มิลลิเมตร
นอกจากเรื่องฝาหลังแล้ว Kuo ยังอ้างว่า iPhone 5 รุ่นประหยัดนี้จะมีสีให้เลือก 4-6 สี โดยบริษัท Green Point และ Pegatron จะเป็นผู้ผลิตและประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่ตัวโทรศัพท์มือถือจะยังคงมาจาก Foxconn เช่นเดิม
ที่มา - MacRumors
บริษัทวิจัยตลาด Strategy Analytics เผยสถิติยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก ประจำไตรมาสที่สี่ของปี 2012 ปรากฏว่าแชมป์ในไตรมาสสามอย่าง Samsung Galaxy S III ถูกโค่นเสียแล้ว
แชมป์รายใหม่ประจำไตรมาสสี่คือ iPhone 5 ที่ขายได้ 27.4 ล้านเครื่อง, อันดับสองคือ iPhone 4S ที่ยังขายดีด้วยยอดขาย 17.4 ล้านเครื่อง ส่วนอันดับสามคือ Galaxy S III ตกลงมาที่ 15.4 ล้านเครื่อง
ถ้านับยอดขายของ iPhone 5 และ 4S รวมกัน คิดเป็น 20.6% ของสมาร์ทโฟนทั้งโลกที่ขายออกไปในไตรมาสที่สี่ด้วย
ที่มา - Strategy Analytics
ข่าวดีสำหรับผู้ที่รอ jailbreak สำหรับ iPhone 5 ตอนนี้ Cyril Cattiaux (หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ @pod2G) ได้ออกมาโพสต์แล้วว่าทีมพัฒนาตัว jailbreak กำลังอยู่ในขั้นตอนทำ tool ให้คนทั่วไปสามารถ jailbreak มือถือ iPhone 5 ของตัวเองได้แล้ว อีกทั้งยังยืนยันว่าแอปเปิลไม่ได้ปิดช่องโหว่ที่พวกเขาจะใช้ใน jailbreak ตัวนี้บน iOS 6.1
ก่อนหน้านี้ทีมพัฒนาตัว jailbreak ได้ออกมาบอกว่าพวกเขาสามารถ jailbreak มือถือของพวกเขามาได้นานแล้ว แต่ตัดสินใจที่จะไม่ปล่อย jailbreak tool ให้กับคนทั่วไป เพราะพวกเขาเสียดายช่องโหว่ที่พวกเขาจะใช้สำหรับการ jailbreak เพราะหากแอปเปิลทราบว่าพวกเขาใช้ช่องโหว่ใด แอปเปิลจะรีบปิดช่องโหว่นั้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ได้ปล่อย iOS 6.1 Beta 5 ให้กับนักพัฒนาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แอปเปิลได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปอัพเดตอุปกรณ์ iOS ของตัวเองมาเป็นเวอร์ชัน 6.1 ได้แล้ว โดยในเวอร์ชันนี้ได้เพ่ิมการรองรับเครือข่าย LTE ในอีกหลายประเทศทั่วโลก แม้ว่าเราคนไทยจะอดใช้ก็ตาม
คุณสมบัติอื่นที่เพิ่มมาบนเวอร์ชันนี้ได้แก่ ความสามารถในการซื้อตั๋วภาพยนตร์ผ่าน Siri ได้ (เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น) และความสามารถในการเลือกดาวน์โหลดเฉพาะเพลงที่ต้องการได้สำหรับบริการ iTunes Match
อย่างไรก็ตาม เครือข่าย LTE ที่ iOS 6.1 รองรับ จะสามารถใช้งานได้เฉพาะอุปกรณ์ iOS ที่ใช้ชิป LTE ใหม่ของแอปเปิล ซึ่งได้แก่ 4th Generation iPad, iPad mini และ iPhone 5 เท่านั้น ส่วน iPad 3 ที่รองรับ LTE เฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือเท่านั้นจะไม่สนับสนุนเครือข่ายเหล่านี้
ที่มา - MacRumors
อาจไม่ถึงกับเรียกได้ว่ามาไวไปไว แต่ตอนนี้กระแส iPhone ก็เริ่มซาลงไปมากแล้ว โดยเฉพาะในแถบเอเชีย หลังจากที่เคยครองตลาดใหญ่ในสองประเทศที่มักกำหนดกระแสของเอเชียอย่างฮ่องกง และสิงคโปร์เมื่อปี 2010
อ้างอิงจากสถิติของ StatCounter เมื่อปี 2010 ส่วนแบ่งของ iPhone ในสิงคโปร์อยู่ที่ 72% ปัจจุบันลดลงเหลือ 50% เรียบร้อยแล้ว โดยมี Android ที่โตอย่างรวดเร็วกินส่วนแบ่งไปแล้วถึง 43% ในขณะที่ฮ่องกงเองก็ลดลงจาก 45% เหลือเพียง 30% ปล่อยให้ Android กินส่วนแบ่งถึงสองในสามจากทั้งหมด จากแนวโน้มดังกล่าว อนุมานได้ว่าตลาดบนที่แอปเปิลครองมาได้ยาวนานนั้นสั่นคลอนอย่างหนักแล้ว
สาเหตุที่ทำให้คนเอเชียเปลี่ยนใจจาก iPhone ไปใช้ Android คือผู้ใช้หลายรายบอกว่า iPhone นั้นไม่เท่อีกแล้ว ในขณะที่ช่วงหลังมานี้กูเกิลปรับหน้าตา Android ให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงความหลากหลายของสมาร์ทโฟน Android ทั้งรุ่นที่หน้าจอใหญ่, กันน้ำกันฝุ่น หรือสเปคอลังการ
Janet Chan ผู้บริหารบริษัทโฆษณาในฮ่องกงบอกว่าความเท่ที่ถดถอยลงของ iPhone เนื่องมาจาก iPhone 5 นั้นกินแบตเตอรี่มากๆ และยังหน้าจอเล็กไปเมื่อเทียบกับคู่แข่ง รวมถึงการจากไปของสตีฟ จ็อบส์ก็ทำให้องค์ประกอบที่ทำให้สินค้าเซอร์ไพรส์หายไปอีก
ที่มา - Reuters
ก่อนหน้านี้ Digitimes ได้ออกมาเผยว่าแหล่งข่าวของเขาได้พบเห็นไอโฟนรุ่นต้นทุนต่ำที่มีหน้าจอใหญ่กว่า 4 นิ้วที่วางขายอยู่ปัจจุบัน (อ่านข่าวเก่า) วันนี้พวกเขาได้ออกมาแก้ข่าวดังกล่าวแล้ว พร้อมกับอ้างว่าในปีนี้เราจะได้เห็นไอโฟนใหม่สองรุ่นที่มาขนาดหน้าจอ 4 นิ้วเท่ากับ iPhone 5
สำหรับไอโฟนใหม่สองรุ่นนี้ ตัวแรกน่าจะเป็น iPhone 5S ที่มีสเปคสูงกว่าเดิมและมาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ส่วนอีกรุ่นน่าจะเป็น iPhone 5 รุ่นต้นทุนต่ำที่เชื่อว่าน่าจะเปลี่ยนวัสดุจากอลูมิเนียมแอลลอย มาเป็นพลาสติกแทน อย่างไรก็ตาม Digitimes บอกว่าไอโฟนรุ่นที่มีหน้าจอใหญ่กว่า 4 นิ้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เพียงแต่จะไม่วางจำหน่ายภายในปีนี้
ในรายงานยังบอกอีกว่า แอปเปิลไม่สามารถลดต้นทุนเทคโนโลยีจอภาพแบบ in-cell ที่พบเห็นได้ใน iPhone 5 รุ่นที่วางขายปัจจุบันให้ต่ำกว่านี้ได้ แต่ yield rate ก็กำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ iPhone 5 รุ่นต้นทุนต่ำไม่ต้องกลับมาใช้เทคโนโลยีจอภาพที่มีความหนามากขึ้น
ที่มา - MacRumors
Ming-Chi Kuo แห่ง KGI Securities ออกมาโต้ข่าวลือที่ว่าแอปเปิลลดการซื้อชิ้นส่วน iPhone 5 ลงครึ่งนึง เนื่องจากความต้องการน้อยกว่าที่คาดแล้ว ซ้ำยังบอกว่าผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของแอปเปิลจะดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ด้วยซ้ำ
Kuo อ้างว่าเขาได้ประเมินยอดส่งผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลในช่วงไตรมาสสุดท้าย และพบว่าสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าอย่างมาก นับเฉพาะผลิตภัณฑ์หลักอย่าง iPhone น่าจะอยู่ราวๆ 52 ล้านเครื่อง มากกว่าไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) 93% และมากขึ้นไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) 41%
แยกเฉพาะรุ่นล่าสุดอย่าง iPhone 5 เพียงรุ่นเดียวยังได้ยอดสูงถึง 35 ล้านเครื่อง สรุปโดยรวมของปี 2012 แล้วยอดขาย iPhone ทั้งหมดจะอยู่ที่ 140 ล้านเครื่อง โดยมี iPhone 4S เป็นรุ่นขายดีที่สุดมากกว่า 80 ล้านเครื่อง
ส่วน iPad ที่มีปัญหาเรื่องซัพพลายเออร์ไม่สามารถส่งหน้าจอได้เพียงพอ แต่การขยายตัวก็ยังต่อเนื่อง ประเมินไว้ที่ 23 ล้านเครื่องในไตรมาสที่สี่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า (YoY) 49%
ย้ำอีกทีว่านี่เป็นการประเมินจากซัพพลายเออร์ของ Kuo เอง แต่ก็เป็นข้อมูลเรียกน้ำย่อยก่อนงานแถลงผลประกอบการของแอปเปิลในวันที่ 23 มกราคมนี้ครับ
ที่มา - Apple Insider
Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง ว่าแอปเปิลได้ลดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการผลิต iPhone 5 ลงถึงครึ่งหนึ่งจากที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับช่วงการผลิตเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยยกตัวอย่างจำนวนยอดสั่งซื้อชิ้นส่วนหน้าจอที่พบว่าลดลงไปมาก
แหล่งข่าวประเมินว่าเหตุผลที่แอปเปิลลดคำสั่งซื้อลงมากขนาดนี้ เป็นเพราะความต้องการ iPhone 5 นั้นน้อยกว่าที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามบางกระแสก็เชื่อว่านี่เป็นการลดกำลังการผลิตลงเพื่อเตรียมสายการผลิตสำหรับ iPhone 5S ที่ลือว่าจะออกมาช่วงกลางปีนี้
แอปเปิลจะรายงานผลประกอบการไตรมาสในคืนวันที่ 23 มกราคมนี้ ซึ่งก็จะได้ทราบกันว่ายอดขาย iPhone 5 นั้นแท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่
ที่มา: 9to5Mac
เครื่องโทรศัพท์ที่ลอกเลียนแบบมาจาก iPhone 5 นั้นหาได้ง่ายมากๆ ที่ประเทศจีน และ Zophone i5 นี่ก็คือเครื่องที่ลอกมาได้เหมือนสุดๆ สเปกก็ใกล้เคียงกัน เจ้าเครื่องนี้ใช้ระบบแอนดรอยด์ มีหน้าจอขนาด 4 นิ้วเท่ากัน ความละเอียดจอก็อยู่ที่ 1136 × 640 เท่ากันเป๊ะ แถมยังมีช่อง Lightning และฝาแฝด Siri มาให้ใช้ด้วย (แต่คุณภาพจะเป็นยังไงก็ไม่รู้นะครับ)
Zophone i5 ใช้หน่วยประมวลผล Mediatek MT6577 1.2GHz แบบดูอัลคอร์, มีแรม 1GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 4GB, กล้องหลังความละเอียด 8MP ตัวเครื่องมีช่องใส่การ์ด microSD ด้วย แบตเตอรี่ก็มีความจุที่ 1,400mAh ในกล่องยังแถมหูฟังสวยๆ มาให้หนึ่งชิ้น สนนราคานั้นอยู่ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์หรือประมาณหกพันกว่าบาท... อยากได้กันไปเล่นๆ สักเครื่องไหมครับ
ที่มา: übergizmo
จากข่าว โหมด Do Not Disturb บน iOS 6 ไม่ยอมปิดตัวเองในคืนปีใหม่ ปรากฏว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะตรงกับวันที่แอปเปิลออกโฆษณาชิ้นใหม่ของ iPhone 5 และโปรโมทฟีเจอร์ Do Not Disturb พอดี
โฆษณาชิ้นนี้ใช้พรีเซนเตอร์เป็นพี่น้องนักเทนนิส Venus และ Serena Williams ฝันว่ากำลังเล่นปิงปองอย่างติดพัน และไม่อยากให้ใครมารบกวนช่วงเวลานี้ ซึ่งแอปเปิลก็โฆษณาฟีเจอร์ Do Not Disturb ว่าช่วยคัดกรองการแจ้งเตือนต่างๆ ให้ได้อัตโนมัติ
ตัวโฆษณาทำออกมาได้ดีและไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่จังหวะการปล่อยโฆษณาไม่เอื้ออำนวยเท่านั้นเอง
ที่มา - 9to5mac
บริษัทวิจัย Juniper Research (ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทอุปกรณ์เครือข่าย Juniper) ปรับลดยอดประเมินการใช้ NFC ในปี 2017 จากเดิมตีมูลค่า 180,000 ล้านดอลลาร์ ลงมาเหลือที่ 110,000 ล้านดอลลาร์
เหตุผลสำคัญคือแอปเปิลไม่ได้ใส่ NFC ลงมาใน iPhone 5 ทำให้ความเชื่อมั่นของร้านค้าปลีกและแบรนด์ต่างๆ ต่อเทคโนโลยี NFC ลดลง โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก ที่แอปเปิลมีอิทธิพลมากที่สุด
ผลจากการที่แอปเปิลไม่ยอมใส่ NFC เข้ามา ทำให้สองภูมิภาคนี้มีอัตราการใช้งาน NFC ช้าไปกว่าปกติ 2 ปี นอกจากนี้ค่ายอื่นๆ ที่ผลักดัน NFC อย่าง Google Wallet และ ISIS ก็มีอัตราการใช้งานล่าช้ากว่าที่คาด
ส่วนภูมิภาคอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากแอปเปิลมากนัก ตัวอย่างเช่นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่เรียกว่าแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย
ที่มา - Juniper Research via IntoMobile










